สะพานซ้อนกล

ตอนที่ 35 : เลือดเย็น 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    8 พ.ค. 63

ข่าวการเปลี่ยนตำแหน่งของขวัญจิราแพร่สะพัดไปทั่ว Spell อย่างรวดเร็ว ไม่ทันไรเธอก็มาทำงานอยู่ในห้องประชุมเล็กข้างห้องผู้บริหารบริษัทซะแล้ว แต่จะบอกว่ามาทำงานก็คงไม่ถูก เพราะตั้งแต่ย้ายมาอยู่ที่นี่ พัทธดนย์ยังไม่เคยมอบหมายงานอะไรที่เป็นชิ้นเป็นอันให้เลย ครั้นจะเข้าไปค้นห้องเขาอีกก็ยังไม่สบโอกาส เพราะชายหนุ่มจับตามดูความเคลื่อนไหวของเธออยู่ตลอด มิหนำซ้ำเขายังล็อกประตูกระจกที่เชื่อมมายังห้องประชุมเล็กในยามที่เขาออกไปธุระข้างนอกหรือต้องการความเป็นส่วนตัว

สิ่งที่ขวัญจิราพอจะทำได้ตอนนี้จึงเป็นเพียงการเก็บข้อมูลจากคนที่อยู่รายล้อมพัทธดนย์เท่านั้น

เธอพูดคุยกับปาลิตา เลขาของเขาจนสนิทสนม และเพื่อไม่ให้ตัวเองรู้สึกเบื่อมากจนเกินไป ก็จัดการเอาสเวตเตอร์ไหมพรมมาถักต่อในที่ทำงานเสียเลย แถมออกมานั่งถักที่โต๊ะทำงานของปาลิตาอีก ใครผ่านไปผ่านมาจะได้เห็นว่าพัทธดนย์งี่เง่าแค่ไหนที่เสียเงินจ้างเธอมา

“ไหมพรมสีไวน์แดงนี่สวยนะ น้องขนมเก่งจัง ถักเสื้อได้ขนาดนี้” ปาลิตาเอ่ยชม “ถักใกล้เสร็จแล้วใช่ไหมคะเนี่ย”

“ค่ะ เหลือแค่เก็บงานอีกนิดหน่อยก็จะเสร็จแล้ว”

“แล้วนี่ถักให้ใครเอ่ย พี่ว่าเสื้อดูตัวใหญ่เกินกว่าน้องขนมจะใส่เองนะ”

ขวัญจิรายิ้มกว้าง แต่กลับตอบอ้อมแอ้ม “ถักให้คนพิเศษค่ะ”

“แฟนเหรอ?”

ยังไม่ทันที่คนถักจะเอื้อนเอ่ยใดๆ พัทธดนย์ที่ไม่รู้ว่าโผล่มาจากไหนก็ขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน “ผมว่าไม่ใช่แฟนหรอกครับพี่ปลา น่าจะเป็นคนที่ขนมแอบรักเขาข้างเดียวซะมากกว่า”

“...” หญิงสาวหมดอารมณ์ตอบโต้อย่างสิ้นเชิง

“ไม่ตอบ แปลว่ายอมรับสินะ” ชายหนุ่มกระเซ้า

“ว้า...หมดเวลาสนุกแล้วค่ะพี่ปลา เจ้านายมาแล้ว หนมขอตัวไปทำงานก่อนนะคะ” ขวัญจิราพูดกับเลขาส่วนตัวของพัทธดนย์ แต่กลับมองเขาด้วยใบหน้ายียวนอย่างถึงที่สุด พร้อมเก็บข้าวของกลับไปยังห้องประชุมเล็กเหมือนเดิม

พัทธดนย์เดินเข้าห้องของตัวเองบ้าง แต่ก็ทำงานไม่เป็นสุขเพราะความยียวนของหญิงสาวเมื่อครู่มันกวนใจมากเสียจนไม่เป็นอันทำอะไร

ทำไมเธอถึงพยศนักก็ไม่รู้

ชายหนุ่มรู้ตัวอีกทีก็เมื่อเขาพาร่างสูงสง่าของตัวเองเข้ามายังห้องประชุมเล็กเสียแล้ว และที่นั่นคู่กรณีของเขาก็กำลังถักไหมพรมอยู่อย่างสบายใจ

“ไงครับ คุณหัวหน้าสเปเชี่ยลทีม งานยุ่งมากเลยเนอะ มือเป็นระวิงขนาดนี้” มาถึงเขาก็หาเรื่องเข้าให้ 

“สเปเชี่ยลทีมอะไรของคุณ ทั้งทีมมีฉันอยู่คนเดียว” เธอโวยวายแต่ยังจดจ่อกับการถักไหมพรม

“ก็ผมยังหาลูกทีมให้คุณไม่ได้ ทั้งบริษัทนี่จะหาคนที่ไม่คิดว่าคุณเป็นเด็กอ่อนหัดหรือเด็กเส้นน่ะคงไม่มีแล้ว” พัทธดนย์สาแก่ใจหน่อยๆ ที่เหน็บแนมเธอได้

“นี่คุณ!!”

