สะพานซ้อนกล

ตอนที่ 29 : แผนสอง 70%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    11 เม.ย. 63

“ถ้าพี่เซ็นเอกสารเสร็จแล้วฝากมิ้นท์ช่วยเอาขึ้นไปให้พี่เขตหน่อยสิ” รัญชยาสั่งการแล้วจรดปากกาเซ็นเอกสารอย่างคล่องแคล่ว “ช่วงนี้พี่เขตแทบจะไม่ลงมาฝ่ายการตลาดเลย พี่เลยต้องวานมิ้นท์แบบนี้”

“ค่ะ” เลขาสาวรับคำสั่งแล้วลุกมายืนรอรับเอกสาร ทั้งที่เจ้านายของเธอยังพลิกกระดาษเหล่านั้นเพื่อดูความถูกต้องครบถ้วนยังไม่เสร็จ

นับจากวันที่ลูกน้องคนสนิทอย่างขวัญจิราลาออกก็เกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่างกับผู้บริหารระดับสูงของ Wish นั่นคือ รัฐเขตลงมาที่ฝ่ายการตลาดน้อยจนนับครั้งได้ และเขาก็ไม่ค่อยยิ้มแย้มเหมือนเก่า ส่วนรัญชยาก็ต้องปวดหัวหนักเพราะขาดครีเอทีฟฝีมือดี แถมยังต้องจ้างงานบริษัทของเมฆินทร์ไปอีกยาว

คิดแล้วก็เบื่อ...มันน่าออกไปหาอะไรจรรโลงใจทำนัก

“มิ้นท์ เสาร์นี้ชวนขนมไปเที่ยวกันไหม” อยู่ดีๆ เจ้านายสาวก็ชี้ชวนขึ้นมา

“ก็ดีนะคะ”

“ชวนพี่เขตไปด้วยดีไหม พี่ว่าช่วงนี้พี่เขตดูเงียบๆ ซึมๆ ไม่ค่อยยิ้มเลย ถ้าได้ไปเที่ยวบ้างน่าจะดีขึ้น”

 “...” มนสิชาไม่แสดงความคิดเห็นใดๆ แต่ทำสีหน้าคล้ายอยากถามบางอย่างมากเสียจนรัญชยาอ่านออก

“มีอะไรจะถามพี่หรือเปล่า ถามได้นะ”

“คือ คุณเขตกับขนม...เขา...” เธอเกริ่นแล้วทิ้งเสียงให้ขาดหายไป ยิ่งทำให้รัญชยาอยากรู้เข้าไปใหญ่

“เขาอะไร”

“เขารักกันเหรอคะ” คนถามแทบเป่าปากโล่งอกที่กล้าพูดออกไปเสียที เธอทนอึดอัดมานานแต่ไม่รู้จริงๆ ว่าจะถามใคร จะถามรัฐเขตก็เป็นไปไม่ได้ เพราะแค่พูดคุยกันธรรมดายังไม่ค่อยจะกล้า จะถามขวัญจิราก็กลัวเจ้าตัวจะเขิน จะมีก็แต่รัญชยานี่แหละที่น่าจะช่วยตอบคำถามนี้ได้

“ทำไมมิ้นท์ถึงคิดว่าเขารักกันล่ะ”

“ก็เช้าวันนั้นที่พี่รันให้มิ้นท์ขึ้นไปตามขนมกับคุณเขตลงมาทานข้าว มิ้นท์เห็น...เขา...กอดกัน” เธอเล่าสถานการณ์ที่เป็นเหตุแห่งความสงสัยจนรัญชยาเบิกตาโตกับสิ่งที่ได้ยิน

“จริงดิ ถ้ารู้ ถ้าเห็นขนาดนั้นทำไมไม่เล่าให้พี่ฟังบ้าง”

“ก็...” เลขาสาวอ้ำอึ้ง

“แต่พี่ว่านะ พี่เขตน่าจะรักขนม รักมากกว่าพี่ชายกับน้องสาวน่ะ แต่ทางขนมนี่สิ...ถ้ามีโอกาสเหมาะๆ พี่ก็อยากลองถามดูเหมือนกันว่าพี่ชายพี่พอมีหวังไหม” เจ้านายสาวพรั่งพรูความคิดออกมา แล้วยื่นเอกสารส่งให้เลขารับไป “มิ้นท์ ไหนๆ ก็ขึ้นไปแล้ว พี่ฝากชวนพี่เขตไปเที่ยวเสาร์นี้ด้วยเลยสิ”

“เอ่อ...” มนสิชาชะงัก เธอไม่อยากรับปาก

ความกระอักกระอ่วนใจที่เกิดขึ้นกับมนสิชาขณะนี้ รัญชยาก็พอเข้าใจ จากการร่วมงานกันมาเดือนกว่าเธอสังเกตว่าเลขาคนนี้พูดน้อยมาก แต่กระนั้นก็จัดเป็นผู้ฟังและที่ปรึกษาที่ดี แถมยังจัดการงานต่างๆ ได้อย่างเป็นระเบียบมากกว่าขวัญจิราหรือตัวเธอเองเสียอีก

