สะพานซ้อนกล

ตอนที่ 36 : ภารกิจสำคัญ 50%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    14 พ.ค. 63

“ปีนี้เราเตรียมเซอร์ไพรส์อะไรกันดีคะ จะเอาแบบซึ้งหรือจะเอาแบบฮา” ขวัญจิราคุยโทรศัพท์อยู่ในห้องประชุมเล็กซึ่งเธอครอบครองเป็นพื้นที่ส่วนตัวมาแล้วร่วมเดือน

“พี่ว่าเอาธรรมดาๆ ก็พอมั้ง” เสียงรัญชยาตอบกลับผ่านอุปกรณ์สื่อสาร ซึ่งทั้งสองสาวกำลังหารือเรื่องสำคัญ เนื่องจากวันศุกร์ที่จะถึงนี้เป็นวันเกิดของรัฐเขต

ขวัญจิราไม่เคยลืมสักปี ก็ที่ผ่านมาเธอและรัญชยามักจัดการเตรียมงานเลี้ยงวันเกิดให้รัฐเขตร่วมกับพนักงาน Wish เสมอ แต่ปีนี้รัญชยามาแปลกที่ไม่อยากให้เตรียมการอะไรเป็นพิเศษ

“ทำไมล่ะคะ” สาวรุ่นน้องสงสัย

“เหลือเวลาอีกแค่สองวันเอง พี่เตรียมงานไม่ทันหรอก แล้วอีกอย่างวันเสาร์นี้พี่กับพี่เขตต้องบินไปยุโรปแต่เช้า พี่เลยกะว่าจะจัดงานเลี้ยงที่บ้าน จะได้ไม่ต้องเหนื่อยมาก เย็นนั้นขนมก็มาร่วมงานที่บ้านพี่สิ ถ้ากลัวว่าจะกลับดึกก็ค้างบ้านพี่เลยก็ได้ ตอนเช้าค่อยแยกย้าย”

แม่งานเอ่ยปากชวน แต่ขวัญจิรากลับลังเล “แขกคงเยอะ ให้หนมค้างคงไม่สะดวกมั้งคะ”

“หรือว่าพี่จะจัดเซอร์ไพรส์ให้พี่เขตที่บริษัทตั้งแต่ตอนกลางวันเลย แล้วเย็นค่อยจัดงานเลี้ยงส่วนตัวเล็กๆ ขนมมาค้างได้แน่” รัญชยาไม่ละความพยายาม

“อืม ก็ดีนะคะ แต่น่าเสียดายที่หนมไม่ได้อยู่ร่วมงานตอนกลางวันเหมือนปีก่อนๆ ”

“ไม่เป็นไรหรอก แค่ขนมมาพี่เขตก็ชื่นใจแล้ว” รัญชยาหัวใจพองโตแทนพี่ชาย

“ค่ะ หนมไปแน่ แล้วจะเตรียมของขวัญไปให้พี่เขตด้วย แต่พี่รันอย่าเพิ่งบอกพี่เขตนะคะ” ขวัญจิรายิ้มกริ่มขณะมองไปยังอุปกรณ์การถักไหมพรมที่เธอเพิ่งเริ่มต้นถักผลงานชิ้นใหม่ได้ไม่นาน ทว่างานเดินไปกว่าครึ่งแล้ว

ผ้าพันคอสีขาวละมุน...ของขวัญวันเกิดสำหรับรัฐเขต

“จ้าๆ ไม่บอกก็ไม่บอก” ปลายสายรับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะ

“พี่รันคะ แล้วมิ้นท์เป็นไงบ้าง เห็นวันก่อนโทรมาฟ้องหนมว่าโดนพี่เขตแกล้งให้โรเทตไปอยู่ฝ่ายอื่น หนมยังขำอยู่เลย นี่ก็ปลอบมันไปแล้วนะว่าพี่เขตไม่ได้แกล้ง แต่มันไม่เชื่อ” หญิงสาวเชื่อแบบนั้น เพราะเคยได้ยินโปรแกรมฝึกเลขาของ Wish มาก่อน เพียงแต่ไม่คิดว่ามนสิชาจะโดนฝึกในโปรแกรมนี้ด้วยเท่านั้น

”พี่ว่าเดี๋ยวมิ้นท์ก็คงปรับตัวได้ เท่าที่เขามารายงานความคืบหน้าให้ฟังก็ดูจะรู้จักคนโน้นคนนี้เยอะขึ้นแล้ว”

“ฝากพี่รันช่วยดูแลมิ้นท์ด้วยนะคะ”

