สะพานซ้อนกล

ตอนที่ 32 : รุกคืบ 70%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    26 เม.ย. 63

อุปกรณ์สื่อสารแทบร่วงจากมือบางในนาทีที่สบตากับเจ้าของห้องเข้าอย่างจัง เธอไม่คิดจริงๆ ว่าเขาจะรู้ตัวและจู่โจมรวดเร็วถึงเพียงนี้

“มานี่เลยยัยตัวแสบ” พัทธดนย์คว้าข้อมือของผู้บุกรุกที่เพิ่งจับตัวได้แล้วยื้อยุดเธอออกจากที่ซ่อน แต่ไม่ได้รับความร่วมมือเท่าที่ควร ทว่าสุดท้ายเขาก็จัดการให้อีกฝ่ายนั่งบนเก้าอี้ทำงานจนได้ แล้วยังปิดทางหนีด้วยการยึดที่พักแขนทั้งสองข้างของเก้าอี้นั้นไว้ “ไหนบอกว่าคุยงานอยู่กับพี่เอื้องไง”

“ก็...ก็ใช่ แต่ฉันคุยโดยส่งข้อความผ่านไอ้นี่” ขวัญจิราชูโทรศัพท์มือถือให้เขาดูพร้อมยิ้มแห้งๆ

“แล้วไหนบอกว่าอยู่ที่ห้องทำงานล่ะ”

“ก็อยู่ไง อยู่ห้องทำงาน...คุณ”

“ไล่ไม่จนเลยนะ บอกมาซะดีๆ เข้ามาห้องผมทำไม” ชายหนุ่มยังพยายามกดดันโดยใช้สายตาจ้องเขม็ง “ว่าไง”

ขวัญจิราหายใจไม่ทั่วท้อง หัวใจเต้นไม่เป็นส่ำ เหมือนความลุ้นระทึกยังไม่จางหาย ทั้งที่ถูกจับได้แล้วแท้ๆ พลันนึกถึงข้อความที่ชายหนุ่มส่งมา ก่อนนำมันมาใช้เป็นข้ออ้างเพื่อเลี่ยงเขา

“คุณบอกว่ามีเรื่องจะคุยกับฉันไม่ใช่เหรอ เรื่องอะไรคะ”

จอมเวทไอทีชะงักนิดหน่อยที่ถูกถามกลับ แต่ก็ไม่ยากเกินกว่าที่เขาจะแก้สถานการณ์ได้ “ผมก็แค่อยากถามว่าเป็นผู้จัดการฝ่ายการตลาดมาครบสองเดือนแล้วเป็นยังไงบ้าง”

“โอ๊ย! เรื่องนั้นคุณถามฉันมาตั้งหลายครั้งแล้ว มันใช่สาระซะที่ไหน” หญิงสาวแสร้งบ่นกระปอดกระแปด แต่ก็เบาใจที่บุรุษตรงหน้าไม่ได้คาดคั้นเธออีก

“แปลว่าไม่มีอะไรจะบอกผม?”

ขวัญจิรากำลังจะตอบรับว่าใช่ แต่คิดอีกที การพูดเรื่องงานอาจจะดีกว่าปล่อยให้เขาเค้นถามเรื่องที่เธอแอบบุกรุกห้องทำงานของเขาเป็นไหนๆ

“ในเมื่อคุณถามแล้วฉันก็ขอฟ้องหน่อยเถอะ คือฉันไม่ค่อยชอบบรรยากาศภายในฝ่ายเลย คุณรู้ไหมว่านอกจากพี่เอื้องแล้วก็ไม่มีใครคุยกับฉันสักคน เอาแต่คอยกระซิบกระซาบกัน ทำไมฉันจะไม่รู้ว่าพวกเขาพูดถึงใคร เอะอะก็หาว่าฉันยังเด็ก อ่อนหัด ไร้ประสบการณ์ ตัดสินใจอะไรไม่ได้สักอย่าง ฉันไม่เข้าใจเลยว่าเด็กแล้วยังไงวะ”

“นี่คงโกรธมากจริงๆ ใช่ไหม” พัทธดนย์ยิ้มอย่างเอ็นดู เมื่อได้ยินอีกฝ่ายระบายอารมณ์ผ่านน้ำเสียง เขารู้ว่าเธอคงกดดันเหมือนกันที่ต้องมาเป็นผู้จัดการฝ่ายตามเกมของเขา

