สะพานซ้อนกล

ตอนที่ 40 : สาย(ห)ลับ 60%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    30 ม.ค. 64

ขวัญจิราคว้าแซนวิชไส้กุ้งที่พัทธดนย์ยกมาให้ใส่ปากเคี้ยวตุ้ยๆ ตามด้วยน้ำส้มคั้นสดอีกแก้วใหญ่ ถึงจะมีรสขมปนมานิดหน่อย แต่ไม่ใช่ปัญหา ส่วนบริกรจำเป็นอย่างเขากลับกินอะไรง่ายๆ แค่ข้าวผัดและน้ำเปล่าเท่านั้น

เมื่อหนังท้องตึงก็เหมือนจะมีเรี่ยวแรงมากพอให้กลับมาลุยงานต่ออีกครั้ง และคาดว่าไม่เกินสองทุ่มเธอน่าจะได้ออกเดินทางไปหารัฐเขตตามที่นัดหมายไว้

“คุณจ้างพรีเซนเตอร์สองคนเลยเหรอ มิน่าล่ะงบถึงบานปลายขนาดนี้” ขวัญจิราบ่นเมื่อเห็นรายละเอียดจากอีเมลฉบับล่าสุดที่เขาส่งมา

“ก็คอนเซ็ปต์มันคือคนที่ตกหลุมรักกันโดยมี Spell เป็นสื่อกลาง ก็ต้องใช้สองคนสิ”

“แล้วถ้าเปรียบสินค้าตัวนี้เป็นคนคนนึง คุณคิดว่าเขาเป็นคนแบบไหน”

พัทธดนย์ชั่งใจเมื่อเห็นประกายในแววตาคนถาม มันทำให้เขารู้สึกถึงความสุขที่ขวัญจิรามีต่อสิ่งที่ทำอยู่ จนเธออาจลืมไปแล้วว่ากำลังทำงานให้กับคู่แข่งของคนรัก ถึงได้มุ่งมั่นขนาดนี้ และแววตานั้นก็ทำให้เขาใจอ่อนยอมตอบจนได้

“เท่ แต่เจ้าชู้เล็กๆ มีเสน่ห์และน่าค้นหา ประมาณว่าทำให้คนอยากรู้จักหรือหลงรักได้ตั้งแต่แรกเห็น”

“งั้นก็จ้างแค่นายแบบสักคนก็พอ ไม่ต้องฮ็อตมากแต่ลุคเป็นอย่างที่คุณบอก จะได้ไม่ต้อง...” เธอมองหน้าอีกฝ่ายแล้วเคลื่อนสายตาลงไปเรื่อยๆ จนคล้ายกำลังประเมินคุณภาพสินค้า “จริงๆ ไม่ต้องจ้างเลยสักคนก็ได้นี่”

ชายหนุ่มจับความหมายจากสายตานั้นแล้วรีบดักทางทันที “นี่อย่าบอกนะว่า...”

“ค่ะ คุณนั่นแหละเหมาะมากเลย เมื่อก่อนก็เคยถ่ายแบบถ่ายโฆษณาอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ ถึงคราวสินค้าตัวเองจะต้องจ้างคนอื่นทำไม”

“คุณก็รู้เรื่องของผมดีเหมือนกันนะ ไม่คิดว่าจะติดตามผลงานกันขนาดนี้”

“คนที่ติดตามน่ะไม่ใช่ฉัน แต่เป็นพี่รันต่างหาก นี่ฉันคิดเอาไว้นะว่าถ้าคุณเป็นพรีเซนเตอร์แล้วก็ทำทีเป็นอินเลิฟอยู่...ก็คงไม่หลุดจากคอนเซ็ปต์เดิมเท่าไหร่ หรือถ้ากลัวตอนถ่ายทำจะไม่อินก็คิดถึงหน้าพี่รันไปด้วยก็ดีนะ”

“ถ้าจะเป็นแม่สื่อให้เขาอีก ก็ไม่ต้องพูดต่อเลย”