“จ้า...ขนมไม่ต้องห่วงนะ ตอนนี้ทั้งพี่ทั้งพี่เขตก็คอยเอาใจช่วยมิ้นท์กันทั้งนั้น แค่นี้ก่อนนะ...พี่ต้องไปคุยงานต่อแล้ว”

หลังจากรัญชยาวางสาย ขวัญจิราก็ขะมักเขม้นอยู่กับการถักผ้าพันคอสีขาวนวลต่อไป สาเหตุที่เธอเลือกสีนี้ให้รัฐเขตเพราะมันดูอบอุ่นสบายตา เข้ากับบุคลิกของชายหนุ่มเป็นที่สุด อีกทั้งเขายังชอบสวมเสื้อผ้าสีเข้ม จำพวกสีกรมท่า สีเทา และน้ำตาล หากรัฐเขตได้ใช้ผ้าพันคอผืนนี้คงเหมาะมากทีเดียว

หญิงสาวเร่งมือถักต่อไปได้ไม่นานก็เกิดอาการไม่เป็นสุข เมื่อมีน้ำหยดน้อยๆ กระเซ็นลงมาตรงที่เธอนั่งอยู่ จึงแหงนหน้าขึ้นไปมอง ก็เห็นหยดน้ำเกาะพราวอยู่ที่ฝาครอบช่องแอร์เยื้องศีรษะไปนิดเดียว จนกลัวว่าถ้าขืนปล่อยทิ้งไว้คงหยดลงมาให้ผ้าพันคอที่กำลังเร่งมือถักเลอะเทอะเสียก็ได้

อย่ากระนั้นเลย สำรวจดูเสียหน่อยดีกว่า เผื่อเช็ดๆ ถูๆ แล้วมันจะดีขึ้น 

เธอจัดการเก็บอุปกรณ์ถักไหมพรมลงกระเป๋าเรียบร้อย แล้วถกแขนเสื้อยืดสีขาวขนาดพอดีตัวให้ถนัดถนี่ ก่อนจะปีนขึ้นไปยืนบนโต๊ะประชุม เพื่อหมายจะสำรวจช่องแอร์ที่น้ำหยดลงมา

ดีเหลือเกินที่ Spell ไม่บังคับพนักงานให้ใส่ชุดทำงานที่เป็นทางการ ไม่อย่างนั้นคงนึกไม่ออกว่าเธอจะปีนโต๊ะประชุมทั้งชุดกระโปรงแทนที่จะเป็นกางเกงขายาวลายกราฟฟิกแบบนี้ได้อย่างไร

หญิงสาวระมัดระวังในการทรงตัวและเลี่ยงหลบละอองน้ำที่กระเซ็นลงมา เมื่อเอื้อมจับฝาครอบช่องแอร์นั้นก็หัวเสียนิดหน่อย เพราะมือทั้งสองข้างถูกฉาบด้วยคราบฝุ่นที่จับตัวกันจนเลอะเทอะ

‘ถอดออกมาล้างเสียเลยดีไหม’ ความคิดที่ดังในใจทำให้ขวัญจิราลองขยับฝาครอบนั่นดูก็เหมือนว่ามันจะเปิดออกได้ แต่ก็ไม่รู้ว่าติดอะไรถึงดึงเท่าไหร่ก็ไม่ออกเสียที หรือเธอจะออกแรงน้อยไป

คนหวังดีตั้งท่ายืนให้มั่นคงก่อนออกแรงดึงฝาครอบช่องแอร์อีกครั้ง โดยไม่รู้ตัวเลยว่ายามที่มือทั้งสองชูขึ้นจนสุดนั้น ชายเสื้อมันถกร่นจนเผยให้เห็นผิวเนียนช่วงเอว

“ไปทำอะไรบนนั้นน่ะ” เสียงพัทธดนย์เอ่ยทักอย่างแปลกใจ เมื่อเดินเข้ามายังห้องประชุมเล็กแล้วเห็นภาพที่ไม่คาดฝัน

“น้ำแอร์มันหยด ฉันเลยปีนขึ้นมาดู ตอนนี้เลยเจอทั้งน้ำทั้งคราบฝุ่นเลยเนี่ย” ขวัญจิราตอบบุรุษที่ได้ยินเสียงเขาแว่วมาจากทางด้านหลัง แต่ยังไม่ว่างพอจะหันไปมอง “คุณว่างไหม ช่วยหาผ้าให้ฉันสักผืนสิ”

ชายหนุ่มไม่ได้ออกไปหาของที่เธอต้องการ แต่กลับเดินเข้ามาใกล้หญิงสาวมากขึ้นเรื่อยๆ จนถึงด้านหน้าเธอ แล้วก็อุทานทันทีที่แหงนหน้าขึ้นมอง

“โห!!” 

