สะพานซ้อนกล

ตอนที่ 39 : สัญลักษณ์ปริศนา 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    28 พ.ค. 63

กว่าจะกลับถึงสำนักงานก็ปาเข้าไปบ่ายสองโมงกว่า ก็พ่อคุณมัวแต่แวะซื้อขนมและผลไม้ ซึ่งขวัญจิราเห็นว่าเขาตั้งใจถ่วงเวลาชัดๆ ที่สำคัญยังลากเธอตามติดไปทุกฝีก้าว ขนาดถึงห้องทำงานแล้วก็ยังหอบคอมพิวเตอร์พกพามานั่งเฝ้าถึงห้องประชุมเล็ก ทำท่ารื้อๆ ค้นๆ อะไรในนั้นโดยไม่ได้ใส่ใจจะสั่งงานด่วนนักด่วนหนานั่นเลย

ถ้าเป็นอย่างนี้เธอคงไม่มีโอกาสห่อของขวัญให้รัฐเขตแน่ ต้องรีบหาทางไล่เขาออกไป “ทำอะไรของคุณน่ะ ถ้าจะทำงานก็กลับไปห้องทำงานคุณสิ”

“ผมก็กำลังส่งเมลล์งานด่วนให้คุณไง จะเอาไหมเงินพิเศษน่ะ”

“ส่งมาทำไม คุณก็ให้ฉันใช้คอมฯ คุณไปเลยก็จบเรื่อง” เธอมองเขาตาวาวใส

พัทธดนย์หรี่ตาลงเล็กน้อยเมื่อได้ยินบางสิ่งที่ไม่เข้าหู “นี่ อย่าคิดว่าผมตามคุณไม่ทันนะ คิดว่าตัวเองฝีมือถึงขั้น ขนาดจะล้วงความลับออกจากคอมพิวเตอร์ของจอมเวทไอทีได้เลยเหรอ”

“ค่ะ ฉันทำไม่ได้ แต่คิดว่าคนใน Wish คงทำได้ อย่างน้อยก็พ่อมดไฮเทคนั่นแหละ หน้าที่ฉันก็แค่ยกคอมฯ ทั้งเครื่องไปให้เขาก็เท่านั้น”

หญิงสาวยอมรับซื่อๆ แต่อวดดีจนเขาหงุดหงิดขนาดลุกขึ้นมายืนประจันหน้ากับเธอ ยังไม่ทันที่การปะทะคารมจะเริ่ม โทรศัพท์มือถือของขวัญจิราก็ส่งเสียงดังขึ้นเสียก่อน จนเจ้าของต้องรีบหันมอง

“ขอเวลานอกแป๊บนึงนะ ขอรับโทรศัพท์ก่อน”

“ใครโทรมาล่ะ รัญชยาหรือรัฐเขต” พัทธดนย์ดักทางไปเรื่อย

“ไม่ใช่ทั้งนั้นแหละ” เธอหันหน้าจอมือถือที่ปรากฏรูปมนสิชาให้เขาดู “เพื่อนฉันเอง”

“คุณจะรับก็ได้ แต่ต้องคุยในห้องนี้” คนขี้ระแวงสั่ง แต่เธอไม่ทำตาม “ลังเลทำไม หรือคุณไม่บริสุทธิ์ใจ”

ขวัญจิรารู้ว่าเขาคงเคืองเรื่องที่เธอแหย่เมื่อครู่ และอาจกำลังระแวงถึงขั้นไม่ให้งานด่วนแก่เธอเสียก็ได้ จึงจำใจยอมคุยกับเพื่อนสนิทต่อหน้าเขา “มิ้นท์ ว่าไง”

“โทรมาบอกเรื่องที่ Wish ให้อิจฉาเล่น” เสียงปลายสายเริงร่าผิดปกติ

“ทำไม เกิดอะไรขึ้น”

“คุณเขตเรียกประชุมใหญ่พนักงาน แล้วประกาศว่า...เนื่องในวันเกิดเขาก็เลยจะให้โบนัสพิเศษหนึ่งเดือนกับพนักงานทุกคน”

