สะพานซ้อนกล

ตอนที่ 37 : ภารกิจสำคัญ 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    20 พ.ค. 63

จอมเวทแห่ง Spell เดินออกจากประตูห้องทำงานไป โดยไม่ลืมแวะสั่งปาลิตาให้ตามช่างมาดูช่องแอร์ในห้องประชุมเล็ก และทิ้งให้ขวัญจิรานั่งหนาวสั่นอยู่บนโซฟาในห้องทำงานของเขาเพียงลำพัง

เธอไม่ได้กลัวเขาหรอกนะ แต่ที่ยอมเชื่อฟัง ไม่ซนรื้อข้าวของในห้องเขาคราวนี้ก็เพราะสภาพไม่อำนวยต่างหาก

พัทธดนย์หายไปน่าจะไม่ถึงห้านาทีแล้วก็กลับมาพร้อมชุดคลุมอาบน้ำสีขาวตัวโคร่ง “อ่ะ เปลี่ยนซะ ผมจะได้ให้แม่บ้านเอาชุดคุณไปซัก”

หญิงสาวมองสภาพเสื้อคลุมในมือเขาและไม่คิดจะเอื้อมไปรับมา มันไม่ใช่ของใหม่ถอดด้าม แต่ก็ดูสะอาดสะอ้านจนน่าแปลกใจ...เขาไปเอาชุดนี้มาจากไหนกัน

“ของใครน่ะ”

“ของผมเอง ใช้ได้ ผมไม่ว่า”

“ของคุณ?” คนขี้สงสัยทวนคำ “คุณมีเสื้อคลุมอาบน้ำอยู่ที่ออฟฟิศเนี่ยนะ”

“เถอะน่า ใช้ไปเถอะ เดี๋ยวก็ปอดบวมหรอก” ชายหนุ่มเปลี่ยนเรื่อง “โน่นห้องน้ำ เชิญคุณใช้ได้ตามสบายเลย คราวนี้ผมสัญญาว่าจะไม่แกล้งคุณแล้ว”

“แปลว่าเมื่อกี้คุณยอมรับว่าแกล้งฉันแล้วสิ”

“ยังจะมาคาดคั้นผมอีก รีบไปเปลี่ยนชุดเถอะ ตอนนี้ปากคุณซีดมากแล้วนะรู้ไหม” เขาพูดพร้อมเอาเสื้อคลุมวางบนตักเธอ จากนั้นหญิงสาวที่เคยนั่งตัวสั่นก็รีบหอบมันหายเข้าไปในห้องน้ำแล้วล็อกประตูให้แน่นหนา

พัทธดนย์ได้ยินเสียงกุกกักดังมาจากห้องประชุมเล็กก็เข้าใจว่าช่างอาคารคงมาแก้ปัญหาให้แล้ว แต่ไม่ได้เดินไปดู เพราะตั้งใจจะรอคนในห้องน้ำออกมาก่อน แต่เธอก็หายเข้าไปนานจนน่าสงสัย

“คุณทำอะไรนานนัก ผมให้เปลี่ยนเสื้อผ้านะ ไม่ใช่ให้เข้าไปแอบหลับ”

“เสร็จแล้วๆ” คนในห้องน้ำตะโกนตอบแล้วเปิดประตูออกมาในชุดที่ดูไม่เข้ากับเธอนัก พร้อมยื่นเสื้อผ้าเปียกที่ถูกพับอย่างเรียบร้อยให้เขา รวมทั้งแจ็คเก็ตยีนของเขาด้วย “ฝากแม่บ้านคุณซักให้ด้วยสิ ขอบคุณนะ”