“ไม่ได้โกรธ แต่มันอึดอัด คุณเข้าใจไหม”

“ผมเข้าใจ...อายุไม่ใช่สิ่งที่จะตัดสินทุกอย่าง ตัวผมเองก็ต้องบริหารทั้งบริษัทตั้งแต่อายุไม่เท่าไหร่เหมือนกัน”

“ก็นั่นมันบริษัทคุณนี่ จะทำอะไรยังไงก็ได้ กำไรขาดทุนมันก็เรื่องของคุณ จะมีใครว่าอะไร”

“ผิดแล้วหล่ะ” พัทธดนย์กล่าวเสียงจริงจังแต่ก็ผ่อนคลายขึ้นมาก “ผมทำธุรกิจมาจนถึงตอนนี้ มันไม่ใช่แค่เรื่องกำไรขาดทุนของผมคนเดียวแล้ว ผมมีพนักงานและครอบครัวของพวกเขาที่ต้องดูแล เพราะฉะนั้นผมก็หวังให้ธุรกิจของผมมั่นคงและยั่งยืนพอที่จะจ้างงานพวกเขาต่อไปได้”

ทั้งคู่สบตากันและเหมือนหญิงสาวจะเห็นอะไรบางอย่างในแววตานั้น มันคล้ายความอาทรหรือความอ่อนโยนที่เธอไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะได้เห็นจากจอมเวทไอทีคนนี้  แต่สักพัก...

“ก็นั่นแหละ” ขวัญจิราพูดแก้เกี้ยวเมื่อรู้ตัวว่าประสานสายตากับเขานานเกินความจำเป็น “นี่ยังไม่รวมที่คนในฝ่ายชอบพูดลับหลังแต่ตั้งใจให้ฉันได้ยิน เขาหาว่าฉันเป็นเด็กเส้น ค่อนแคะเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างฉันกับคุณจนสนุกปาก ทั้งที่ความจริงมันไม่ได้มีอะไรเลยสักนิด แล้วยังเรื่องงานที่เน้นทำวิจัยตลาดนี่อีก ฉันไม่ถนัดเลย ถึงพี่เอื้องจะสอนแล้วสอนอีกแต่ฉันว่ามันก็ยังยากอยู่ดี จริงๆ แล้วฉันว่าพี่เอื้องเหมาะจะเป็นผู้จัดการฝ่ายมากกว่าฉันเสียอีกนะ หรือคุณว่าไง”

เธอร่ายความในใจเสียยืดยาวเพื่อดึงความสนใจ ระหว่างนั้นก็ค่อยๆ แกะมือหนาข้างหนึ่งให้หลุดจากที่พักแขน แล้วพาตัวเองออกมาจากเก้าอี้ตัวนั้นอย่างแนบเนียน

พัทธดนย์รู้ว่าหญิงสาวพยายามฝ่าวงล้อม แต่ก็ยอมให้เธอหลุดออกไปได้ ก่อนจะถามหยั่งเชิง “ถ้าคุณอยากให้พี่เอื้องขึ้นเป็นผู้จัดการฝ่าย แล้วคุณหล่ะ...จะลาออกงั้นเหรอ”

ขวัญจิราหันกลับมาสบตาเขาอีกครั้ง เมื่อได้ยินคำว่า ‘ลาออก’

“ไม่ค่ะ” เธอรีบปฏิเสธลั่น ถ้าลาออกก็เท่ากับตัดโอกาสเข้าถึงความลับของพัทธดนย์ และการมาทำงานที่ Spell ก็เท่ากับเสียแรงเปล่า เธอจึงขอร้องชายหนุ่มเพื่อให้ได้อยู่ที่นี่ต่อ “แค่อยากย้ายไปทำงานที่ฉันถนัดมากกว่านี้...ได้ไหม”

 “ถ้าผมทำตามที่คุณขอ คุณคงหนีคำว่า ‘เด็กเส้น’ ไม่พ้นแน่” พัทธดนย์เดินเข้าไปใกล้เธออีกครั้ง “แต่จะว่าไปคุณก็เป็นเด็กเส้นตั้งแต่แรกอยู่แล้วนี่ เพราะผมตั้งใจซื้อตัวคุณมาจริงๆ”