“จริงดิ ทำไมฉันไม่ได้อยู่ที่ Wish ในวันนี้วะเนี่ย เสียดาย” ขวัญจิราอุทานเสียงดัง ตัดพ้อชะตากรรมที่ซวยซ้ำซ้อนของตัวเอง ในขณะที่เพื่อนเธอได้โบนัส แต่เธอกลับถูกลดเงินเดือนฮวบฮาบ

“แกจะเสียดายทำไม อยู่ที่ Spell ได้มากกว่านี้อีกไม่ใช่เหรอ” ปลายสายขยี้ซ้ำด้วยความไม่ตั้งใจ

“เมื่อก่อนใช่ แต่ตอนนี้เจ้าของบริษัทเขาขี้งก” เธอพูดทั้งที่เห็นพัทธดนย์จ้องเขม็ง และเขาก็จับตามองเป็นพิเศษตั้งแต่มีชื่อบริษัทคู่แข่งหลุดออกจากริมฝีปากบางแล้ว

ขวัญจิราเอียงหูฟังปลายสายอีกด้าน ก็เหมือนได้ยินเสียงเจ้าของวันเกิดแทรกมาแว่วๆ แต่ฟังไม่ได้ศัพท์ แล้วมนสิชาก็เงียบไป เธอจึงเอ่ยถาม “มิ้นท์ มีอะไรหรือเปล่า”

“ขนม นี่พี่เองนะ” เสียงรัฐเขตดังชัดเจนในโทรศัพท์ รัญชยาบอกเขาว่าขวัญจิราจะมาค้างที่บ้าน พอได้ยินมนสิชาคุยสายกับเธออยู่ จึงเดินเข้ามาขอคุยบ้าง แม้เจ้าของโทรศัพท์จะไม่ค่อยยินดีส่งสายให้นักแต่ก็ขัดเขาไม่ได้

“เอ่อค่ะ...ตอนนี้หนมไม่สะดวกคุยเท่าไหร่นะคะ” สรรพนามที่เปลี่ยนไป ทำให้พัทธดนย์รู้ได้ทันทีว่าปลายสายคงไม่ใช่คนเดิม อีกทั้งเธอยังพยายามจะเดินออกจากห้อง จนเขาต้องรีบลุกขึ้นมาดักหน้าและขวางประตูไว้

“ทำไมล่ะ หรือมีใครอยู่แถวนั้น” รัฐเขตถามเหมือนตาเห็น

หญิงสาวไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องโกหก จึงแขวะคนตัวโตตรงหน้าให้ปลายสายฟังเสียเลย ไหนๆ เขาก็ไม่รู้อยู่แล้วว่าเธอคุยกับใคร “มียักษ์ยืนเฝ้าประตูอยู่ตัวนึงค่ะ”

“งั้นไม่เป็นไร เอาไว้ค่อยคุยก็ได้”

“ค่ะ แล้วเย็นนี้หนมจะรีบไปหานะคะ” ขวัญจิราวางสายแล้วกลับไปนั่งบนเก้าอี้ตัวเดิม

พัทธดนย์ที่เดินตามมารู้ว่าคนที่เธอคุยด้วยท่าทีมีพิรุธนั้นต้องอยู่ใน Wish แน่ แถมยังรับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าจะไปหาให้ได้แบบนี้ยิ่งน่าสงสัย...ว่าคนที่เธอนัดพบจะเป็นรัฐเขต

“ทำไมไม่บอกเขาไปล่ะว่าไม่ต้องรอ เพราะวันนี้คงทำงานไม่เสร็จ”

“ฉันยังไม่รู้เลยว่าคุณจะให้ทำอะไร บางทีฉันอาจจะทำเสร็จทันในเวลาอีกสองชั่วโมงกว่าที่เหลือนี่ก็ได้”

“จะแอบเอาคอมฯ ผมไปให้รัฐเขตล่ะสิ” เขาหยั่งเชิง

“หรือบางทีอาจจะเป็นอะไรที่สำคัญกว่านั้น”