พัทธดนย์รับกองผ้านั้นมาแล้วจัดการคลี่แต่ละชิ้นออกอย่างแรงจนคล้ายสะบัด

“สะบัดทำไม คนอุตส่าห์พับ” ขวัญจิราข้องใจในการกระทำของบุรุษตรงหน้า

“มีแค่นี้เหรอ” เขาถามขณะสำรวจเสื้อผ้าเหล่านั้นแต่ไม่พบสิ่งที่หา จึงเอ่ยถามขวัญจิราด้วยสายตาเจ้าชู้ “แล้วอีกสองชิ้นเล็กอยู่ไหนล่ะ”

คนถูกถามกระชับสาบเสื้อคลุมแน่น ทั้งใบหน้าแดงไม่ต่างจากลูกตำลึง หัวใจก็เต้นผิดจังหวะรุนแรง จนต้องตวาดเพื่อกลบความเขินอาย “เรื่องของฉัน ไม่ต้องยุ่งเลย”

“ตามใจ ถ้าเป็นปอดบวมจะมาโทษผมไม่ได้นะ”

ขวัญจิรามองค้อนให้ทีนึง แต่เขาไม่สนใจเพราะมัวแต่กำรวบเสื้อผ้าเหล่านั้น หญิงสาวที่ไม่รู้ว่าจะจัดการตัวเองอย่างไรต่อไป สุดท้ายจึงเดินไปยังประตูกระจกเพื่อหมายจะออกไปยังห้องประชุมเล็ก

“อ้าว แล้วนั่นจะไปไหน” เสียงชายหนุ่มเอ่ยถาม

“กลับไปห้องโน้นไง”

“บ้าสิ ตอนนี้ช่างอาคารคงแก้ปัญหากันอยู่ในห้องนั้น คุณจะไปทั้งสภาพนี้ได้ยังไง”

“แล้วคุณจะให้ฉันไปอยู่ที่ไหนล่ะ ข้าวของฉันก็อยู่ในนั้น”

“ก็รออยู่ในห้องนี้ไปก่อนจนกว่าพวกช่างจะกลับออกไป คุณจะเอาอะไรบ้างเดี๋ยวผมไปหยิบให้” พัทธดนย์อาสาอำนวยความสะดวกให้เธอ

ขวัญจิรามองคนเจ้าเล่ห์อย่างแคลงใจ ไม่อยากเชื่อว่าเขาจะมีใจดีแบบนี้ แต่ถ้าเขามีน้ำใจก็ยังไม่อยากแผลงฤทธิ์ใส่นัก “เอากระเป๋ากับอุปกรณ์ถักไหมพรมค่ะ ขอบคุณนะคะ”

พัทธดนย์จัดการส่งซักเสื้อผ้าเรียบร้อย โดยไม่ลืมแวะหยิบสัมภาระให้เธอ และถือโอกาสตรวจดูการแก้ปัญหาของช่างไปในตัว นั่นจึงทำให้เขาได้รู้ว่าอาการหยดน้ำที่ช่องแอร์ไม่ได้หนักหนา แต่สิ่งที่เป็นปัญหาจริงๆ คือฝ้าเพดานที่บวมน้ำจนเจียนผุ ช่างจึงขอเวลาซ่อมแซมสักพักใหญ่ๆ

ระหว่างนั้นขวัญจิราจึงได้รับอนุญาตจากเจ้าของบริษัทให้อยู่ในห้องทำงานของเขาจนกว่าห้องประชุมเล็กจะกลับมาอยู่ในสภาพเดิม ซึ่งเธอก็ไม่ได้ยี่หระและจัดการงานฝีมือชิ้นเร่งด่วนของตนต่อบนโซฟานั่นเอง

หญิงสาววางผ้าพันคอที่ถักได้เกินครึ่งผืนลงบนตักเป็นการพักชั่วคราว เมื่อความเมื่อยล้าเข้ามาทักทาย เธอก็ทิ้งหลังพิงกับโซฟา แต่สายตากลับเหมือนถูกบังคับให้มองไปยังโต๊ะที่เจ้าของห้องนั่งทำงานอยู่ 

