สะพานซ้อนกล

ตอนที่ 38 : สัญลักษณ์ปริศนา 50%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    24 พ.ค. 63

ละแล้วก็มาถึงวันนี้...วันที่ผ้าพันคอผืนยาวที่ขวัญจิราเร่งมือถักเพื่อเป็นของขวัญให้รัฐเขตจวนเจียนจะได้ไปอยู่กับเจ้าของตัวจริงเสียที

เช้านี้เธอเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเป้ใบเก่งพร้อมบอกมารดาอย่างดิบดี ว่าจะไปร่วมงานเลี้ยงวันเกิดของรัฐเขตและถือโอกาสค้างกับรัญชยาเสียเลย แต่สิ่งที่หญิงสาวไม่เคยบอกครอบครัว นั่นคือการเปลี่ยนมาทำงานที่ Spell

ทำไมน่ะเหรอ ก็ไม่อยากมานั่งเป็นจำเลยของป๊ากับแม่แล้วเล่าที่ไปที่มาซึ่งยาวเป็นหางว่าวน่ะสิ แค่ที่เธอนึกจะแต่งตัวอะไรก็ได้ออกจากบ้านมาทำงาน นางอรัญญาก็บ่นแล้วบ่นอีก แต่ขวัญจิราโกหกไปว่า Wish เปลี่ยนนโยบายการแต่งตัวของพนักงาน นางจึงบ่นน้อยลงบ้าง

เพราะฉะนั้น...ให้ป๊ากับแม่เข้าใจว่าเธอยังทำงานอยู่ที่ Wish นั่นแหละดีที่สุดแล้ว

ภายในห้องประชุมเล็กเงียบสนิทเพราะหญิงสาวกำลังใช้สมาธิเพื่อเก็บความเรียบร้อยของผ้าพันคอ กว่าชิ้นงานจะเสร็จสมบูรณ์ก็ปาไปใกล้เที่ยง เธอกะว่าจะไปพักก่อนแล้วจึงค่อยมาจัดการห่อของขวัญให้รัฐเขตในช่วงบ่าย แต่ยังไม่ทันไร โทรศัพท์มือถือก็สั่นเตือนว่ามีข้อความเข้า ทีแรกขวัญจิราคิดว่าใครสักคนใน Wish คงรายงานบรรยากาศงานวันเกิดเจ้าของบริษัท แต่ไม่ใช่ เพราะมันเป็นแค่ข้อความแจ้งว่ามีเงินเข้าในบัญชีเท่านั้น

จริงสิ...วันนี้เงินเดือนออก

ขวัญจิราพินิจข้อความที่ได้รับแล้วข้องใจหนัก เมื่อยอดเงินที่เข้ามาในบัญชีมันต่างจากเดือนก่อนอย่างสิ้นเชิง ก็มันดันลดลงมาเหลือแค่หนึ่งในสามเท่านั้น

พัทธดนย์ต้องเล่นตลกอะไรกับเธออีกแน่

ขวัญจิรากระฟัดกระเฟียดเดินไปกระชากประตูกระจกที่เชื่อมไปห้องทำงานเขาหมายจะเคลียร์ให้รู้เรื่อง แต่มันล็อกจากอีกฝั่ง เมื่อลองส่องเข้าไปก็ไม่เห็นใครเลย รูปการแบบนี้บ่งบอกว่าพัทธดนย์ยังไม่เข้าบริษัท

แปลกจริง...เที่ยงแล้วทำไมเขายังไม่มา

คนฉุนเฉียวก้าวเร็วๆ ออกจากห้องประชุมเล็กผ่านทางเดินไปยังโต๊ะปาลิตา โดยระหว่างทางยังแอบแวะเปิดประตูห้องทำงานผู้บริหารเพื่อความแน่ใจ เพราะถ้ามันยังล็อกอยู่อีกบานก็แปลว่าชายหนุ่มยังไม่เข้าบริษัทจริงๆ ไม่ใช่แค่ลืมปลดล็อกประตูกระจกที่เชื่อมกับห้องประชุมเล็กเหมือนอย่างที่เคยเป็นในบางวัน