พัทธดนย์แสยะยิ้ม เธอไม่ปฏิเสธ คงนัดกับรัฐเขตจริงๆ “ได้ งั้นมาลองดูว่าฝีมือคุณจะดีเหมือนปากไหม”

“ก็รีบว่ามาสิ ตกลงงานที่จะให้ทำคืออะไร” ขวัญจิราโวยวายเพราะเขาไม่ยอมสั่งงานเสียทีทั้งที่บอกว่าด่วน มัวแต่พิมพ์ข้อความอะไรสักอย่างในโทรศัพท์มือถือ

“เมื่อเช้าผมไปคุยรายละเอียดแคมเปญการตลาดตัวใหม่กับคุณแม็คมา ซึ่งเขาเตรียมการทุกอย่างเอาไว้หมดแล้ว แต่ผมยังไม่พอใจเรื่องงบประมาณ ก็เลยอยากให้คุณช่วยคนขี้งกอย่างผมลดค่าใช้จ่ายหน่อย”

ความจริงแล้วเขาคุยกับเมฆินทร์มากกว่านั้น เมื่อเพื่อนสนิทของเขารู้มาว่ารัฐเขตและรัญชยาจะเดินทางไปยุโรปตั้งแต่เช้าตรู่ของวันพรุ่งนี้ และอยู่ที่นั่นนานกว่าครึ่งเดือน เขาจึงคิดเห็นว่าควรเร่งทำแคมเปญนี้ให้เสร็จโดยเร็วที่สุด

“โธ่! ง่ายจะตาย อยากตัดงบก็แค่ไม่ต้องออกแคมเปญใหม่ก็จบเรื่อง...โอ๊ย!” คนหัวหมอเอามือคลำศีรษะตัวเองแทบไม่ทัน เมื่อโดนพัทธดนย์เขกหัวเข้าอย่างจัง

“กวนประสาทนัก โดนซะบ้าง”

“แหย่นิดเดียวก็ไม่ได้” เธอโวยทั้งยังลูบศีรษะอยู่

“ฟังต่อได้หรือยัง” เมื่อเห็นขวัญจิราพยักหน้าจึงเล่าต่อ “แคมเปญนี้ค่อนข้างใหญ่ สิ่งที่ผมส่งให้ในเมลล์จะเป็นรายละเอียดกิจกรรมย่อยของแคมเปญ คุณอ่านแล้วก็ลองคิดดูว่าจะปรับกิจกรรมตัวไหนให้ได้ผลลัพธ์ใกล้เคียงเดิม แต่ใช้งบประมาณน้อยลงได้บ้าง ถ้าวิธีที่คุณเสนอมันน่าสนใจและได้ผลจริงๆ ผมจะเอาสิบเปอร์เซ็นต์จากค่าใช้จ่ายที่ลดได้มาจ่ายให้คุณ”

ขวัญจิราตาโตเมื่อได้ยินข้อเสนอ ก็งบประมาณที่ใช้ในการตลาดนั้นมหาศาล ไม่รู้หรอกนะว่าเขาเอาเงินมาล่อหรือคิดว่าเธอไม่เก่งพอจะทำได้กันแน่ กระนั้นความคิดแรกที่เข้ามาให้หัวตอนนี้คือวิธีที่ง่ายที่สุด นั่นคือการต่อรอง...เธอต้องต่อรองกับเมฆินทร์ให้เขาลดค่าดำเนินการของบริษัทลง

หญิงสาวไม่รอช้า รีบจัดแจงเปิดอีเมลจากคอมพิวเตอร์พกพาอีกเครื่องที่พัทธดนย์เอามาให้เพื่อดูรายละเอียดในนั้น แต่แล้วความหวังทั้งหมดก็พังทลาย เพราะงบประมาณที่เห็นตอนนี้เป็นราคาที่ต่ำมากแล้ว ตัวเลขพวกนี้ต่ำกว่าที่เธอเคยเห็นจาก Wish ทั้งที่บางกิจกรรมก็คล้ายกัน

น่าแปลก...ทำไมเมฆินทร์เสนองบประมาณแบบไม่มีช่องทางให้ต่อรองได้เลย

“คุณว่า...ถ้าเราต่อรองกับบริษัทคุณแม็คให้ลดราคาลงมาอีก มันจะเป็นไปได้ไหม”