เฮ้อ!...เวลาที่เขาตั้งใจทำงานนี่ดูดีกว่าตอนที่แกว่งปากหาเสี้ยนเป็นกอง

จอมเวทเจ้าเสน่ห์รู้สึกว่ากำลังถูกจับจ้องจึงมองไปทางต้นตอ แล้วก็เห็นว่าสิ่งที่อยู่บนตักเธอไม่ใช่สเวตเตอร์สีไวน์แดงอย่างเคย “ไม่ถักสเวตเตอร์ต่อแล้วเหรอ”

“ตัวนั้นถักเสร็จจนเอาไปให้เจ้าของแล้ว” ขวัญจิราตอบอย่างผ่อนคลาย เมื่อนึกถึงสองวันก่อนที่เธอแวะเอาสเวตเตอร์ตัวนั้นไปให้หมอทิพย์ที่โรงพยาบาล ป่านนี้ผู้มีพระคุณของเธอคงได้เห็นมันแล้ว เขาจะถูกใจไหมนะ

ทว่าพัทธดนย์ได้ยินแล้วกลับรำคาญใจ เมื่อคิดว่าเธอคงแอบไปเจอรัฐเขตอีกแล้ว “แล้วนี่ถักอะไรอีกล่ะ คนพิเศษของคุณได้สเวตเตอร์ไปแล้วยังไม่พอหรือไง”

“อันนี้ผ้าพันคอค่ะ”

รอยยิ้มนั้นทำให้เขาหมั่นไส้ “ถ้าว่างมากขนาดนั้น ก็มานี่...มาช่วยนวดไหล่ผมหน่อยสิ”

“หือ?”

“ไม่ต้องหือเลย หน้าที่คุณคือรับคำสั่งโดยตรงจากผม จำไม่ได้แล้วเหรอ เพราะฉะนั้นวางของคุณไว้ แล้วเดินมานี่”

ขวัญจิราอยากโวยวายว่าเขาออกคำสั่งที่ไม่ใช่เรื่องงาน แต่คิดอีกที ถ้าได้อยู่ข้างหลังเวลาพัทธดนย์ทำงานก็ดีเหมือนกัน เผื่อจะได้เห็นความลับอะไรบ้าง

“ก็ได้”

หญิงสาวตั้งใจเก็บไหมพรมเรียบร้อย แล้วเดินอ้อมไปหลังเก้าอี้ทำงานเขา แต่พอนวดไปได้ไม่ทันไรก็เริ่มมีเสียงมาระรานอีกแล้ว

“ออกแรงหน่อยสิคุณ ให้นวดนะไม่ได้ให้มาลูบๆ คลำๆ” เขากลับมาปากร้ายอีกแล้ว มันน่าบีบคอให้ตายนัก “อ้าวๆ นวดไหล่ ไม่ใช่บีบคอผมสิ”

ขวัญจิราไม่ตอบหรือส่งเสียงใดๆ แต่ยอมย้ายมือจากต้นคอหนาออกมาสู่ไหล่กว้างตามเดิม แต่เพียงไม่นานโทรศัพท์บนโต๊ะทำงานก็ดังขึ้น ตอนนั้นเธอก็ไม่มั่นใจว่าปลายสายเป็นใคร แต่ได้ยินเสียงเขาพูดตอบแค่ว่า “เหรอครับ...ได้ครับ...เชิญเข้ามาได้เลย ผมกำลังอยากพบอยู่พอดี”

พอวางสายจอมเวทเจ้าเล่ห์ก็ยิ้มร้าย พลางคิดถึงใครบางคนที่มาได้จังหวะจริงๆ

ชายหนุ่มคว้าข้อมือทั้งสองของพนักงานจำใจนวด ก่อนจะดึงมือน้อยๆ มาด้านหน้าอย่างรวดเร็วจนขวัญจิราต้องก้มตัวไปตามแรง รู้ตัวอีกทีเธอก็อยู่ในท่าที่แขนทั้งสองข้างคล้องคอเขาจากด้านหลังเสียแล้ว