“แล้วไงเนี่ย ผมเข้ามาช้าหน่อย นี่ถึงกับเอาไหมพรมไปถักข้างนอกเลยเหรอ”

“ค่ะ และถ้าคุณมาช้ากว่านี้ ฉันคงได้เปิดคอร์สสอนถักไปแล้ว น่าจะได้ลูกศิษย์มากอยู่ เพราะฉันเห็นคนในฝ่ายพัฒนาฯ มองฉันอยู่หลายคนเลยนะ”

ก็ดีที่แค่มอง และยังไม่มีใครได้สนทนากับเธออีกนอกจากปาลิตา ซึ่งเชื่อว่าเธอจะไม่ได้ข้อมูลใดๆ เกี่ยวกับเขามากไปกว่าตารางนัดหมายในแต่ละวัน ส่วนคนในฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีไม่ถึงสิบคน เขาก็กำชับทั้งหมดไว้แล้วว่าห้ามพูดคุยกับขวัญจิราเด็ดขาดไม่ว่ากรณีใดๆ ก็ตาม

“พวกเขาคิดว่าคุณทำอะไรประหลาดล่ะสิไม่ว่า” ชายหนุ่มเดินเข้ามาใกล้เพื่อหมายจะดูสิ่งที่อยู่ในมือเธอให้ชัดๆ  “ไหนขอดูหน่อยซิ”

“อ๊ะ...ดูแต่ตา มืออย่าต้องสิคุณ” คนขี้หวงท้วงทันทีที่พัทธดนย์จะหยิบสเวตเตอร์ตัวนั้น แล้วรีบกอดมันไว้แนบอกราวกับเป็นของล้ำค่า “เดี๋ยวเจ้าของเสื้อตัวนี้เขาจะไม่พอใจที่มีร่องรอยของคนอื่นที่ไม่ใช่ฉันปนมาด้วย”

เขาส่ายหัวที่ถูกขัดใจ แต่ก็ยอมรามือ “นี่น่ะเหรองานที่คุณบอกว่าถนัดมากกว่าการวิจัยตลาด”

“ก็ไม่เชิงค่ะ แต่คุณไม่สั่งงานอะไรสักอย่าง ให้ฉันเดินไปเดินมาในห้องประชุมคนเดียว...มันก็น่าเบื่อ”

“งั้นบอกมาว่าคุณชอบทำอะไร”

“วางแผน” ขวัญจิราเห็นคิ้วเขาขมวด จึงขยายความเพิ่ม “ฉันหมายถึงวางแผนการตลาด พวกออกแบบสื่อ คิดแคมเปญ จัดอีเว้นท์อะไรพวกนั้นน่ะ”

“งานแบบนั้นผมจ้างบริษัทข้างนอกทำทั้งหมดแล้ว” ชายหนุ่มบอกข้อมูลที่ขวัญจิราเคยรู้มาจากเอื้องลดาแล้วว่า Spell จ้างบริษัทของเมฆินทร์จัดการแผนสื่อสารการตลาดทั้งหมดให้ แต่...

“Wish ก็จ้างบริษัทคุณแม็คเหมือนกัน แต่ฉันก็ยังเป็นคนคิดได้นี่ เราแค่ให้เขาทำตามที่เราคิด ไม่ต้องให้เขาคิดให้เรา”

“เหรอ แล้ว Wish ทำยังไงอีก”

“ก็...” หญิงสาวยกมือปิดปากแทบไม่ทัน เกือบไปแล้ว เกือบหลุดปากตอบในสิ่งที่เขาหลอกถาม

“หึ หึ” พัทธดนย์หัวเราะในลำคอแล้วยิ้ม “เอาเป็นว่าถ้ามีงานประมาณนั้นผมจะลองให้คุณเสนอไอเดียนะ แล้วก็ขอบคุณมาก ที่อาสาจะช่วยงานของ Spell อย่างเต็มที่”

”ค่ะ รับรองได้เลยว่าคุณจะได้กำไรป่นปี้แน่ๆ” เธอตั้งใจกวนประสาทเขาเต็มที่

“ฟังดูไม่ค่อยเจริญหูเท่าไหร่เลยนะ แต่ถ้าผมได้กำไรป่นปี้อย่างที่คุณว่า ผมจะตอบแทนความตั้งใจทำงานของคุณอย่างสาสมเหมือนกัน” เขาเน้นเสียงประโยคหลังให้หนักแน่นจนคล้ายข่มขู่