จอมเวทหนุ่มส่ายหัว “เป็นไปไม่ได้ แค่นี้มัน...เอ่อ...เขาก็ไม่รู้จะด่าผมยังไงแล้ว”

พัทธดนย์เผลอเรียกเมฆินทร์อย่างสนิทสนมตามความเคยชิน เพราะจำถ้อยคำของเพื่อนรักที่มันย้ำแล้วย้ำอีกว่าห้ามต่อเพราะคิดราคากันเองให้แล้ว

“งั้นฉันขอเวลาคิดแล้วมาบอกคุณวันจันทร์นะ” เมื่อได้รู้ว่าต่อรองกับเมฆินทร์ไม่ได้ ขวัญจิราจึงหันมาต่อรองกับพัทธดนย์เสียเอง

“ไม่ได้ ต้องทำให้เสร็จวันนี้ สัปดาห์หน้าคุณแม็คเขาจะเริ่มกิจกรรมทั้งหมดแล้ว ถ้าบอกวันจันทร์เขาเปลี่ยนไม่ทันแน่ คราวนี้ต่อให้คุณคิดได้ ก็ไม่ได้เงินอยู่ดี”

“โห! เหลือเวลาแค่สองชั่วโมง จะไปทันได้ยังไง”

เขาเห็นหญิงสาวกังวลหนัก จึงช่วยเสนอทางออกให้ “อยู่ทำโอทีต่อก็ได้”

“แต่เย็นนี้...”

“คุณมีนัด” พัทธดนย์พูดสิ่งที่อยู่ในใจเธอขึ้นมาอย่างรู้ทัน และยังเล่นบทนักบุญช่วยเธอแก้ปัญหาต่อให้ด้วย “ก็โทรไปบอกเขาก่อนว่าติดงาน แล้วสักทุ่มสองทุ่มค่อยไป”

ขวัญจิราสบตาคมกริบอย่างระแวง และยังไม่ยอมทำตามที่เขาเสนอ จนชายหนุ่มต้องยืนยันกับเธออีกครั้ง

“ผมอนุญาตให้คุณโทรหาเขาได้จริงๆ แต่ต้องโทรเฉพาะตอนนี้ และต่อหน้าผมเท่านั้น” คำพูดนั้นทำให้หญิงสาวคิดว่าเขารู้แน่แล้วว่าเธอนัดกับใคร แต่ก็ยังอยากรู้เหตุผลของเขา

“ทำไม?”

“คุณรู้แค่ว่ามันเป็นความสบายใจของผมก็พอ”

คำตอบของพัทธดนย์ไม่ได้ช่วยอธิบายอะไรได้มากนัก แต่ขวัญจิราเดาว่า...“คงกลัวฉันแพร่งพรายเรื่องแคมเปญล่ะสิ ถ้าคุณกลัวขนาดนั้นจะเอามาให้ฉันทำทำไม”

“สรุปว่าจะไม่โทร ไม่ทำงาน และไม่เอาเงินด้วยใช่ไหม”

“เฮ้ย! เดี๋ยวสิ” มือบางคว้าโทรศัพท์แล้วกดหาคนที่เธอนัดเอาไว้ ก่อนรีบบอกทุกอย่างที่จำเป็นในทันทีที่รัฐเขตรับสาย “เอ่อ...หนมติดงานด่วนนะคะ อาจจะไปถึงช้าหน่อย แต่สัญญาว่าไปแน่ค่ะ”

ปลายสายยังไม่ทันได้พูดอะไร ขวัญจิราก็รีบวางไปซะแล้ว

“ดีมาก เอามือถือคุณมาวางไว้บนโต๊ะด้วย ระหว่างนี้ใครโทรเข้าโทรออกผมจะได้เห็น” พัทธดนย์สั่งการเสียงเข้ม แต่เธอไม่ค่อยอยากจะทำตาม “ยังอีก เงินน่ะจะเอาไหม”