หญิงสาวทั้งงงทั้งตกใจและพยายามจะดึงมือออก แต่พัทธดนย์รั้งข้อมือเธอไว้แน่น แล้วกระซิบกระซาบข้างหู “ผมขอเวลาแป๊บเดียว อยู่เฉยๆ ก่อนนะ”

ยังไม่ทันที่ขวัญจิราจะทันได้ถามอะไร ประตูห้องทำงานของเขาก็เปิดออกพร้อมการปรากฏตัวของสตรีนางหนึ่งที่มาพร้อมคำทักทาย “สวัสดีค่ะน้องดนย์ อุ๊ยตายจริง พี่ไม่ทราบว่ามีคนอื่นอยู่ด้วย”

ไม่ต้องเดาก็รู้ว่า ‘คนอื่น’ นั้นหมายถึงหญิงสาวที่ถูกบังคับให้อิงแอบกับเจ้าของห้องอยู่แน่ๆ และยิ่งได้ยินแบบนี้ก็ยิ่งทำให้เธออยากตีตัวออกห่างพัทธดนย์โดยไว แต่เหมือนเขาจะไม่ยอม

“เชิญนั่งก่อนครับคุณหนึ่ง ต้องขอโทษด้วยนะครับที่ไม่ได้ไปเปิดประตูให้ พอดีว่าผม...กำลังติดภารกิจสำคัญ” ชายหนุ่มกล่าวกับผู้มาเยือน โดยตั้งใจใช้ถ้อยคำกำกวม แต่จากบริบทที่เห็นในตอนนี้มันทำให้คิดต่อได้ไม่ยากว่าภารกิจสำคัญของเขาหมายถึงอะไร

“ค่ะ พี่เข้าใจว่าคงสำคัญมาก” สาวใหญ่เจ้าของห้างดังประชดที่เห็นทั้งคู่แนบชิดกัน แต่เธอก็ต้องตกตะลึงมากกว่านั้นเมื่อพินิจมองเครื่องแต่งกายของขวัญจิรา

พัทธดนย์อ่านท่าทีนั้นแล้วไม่อยากพลาดโอกาสในการทำให้หนึ่งฤทัยคิดลึกกว่าเดิม จะมีผู้หญิงที่ไหนใส่เสื้อคลุมอาบน้ำเดินไปเดินมาในสำนักงาน นอกเสียจากว่า...

“ต้องขอโทษอีกครั้งที่คนของผมอยู่ในชุดที่ไม่พร้อมต้อนรับแขกสักเท่าไหร่ พอดีผมเผลอทำชุดเขาเปียกน่ะครับ ก็เลยต้อง...ให้เขายืมเสื้อคลุมผมใส่ไปก่อน” เขาอธิบายเหตุการณ์อันเกี่ยวเนื่องกับการแต่งกายของหญิงสาว  แต่ความกำกวมไม่ได้ลดน้อยลงแต่อย่างใด

ขวัญจิราไม่ได้โต้แย้งหรือใส่ใจนัยยะซ่อนเร้นที่อยู่ในคำพูดเขาเลย เพราะโดนเขาแกล้งให้เปียกปอนจริงๆ สิ่งที่เธอสนใจตอนนี้มีเพียงอาการปวดเมื่อยบริเวณไหล่และหลัง อันเนื่องมาจากการโน้มลำตัวไปตามแรงยื้อของพัทธดนย์

“คุณ...ปล่อยก่อนได้ไหม ฉันเมื่อย” เธอกระซิบแค่พอให้ได้ยินกันแค่สองคน

“โอเคครับ คุณไปถักไหมพรมต่อเถอะ” เขาหันมากระซิบตอบอย่างออดอ้อน และยอมปล่อยเธอเป็นอิสระแต่โดยดี ก่อนจะหันกลับไปพูดกับสาวใหญ่อีกครั้ง “คุณหนึ่งมีธุระอะไรเหรอครับ”

“แหม ก็ตั้งแต่งานที่ห้างพี่วันนั้น ตารางเวลาของเราก็สวนกันตลอด น้องดนย์ก็ยุ่ง พี่ก็ยุ่ง แล้วพี่ก็ยังไม่มีเวลามาขอบคุณน้องดนย์ด้วยตัวเองสักที พี่ก็เลย...”