“คุณก็ยอมเป็นพรีเซนเตอร์เองสิ แล้วเอาค่าจ้างพรีเซนเตอร์สองคนตามแผนเดิมมาให้ฉัน คราวนี้รับรองจะปิดปากให้สนิทเลย” ขวัญจิราขอโทษพี่สาวคนสนิทอยู่ในใจที่จำเป็นต้องหักหลังชั่วคราว

“ขอคิดดูก่อน” เขาตอบเสียงเรียบแต่ไม่ปฏิเสธให้เด็ดขาด ทำให้เธอรู้ว่ายังพอมีหวัง

“ไม่ต้องคิดแล้ว นี่แหละทางเลือกที่ดีที่สุด คุณได้งาน ฉันได้เงิน”

คนร้อนเงินยกมือขึ้นปิดใบหน้าครึ่งล่างเมื่อร่างกายต้องการอากาศอย่างกะทันหันจนต้องสูดลมเข้าทางปาก...เธอหาว

พัทธดนย์แบ่งรับแบ่งสู้เพื่อยื้อการสนทนาต่อไปอีกสักพัก เมื่อเห็นหญิงสาวเริ่มมีอาการไม่สู้ดี เธอสะบัดศีรษะหลายครั้งเพื่อบรรเทาอาการง่วงซึมแต่ก็ไม่ดีขึ้น จึงเลือกที่จะทิ้งตัวพิงไปกับพนักโซฟาและหลับไปในที่สุด

จอมเวทเจ้าเล่ห์ยิ้มร้ายขณะเดินมาตรวจสอบผลงานของตัวเองด้วยการเรียกชื่อและเขย่าตัวเธอ แต่ได้ยินเพียงเสียงตอบรับในลำคอเบาๆ เท่านั้น

ขวัญจิราเหมือนเด็กที่กำลังหลับสบาย แม้จะถูกรบกวนก็ตามที

ชายหนุ่มเดินวนไปมาแล้วคิดถึงสิ่งที่ต้องทำต่อไป จริงอยู่ว่ายาที่ใส่ในน้ำส้มคั้นจะช่วยรั้งหญิงสาวไม่ให้พ้นสายตาเขาได้ แต่อย่างไรเสีย รัฐเขตก็ต้องหาทางติดต่อมาแน่ หากเธอไม่ไปตามนัด

ไม่มีใครรู้ว่าห้องทำงานนั้นถูกปกคลุมด้วยความเงียบมานานเท่าไร แต่จู่ๆ ก็มีเสียงที่ทำให้เจ้าของห้องต้องหันมอง แล้วพบว่าตัวของขวัญจิราเอนลู่ลงไปอยู่ที่เบาะนั่งอย่างหมิ่นเหม่ จนเกรงว่าเธออาจจะร่วงลงไปที่พื้นห้องเสียก็ได้

พัทธดนย์เห็นภาพนั้นก็ถึงกับถอนใจ และคิดว่าเขาคงจะใจร้ายเกินไปหากปล่อยเธอทิ้งไว้แบบนี้

นาทีนั้นคนที่เอาแต่หลับใหลไม่รู้เลยสักนิดว่าตัวเธอถูกอุ้มลอยเหนือพื้น และตรงไปยังสถานที่แห่งหนึ่งที่เธอไม่เคยย่างกรายมาก่อน...ห้องพักส่วนตัวของพัทธดนย์บนชั้นยี่สิบของสำนักงาน Spell

เดิมทีชั้นบนสุดของอาคารแห่งนี้เป็นสำนักงานให้เช่าไม่ต่างจากชั้นอื่น แต่เพื่อความสะดวกหลายๆ อย่าง เขาจึงขออนุญาตเจ้าของอาคารกั้นแบ่งพื้นที่ร่วมร้อยตารางเมตรเป็นห้องพัก และอยู่ที่นี่ตั้งแต่เริ่มเปิดบริษัท