คนอยู่ที่สูงกว่าคิดว่าเขาคงเห็นความเสียหายของทรัพย์สินบริษัท จึงแนะให้ “คุณน่าจะให้คนมาตรวจเช็กหรือทำความสะอาดบ้างนะเนี่ย”

ขวัญจิราไม่ได้ยินพัทธดนย์ตอบโต้ใดๆ กลับมา เขาเงียบผิดวิสัยที่ควรจะเป็น จึงเหลือบตามองลงมา แต่สิ่งที่เห็นกลับไม่เป็นอย่างที่คิด เพราะชายหนุ่มไม่ได้มองช่องแอร์ที่ปลายมือเธอ แต่เขามองต่ำกว่านั้น

หญิงสาวเพิ่งรู้เดี๋ยวนี้เองว่าสิ่งที่อวดสายตาเขาอยู่ตอนนี้คือเนื้อช่วงเอวที่เปลือยเปล่าของเธอ และถ้าเขามองช้อนขึ้นมาอีกนิด คงเห็นอะไรที่มากกว่าเอวเสียก็ได้

ด้วยความตกใจสุดขีด ขวัญจิราจึงดึงมือลงมาหมายจะปิดเอวเนียน จนลืมไปว่ามือทั้งสองนั้นเลอะเทอะเพียงใด ผลที่ได้คือชายเสื้อของเธอกลายสภาพจากสีขาวเป็นลายกะด่างกะดำไม่ต่างจากลายกราฟฟิกบนกางเกงเท่าไหร่

“เสื้อลายสวยดีนะคุณ แฟชั่นใหม่เหรอ” พัทธดนย์เย้าอย่างอารมณ์ดี ขณะมองเธอย่อตัวแล้วลงจากโต๊ะ

“ไม่ต้องพูดมากเลย ฉันอุตส่าห์ระวังไม่ให้โดนน้ำหยดใส่ แล้วทำไมต้องมาเลอะเพราะคุณด้วยเนี่ย” หญิงสาวกล่าวอย่างแค้นเคืองเมื่อลงมาสู่พื้นห้องได้สำเร็จ แต่เธอจะไม่ยอมเลอะคนเดียวแน่ “คุณอยู่นิ่งๆ เลยนะ”

ขวัญจิรากระโจนเข้าหาหมายจะคว้าเอาแจ็คเก็ตยีนของเขามาต่างผ้าเช็ดมือ แต่ความไวยังเป็นรองจอมเวทไอทีอยู่หลายขุมจึงพลาดเป้า กระนั้นคนอย่าง ‘ขนมบ้าบิ่น’ ไม่ยอมแพ้หรอก เธอคำนวณทิศทางที่จะพุ่งเข้าหาเป้าหมายอีกรอบ ทว่า...พัทธดนย์รู้ว่าเธอจะแก้แค้นจึงขอต่อรอง

“หยุดก่อน ผมมีข้อเสนอ ถ้าคุณไม่ทำเสื้อผมเลอะ ผมจะให้คุณยืมใช้ห้องน้ำส่วนตัว คุณจะได้ไม่ต้องเดินออกไปข้างนอกทั้งสภาพเลอะเทอะแบบนี้ โอเคไหม”

“ก็น่าสนใจนะ แต่มันไม่สะใจนี่”

“จะมาเอาความสะใจอะไรกันล่ะ คุณก็ชอบเล่นเป็นเด็กๆ ไปได้”

“โว้ะ! เลิกเล่นก็ได้” ขวัญจิราหายใจออกแรงๆ อย่างเบื่อหน่าย ไม่ชอบเลยเวลาคนที่นี่ว่าเธอเป็นเด็ก “คุณก็เปิดประตูให้ฉันหน่อยสิ มือเลอะ”

พัทธดนย์เปิดประตูกระจกให้ตามคำขอ เพื่อนำคนตัวเล็กกว่ามายังห้องทำงานส่วนตัวแล้วเปิดประตูห้องน้ำในนั้นแถมให้อีกบาน พร้อมหันมากำชับ “ก๊อกที่อ่างล้างมือมันเสียนะ คุณเดินเข้าไปใช้ฝักบัวอาบน้ำเลยก็แล้วกัน เปิดฝักบัวให้สุดเลยก็ได้ น้ำมันไม่ค่อยแรง”