ขวัญจิราเดินมาถึงจุดหมายแต่ก็ไม่เห็นใคร ทั้งปาลิตาและฝ่ายพัฒนาฯ ทั้งฝ่าย คาดว่าทุกคนคงไปพักเที่ยงกันหมด ยามนี้เธอหงุดหงิดแต่ไม่รู้จะระบายอารมณ์กับใคร จึงจำต้องเก็บทุกอย่างไว้ก่อนแล้วไปพักเที่ยงเหมือนคนอื่นบ้าง

ในขณะที่เดินผ่านฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ไปยังลิฟท์โดยสาร ดวงตากลมโตก็เหลือบไปเห็นกระดาษแผ่นหนึ่งตกอยู่บนพื้นทางเดิน ด้วยจิตสำนึกที่ดีจึงทำให้มือน้อยๆ เอื้อมหยิบมันขึ้นมา แล้วพลิกซ้ายพลิกขวาดูว่ามันคืออะไร ถ้าเป็นแค่ขยะจะได้ทิ้งให้ถูกที่ถูกทาง

แต่สิ่งที่กระจายอยู่บนกระดาษแผ่นนั้นเป็นเหมือนตัวอักษรที่ถูกแบ่งวรรคทีละสองตัว ไม่ใช่สิ...มันเหมือนรหัสลับหรือสัญลักษณ์อะไรมากกว่า แต่หากมองให้ดีจะพบว่าสัญลักษณ์แต่ละชุดมีองค์ประกอบเหมือนกันคือตัวเลขสี่อาราบิกและสามเหลี่ยมหน้าจั่วซึ่งหันปลายแหลมของจั่วไปทางขวา จะแตกต่างกันก็ตรงที่สีและรูปแบบของอักษรเท่านั้น

ขวัญจิราเพ่งสิ่งที่อยู่บนกระดาษ พยายามคิดว่ามันคืออะไร จะได้นำไปส่งคืนเจ้าของได้ถูกต้อง แต่ความคิดยังไม่ทันแล่นไปไหนก็ต้องสะดุ้งสุดตัว เมื่อมีผู้บุกรุกมาจากทางด้านหลัง

“มาแอบทำอะไรตรงนี้ ไม่ไปพักเที่ยงเหรอคุณ” พัทธดนย์ถามเพราะเห็นว่าหญิงสาวอยู่ในพื้นที่เฝ้าระวังของเขานานเกินความจำเป็น แล้วชะโงกดูสิ่งที่อยู่ในมือเธอ แต่เมื่อเห็นว่ามันคืออะไรก็ถึงกับหน้าถอดสี ตกตะลึงไปชั่วครู่ โชคดีที่ขวัญจิราไม่เห็นอาการเหล่านั้น เพราะเขากลบเกลื่อนได้ทันก่อนที่เธอจะหันมาหา

“มาได้ซะทีนะคุณ ฉันกำลังอยากเคลียร์กับคุณอยู่พอดี”

“เคลียร์เรื่องอะไร เกี่ยวกับกระดาษแผ่นนี้หรือเปล่า” คนมีพิรุธถือโอกาสแย่งกระดาษไปจากมือบางอย่างแนบเนียน ก่อนพับมันลวกๆ แล้วเก็บเข้ากระเป๋ากางเกง

“เปล่า กระดาษนั่นฉันเก็บได้ กำลังดูอยู่ว่าเป็นของใครจะได้เอาไปคืน แต่คุณพับมันไปแล้วอย่างนี้จะเอาไปคืนเจ้าของได้ยังไงล่ะ”

“ช่างเถอะ เดี๋ยวผมจัดการต่อเอง ขอบคุณมาก” พัทธดนย์รีบตัดบทเพราะสัญชาตญาณเขาบอกว่ายังไม่ควรเชื่อคำพูดของขวัญจิรา และทางที่ดีที่สุดก็การเฝ้าระวังเธอไว้ เพื่อป้องกันอะไรหลายๆ อย่าง

“นี่...ฉันมีเรื่องจะถาม คือเมื่อกี้...”

