สะพานซ้อนกล

ตอนที่ 44 : Red in Love 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    21 มิ.ย. 63

“อะไรกัน เขาจะให้มีรอยลิปสติกบนตัวคุณไม่ใช่เหรอ แล้วมาทาให้ฉันทำไม” 

“ก็คุณวาดไม่เป็นนี่” พัทธดนย์เดินเข้ามาใกล้แล้วปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตด้านในลงมาสามสี่เม็ด  ก่อนจับสาบเสื้อข้างหนึ่งให้แบะออก เผยให้เห็นแผงอกแน่นราวกับนักกีฬาพลางว่า “ทีมงานเขาอยากได้รอยจูบ...ตรงนี้”

ขวัญจิรามองไปยังตำแหน่ง ‘ตรงนี้’ ที่เขาว่า ทั้งพวงแก้มและใบหูก็แดงเรื่อเหมือนแพ้อะไรสักอย่าง

“ให้ฉัน...จ..จูบ...คุณเหรอ” บ้าสิ เกิดมายังไม่เคยทำแบบนั้นกับใครเลย แล้วนี่จะให้จูบเขาต่อหน้าคนเยอะแยะแบบนี้น่ะเหรอ “ไม่เอาอ่ะ”

“เอาน่า ช่วยผมหน่อย ไม่งั้นต้องจ้างคนเพิ่ม ไม่รู้ด้วยนะ”

หญิงสาวรู้ว่าเขาเอาผลประโยชน์มาล่อ แต่ก็ยังส่ายหัวดิก “คนอื่นมีเยอะแยะ ทำไมต้องเป็นฉันเล่า”

“ถ้าเป็นคนอื่นผมไม่สะดวกใจนี่ ไหนๆ คุณก็เคยเอาจมูกมาจิ้มอกผมไปแล้ว คราวนี้แค่เปลี่ยนเป็นปาก คงไม่ต่างกันเท่าไหร่หรอก”

“ตอนนั้นมันเป็นอุบัติเหตุ แต่นี่มันไม่ใช่ซะหน่อย” เธอท้วงเมื่อเขาพูดถึงเหตุการณ์ที่เธอเดินชนเขาอย่างไม่ตั้งใจตรงหน้าประตูทางเข้าโรงพิมพ์

“อะไรกัน ขอให้ช่วยงานแค่นี้ก็ไม่ได้ ทีผมช่วยชีวิตคุณ ผมยังไม่คิดอะไรมากเลย”

ขวัญจิราลำบากใจ ก็รู้อยู่หรอกว่าเขาทวงบุญคุณ ซึ่งเธอก็ไม่ได้อยากติดค้างเขาสักเท่าไรนัก ถ้าขออย่างอื่นก็อยากช่วยอยู่หรอกนะ แต่เรื่องนี้มัน...

พัทธดนย์เห็นหญิงสาวเพ่งที่อกเขาแล้วใคร่ครวญอยู่นาน ทั้งที่ทีมงานก็รอจะถ่ายต่อกันตาแป๋ว สุดท้ายเขาจึงช่วยเธอตัดสินใจโดยการจับที่ท้ายทอยคนตัวเล็กกว่ากดโน้มเข้ามาหาตัว เพื่อให้ริมฝีปากบางสัมผัสที่ตำแหน่งเป้าหมาย

ขวัญจิราตกใจแต่ทำอะไรไม่ได้ เมื่อใบหน้าถูกบังคับให้ฝังแนบอกเขาอยู่แบบนั้น และทันทีที่แรงกดบนท้ายทอยผ่อนลง เธอก็เด้งตัวออกกะทันหัน ก้าวถอยออกมาจากบุรุษตรงหน้าอย่างเบลอๆ

ชายหนุ่มเดินกลับไปยังหน้ากล้องแล้วลอบมองปฏิกิริยาของอีกฝ่ายราวกับเป็นเรื่องสนุก ตอนนี้ทั้งใบหน้าและลำคอของเธอขึ้นสีแดงเรื่อ เข้าใจว่าน่าจะเกิดจากความสะท้านอาย

แต่เคราะห์กรรมของขวัญจิราไม่ได้จบแค่นั้น เพราะตากล้องที่กำลังจะกดชัตเตอร์ดันเห็นว่ารอยที่เปรอะอยู่บนแผงอกของพัทธดนย์ดูไม่ค่อยเหมือนรอยจูบสักเท่าไหร่ เขาจึงขอให้ช่างแต่งหน้าร่างยักษ์ทำการลบมัน และตะโกนบอกให้ขวัญจิราช่วยประทับรอยใหม่อีกหน

จอมเวทไอทียิ้มอย่างอารมณ์ดี ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเป็นเพราะแกล้งขวัญจิราได้สำเร็จ หรือเพราะอะไรกันแน่ แต่สีหน้าของเธอยามนี้มันน่าเอ็นดูชะมัด

หญิงสาวถูกบังคับให้เดินกลับไปหานายแบบมาดสุดสง่าอีกครั้ง ทั้งที่สมองกำลังสับสนและคิดอะไรหลายเรื่อง ซึ่งหนึ่งในนั้นคือเรื่องของรัญชยา