ชายหนุ่มคิดว่าขวัญจิราควรจะได้นอนหลับอย่างสบายมากกว่าเดิม จึงอุ้มเธอผ่านโซนห้องนั่งเล่นมุ่งตรงไปยังห้องนอนแล้ววางร่างค่อนข้างบางลงบนเตียงอย่างนิ่มนวล จากนั้นก็กลับลงมาเก็บสัมภาระทั้งของเขาและของเธอขึ้นไปข้างบน

แต่ของสำคัญที่เขาจะยังไม่คืนให้เธอคืออุปกรณ์สื่อสารเครื่องนั้น

*************************************

บรรยากาศงานเลี้ยงส่วนตัวที่บ้านของรัฐเขตไม่ได้ครึกครื้นเลย ยิ่งเวลาผ่านไปกลับยิ่งเงียบเหงา เพราะแขกเหรื่อที่เชื้อเชิญมาทยอยกลับไปตั้งแต่สามทุ่ม รวมทั้งมนสิชาด้วย แม่งานอย่างรัญชยาก็ยุ่งวุ่นวายกับงานเลี้ยงจนเหนื่อยอ่อน รัฐเขตจึงไล่ให้น้องสาวไปนอน ด้วยเกรงว่าพรุ่งนี้เธอจะไม่มีแรงเดินทาง ส่วนเขาก็ตั้งใจจะรอใครบางคนต่อเพียงลำพัง

 ‘อยู่ไหนนะ ทำไมป่านนี้ยังไม่มาอีก’ รัฐเขตนึกห่วงคนที่สัญญาว่าจะมาหาเขาในค่ำวันนี้ แต่เวลาล่วงเลยมาจนสี่ทุ่มแล้วก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงา โทรหาก็ไม่รับสาย มือที่กดโทรศัพท์อย่างร้อนรน เพื่อหวังจะติดต่อขวัญจิราด้วยการส่งข้อความ แต่นั่นเทียบไม่ได้กับใจเขาที่ร้อนยิ่งกว่า

Rattakhet : อยู่ไหนแล้วขนม รีบมานะ พี่รออยู่

ข้อความถูกส่งไปแล้ว แม้ชายหนุ่มจะไม่สามารถคาดเดาได้เลยว่าหญิงสาวที่เขากำลังห่วงหาจะเปิดอ่านมันหรือไม่

********************************************

พัทธดนย์ยืนกอดอกอย่างครุ่นคิด ในมือยังกำโทรศัพท์ของขวัญจิราที่ถูกปิดเสียงเอาไว้แน่น เพราะก่อนหน้านี้มีสายเรียกเข้ามาหลายครั้ง แต่เขาไม่สนใจที่จะรับมัน

สายตาคมกริบจับจ้องมองร่างเจ้าของโทรศัพท์ตัวจริงที่หลับสนิทอยู่บนเตียงแล้วถอนใจ จะว่าไปแล้วก็รู้สึกผิดอยู่เหมือนกันที่ต้องทำแบบนี้ แต่เขาไม่มีเวลาคิดหาวิธีอื่นที่จะป้องกันไม่ให้เธอเอาสิ่งที่รู้ไปบอกรัฐเขตได้จริงๆ

เอาเถอะ...ขอแค่รั้งให้เธออยู่ในสายตาจนผ่านคืนนี้ไปเท่านั้น แล้วหลังจากรัฐเขตบินไปยุโรปพรุ่งนี้เช้าก็ค่อยเร่งรัดแคมเปญที่วางไว้ เพราะกว่าครึ่งเดือนที่พ่อมดไฮเทคไม่อยู่ มันมากพอจะช่วงชิงความสนใจจากกลุ่มลูกค้าได้ไม่ยาก

แรงสั่นจากเครื่องมือสื่อสารที่กำไว้ดึงให้พัทธดนย์ออกจากห้วงความคิดของตัวเอง และข้อความที่ปรากฏบนหน้าจอนั่นก็ทำให้รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ฉายชัดบนใบหน้าหล่อเหลา