“เดี๋ยวคุณ ผมยังไม่พร้อมตอบอะไรทั้งนั้น ตอนนี้ผมหิวมาก คุณไปกินข้าวกับผมก่อนสิ” เขาขัดเพราะเข้าใจว่าเธออยากรู้อยากเห็นเรื่องสัญลักษณ์นั่น จึงหาเรื่องถ่วงเวลาแล้วค่อยคิดหาคำตอบลวงๆ ให้เธอ

“ไม่ล่ะ ถ้าหิวก็เชิญคุณไปกินคนเดียว ฉันยังมีธุระต้องรีบจัดการ”

ขวัญจิรายั้งปากที่จะถามเรื่องเงินเดือนไว้ทั้งที่ยังหงุดหงิด และเลือกที่จะปฏิเสธเขาเพราะอยากรีบขึ้นมาห่อของขวัญให้รัฐเขต แต่คนฟังไม่ได้เข้าใจแบบนั้น เขากำลังสงสัยว่า เธออาจหาทางติดต่อรัฐเขตเนื่องด้วยสัญลักษณ์ในกระดาษแผ่นนั้น

พฤติกรรมไม่น่าไว้ใจ จำเป็นต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิด

“เอาน่า...ผมเลี้ยง อย่ามัวแต่เล่นตัวอยู่เลย” พัทธดนย์คว้าข้อมือคนตัวเล็กกว่าแล้วออกแรงดึง เมื่อประเมินแล้วว่าหลังจากนี้จะปล่อยให้เธอคลาดสายตาไม่ได้

“เดี๋ยวๆ ฉันไม่ได้เห็นแก่กินนะ” เธอพยายามยื้อแต่สู้แรงเขาไม่ไหวจริงๆ

“ถ้าคุณไม่ไปกินข้าวกับผม ผมจะไม่ตอบคำถามอะไรของคุณทั้งนั้น”

สิ้นคำประกาศิต ขวัญจิราก็หยุดดิ้นรนในทันใด ไม่ได้...ไม่ตอบไม่ได้ เรื่องเงินเดือนมันก็เรื่องใหญ่สำหรับเธอเหมือนกัน

“แล้วคุณจะไปกินที่ไหน”

“ใต้ตึก”

“บ้าสิ พนักงานเยอะแยะ ถ้าเห็นฉันนั่งกินข้าวกับคุณเดี๋ยวเขาก็นินทาอีก แล้วอีกอย่าง เผื่อคำตอบของคุณฟังแล้วไม่เข้าหู ฉันอาจจะยั้งปากไม่อยู่ เผลอด่าคุณเข้า คุณจะขายหน้าพนักงานเสียเปล่าๆ”

“งั้น ออกไปหาร้านเงียบๆ ก็ได้” เขาเสนอทั้งที่คิดว่าไปที่ไหนก็ได้ขอแค่ให้เห็นเธออยู่ในสายตาเป็นพอ

ตอนนี้สมองของพัทธดนย์กำลังถูกใช้งานอย่างหนัก แม้จะพาขวัญจิรามายังร้านอาหารไม่ไกลจากสำนักงาน แต่ก็ยังคิดอยู่ตลอดเวลาว่าจะตอบเธออย่างไรหากถูกถามเกี่ยวกับสิ่งที่อยู่ในกระดาษแผ่นนั้น ซ้ำยังตรวจเช็กเป็นระยะเพื่อให้มั่นใจว่ามันยังคงอยู่ในกระเป๋ากางเกง

มื้อเที่ยงที่แสนอึดอัดผ่านพ้นไปอย่างยากลำบาก ด้วยฝ่ายหนึ่งก็ขุ่นเคือง ส่วนอีกฝ่ายก็ระแวง และทันทีที่ส้อมและมีดถูกรวบ ขวัญจิราก็ชิงเอ่ยคำพูดแรกออกมา