ที่ผ่านมามนสิชามักถามเธออย่างต้องการคำยืนยันว่ารัฐเขตน่ารัก ใจดี อย่างที่ขวัญจิราเล่าให้ฟังจริงหรือ เพราะความประทับใจที่มีต่อกันนั้นน้อยเหลือเกิน เขาทำทีท่าบึ้งตึงใส่หญิงสาวตั้งแต่วันแรกที่เจอกัน และหลังจากวันนั้นก็ไม่เคยทักทายหรือพูดคุยกับมนสิชาอีกเลย

รัญชยารู้ว่าที่พี่ชายเธอเป็นแบบนี้ก็เพราะการตัดสินใจของขวัญจิรา แต่...มนสิชาไม่รู้

ก็ไม่แปลกที่เลขาของเธอจะเข้าใจว่ารัฐเขตเป็นคนเย็นชา และไม่กล้าเป็นฝ่ายเริ่มต้นการสนทนากับเขาก่อน แต่การที่เธอฝากมนสิชาชวนเขาไปเที่ยว ไม่ได้เป็นการหาเรื่องกลั่นแกล้งใดๆ เพียงแค่อยากให้ทั้งคู่มีเรื่องได้พูดคุยกันบ้าง นี่ถ้าพี่ชายเธอรู้ว่าจะชวนขวัญจิราไปด้วย มีหวังว่าเขาจะเป็นฝ่ายชวนมนสิชาคุยต่อเองเสียด้วยซ้ำ และถ้าเป็นแบบนั้นจริง บรรยากาศมึนตึงระหว่างทั้งสองจะได้เบาบางลง

“เอาน่า ลองชวนดู พี่เขตน่ะไม่ได้ดุอย่างที่มิ้นท์กลัวหรอก” รัญชยาให้กำลังใจเลขาเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่มนสิชาจะเดินนำเอกสารออกไปโดยไม่ได้ตกปากรับคำใดๆ เพียงแค่ไม่เข้าใจว่าทำไมเรื่องนี้พี่น้องถึงไม่คุยกันเอง

รัญชยานั่งทำงานของตนต่อไปจนกระทั่งเหลือบไปเห็นร่างชายหนุ่มที่ปรากฏตัวพร้อมรอยยิ้มแบบยียวนกับดอกไม้ช่อโต และเขากำลังก้าวเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ

“อ้าวคุณ” เธอเอ่ยทัก

“ทำหน้าแปลกใจอะไรขนาดนั้นครับคุณรัน นี่อย่าบอกนะว่าคุณลืมว่าวันนี้มีนัดคุยงานกับผม” เมฆินทร์ทักกลับตามสไตล์ของเขาเช่นกัน

“ไม่ลืมค่ะ ฉันแค่แปลกใจว่าทำไมไม่มีใครโทรแจ้งเลยว่าคุณมาถึงแล้ว ปล่อยให้เดินเพ่นพ่านอย่างนี้ได้ยังไง”

“โธ่! ผมไม่ใช่หมาจรจัดนะครับ” เขายิ้มกว้างโชว์ลักยิ้มทั้งสองข้างแล้วยื่นช่อดอกไม้ให้ “อ่ะ นี่ของคุณ”

รัญชยางงจัด และไม่ค่อยกล้ารับของจากมือเขา “เนื่องในโอกาสอะไรคะ”

“...” เขาไม่ตอบ เอาแต่ยิ้มและส่งสายตาชี้ชวนให้เธอรับมัน

หญิงสาวรับช่อดอกไม้แล้วหยิบการ์ดขึ้นมาอ่าน หัวใจกระตุกวูบทันทีเมื่อเห็นข้อความบนนั้นระบุว่า ‘จากคนที่ไม่อยากให้คุณรู้ว่าใคร’

เขามาแล้ว เขากลับมาหลังจากห่างหายไปนาน ทั้งที่ช่วงแรก ส่งมาแทบทุกวันแท้ๆ แต่ทำไมถึงมาพร้อมอีตานี่ล่ะ ไม่นะ! หรือว่าเขาจะคือ ‘คนที่ไม่อยากให้คุณรู้ว่าใคร’ คนนั้น

“คุณซื้อดอกไม้นี่ให้ฉันเหรอ?” หัวใจคนถามลุ้นระทึก

“คนอย่างผมเนี่ยนะจะซื้อดอกไม้ให้คุณ คุณกล้าคิดแบบนั้นได้ยังไงกัน”

“ได้ทีนี่ลามปามเลยนะคุณแม็ค แค่บอกว่าไม่ใช่ของคุณก็พอไหม” แม้จะดีใจที่เขาบอกว่าไม่ใช่เจ้าของดอกไม้ แต่วิธีการตอบนั้นกวนประสาทขั้นสุดจริงๆ “แล้วคุณไปเอาดอกไม้นี่มาจากไหน”

“ก่อนขึ้นตึกมาผมเจอพนักงานส่งของ ได้ยินเขาคุยกับ รปภ. ว่ามาส่งให้คุณ ผมก็เลยอาสาเอามาให้ ไหนๆ ก็ต้องมาคุยงานกับคุณอยู่แล้ว”