“แต่ฉันกับคุณไม่ได้เป็นอะไรกันไง ที่คุณซื้อตัวฉันก็เพราะต้องการความลับของพี่เขต ต้องการความลับของ Wish เท่านั้น” เด็กเส้นยังคงปฏิเสธ แต่เธอคงลืมไปว่าเผลอพูดในสิ่งที่ไม่ควรออกไปเสียแล้ว

“หึ...หมดเวลาอ้อมค้อมแล้วสินะขวัญจิรา ในเมื่อเราต่างคนต่างรู้ว่าอีกฝ่ายต้องการอะไร ก็เปิดฉากเดินเกมกันไปเลยดีไหม” น้ำเสียงของพัทธดนย์แฝงความเหี้ยมเกรียมอยู่ลึกๆ ทำให้หญิงสาวรู้แล้วว่าตัวเองพูดไม่ได้คิด แต่มันก็จริงของเขา เปิดฉากรบกันซึ่งหน้าสักที จะได้ไม่ต้องอึดอัดใส่หน้ากากหากันอย่างที่เป็นอยู่ตอนนี้

“จะเอาแบบนั้นก็ได้ แต่สถานะของเราคงต่างกันตรงที่ฉันไม่มีสิ่งที่คุณต้องการ แต่ฉันมั่นใจว่าคุณมีสิ่งที่ฉันต้องการแน่”

“ก็เลยหาทางค้นห้องผมงั้นสิ แล้วเป็นไง เจออะไรไหมล่ะ”

“ที่ยังไม่เจอก็เพราะคุณเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อนหรอก ไม่งั้นฉันรู้ความลับของคุณไปแล้ว”

“มั่นใจขนาดนั้นเชียว ความจริงมันก็มีวิธีที่ง่ายกว่านั้นนะ บางทีถ้าคุณถามผมตรงๆ ผมอาจจะตอบคุณก็ได้” เสียงเขาท้าทายและเย้ยหยัน เพราะรู้ว่าตัวเองเป็นต่อ

“คนอย่างคุณเนี่ยะนะ ไม่มีทางตอบฉันง่ายๆ หรอก”

“ผมจะตอบจริงๆ แค่ต้องมีข้อแลกเปลี่ยนนิดหน่อย ถ้าคุณถาม ผมก็จะถามคุณกลับ แล้วถ้าผมตอบ คุณก็ต้องตอบผมกลับเหมือนกัน” จอมเวทหนุ่มยื่นเงื่อนไขเจ้าเล่ห์ตามแบบของตัวเอง พร้อมทั้งยักคิ้วให้เธอข้างหนึ่ง

ขวัญจิรางงจัดกับเงื่อนไขที่ได้ยิน จนอดไม่ได้ที่จะยอกย้อนเขา “คุณเป็นคนยังไงกันแน่เนี่ย”

“ผมยอมรับว่าผมชอบเอาชนะ ชอบหาทางพิสูจน์อะไรก็ตามที่มันค้างคาใจ ผมชอบทำตัวเป็นจอมวางแผน สนุกกับการได้คิดไปเรื่อยๆ ทั้งที่ไม่รู้เหมือนกันว่าจะคิดอะไรให้มันซับซ้อนไปทำไม” เขายิ้มกริ่มอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะกล่าวประโยคสุดหลอนสำหรับหญิงสาวตรงหน้า “ผมตอบคำถามคุณแล้วนะ คราวนี้คุณต้องตอบคำถามผมบ้าง”

“บ้าเหรอ ฉันยังไม่ได้ยอมรับเงื่อนไขของคุณเลย ยังไม่ได้ถามอะไรคุณด้วย”

“เอ้า...เมื่อกี้คุณเพิ่งถามว่าผมเป็นคนยังไง จำไม่ได้ซะแล้วเหรอ”

ขวัญจิราเบิกตากว้าง นึกโมโหตัวเองอยู่ในใจที่พลาดเพราะพูดในสิ่งที่คิดเร็วเกินไป

“ไม่ต้องทำหน้าตกใจขนาดนั้น ผมไม่ได้จะทำอะไรคุณซะหน่อย ก็แค่จะถามว่า ‘เจ้านายเก่า’ ของคุณเขาเป็นคนยังไง”