‘มาแล้วสินะ ข้อความจากรัฐเขต’ ชายหนุ่มพึมพำถึงคู่แข่งคนสำคัญ และยิ้มย่องในใจเมื่อทุกอย่างเป็นไปตามที่เขาคาดการณ์เอาไว้

มือหนาค่อยๆ เอื้อมจับนิ้วเรียวขึ้นมาอย่างแผ่วเบาก่อนวางลงบนโทรศัพท์เพื่อปลดล็อก แล้วทำการส่งข้อความโต้ตอบกับรัฐเขตในนามของขวัญจิรา

Ka-nom : ค่ะ

Rattakhet : เสร็จงานหรือยัง เห็นรันบอกว่ามีของสำคัญอะไรจะเอามาให้พี่

พัทธดนย์หายใจแรง อยากรู้เหมือนกันว่าขวัญจิราบอกอะไรกับคนของ Wish ไปแล้วบ้าง จึงแกล้งปลอมตัวเป็นเจ้าของโทรศัพท์ต่อไป

Ka-nom : ให้ทาย

Rattakhet : หวังว่าจะไม่ใช่เงินหักหนี้ห้าล้านนะ

ข้อความที่ปรากฏบนหน้าจอทำให้พัทธดนย์อึ้งไปครู่หนึ่ง เขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าขวัญจิราติดหนี้รัฐเขตอยู่ไม่ใช่น้อยๆ แต่เขารู้ว่าสิ่งที่เธอจะเอาไปให้รัฐเขตคงไม่ใช่เงินห้าล้านแน่

Ka-nom : ไม่ใช่ แต่คืนนี้ไม่ไปหาแล้วนะ จะกลับบ้านเลย

Rattakhet : ทำไมล่ะ

Ka-nom : คุณดนย์สงสัยว่าเรานัดเจอกัน เลยไม่อยากทำอะไรให้มีพิรุธ

รัฐเขตแปลกใจนิดหน่อยที่เห็นขวัญจิราฝ่าฝืนสิ่งที่เขาเคยขอไว้ เมื่อข้อความของเธอเอ่ยถึงคนที่เขาห้าม แต่คิดว่าเธอคงมีความจำเป็นต้องเอ่ยถึงบุคคลนั้นจริงๆ

Rattakhet : ให้พี่โทรหาตอนนี้ได้ไหม

Ka-nom : ไม่ได้

Rattakhet : เขาอยู่?

Ka-nom : ใช่

Rattakhet : ถ้าไม่มาหาพี่ก็ไม่เป็นไร งั้นเดี๋ยวพี่ไปรับกลับบ้านนะ

พัทธดนย์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งเมื่ออ่านข้อความที่เพิ่งได้รับ รัฐเขตเป็นห่วงเป็นใยแบบนี้ไงเล่า ยัยขนมถึงได้ตกหลุมรักหัวปักหัวปำ 

Ka-nom : ไม่ต้องหรอก พักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้ต้องบินแต่เช้านี่

Rattakhet : ถ้าถึงบ้านแล้วบอกพี่นะ

Ka-nom : อืม

บุรุษทั้งสองต่างวางมือจากอุปกรณ์สื่อสารด้วยความกังวลใจไม่ต่างกัน คนหนึ่งครุ่นคิดว่าอีกฝ่ายจะเชื่อข้อความที่เขาแฝงตัวพิมพ์ส่งไปหรือไม่ ส่วนอีกคนที่แม้จะรู้สึกแปลกกับข้อความของขวัญจิราที่ห้วนผิดวิสัย แต่ก็อดเป็นห่วงเธอไม่ได้ว่าจะกลับถึงบ้านอย่างปลอดภัยจริงหรือเปล่า

