สะพานซ้อนกล

ตอนที่ 49 : นัยยะซ่อนเร้น 50%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    12 ก.ค. 63

“สุขสันต์วันเกิดย้อนหลังนะคะ”

ขวัญจิรายื่นถุงกระดาษบรรจุของบางอย่างส่งให้กับรัฐเขตในทันทีที่เขาและรัญชยามาถึงร้านอาหารที่นัดหมายกันไว้ เธอเลือกร้านนี้เพราะอยู่ไม่ไกลจากตึก Spell จะได้ไม่ต้องออกมาก่อนเวลาเลิกงาน ด้วยเกรงว่าพัทธดนย์จะสงสัยในธุระของเธอ อีกทั้งที่นี่ยังมีความเป็นส่วนตัว เนื่องจากมีกระจกฝ้ากั้นอยู่เหนือพนักที่นั่งทุกโต๊ะเป็นสัดเป็นส่วน จนเห็นเพียงศีรษะของลูกค้าแต่ละโต๊ะโผล่พ้นมาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

“ขอบคุณครับ” เขาหยิบผ้าพันคอสีขาวละมุนในถุงขึ้นมาแล้วพบว่าลายสองด้านไม่เหมือนกันเสียด้วย “ขนมถักเองเหรอ เก่งจัง”

“พี่เขตนั่งลงก่อนเถอะ จะได้สั่งอาหาร” รัญชยาพูดกับพี่ชายที่มัวแต่ยืนชมงานฝีมือชิ้นประณีตจนไม่ยอมนั่งเสียที ทั้งที่เธอและขวัญจิราก็นั่งประจำที่กันพร้อมแล้ว

รัฐเขตเก็บผ้าพันคอนั้นใส่ลงที่เดิม ก่อนตัดสินใจลงนั่งข้างรัญชยา เพราะอยากจะมองหน้าคนที่มอบของขวัญให้เขาที่ฝั่งตรงข้ามอย่างถนัดถนี่

“นึกว่าพี่เขตกับพี่รันเที่ยวกันเพลินจนลืมหนมไปแล้วซะอีก” ขวัญจิราชวนคุยขณะรอพนักงานนำอาหารมาเสิร์ฟ

“ไปทำงานจ้า เที่ยวนั่นของแถม” รัญชยาแก้

“แล้วไปกันตั้งนานอย่างนี้ Wish ไม่วุ่นวายแย่เหรอคะ”

“วุ่นวายมากเชียวแหละ แต่ไม่ใช่เรื่องงานหรอกนะ” รัญชยาหันมองหน้าพี่ชายอย่างมีเลศนัย “นี่ขนมรู้หรือยังว่ามิ้นท์ย้ายมาเป็นเลขาพี่เขตแล้ว”

“อ้าว แล้วพี่ดาวล่ะคะ” ขวัญจิราแปลกใจกับข้อมูลใหม่ที่ได้รู้

“ดาวท้องน่ะสิ พี่เขตเลยไม่อยากให้ทำงานหนัก ก็เลยให้มิ้นท์ขึ้นไปช่วย แล้วก็ให้ฝึกงานเตรียมไว้เผื่อช่วงที่ดาวลาคลอดไปด้วยเลย”

“เฮ้ย!! จริงดิ” เธอตกใจกับสิ่งที่รัญชยาเฉลย และยอมรับว่าคาดไม่ถึงจริงๆ จากนั้นจึงหันไปหาชายหนุ่มคนเดียวตรงที่นั้นก่อนกล่าวกับเขา “ยินดีด้วยนะคะพี่เขต”

“เดี๋ยว ขนมจะยินดีกับพี่ทำไม” รัฐเขตก็แปลกใจไม่แพ้กัน

“อ้าว ก็พี่เขตกำลังจะมีลูกนี่คะ” เธอขยายความในสิ่งที่คิด

“นี่ขนมคิดว่าพี่กับดาว...” ชายหนุ่มกล่าวแค่นั้นแล้วถอนใจ แถมยังเห็นขวัญจิราพยักหน้ารับตาใสก็ถึงกับปลง