‘ถ้าพี่รันรู้ว่าหนมต้องมาทำอะไรแบบนี้ จะถูกตัดพี่ตัดน้องไหมนะ’

เมื่อเห็นคนขี้กังวลจดๆ จ้องๆ คิดนานอีกแล้ว พัทธดนย์จึงเอื้อมมือหมายจะกดท้ายทอยเธออีกหน แต่คราวนี้ดันถูกจับได้เสียก่อน

“หยุดเลย เดี๋ยวก็เลอะเทอะใช้ไม่ได้เหมือนครั้งที่แล้วอีก” ขวัญจิราดักทาง

“ก็คุณเอาแต่จ้องอยู่ได้ ไม่จูบสักที”

“เออ...รู้แล้วน่า” พอสิ้นเสียง มือบางก็รี่ไปเปิดสาบเสื้อของเขารวดเร็วและรุนแรงจนคล้ายกระชาก จากนั้นก็แนบริมฝีปากลงไปอย่างรวดเร็วพอกัน ยังไม่ทันที่ใครจะได้พูดอะไร สาวเจ้าก็วิ่งหนีออกมาอยู่หลังกล้องเสียแล้ว

พัทธดนย์อยากหัวเราะแต่ทำไม่ได้ เมื่อกี้เขารู้สึกว่าถูกจูบ ไม่สิ! ถูกแตะแบบเฉียดๆ เพียงเศษเสี้ยววินาทีเท่านั้น เพราะขวัญจิราขัดเขินเกินกว่าจะประทับจูบลงไป และเมื่อก้มมองดูผลงานของเธอก็พบเพียงรอยสีแดงจางๆ จนแทบมองไม่เห็น จึงตะโกนฟ้องทีมงาน

“ผมว่าคงต้องมีเทคสามละมั้ง”

“เอ้าๆ เติมลิปสติกให้น้องเขาหน่อยซิ สงสัยติดไปตอนรอบแรกหมดแล้ว รอบหลังนี่เลยไม่ติดสีเลย” เสียงหนึ่งในทีมงานสั่งการขึ้น

หญิงสาวรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้องเมื่อกลีบปากนุ่มถูกเติมด้วยสีแดงอีกครั้ง การก้าวเข้าไปหาเขาคราวนี้ช่างยากลำบากว่าครั้งไหนๆ เมื่อเธอพะว้าพะวังไม่รู้จะต้องจัดการกับสถานการณ์ตรงหน้าอย่างไร

แต่อยู่ๆ ทุกอย่างในหัวก็กลับสงบนิ่งลงชั่วครู่ เมื่อนิ้วหัวแม่มือของพัทธดนย์แตะลงบนหว่างคิ้วเธอ

“ลำบากใจอะไรนักหนา ผมน่ารังเกียจมากนักหรือไง” เขาวางนิ้วมือที่เหลือบนศีรษะคนตัวเล็กกว่าแล้วบิดข้อมือเพื่อให้ขวัญจิราเงยหน้าขึ้นมาสบตา จากนั้นจึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงละมุน “ไม่ต้องคิดมากหรอก ผมสัญญาว่าจะตอบแทนผลงานของคุณในวันนี้อย่างเต็มที่”

“แต่ฉัน...”

“จะทำเองหรือต้องให้ช่วย” 

“ไม่ๆ เดี๋ยวถ้าต้องมีครั้งที่สี่ ที่ห้า หนมจะแย่กว่านี้อีก ขอเวลาแป๊บนะคะ ขอทำใจหน่อย”

พัทธดนย์ปล่อยมือจากศีรษะมนและให้เวลาเธอตามที่ขอ นี่เป็นครั้งแรกที่เธอใช้ชื่อเล่นแบบย่อเป็นสรรพนามแทนตัวเองในยามสนทนากับเขา แม้ไม่รู้ว่าตั้งใจหรือหลุดปาก แต่กระนั้นก็ทำให้คนฟังรู้สึกได้ว่าเธอเปิดใจให้เขามากขึ้นกว่าเดิม

ขวัญจิราเคลื่อนหน้าเข้าไปใกล้แผงอกแกร่ง แล้วระบายลมหายใจออกแรงจนร่างสูงสัมผัสถึงไอร้อนนั้นได้ ก่อนจะตั้งใจประทับริมฝีปากลงไปอย่างช้าๆ แต่ทว่าหนักหน่วง

เดิมทีพัทธดนย์คิดเพียงจะแกล้งเธอ แต่พอมาถึงตอนนี้ทำไมหัวใจเขาเต้นแรงราวกับมันเพิ่งได้รับการปลดเปลื้องพันธนาการและกำลังเริงร่ากับอิสรภาพอย่างเต็มที่ เขาหลับตาเพื่อซึมซาบความรู้สึกนั้นครู่หนึ่ง ก่อนได้ยินเสียงชัตเตอร์ที่กดรัวขึ้นมา