หญิงสาวพยักหน้ารับทราบก่อนเดินเข้าไปในห้องน้ำโดยไม่คิดจะปิดประตู เพราะเธอแค่เข้าไปล้างมือและทำความสะอาดเสื้อผ้าบางส่วนเท่านั้น แต่ทันทีที่เปิดฝักบัว แรงดันน้ำมหาศาลทำให้เธอสะดุ้งและหลบไม่ทัน ผลที่ได้ความเปียกปอนจนพัทธดนย์ต้องพยายามกลั้นหัวเราะอย่างเต็มที่เมื่อเห็นสภาพสาวน้อยตกน้ำอยู่คาตา

ขวัญจิราเห็นท่าทีเจ้าของห้องก็นึกเฉลียวใจ จึงรีบปิดฝักบัวแล้วรี่มาเปิดก๊อกน้ำอ่างล้างมือแล้วพบว่ามันใช้การได้ปกติ ไม่ได้เสียอย่างที่เขาบอก

“คุณดนย์ คุณแกล้งฉันใช่ไหม” เธอกัดฟันเรียกชื่อตัวต้นเหตุที่ทำให้เธอชุ่มโชกไปครึ่งค่อนตัว แต่อีกฝ่ายกลับไม่ได้คิดจะเย้าแหย่อะไรเพิ่ม เพราะเขากำลังมองอย่างอื่นที่น่าสนใจมากกว่า

ความเงียบที่เข้าปกคลุมห้องครั้งนี้ทำให้หญิงสาวรู้สึกถึงความผิดปกติ ‘เอาอีกแล้ว...อีตาบ้านี่มองอะไรอีกก็ไม่รู้’

หญิงสาวมองตามสายตาเขาแล้วก็ถึงกับหน้าแดงจนต้องรีบยกแขนทาบอก เพราะสิ่งที่เขาจับจ้องอยู่คือเสื้อขาวที่ลู่แนบเนื้อด้วยความเปียก

“จะมองฉันอีกนานไหม” คนถูกมองโวยวายลั่น พร้อมอาฆาต “มันน่าจิ้มตาให้บอดนัก”

“ผมไม่ได้ตั้งใจนะ แต่เสื้อคุณมันทั้งสั้นทั้งบาง อยู่ๆ มันก็เห็นเอง ผมก็เลย...” พัทธดนย์ดูผ่อนคลายและอารมณ์ดีกว่าปกติ ผิดกับหญิงสาวตรงหน้าเขาอย่างสิ้นเชิง

“ไม่ต้องพูดเลย...ไอ้คนฉวยโอกาส” เธอไม่อยากฟังคำอ้างของเขา แต่อยากแก้ปัญหาของตัวเองมากกว่า “ฉันลากลับบ้านได้ไหมเนี่ย สภาพแบบนี้คงอยู่ทำงานต่อไม่ได้”

“ก็สภาพแบบนี้แล้วจะกลับบ้านได้ยังไง คนบนท้องถนนได้แตกตื่นกันหมด ทีนี้ไม่ใช่แค่ผมคนเดียวที่เห็นแล้วนะ”

ขวัญจิราตีความไม่ออกว่าเขาเป็นห่วงหรือล้อเลียน แต่ที่รู้คือการมองของเขามันทำให้ใบหน้าร้อนวูบวาบ ทั้งที่เนื้อตัวเย็นเฉียบ 

“แล้วจะให้ฉันทำยังไงเล่า” เธอแผดเสียงและกระชับแขนที่ทาบอกไว้มั่น เมื่อร่างกายเริ่มสั่นเพราะความเย็นจากเสื้อผ้าที่เปียกชื้น

พัทธดนย์เห็นแบบนั้นก็อดเห็นใจไม่ได้ เขาถอดเสื้อแจ็คเก็ตยีนของตนคลุมให้เธอโดยไม่สนแล้วว่าตอนนี้มันจะต้องเลอะเทอะหรือเปียกปอนมากแค่ไหน แล้วพาคนตัวสั่นเทาออกมาจากห้องน้ำพร้อมออกคำสั่ง “รออยู่ในนี้ก่อนนะ อยู่เฉยๆ ห้ามดื้อ ห้ามซน ถ้าผมกลับมาแล้วพบว่าข้าวของขยับแม้แต่ชิ้นเดียวละก็...คุณแย่แน่”

“แล้วคุณจะไปไหน”

“ไปหาชุดให้คุณเปลี่ยนน่ะสิ”

**********************************

เอ๊ะ!!...คู่นี้มันยังไง ยังไงกันน้าาา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น