“เห็นไหมพี่เขต ไม่ใช่แค่รันคนเดียวที่คิดแบบนี้ซะหน่อย” รัญชยากล่าวกับพี่ชาย แล้วจึงหันไปคุยกับหญิงสาวอีกคนที่นั่งฝั่งตรงข้าม “ขนมรู้ไหม ตอนแรกที่พี่เขตมาบอกพี่ว่าดาวท้องนะ พี่ก็คิดเหมือนขนมนั่นแหละ มีอย่างที่ไหนมาบอกว่าแย่แล้ว คราวนี้ลำบากแน่ ไอ้เราก็นึกว่าไปยุ่งกับเขาแล้วพลาด ที่ไหนได้ ที่โวยน่ะเพราะห่วงงานจ้า”

รัฐเขตยิ้มเขินๆ ที่ใครต่อใครเข้าใจเขาผิดไปหมด รวมทั้งหญิงสาวที่เขาแอบรักด้วย “ก็มันเรื่องใหญ่จริงๆ นี่ รันก็รู้ว่าเวลาพี่ทำงานต้องมีเลขาคอยจด คอยฟัง แล้วดาวก็ทำงานด้วยกันมาจนรู้ใจขนาดนี้แล้ว ตอนดาวลาคลอดพี่จะทำยังไงล่ะ นี่ยังไม่รู้เลยว่าลาคลอดแล้วจะลาออกด้วยเลยหรือเปล่า เห็นว่าแฟนเขาก็ไม่ได้อยากให้ตรากตรำทำงานกับพี่แล้วมั้ง”

“อ้าว ตกลงว่าพี่ดาวไม่ได้ท้องกับพี่เขตเหรอคะ คดีพลิกแฮะ” ขวัญจิรายังไม่หายแปลกใจจนรัญชยาต้องช่วยยืนยันอีกที

“ก็ใช่น่ะสิ ดาวท้องกับแฟนเขาที่ซุ่มคบกันมาตั้งหลายเดือนแล้ว ทีนี้ชีวิตคนติดเลขาอย่างพี่เขตก็เลยจะวุ่นวายหน่อย”

“แต่ถ้าพี่เขตได้มิ้นท์มาช่วยก็ดีนะคะ มิ้นท์เก่งอยู่แล้ว แค่ตอนนี้ยังไม่รู้ใจพี่เขตก็เท่านั้น” ความสงสัยของขวัญจิราเหมือนจะคลายลง แต่เพียงพักเดียวมันก็ตีกลับขึ้นมาอีกระลอก “แล้ว...ที่พี่เขตเคยให้สัมภาษณ์ว่าแอบรักคนใกล้ตัว ไม่ได้หมายถึงพี่ดาวหรอกเหรอคะ”

“โอ๊ย! ยังจะถามอีก ก็ต้องไม่ใช่อยู่แล้วสิ”

“’งั้นใครกันล่ะ” เธอพึมพำ

“เอ้าพี่เขต ขนมถามน่ะ ตอบหน่อยสิ” รัญชยากระเซ้าพี่ชาย

“เอาเป็นว่า...พี่ติดไว้ก่อนนะ ขอเวลาให้พี่มั่นใจอะไรอีกหน่อยแล้วพี่จะบอก” ใช่...ขอให้มั่นใจมากกว่านี้ ว่าคนที่เขาแอบรักก็มีใจให้เขาบ้างเหมือนกัน

ทั้งสามทานมื้อเย็นร่วมกันไปสักพัก รัฐเขตก็เริ่มบทสนทนาอีกเมื่อนึกเรื่องบางอย่างขึ้นมาได้ “แล้ววันนั้นขนมกลับบ้านยังไง”

“วันไหนคะ”

“ก็วันเกิดพี่ไง”

“อ๋อ คุณดนย์ไปส่งค่ะ” เธอตอบแบบไม่ได้คิดอะไรมาก ไม่คิดด้วยซ้ำว่าคืนนั้นเธอไม่ได้กลับ แต่กลับเช้าอีกวันต่างหาก และคำตอบนั้นก็ทำให้คนบนที่นั่งฝั่งตรงข้ามเงียบสนิท มองหน้ากันอย่างสงสัย จนขวัญจิราต้องวางช้อนแล้วอธิบาย “ไม่มีอะไรหรอกค่ะ หนมเห็นเขาใจดีอาสาไปส่ง ก็เลยไม่อยากขัด”