เมื่อมั่นใจว่าขวัญจิราจะยังไม่ตื่นขึ้นมาเร็วๆ นี้ พัทธดนย์จึงใช้เวลาพักใหญ่อาบน้ำผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าให้รู้สึกสบายตัวขึ้น เพราะตั้งใจไว้แล้วว่าคืนนี้จะไม่นอน พอทำธุระส่วนตัวเสร็จก็กลับมาจัดการกับโทรศัพท์ของขวัญจิราอีกครั้ง  เขาส่งข้อความไปหารัฐเขตในนามเจ้าของเครื่องว่ากลับถึงบ้านแล้ว จากนั้นจึงลบข้อความที่แฝงตัวโต้ตอบกับรัฐเขตออก เหลือไว้เฉพาะเท่าที่ขวัญจิราตัวจริงเคยสนทนาไว้เท่านั้น แล้ววางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะวางของข้างหัวเตียง โดยไม่ได้ละลาบละล้วงใดๆ เพราะรู้อยู่แก่ใจว่าความลับของรัฐเขตที่เขาต้องการไม่อาจหาได้จากโทรศัพท์เครื่องนั้น

ชายหนุ่มทิ้งตัวลงนั่งบนฟูกใกล้กับร่างที่หลับเป็นตาย ทั้งยังใช้แขนข้างหนึ่งคร่อมร่างนั้นไว้ราวกับกลัวว่าเธอจะลุกหนี และจับจ้องไปที่หญิงสาวไม่วางตา

การอยู่ตามลำพังกับขวัญจิราคราวนี้มันช่างรู้สึกแปลก เพราะที่ผ่านมามักได้ยินเสียงเธอทุ่มเถียงเขาอยู่ตลอด ทว่าตอนนี้เธอเงียบสนิท ซึ่งพัทธดนย์ยอมรับว่ายามเธอสิ้นฤทธิ์ก็น่าเอ็นดูไม่หยอก แต่เขากลับชอบที่ได้รับมือกับขวัญจิราในยามที่มีปากมีเสียงมากกว่า

คิดแล้วก็ไม่อยากเชื่อตัวเองเหมือนกันว่าเพียงเพราะมนุษยธรรมและความรู้สึกผิดนิดหน่อย...เขาจะกล้าถึงขนาดพาเธอมายังห้องพักส่วนตัวที่มีเฉพาะคนสนิทและแม่บ้านทำความสะอาดเท่านั้นที่ได้เข้ามา แต่ก็คงดีกว่าปล่อยให้เธอใหลตายอยู่บนโซฟาในห้องทำงานข้างล่าง

เฮ้อ..อ..อ!! 

จากนี้เขาจะรับมือกับแม่ตัวแสบอย่างไรดีนะ จริงอยู่ว่าเขาตั้งใจจะทำให้ขวัญจิราตกหลุมรัก แต่ถ้าเธอรักเขาไม่มากพอจะทรยศรัฐเขตล่ะก็...การปล่อยให้เธอตื่นขึ้นมาบนเตียงเดียวกับเขาแบบนี้มันก็สุ่มเสี่ยงต่อผลลัพธ์ที่จะเกิดเหลือเกิน ทางที่ดีที่สุด...เขาคงต้องแอบหนีออกไปก่อนที่ขวัญจิราจะตื่น แล้วปล่อยให้เธอหาทางออกจากที่นี่เองโดยไม่ต้องพบเจอใครทั้งนั้น เขารู้ว่าขวัญจิราอาจสงสัยอยู่บ้างว่าเรื่องราวในคืนนี้ดำเนินไปอย่างไร แต่เธอคงไม่อยากหาคำตอบหรอก...ว่าพลาดท่าให้ศัตรูของคนรักจริงหรือเปล่า