“สักครู่นะครับ” ชายหนุ่มยอมเสียมารยาทพูดแทรกแขกของตัวเอง เพียงเพราะเห็นขวัญจิราคว้าสัมภาระทำทีจะเดินออกจากห้อง “ขนม...นั่นคุณจะไปไหน”

“ออกไปข้างนอกค่ะ” ความจริงเธอกะจะไปดูว่าห้องประชุมเล็กเรียบร้อยหรือยัง แต่ไม่กล้าเดินผ่านประตูกระจกที่เชื่อมจากห้องนี้เพราะไม่อยากเดินเฉียดใกล้แขกที่นั่งอยู่ จึงคิดว่าจะออกจากห้องทำงานเขาไปก่อนแล้วค่อยวกไปเข้าประตูด้านหน้าห้องประชุมเล็กแทน

“อย่าไปเลยนะ อยู่กับผมในนี้แหละ” เสียงเขาอ้อนอีกแล้ว

“แต่...”

“ถ้าคุณไม่อยากให้ผมทำคุณเปียกอีกรอบก็อยู่ในนี้ ไม่ต้องออกไปไหน เพราะถ้าคุณไม่ทำตามที่ผมบอก ผมไม่รับประกันนะว่าคราวนี้จะมีชุดให้คุณเปลี่ยนอีกหรือเปล่า” คำพูดของชายหนุ่มทำให้สาวใหญ่คิดลึก ทว่าขวัญจิรากลับรู้สึกว่ามันคือการข่มขู่

“ค่ะ อยู่ก็ได้” เธอเสียงแข็ง แล้วนั่งลงที่โซฟาตามเดิม บอกเลยว่าไม่ได้กลัวคำขู่ของเขานะ แค่ยอมๆ ไปเพื่อตัดความรำคาญเฉยๆ

พัทธดนย์ยิ้มกริ่มแล้วหันกลับมาสนทนากับหนึ่งฤทัยอีกครั้ง “เชิญต่อเลยครับคุณหนึ่ง”

“พี่ว่าวันนี้คงไม่สะดวกแล้วล่ะค่ะ เดี๋ยวค่อยนัดน้องดนย์เป็นการส่วนตัวดีกว่า พี่กลับเลยนะคะ” สาวใหญ่เอ่ยลาอย่างไม่สบอารมณ์ แล้วออกจากห้องไป

‘เชิญโรมรันพันตูกันต่อให้พอใจเถอะ น้องดนย์นะ เห็นเงียบๆ แต่เจ้าชู้ไม่เบา ขนาดที่ทำงานก็ไม่เว้น’

ขวัญจิราไม่ค่อยเข้าใจท่าทีของอาคันตุกะรายนี้เท่าไรนัก ทว่าเจ้าของห้องเองก็ทำพฤติกรรมแปลกไม่แพ้กัน

“ไหวไหมคุณ คนอะไร มองประตูแล้วยิ้ม”

“ก็ผมมีความสุขนี่ อย่างน้อยตอนนี้ผมก็รู้แล้วว่าจะให้คุณทำอะไรดี”

“งานเหรอ?” คนถามตาวาว

“ก็ไม่เชิงหรอก เรียกว่าภารกิจสำคัญดีกว่า” พัทธดนย์ค่อยๆ เฉลยทีละน้อย “ผมอยากให้คุณช่วย...เป็นกันชนระหว่างผมกับคุณหนึ่งฤทัยให้หน่อย”