คราวนี้คนถูกถามกลับยิ้มก่อนตอบตามเงื่อนไขที่ตนไม่ได้เต็มใจรับ “เป็นคนน่ารักค่ะ มองโลกในแง่ดี คุยเก่ง ยิ้มเก่ง อยู่ด้วยแล้วสบายใจ บางทีก็ชอบชวนฉันไปกินข้าว ดูหนัง ช็อปปิ้ง อ้อ...แล้วก็เป็นกูรูเรื่องเครื่องสำอางด้วย”

พัทธดนย์ขมวดคิ้ว คำบรรยายสรรพคุณเมื่อครู่นี้มีบางอย่างเปล่งๆ “เดี๋ยว...แน่ใจนะว่าที่พูดมาหมายถึงรัฐเขต”

“ไม่ใช่...แต่ฉันไม่ได้โกหกนะ ก็คุณถามถึงเจ้านายเก่า ฉันก็นึกว่าหมายถึงพี่รันน่ะสิ” หญิงสาวยิ้มยียวน ถูกใจที่ตลบหลังเขาได้ แถมยังได้ทำหน้าที่แม่สื่อให้รัญชยาไปในตัวด้วย แต่การกระทำนั้นคงทำให้อีกฝ่ายขุ่นเคืองไม่น้อย

“ไม่ต้องโยกโย้ ตอบมาว่ารัฐเขตเป็นคนยังไง”

“หมดโควต้าแล้วค่ะ ฉันตอบคำถามคุณไปแล้ว และไม่คิดจะถามอะไรเพิ่ม เพราะฉะนั้น...คุณไม่มีสิทธิ์ถามฉันอีก” ขวัญจิรายังลอยหน้าลอยตาท้าทายเขาไม่เลิก

“เล่นแบบนี้ใช่ไหม...ได้” ชายหนุ่มคำรามลอดไรฟันอย่างเหลืออด แล้วจู่โจมเข้าหาคนยอกย้อน โดยการใช้มือซ้ายจับที่ต้นแขนเธอ มืออีกข้างก็บีบที่ไหล่แต่ตั้งใจให้ใกล้ลำคอระหงมากที่สุด เขาไม่ได้โกรธ แต่ต้องการเอาชนะมากกว่า เชื่อเหลือเกินว่าหากออกแรงมากกว่านี้ เธอคงหายใจลำบากอยู่เหมือนกัน กระนั้นขวัญจิรากลับไม่คิดจะต่อสู้ขัดขืน ไม่สะทกสะท้านกับสายตาดุๆ นั้น และจ้องเขากลับเขม็ง “ไม่กลัวงั้นเหรอ”

พัทธดนย์รู้แล้วว่าการใช้กำลังไม่ใช่วิธีปราบพยศผู้หญิงหัวดื้อคนนี้ ขวัญจิราไม่กลัวว่าร่างกายจะได้รับอันตราย นาทีนั้นเขาจึงต้องเปลี่ยนวิธีการ...ไปใช้ขุมเสน่ห์ที่เคยทำให้เธอเสียหลักมาแล้ว

มือหนาที่เคยจับที่ต้นแขนคลายแรงบีบเค้นลง ก่อนขยับอ้อมไปรั้งเอวหญิงสาวให้เข้ามาใกล้ ส่วนอีกมือก็ค่อยๆ เลื่อนขึ้นมาจับบริเวณลำคอระหงและยังคงลูบไล้ขึ้นไปจนนิ้วหัวแม่มือของเขาคลอเคลียอยู่ที่แก้มนวล แล้วใบหน้าหล่อเหลาก็ลอยเข้ามาใกล้ด้วยตั้งใจหลอมละลายเธอด้วยสายตา

“คุณดนย์ คุณจะทำอะไรน่ะ” ท่าทีที่เปลี่ยนไปของจอมเวทแห่ง Spell ทำให้ขวัญจิราสติหลุด แววตาแสดงออกถึงความหวาดระแวงและหวั่นไหวในคราวเดียวกัน แต่ก็ยังพยายามจะดันเขาออกห่างด้วยสัญชาตญาณ

“ผมกำลังทำให้คุณตอบคำถามของผมไง”

**********************************

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น