ขวัญจิรายอมรับว่าเธอเปลี่ยนความตั้งใจนิดหน่อย เพราะคิดแล้วว่ารัฐเขตกับพัทธดนย์น่าจะผูกมิตรกันได้ ด้วยคนหนึ่งก็ใจดีแสนดี ส่วนอีกคนก็ไม่ได้ร้ายกาจอะไรนัก อย่างน้อยเขาก็เคยช่วยเธอโดยไม่หวังสิ่งใดตอบแทน

“พี่ถามตรงๆ เลยนะ ทำงานกับเขามาก็ตั้งหลายเดือนแล้ว เขาเป็นยังไงบ้าง” รัญชยาซักอดีตลูกน้อง แล้วหันมองพี่ชาย “คราวนี้พี่เขตห้ามขัดแล้วนะ”

“ตอนแรกหนมยอมรับว่ากลัวการรับมือกับคุณดนย์อยู่เหมือนกันค่ะ เพราะเขาดูลึกลับซับซ้อน เดาทางยากมาก แต่พอย้ายมาทำงานข้างห้องเขานั่นแหละถึงได้รู้”

“รู้อะไร” รัญชยาตาวาว

“รู้ว่าเขาขี้แกล้งน่ะสิคะ พี่รันเชื่อไหม ว่าคุณดนย์ไม่เคยปล่อยหนมให้ลอยนวลหลังจากกวนประสาทเขาได้เลยสักครั้ง แถมยังดักทางได้ตลอด แต่หนมว่าเขาก็ไม่ใช่คนเลวร้ายอะไรนะคะ”

“ก่อนหน้านั้นเห็นด่าเขาเสียยับ ทำไมวันนี้ถึงได้แก้ต่างแทนซะแล้วล่ะ”

“ก็เขาไม่เคยคาดคั้นจะเอาความลับของ Wish เลยนี่คะ เต็มที่ก็แค่ถามว่าพี่เขตเป็นคนยังไง หนมซะอีกที่มัวแต่จ้องหาทางจะล้วงความลับจากคุณดนย์ แต่ฝีมือคงไม่ถึงขั้นอย่างที่เขาเคยปรามาสไว้ล่ะมั้งคะ เพราะขนาดมันตกอยู่ตรงหน้าแท้ๆ หนมยังไม่รู้เลยว่ามันคืออะไร”

“ยิ่งเล่ายิ่งงงนะ ไม่รู้ว่าคืออะไร แล้วรู้ได้ยังไงว่ามันคือความลับ”

“ตอนนั้นไม่รู้ค่ะ แต่ตอนนี้รู้แล้ว ก็สัญลักษณ์ที่เป็นชื่อรุ่นของ Spell ที่เพิ่งเปิดตัวไงคะ หนมเห็นมันมาก่อนเปิดตัวตั้งนาน แต่คุณดนย์ไม่แสดงพิรุธให้เห็นเลย ไม่งั้นนะ...” น้ำเสียงคนพูดคล้ายมันเขี้ยว

“ไม่งั้นเราจะไปทำอะไรเขาได้ พี่ว่าเราตามเขาไม่ทันต่างหาก” รัญชยาดักทาง

“นั่นน่ะสิคะ หนมคงโง่เกินไปจริงๆ เพราะหนมทายไม่ถูกว่ามันอ่านว่ายังไง คุณดนย์ก็ท่ามากให้รอฟังวันแถลงข่าว แต่แค่บอกว่า ‘For Play’ แค่เนี่ยะก็จบแล้ว” ขวัญจิราวิพากษ์ตัวเองพร้อมเล่าสิ่งที่รู้จากงานแถลงข่าว ซึ่งแน่นอนว่าตอนนี้มันไม่ใช่ความลับอีกต่อไปแล้ว

รัญชยาก็ติดตามข่าวนี้อยู่เหมือนกัน จึงออกความคิดเห็นบ้าง “พี่ว่าเขาใช้สัญลักษณ์เก๋ดีนะ เลขสี่ให้ออกเสียงพ้องกับ For แล้วก็สามเหลี่ยมชี้ทางขวา ซึ่งเราก็เคยเห็นกันตามสื่อทั่วไปอยู่แล้วว่า หมายถึง การเล่น” 