“อะไรกัน แค่ผู้หญิงคนเดียวคุณไม่มีปัญญาจัดการเองเหรอ ถึงต้องยืมมือคนอื่นมาช่วย”

“ก็มือคุณมันได้ผลชะงัดดีนี่” เขายืมมือเธอทีไรได้เรื่องทุกที คราวเรื่องในฝ่ายการตลาดก็ทีนึงแล้ว “ผมขอให้คุณจัดการแค่คนนี้คนเดียว ส่วนผู้หญิงคนอื่นผมจะไม่รบกวนคุณเลย”

หญิงสาวมองหน้าคนที่ขอให้ช่วยอย่างชั่งใจ “ทำไมคุณไม่ใช้วิธีเดียวกับที่จัดการผู้หญิงคนอื่นล่ะ”

“ก็มันไม่ง่ายขนาดนั้นน่ะสิ คนระดับนี้ต่อรองยาก ที่ผมยอมให้เขาสานสัมพันธ์มาจนถึงวันนี้ก็เพราะคุณแม็คขอร้องมา และบริษัทของเราทั้งคู่ก็ยังต้องพึ่งห้าง The One ของเขาอยู่ อีกอย่าง เขาอายุมากกว่าผมตั้งเยอะ ถ้าเขาจ้องจะงาบผมแต่อ้างว่าแค่เอ็นดูเหมือนลูกเหมือนหลาน ผมจะไปปฏิเสธเขาตรงๆ ได้ยังไง”

“แล้วทำไมฉันต้องช่วยคุณ ความจริงมันก็ไม่เห็นเกี่ยวกับฉันเลยสักนิด ถ้าคุณจะโดนใครคาบ เอ๊ย! งาบไป” สถานการณ์เป็นต่อแบบนี้ ขอจิกกัดเขาสักหน่อยเถอะ

“ถ้าผมโดนงาบไปจริงๆ แล้วคุณไม่ห่วงว่าพี่รันของคุณจะอกหักบ้างเหรอ” เขาแนะ

เออใช่...เธอลืมคิดไปเลย

“งั้นเอาอย่างนี้สิ คุณก็ให้พี่รันมาช่วยเล่นเป็นแฟนคุณไง เอ...หรือว่าจะให้เป็นแฟนจริงๆ ไปเลยก็ได้นะ คุณหนึ่งเขาจะได้เชื่อ” เธอเสนอ แต่เขาไม่อยากสนอง

“เอาอีกแล้วนะ ระวังเถอะคำโบราณเขาว่า...แม่สื่อแม่ชัก ไม่ได้เจ้าตัว เอาวัวพันหลัก”

“ด่าฉันอีกล่ะสิ” ขวัญจิราพ้อเหมือนจะยอมรับในคำที่เธอไม่เข้าใจ แต่คิดว่าคงไม่ใช่คำชมเป็นแน่

“มองผมแง่ร้ายตลอดเลยนะ ไม่เข้าใจก็ช่างเถอะ แต่ทางที่คุณเสนอเมื่อกี้มันเป็นไปไม่ได้”

“ทำไม?”

“ข้อแรก...สถานะของผมกับคุณรันตอนนี้เราเป็นคู่แข่งกัน ไม่มีใครเชื่อว่าเราจะคบกันได้ และสอง...คุณรันไม่ได้อยู่กับผมตลอดเหมือนคุณ ถ้าคุณหนึ่งจู่โจมมาแบบวันนี้อีก คุณรันเขาจะวาร์ปมาช่วยผมหรือไง”

“...” ไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากบางอีก ชายหนุ่มจึงถือโอกาสรวบรัดเอาเสียเลย

“เอาเป็นว่าถ้าคุณอยากเก็บผมไว้ให้พี่รันของคุณละก็ คุณต้องช่วยผม”

***********************************

เขียนไปเขียนมาก็เพิ่งเห็นว่าคุณดนย์ก็น่ารักดีเหมือนกันนะ รี้ดว่ามั้ย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น