“อย่ามาขู่ฉันเสียให้ยากเลยคุณดนย์ คุณก็รู้ว่าฉันไม่กลัว”

“ใช่ ผมเคยเห็นมากับตา ตอนที่ผมแกล้งจะบีบคอคุณ...แววตาคุณไม่สะทกสะท้านสักนิด”

“รู้ก็ดีค่ะ พูดแล้วจะหาว่าคุย ฉันน่ะ...เคยประจันหน้ากับโจรที่ดักจี้ฉันมาแล้วด้วย” เธอพูดถึงเหตุการณ์เมื่อครั้งอดีตเมื่อเจ็ดปีก่อน

“คุณเนี่ยนะ” เขาไม่อยากเชื่อ แต่ก็ยังอยากรู้ “แล้วผลเป็นไง”

“สุดท้ายโจรมันก็หนีไปน่ะสิ” ขวัญจิราเล่าข้ามไปหลายช็อต เหลือเฉพาะประเด็นที่จะสนับสนุนให้ภาพลักษณ์ของเธอยังคงดูดีเท่านั้น

“ผมรู้แล้วว่าคุณเก่ง ไม่กลัวตาย...แต่กลัวอย่างอื่นมากกว่า”

“กลัวอะไร?”

พัทธดนย์ส่งสายตาเป็นประกายวิบวับมาพิฆาตคนตรงหน้าเขาอีกแล้ว “คุณกลัวตัวเองจะเปลี่ยนใจจากรัฐเขต มาหา...”

“หยุดเลย” หญิงสาวแทรกก่อนที่เขาจะพูดสิ่งที่เธอไม่อยากได้ยินออกมา “ไม่ว่าคุณกำลังคิดอะไรอยู่ ขอให้รู้ไว้ว่ามันไม่มีทางเกิดขึ้นแน่นอน”

ยิ่งได้ยินแบบนี้ จอมเวทหนุ่มยิ่งอยากเอาชนะ “โอเค งั้นเชิญคุณถักเสื้อให้ ‘คนพิเศษ’ ของคุณต่อไปเถอะ และหวังว่าเขาจะรักคุณตอบในเร็ววัน”

“ค่ะ คุณก็เหมือนกัน หวังว่าเจอคนที่จะรักคุณได้ในเร็ววัน แต่ก็อย่าลืมรับพี่รันไว้พิจารณาด้วยล่ะ” ขวัญจิรายังคงทำหน้าที่แม่สื่ออย่างไม่ขาดตกบกพร่อง บางทีอาจจะดีเกินไปด้วยซ้ำ

“คุณนี่ก็แปลกนะ เขาจ้างคุณมาเท่าไหร่ คุณถึงได้ทำเพื่อสองพี่น้องตระกูลนั้นมากมายนัก”

“คงสัก...ห้าล้านล่ะมั้ง” หญิงสาวไม่ได้หมายถึงพูดถึงค่าจ้างอย่างที่เขาว่า แต่หมายถึงหนี้สินที่ครอบครัวเธอมีอยู่ต่างหาก

“รัฐเขตนี่ใจป้ำไม่เบานะ แต่จะว่าไปก็เลือดเย็นใช้ได้ แค่ทำให้คุณหลงรักหัวปักหัวปำก็ว่ามากแล้ว นี่ยังจะใช้เงินฟาดอีก” พัทธดนย์วิเคราะห์คู่แข่งของเขาเป็นฉากๆ

“คุณดนย์ คุณไม่มีสิทธิ์มาตัดสินพี่เขตแบบนั้นนะ”

“ผมรู้ว่าสำหรับคุณแล้วเขาวิเศษมาก แตะนิดแตะหน่อยไม่ได้”

“ใช่สิ เพราะเขาไม่เคยเอาความลับทางธุรกิจของคู่แข่งมาสร้างความได้เปรียบให้ตัวเองเหมือนคุณ” สายตาของขวัญจิราบ่งบอกว่าไม่ได้โกหก เธอเข้าใจแบบนั้นจริงๆ

ชายหนุ่มเหยียดยิ้มทั้งที่ใจไม่ได้อยากยิ้มเลยสักนิด เขาไม่เถียงที่เธอว่ารัฐเขตไม่เคยหาประโยชน์จากความลับของคู่แข่ง แต่ถ้าไม่ใช่คู่แข่งล่ะ...