“คนโกหก”

“เฮ้ย! ผมยังไม่ทันพูดอะไรเลย คุณด่าผมทำไมเนี่ย” เขาโวยทั้งที่ยังงงงัน

“ก็คุณไม่รักษาคำพูดนี่ ทำไมเดือนนี้ฉันได้เงินเดือนไม่เท่าเดิม คุณแกล้งอะไรฉันอีกบอกมาซะดีๆ”

“เงินเดือน?”

“ใช่ไง ก่อนหน้านี้คุณบอกว่าจะให้เงินเดือนฉันสามเท่าจากที่เก่า เดือนที่แล้วก็ได้ตามนั้นอยู่หรอก แต่ทำไมเดือนนี้มันได้ปริ่มๆ กับตอนอยู่ที่ Wish เองล่ะ”

ขวัญจิราทั้งโกรธ ทั้งน้อยใจ แต่บุรุษตรงหน้ากลับระเบิดเสียงหัวเราะออกมาหน้าตาเฉย

“นี่น่ะเหรอ เรื่องที่ทำให้คุณกระฟัดกระเฟียดอยู่นานสองนาน” เขาถามทั้งที่โล่งใจไปเปลาะหนึ่ง อย่างน้อยสิ่งที่เธออยากรู้ก็ไม่เกี่ยวกับสิ่งที่เขาอยากปกปิดไว้

“ก็ใช่น่ะสิ เรื่องผลประโยชน์มันไม่เข้าใครออกใครนะเว้ย”

“นี่ พูดจาให้มันเพราะๆ หน่อยสิ” เขาเตือนพร้อมชี้แจง “ผมไม่ได้โกหกคุณซะหน่อย ก็ตอนนั้นผมบอกว่า ‘ตราบใดที่คุณเป็นผู้จัดการฝ่ายการตลาดของ Spell ผมจะให้เงินเดือนคุณสามเท่า’ แต่ตอนนี้คุณไม่ได้อยู่ในตำแหน่งนั้นแล้ว”

“ก็เลยปรับลดเงินเดือนฉันตามใจชอบโดยไม่บอกล่วงหน้าสักคำน่ะเหรอ”

“โดนลดเงินเดือนแค่นี้คุณคงไม่เดือดร้อนหรอก ก็มีคนจ่ายค่าจ้างให้มาทำงานกับผมตั้งห้าล้านไม่ใช่เหรอ”

“ไม่ใช่ซะหน่อย ความจริงฉัน...” ขวัญจิราเกือบหลุดปากบอกเรื่องหนี้ไปแล้ว ดีที่ยังมีสติพอจะกลืนมันลงคอไปได้  “เอาเป็นว่าฉันมีความจำเป็นต้องใช้เงินก็แล้วกัน”

เมื่อเห็นพัทธดนย์ไม่พูดอะไรอีก หญิงสาวก็ใช้ความเงียบนั้นไล่เลียงเหตุการณ์จนถึงวันที่มาอยู่ในตำแหน่งนี้ กับคำพูดของเขาเมื่อครู่ แล้วรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง

“เดี๋ยวนะ ที่คุณบอกตอนนั้นว่าจะให้เงินเดือนฉันสามเท่า ถ้ายังอยู่ในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายการตลาด ทำไมมันเหมือน...คุณรู้อยู่แล้วว่าฉันจะอยู่ในตำแหน่งนั้นไม่นาน คุณวางแผนเอาไว้แต่แรกแล้วใช่ไหม ไอ้คนนิสัยไม่ดี”

ชายหนุ่มเอาแต่ยิ้มโดยไม่คิดจะให้ความกระจ่างใดๆ กับคนช่างคิด แต่ก็ต้องยอมรับว่าเธอมีความเฉลียวใช้ได้ ถึงมันอาจจะช้าไปหน่อยก็ตาม