รัฐเขตฟังสองสาวคุยกันแล้วนิ่งเงียบเหมือนกำลังใช้ความคิด แต่การเงียบของเขาก็ไม่ได้เป็นจุดสนใจแม้แต่น้อย จนกระทั่งเขาร่วมวิเคราะห์คู่แข่งในประเด็นนี้นั่นแหละ “แต่ตามความเข้าใจของพี่ พี่ว่าเขาไม่ได้คิดแค่นี้หรอก มันน่าจะมีความหมายอื่นแฝงไว้อีก”

“เหรอคะ งั้นพรุ่งนี้หนมไปถามเขาดีกว่า”

“อย่าเลยขนม พี่ว่า...เขาคงไม่ตอบหรอก” ชายหนุ่มปราม

“ตอบค่ะ ต้องตอบแน่” ขวัญจิรามั่นใจเพราะพัทธดนย์สัญญากับเธอไว้แล้ว

“พี่ว่าอย่าถามดีกว่า แล้วก็ไม่เอาแล้วนะขนม ต่อไปนี้ไม่ต้องพยายามทำเกินที่พี่ขออีก จำได้ไหม พี่ขอแค่ให้ขนมจับตาดูพัทธดนย์ เพราะพี่อยากรู้แค่ว่าเขาซื้อตัวขนมไปทำไม ไม่ได้ให้ไปล้วงเอาความลับจากเขา”

“ค่ะ” ขวัญจิรารู้ว่าบุรุษตรงหน้าเตือนเธอด้วยความหวังดี เลยตอบรับอย่างจ๋อยๆ

“แต่ก็น่าแปลกใจนะที่คุณดนย์ยอมเป็นพรีเซนเตอร์เองน่ะ” รัญชยาว่า

“จริงๆ แล้วหนมเป็นคนเสนอเองแหละค่ะ ตอนนั้นคิดแค่จะแกล้งเขาเฉยๆ ไม่คิดว่ามันจะดังเปรี้ยงปร้างขนาดนี้”

รัฐเขตมองหน้าคนพูดแล้วคิดในใจ ว่าขนมน่ะหรือ ผู้ช่วยคนเก่งที่พัทธดนย์ต้องยอมทำตามคำแนะนำ

แปลก...แปลกมากจริงๆ

“แหม ก็น่าจะดังอยู่หรอก นายแบบหล่อซะขนาดนั้น”

“พี่รัน ชมคุณดนย์ต่อหน้าพี่เขตอย่างนี้ เดี๋ยวพี่เขตก็โกรธเอาหรอกค่ะ”

“ทำไมพี่ต้องโกรธด้วยล่ะ” คนถูกพาดพิงท้วง

“ก็พี่เขตกับคุณดนย์เป็นคู่แข่งกันนี่คะ”

“แค่แย่งฐานลูกค้ากันไปมา ธุรกิจมันก็เป็นแบบนี้ แต่พี่ไม่ได้โกรธเกลียดอะไรพัทธดนย์เป็นการส่วนตัวซะหน่อย”

“เห็นไหม ชมได้” รัญชยายิ้มที่พี่ชายกล่าวแบบนั้น “ว่าแต่คุณดนย์ให้ขนมไปดูตอนถ่ายโฆษณาด้วยไหม”

“ไปค่ะ ก็ถ่ายที่สตูดิโอของคุณแม็คนั่นแหละ แล้ว...หนมเห็นผู้ชายคนนึงที่นั่นด้วย คนผอมๆ ที่เคยมาส่งดอกไม้ให้พี่รันน่ะ”

“อ้าว ทำไมไปเจอที่บริษัทคุณแม็คล่ะ เป็นลูกน้องคุณแม็คเหรอ”

“ก็น่าจะใช่นะคะ เพราะคุณแม็คก็เรียกทุกคนในนั้นว่าเป็นทีมงานของเขา”

“งั้นหมายความว่าคุณแม็คเป็นคนส่งดอกไม้ให้พี่เหรอ แต่พี่เคยถาม เขาบอกว่าไม่ใช่นี่นา พักหลังมานี้ถึงพี่จะคุยกับเขาบ่อย แต่เขาก็ไม่เคยพูดเรื่องนี้เลย แล้วตกลงมันยังไงกัน” รัญชยาพยายามหาข้อสรุปให้กับปริศนาที่ยังคาใจอยู่ แม้ปัจจุบันนี้เธอจะไม่ได้รับช่อดอกไม้จาก ‘คนที่ไม่อยากให้คุณรู้ว่าใคร’ มานานมากแล้วก็ตาม

“ขอโทษนะครับ ขอนั่งด้วยคนได้ไหม” เสียงทุ้มจากบุรุษที่ปรากฏตัวกะทันหัน เรียกความสนใจจากคนที่นั่งอยู่ตรงนั้นทันที และเป็นสองสาวที่เรียกชื่อของผู้มาใหม่อย่างพร้อมเพรียง

“คุณดนย์!”