“เออ ก็ได้” ถึงจะขัดใจแต่สุดท้ายขวัญจิราก็วางอุปกรณ์สื่อสารลงบนโต๊ะประชุม พร้อมลุยงานต่อ

เธอทยอยอ่านอีเมลที่เขาส่งมาอย่างพินิจพิเคราะห์ แล้วเสนอทุกหนทางที่คิดออก พร้อมขอความเห็นจากเขาเป็นระยะ ซึ่งก็ผ่านบ้าง ไม่ผ่านบ้าง คละเคล้ากันไป จนกระทั่งหกโมงเย็น หญิงสาวเริ่มเมื่อยล้าจากการใช้ความคิดอย่างหนักจนแทบไม่อยากอ่านอะไรให้เมื่อยสมองเพิ่มอีก

พัทธดนย์เองก็พอรู้จึงไล่ให้เธอไปล้างหน้าล้างตาในห้องน้ำของเขา ส่วนตัวเขาเองก็ใช้โอกาสนั้นเก็บข้าวของย้ายกลับไปห้องทำงาน แล้วกลับมานั่งคอยขวัญจิราที่โต๊ะประจำตำแหน่ง ซึ่งบัดนี้มีของบางอย่างวางอยู่

ของที่เขาแอบส่งข้อความให้ปาลิตาช่วยซื้อให้ตั้งแต่บ่าย...ยาแก้แพ้ชนิดง่วงจัด

ขวัญจิราเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยความสดชื่นขึ้นนิดนึง แล้วเดินลอยๆ เพื่อจะกลับเข้าไปยังห้องประชุมเล็ก โดยไม่ได้สนใจความเปลี่ยนแปลงในห้องทำงานนั้นเลย

“ไปไหน?”

“ทำงานต่อไง ฉันเพิ่งทำยอดได้นิดเดียวเอง” เธอหันมาตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนล้า

“ไม่ต้องไปห้องโน้นแล้ว ผมย้ายของคุณมาไว้ห้องนี้หมดแล้ว” พัทธดนย์ชี้ชวนให้ดูที่โซฟาซึ่งบัดนี้มีกระเป๋าเป้ของหญิงสาววางอยู่ และคอมพิวเตอร์ที่เธอใช้ทำงานรวมถึงโทรศัพท์มือถือก็อยู่บนโต๊ะกลางใกล้กัน

ขวัญจิราพยักหน้ารับรู้ เดินอย่างอ่อนเปลี้ยมานั่งบนโซฟา สภาพนั้นทำให้เจ้าของห้องต้องเอ่ยปาก

“ผมว่าคุณไม่น่าจะทำงานต่อไหว พักกินข้าวก่อนไหม เดี๋ยวผมให้แม่บ้านจัดการให้”

“แค่รองท้องก็พอค่ะ เดี๋ยวฉันก็ต้องไปกินข้าวกับพี่...เอ่อ...กับคนที่ฉันนัดไว้อยู่แล้ว” เมื่อเห็นเขามีน้ำใจ คนอ่อนเพลียก็เลยไม่อยากเอ่ยถึงชื่อที่จะทำให้เขาขุ่นเคือง แต่พัทธดนย์ไม่เห็นถึงความตั้งใจดีของเธอเลย

เขาพยายามหาคำตอบอยู่ตลอดว่าทำไมขวัญจิราต้องไปหาพ่อมดแห่ง Wish ในวันนี้ มีอะไรที่จะต้องบอกรัฐเขตให้ได้อย่างนั้นหรือ จะว่าเป็นเรื่องแคมเปญการตลาดก็ไม่น่าใช่ เพราะได้ยินเธอบอกว่าจะไปหารัฐเขตก่อนที่เขาจะสั่งงาน ถ้าอย่างนั้นก็คงเหลือเรื่องเดียว...

สัญลักษณ์บนกระดาษที่เธออ้างว่าเก็บได้นั่นแหละ

**************************

คุณดนย์แกล้งขนมอีกแล้ว แบบนี้ขนมจะได้ไปหาพี่เขตมั้ยนะ ต้องเอาใจช่วยกันนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น