“ไม่เถียง แปลว่ายอมรับล่ะสิ” ขวัญจิราสรุปความเสร็จสรรพ “แต่ยังไงฉันก็ไม่ยอมหรอก ฉันขอทำข้อตกลงใหม่ว่าจะต้องได้รับเงินเดือนสามเท่าไม่ว่าจะอยู่ตำแหน่งไหนใน Spell ก็ตาม”

เงื่อนไขที่ได้ฟัง ทำให้คนนิสัยไม่ดีที่เธอกล่าวหาอดรนทนไม่ไหวจริงๆ “ตลกละ ผมต้องจ้างคุณแพงๆ เพื่อให้มาถักไหมพรมเล่นไปวันๆ งั้นเหรอ”

“แล้วยังไง จะบีบให้ฉันลาออกไหมล่ะ” หญิงสาวยังไม่ลดละ แต่คู่สนทนาของเธอกลับไม่เห็นด้วย

ไม่สิ...ลาออกตอนนี้ไม่ได้ จะออกไปทั้งที่เธอได้รู้ได้เห็นสัญลักษณ์นั่นแล้วไม่ได้ ถ้าเธอเอาเรื่องนี้ไปบอกใครก่อนถึงกำหนดที่เขาวางไว้ ทั้งเขาและ Spell ก็จบกัน

พัทธดนย์ครุ่นคิดแล้วแสร้งเอามือตบกระเป๋ากางเกงอีกครั้งเพื่อตรวจสอบดูว่ากระดาษแผ่นนั้นยังอยู่ดีหรือเปล่า ก่อนเจรจากับเธออีกรอบ “ไม่ใช่อย่างนั้น แต่เอาเป็นว่า...รอให้คุณมีผลงานเป็นชิ้นเป็นอันและเป็นที่น่าพอใจของผมซะก่อน ถึงวันนั้นผมจะขึ้นเงินเดือนให้”

“สามเท่า?” ขวัญจิราสวนกลับทันควัน

“สองก็พอไหม ‘สองเท่าของที่เก่าก็หลายตังค์อยู่’ คุณเคยพูดไว้ ผมจำได้” ชายหนุ่มทำเสียงล้อเลียนเธอในวันที่ตกลงเรื่องเงินเดือนกันครั้งแรก แม้จะผ่านมาสามเดือนกว่าแล้ว แต่น่าแปลกที่มันยังชัดเจนในความทรงจำ

คนถูกล้อเลียนทำปากขมุบขมิบเหมือนไม่ค่อยพอใจ “แล้วฉันต้องรอถึงเมื่อไหร่กันเล่า ถ้าคุณแกล้งไม่ให้งานฉันก็แย่น่ะสิ”

“ก็เรื่องที่เป็นกันชนระหว่างผมกับคุณหนึ่งไง”

ขวัญจิราทำหน้าเซ็งเมื่อคิดถึงงานที่ตัวเองถูกมัดมือชก แต่เพื่อผลประโยชน์...หลับหูหลับตาทำให้มันจบๆ ก็ได้วะ

“คุณนัดกันเมื่อไหร่ว่ามาเลย ฉันจะไปอาละวาดให้พังกันไปข้างนึง พอใจไหม”

“อะไรจะร้อนเงินขนาดนั้น ตอนนี้เขายังไม่นัดผมเลย แต่ถ้านัดเมื่อไหร่ผมบอกคุณแน่”

“แล้วมีงานอื่นอีกไหมเล่า”

“ก็พอจะมีอยู่บ้าง แต่เป็นงานด่วนที่ต้องทำให้เสร็จวันนี้ คุณสนใจไหม?”

********************************************

มาทายกันนะคะว่าสัญลักษณ์ปริศนานั้นมันคืออะไร ไรท์แอบขโมยมาให้จากกระเป๋ากางเกงคุณดนย์เพื่อทุกคนจะได้ช่วยกันดูค่ะ หน้าตามันเป็นอย่างนี้

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น