พัทธดนย์ถือโอกาสชุลมุนนั่งลงในตำแหน่งข้างขวัญจิราทั้งที่ยังไม่ได้รับอนุญาตจากใคร และที่นั่งตรงนี้ก็ทำให้เขาลอบสำรวจท่าทีของรัฐเขตได้ชัด เนื่องจากอยู่ตรงข้ามกันพอดี

ความจริงเขาเฝ้าจับตาดูความเคลื่อนไหวของขวัญจิราเป็นพิเศษตั้งแต่รู้ว่ารัฐเขตกลับมาจากยุโรป ด้วยคาดว่าทั้งคู่คงจะต้องนัดพบกัน จนกระทั่งได้ยินขวัญจิราโทรจองร้านอาหารจึงได้แอบตามมาและนั่งรออยู่ที่โต๊ะข้างๆ ก่อนที่รัฐเขตกับรัญชยาจะมาถึงเสียอีก

“คุณมาได้ยังไง” ขวัญจิราเอ่ยถาม แล้วต้องลดระดับเสียงลงมาเป็นการกระซิบเมื่อเห็นรัฐเขตและรัญชยาจ้องอยู่ “แล้วมานั่งแบบนี้ไม่ได้นะ ยังไม่มีใครอนุญาตเลย”

“คุณก็อนุญาตสิ ผมจะได้สบายใจ” เขากระซิบเบาพอกัน

“บ้าสิ คุณออกไปก่อนนะ” แม้รู้ว่าคงไม่ได้รับความร่วมมือ แต่ถ้าปล่อยให้เขานั่งอยู่แบบนี้ เธอก็ลำบากใจ

คราวนี้พัทธดนย์ไม่ตอบ และไม่ยอมลุกไปไหน แต่กลับมองตรงไปยังชายหนุ่มอีกคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามซึ่งเอาแต่นั่งนิ่งอย่างคุมเชิง ทั้งที่แววตาเขาสะท้อนความกังวลบางอย่างชัดเจน

รัฐเขตกำลังครุ่นคิดอย่างหนักว่าสิ่งที่เขาเห็นอยู่ตอนนี้คืออะไรกัน ทำไมขวัญจิราถึงดูสนิทสนมกับพัทธดนย์นัก เธอไม่เหลือเค้าของคนที่เขาต้องกอดปลอบเพราะกลัวการเผชิญหน้ากับจอมเวทไอทีคนนี้เลย แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เขาขอเพียงขวัญจิรายังเหมือนเดิม ยังเป็นคนที่เขาไว้ใจได้ และไม่ได้หลงเสน่ห์พัทธดนย์อย่างที่เธอเคยเปรยไว้เล่นๆ เป็นพอ

“แล้วคุณจะไม่แนะนำผมกับ...อดีตเจ้านายให้รู้จักกันหน่อยเหรอ” ผู้มาใหม่พูดกับหญิงสาวข้างกาย

“แนะนำทำไมคะ ใครชื่ออะไรก็รู้ๆ กันอยู่แล้วนี่” ขวัญจิราท้วง

“แต่ยังไม่เคยมีใครแนะนำให้เรารู้จักกันอย่างเป็นทางการเลยสักครั้ง คุณช่วยหน่อยไม่ได้เหรอ”

***************************

2 หนุ่มเจอหน้ากันอย่างเป็นทางการซะที กว่าจะได้เจอปาไปครึ่งเรื่องละ 555

เฉลยสัญลักษณ์ปริศนาแล้วนะคะ มันก็คือชื่อรุ่นโทรศัพท์ใหม่ของคุณดนย์นั่นเอง แต่อย่างที่พี่เขตบอกว่ามันมีความหมายนัยแฝงไว้อีก...ถ้าตอนนี้ใครรู้ความหมายแฝงแล้วแปลว่าเลเวลคุณไม่ธรรมดา แต่ถ้าใครยังไม่รู้...ตอนหน้าจะมาเฉลยค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น