หญิงสาวถอนริมฝีปากออกจากอกแน่น เงยหน้าสบตาเขาเป็นเชิงปรึกษาว่าควรทำอย่างไรต่อไป แต่แววตาที่ได้รับจากพัทธดนย์ตอนนี้มันมีประกายที่อบอุ่น อ่อนโยน ผนวกกับใบหน้าหล่อเหลาของเขา ยิ่งทำให้สมองเธอสั่งการทุกอย่างช้าลง

แววตาแบบนี้ไม่เคยเห็นมาก่อนเลยจริงๆ

ท่ามกลางเสียงชัตเตอร์ยังคงดังรัวอย่างต่อเนื่อง เมฆินทร์ที่เฝ้ามองอากัปกิริยาของคนทั้งคู่ถึงกับต้องทำลายบรรยากาศ “จะถ่ายต่อกันได้หรือยังครับ ทีมงานผมรอนานแล้วนะ”

ขวัญจิราเดินออกห่างจากชายหนุ่มทั้งที่ยังสัมผัสได้ถึงอุ่นไอแห่งความ...อะไรสักอย่างจากเขา บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าตัวเธอเองรู้สึกเช่นไร แต่ที่แน่ๆ คือมันไม่ใช่ความรู้สึกแง่ลบ

พัทธดนย์กลับเข้าสู่โหมดจริงจังกับการทำงานอีกครั้ง จนกระทั่งทุกอย่างเสร็จสมบูรณ์ เขาจึงกลับเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องแต่งตัวห้องเดิม แล้วเมฆินทร์ก็ตามเข้ามา

“ไงล่ะ จะแกล้งเขา เมื่อกี้หลับตาพริ้มเชียวนะมึง ทำอย่างกับไม่เคยโดนจูบ”

จอมเวทเจ้าเสน่ห์ไม่รู้จะพูดอะไร เพราะไม่มีความจำเป็นต้องโอ้อวดว่าเขาเคยเลยเถิดมากกว่าจูบไปไกลขนาดไหนแล้ว แต่ที่ผ่านมามันไม่มีครั้งไหนทำให้อิ่มเอมใจได้แบบนี้เลย เขาจึงทำเพียงแค่ไล่เพื่อนตัวป่วนออกไปเท่านั้น “มึงไปจัดการความเรียบร้อยข้างนอกเถอะ กูเปลี่ยนชุดเสร็จแล้วจะตามออกไป”

ชายหนุ่มเร่งมือในการผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าของตนเพื่อคืนกลับไปยังชุดเดิมที่สวมใส่มา แต่เมื่อเห็นรอยแดงบนแผงอกก็อดยิ้มอีกครั้งไม่ได้

รอยจุมพิตของขวัญจิรา

เธอจะเขินมากขนาดไหนนะตอนที่ก้มลงไปตราตรึงจูบนั้น คิดแล้วก็อยากเก็บมันเอาไว้เป็นที่ระลึกรวมทั้งลิปสติกแท่งนั้นด้วย เพราะสีมันดูเข้ากับขวัญจิรามาก แต่ไม่รู้ว่ามันเรียกว่าสีอะไร

เมื่อจัดการกับเสื้อผ้าตัวเองเสร็จเรียบร้อย เขาก็เดินตรงดิ่งไปถามช่างแต่งหน้าร่างยักษ์ที่กำลังเก็บข้าวของอยู่เช่นกัน “ขอโทษนะครับ ผมรบกวนหน่อย”

“จะเช็ดรอยลิปสติกหรือเปล่า เดี๋ยวพี่ช่วยเช็ดให้” ช่างแต่งหน้าหันมาถาม

“ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมจัดการเอง แต่อยากรบกวนขอ...ซื้อต่อลิปสติกแท่งที่ทาให้ผู้หญิงคนนั้นได้ไหม” ชายหนุ่มชี้ไปที่ขวัญจิราซึ่งบัดนี้กำลังนั่งมองทีมงานเก็บข้าวของอยู่ไกลจากเขาพอสมควร

“จะเอาไปให้แฟนเหรอจ๊ะ น่ารักจริงๆ ไม่ต้องซื้อหรอกจ้ะ เอาไปเลยก็ได้ พี่ได้มาฟรีหลายแท่งเลย” แล้วช่างแต่งหน้าหยิบลิปสติกแท่งหนึ่งส่งให้เขา

“ขอบคุณนะครับ”

พัทธดนย์พิจารณาดูสีของลิปสติกในมือก็พบว่ามันคล้ายคลึงกับที่อาบอยู่บนเรียวปากของขวัญจิรา แถมรหัสสียังเป็นตัวเลขเดียวกับรหัสของสายลับชื่อดังในภาพยนตร์คลาสสิกเสียด้วย 

แต่สิ่งที่น่าประทับใจที่สุดก็คือชื่อเรียกสีนี่สิ...‘Red in Love’

********************

ไงล่ะคุณดนย์ จะแกล้งเขาแต่ฟินเอง

ตกลงมันยังไงกันน้าาาาา คิดอะไรกับขนมป่าวเนี่ย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น