พัทธดนย์คิดไปเรื่อยเปื่อยเมื่อต้องอยู่ในความเงียบ ยิ่งมองเธอใกล้ๆ แบบนี้ยิ่งเห็นว่าผมที่สยายอยู่บนหมอนช่างยุ่งเหยิงไม่เป็นระเบียบ เขาจึงเอื้อมไปปัดมัน ทันใดนั้น...ร่างของขวัญจิราที่หลับสนิทมาครู่ใหญ่ก็สะดุ้งน้อยๆ เหมือนตกใจอะไรสักอย่าง มือหนาจึงชะงักอยู่ที่หน้าผากด้านซ้ายตรงไรผมของเธอ

ปฏิกิริยานั้นทำให้สายตาคมกริบเพ่งไปยังส่วนที่เขาสัมผัส แล้วก็พบรอยแผลจางๆ ที่หน้าผากคนขี้เซา เมื่อครู่มือเขาคงไปโดนแผลนั่นเข้าโดยไม่ตั้งใจ เธอจึงสะดุ้งทั้งที่ยังหลับสนิทแบบนั้น

‘ยัยนี่เคยหัวแตกด้วยเหรอ สงสัยตอนเด็กๆ คงป่วนไม่เบาละสิ’ 

เขาสรุปในใจพลางพินิจดูใบหน้าของคนบนเตียงอย่างเผลอไผล แล้วก็เหมือนมีแรงบางอย่างดึงดูดให้โน้มตัวลงไปเรื่อยๆ กว่าพัทธดนย์จะรู้ตัวอีกที ก็ตอนที่ริมฝีปากสัมผัสกับหน้าผากของเธอตรงรอยแผลนั่นแหละ

ชายหนุ่มกะพริบตาถี่เพื่อเรียกสติ ดึงตัวเองให้กลับมานั่งตัวตรงตามเดิมแล้วทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่เป็นไปตามแผนที่วางเอาไว้ เมื่อกี้เขาจุมพิตหน้าผากเธอได้อย่างไรกัน?

หรือทุกอย่างที่เกิดขึ้นจะเป็นเพียงการขุดหลุมหลอกล่อขวัญจิรา

สัญชาตญาณจิ้งจอกนักล่าทำให้พัทธดนย์ระบายลมหายใจออกอย่างเยือกเย็น เมื่อความคิดอยากลองใจตัวเองแวบเข้ามาในหัว เขาโน้มตัวลงไปหาใบหน้านวลอีกหนจืนชิด ใช้ริมฝีปากสัมผัสกลีบปากนุ่มอย่างหมิ่นเหม่ น่าตลกที่พอคิดอกุศลขึ้นมา...ใจก็เต้นระรัว อีกทั้งรสละมุนที่ติดอยู่บนเรียวปากสุดรักก็เชิญชวนให้ถลำ แต่ทำไมความชั่งใจต้องมาเยือนเอาตอนนี้

ไม่ได้...เขาทำต่อไม่ได้

จอมเวทหนุ่มตัดสินใจหยุดทุกอย่างไว้แค่นั้นทั้งที่ยังไม่รู้ผลการลองใจตัวเอง เพราะไม่อยากทำสิ่งที่ยังไม่เห็นประโยชน์

อย่างไรน่ะหรือ...ก็ถ้าเดินหน้าต่อตอนนี้ เขาคงไม่มีโอกาสได้เห็นปฏิกิริยาตอบสนองของขวัญจิรา ไม่มีทางรู้ว่าผู้หญิงที่ปากบอกว่ารักรัฐเขตปาวๆ แต่กลับแสดงความวูบไหวในแววตาเวลาที่เขาอยู่ใกล้ ทั้งหมดนี้มันคืออะไร และอีกอย่าง...เธอคงไม่หลงรักเขาที่เข้ามาจุมพิตทั้งที่หลับใหลอยู่แบบนี้

ถ้าอย่างนั้น สู้เก็บสิ่งที่ค้างคาทั้งหมดไว้หาคำตอบเมื่อเธอมีสติสัมปชัญญะครบถ้วนไม่ดีกว่าหรือ

********************************************

เล่นแบบนี้เลยเหรอคะคุณดนย์ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น