“ถ้าอย่างนั้นคุณเองก็ไม่มีสิทธิ์มาตัดสินผมเหมือนกัน ในเมื่อสิ่งที่คุณเข้าใจ มันมีความจริงอยู่ไม่ถึงครึ่งด้วยซ้ำ”

“งั้นก็บอกฉันมาสิ ไอ้ความจริงที่คุณว่าคืออะไร ฉันจะได้เข้าใจคุณเสียใหม่ไงคะ”

“ผมไม่ได้หวังให้คุณมองผมดีไปกว่านี้หรอก แค่อยากให้มองรัฐเขตอีกมุมนึงบ้าง ถ้าสักวันคุณรู้ว่าเขาไม่ได้แสนดีอย่างที่คุณคิด คุณจะทำยังไง” ชายหนุ่มตั้งคำถามให้เธอคิดตาม แต่...

“ไม่มีทาง ฉันรู้จักพี่เขตและทุกคนในครอบครัวเขามาค่อนชีวิต พี่เขตไม่มีทางเป็นอย่างที่คุณว่า”

“แต่คุณก็ไม่ได้อยู่กับเขาตลอดเวลา แล้วคุณแน่ใจได้ยังไงว่าเขาไม่ได้ไปแอบทำอะไรไม่ดีไว้”

“คุณคิดจะใส่ร้ายอะไรเขาก็พูดมาตรงๆ เลยดีกว่า” ขวัญจิราเหลืออดกับทุกคำที่เขาตั้งใจเสี้ยมให้เธอกับรัฐเขตแตกกัน จึงขึ้นเสียงใส่ พร้อมทั้งคิดว่าไม่ว่าพัทธดนย์จะพูดอะไรมา เธอจะต้องหาทางหักล้างและพิสูจน์ให้ได้ว่าพี่เขตของเธอไม่ได้เป็นอย่างที่เขากล่าวหา

แต่ยังไม่ทันที่พัทธดนย์จะได้พูด ปาลิตาก็เดินมาเคาะประตูกระจกเสียก่อน การสนทนาอันเผ็ดร้อนของคู่กรณีทั้งสองจึงจำต้องยุติลงชั่วคราว

“คุณดนย์อยู่นี่เอง พี่โอนสายมาที่ห้องทำงานไม่เห็นรับ พี่ก็เลยเข้ามาดู”

“ใครโทรมาเหรอครับ” เขาถามเลขาต่อหน้าขวัญจิราที่มองตาไม่กะพริบ

“คุณหนึ่งฤทัยจาก The One ค่ะ เธอขอเรียนสายคุณดนย์”

พัทธดนย์ครุ่นคิดอย่างหนักใจ เมื่อได้ยินว่าสาวใหญ่เจ้าของห้างดังโทรมาหาเขาอีกแล้ว ทั้งที่ก่อนหน้านี้ก็ไม่ค่อยจะได้คบค้าสมาคมกัน แต่หลังจากหลวมตัวไปงานที่ห้างของเธอคราวนั้น หนึ่งฤทัยก็พยายามสานสัมพันธ์ส่วนตัวกับเขาเรื่อยมา ช่วงแรกๆ เขาก็ตอบบ้าง เลี่ยงบ้าง แต่พักหลังมานี้เหมือนเธอจะเซ้าซี้หนักขึ้น พอโทรเข้าโทรศัพท์มือถือแล้วเขาไม่รับ ก็โทรมาที่บริษัทเสียอย่างนั้น

“ผมฝากพี่ปลาช่วยบอกเขาหน่อยนะครับ ว่าผมติดธุระสำคัญอยู่ ถ้าว่างแล้วผมจะโทรกลับ”

“แต่คุณหนึ่งแจ้งว่ารอคุณดนย์โทรกลับมาตั้งแต่สามวันก่อนแล้วนะคะ”

แย่ละ เขาลืมไปเสียสนิทว่าคราวก่อนก็ให้ปาลิตาอ้างว่าติดประชุมและจะรีบโทรกลับ แต่สุดท้ายเขาก็ตั้งใจไม่โทรไปหาสาวใหญ่จริงๆ ไม่คิดว่าเธอจะยกเรื่องนี้มาอ้าง เพื่อให้เขาหาเหตุผลในการให้เลี่ยงยากขึ้นไปอีก

ชายหนุ่มถอนใจอย่างเหนื่อยหน่าย แล้วเอ่ยแต่โดยดี “โอเคครับพี่ปลา ผมไปรับสายก็ได้”

“งั้นเดี๋ยวพี่โอนสายมาให้ที่ห้องคุณดนย์นะคะ”

“ครับ ขอบคุณครับ”

พัทธดนย์เดินออกไปรับโทรศัพท์ที่ดังลั่นอยู่ในห้องทำงาน โดยไม่ลืมที่จะปิดประตูกระจกซึ่งเชื่อมไปยังห้องประชุมเล็กให้สนิท แต่ก่อนจะไป เขาได้ทิ้งข้อความผ่านทางสายตาเพื่อขวัญจิราโดยเฉพาะ ซึ่งเธอจับใจความได้ประมาณว่า

‘เรามีเรื่องต้องคุยกันอีกยาว’

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น