“ไม่น่าเชื่อว่าคุณจะมีน้ำใจขนาดนี้ แต่ก็ขอบคุณนะคะ” รัญชยากล่าวกับเขาตามมารยาท แล้วเอาดอกไม้นั้นวางไว้บนชั้นวางของหลังโต๊ะทำงาน

ยังไม่ทันที่เธอจะเชิญให้เมฆินทร์เข้าไปในห้องประชุมเพื่อหารือเรื่องงาน มนสิชาก็เดินกลับเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉย เธอเห็นแล้วว่าเจ้านายสาวมีแขกเป็นบุรุษซึ่งยืนหันหลังให้เธออยู่ กระนั้นก็ไม่คิดเสียมารยาทขัดการสนทนาของพวกเขา จึงเพียงแต่กลับไปนั่งทำงานเงียบๆ ที่โต๊ะตัวเองเท่านั้น

“มิ้นท์ พี่เขตว่าไงบ้าง” รัญชยาเอ่ยถามทั้งที่ยังมีเมฆินทร์ยืนอยู่หน้าโต๊ะของเธอ แล้วการเปลี่ยนคู่สนทนาแบบกะทันหันของรัญชยาก็ทำให้เขาหันไปมอง

มนสิชาเงยหน้าขึ้นมองแขกของรัญชยาเช่นกัน แต่เพียงครู่เธอก็กลับไปมองหน้าเจ้านายของตัวเองเป็นเชิงตั้งคำถามว่าจะให้พูดเรื่องส่วนตัวทั้งที่มีคนอื่นอยู่แบบนี้น่ะหรือ ซึ่งรัญชยาก็อ่านสายตานั้นออกได้ในทันที

“เอ่อ...นี่คุณเมฆินทร์หรือคุณแม็ค เป็นเจ้าของบริษัทโฆษณาที่รับงานจากเรา” ดูเหมือนสถานะที่แนะนำไปยังไม่น่าไว้ใจมากพอ เธอจึงเพิ่มสถานะใหม่ให้แก่เขา “แล้วก็เป็นเพื่อนพี่ด้วย”

“หา!” ชายหนุ่มอุทาน ละสายตาจากการจับจ้องเลขาสาวเมื่อได้ยินคำว่า ‘เพื่อน’ จากหญิงสาวอีกคน เขาแปลกใจอยู่เหมือนกันที่เธอยอมพูดแบบนั้น ทั้งที่ก่อนหน้านี้ก็มักจิกกัดกันตลอด

“เอาน่า...เล่าได้  ถึงคุณแม็คเขาจะกวนประสาท แต่ก็ไม่มีพิษมีภัยกับใครหรอก” รัญชยาพูดเพราะความอยากรู้โดยแท้ ถึงขนาดยอมรับคู่กัดอย่างเมฆินทร์ให้เป็นเพื่อนก็ทำ

มนสิชายกมือไหว้เขาแล้วประเมินความน่าไว้ใจของชายหนุ่ม ซึ่งบัดนี้ยิ้มกว้างราวกับเจอสิ่งต้องใจ เขาดูเป็นมิตรมากกว่าจะเป็นพิษเป็นภัยอย่างที่รัญชยาว่าจริงๆ

“มิ้นท์ยังไม่ได้คุยอะไรกับคุณเขตเลยค่ะ พอดีคุณดาหวันเป็นลม คุณเขตก็เลยอุ้มไปพักในห้องทำงาน แล้วก็สั่งให้มิ้นท์ไปหาอุปกรณ์มาปฐมพยาบาลน่ะค่ะ”

“อุ้มเลยเหรอ” รัญชยาทวนคำ “ดาวอาการหนักมากหรือไง”

“เท่าที่ดูก็ไม่น่าจะหนักนะคะ ดมยาดมสักพักก็เหมือนจะดีขึ้น”

รัญชยาคิดว่าเรื่องที่ได้ฟังเมื่อครู่มันมีบางอย่างน่าสงสัย เธอเคยได้ยินมาบ้างเรื่องที่คนในบริษัทพยายามจับคู่รัฐเขตกับดาหวัน แต่เธอคิดว่าพี่ชายรักขวัญจิราและคงไม่ได้ใส่ใจข่าวลือนั่น แต่ฝ่ายดาหวันนี่สิ เธอสวยเลือกได้ก็จริง แต่ก็ไม่เคยเปิดตัวคนที่คบหาด้วยเลย ถ้าได้ยินข่าวเรื่องจับคู่แบบนี้จะแว่บคิดอะไรกับรัฐเขตหรือเปล่าก็ไม่รู้ ยิ่งทำงานใกล้ชิดกันทุกวันแบบนี้ จะแอบหวั่นไหวบ้างก็ไม่ใช่เรื่องแปลก

หรือที่ดาหวันป่วย อาจเป็นการแสร้งทำเพื่อให้ได้รับความสนใจจากรัฐเขต หรือพอขวัญจิราไม่อยู่ พี่ชายเธอก็เริ่มหันเหไปหาสาวสวยคนอื่น หรือมันยังไงกันนะ

“คุณรัน คุณรัน” เมฆินทร์เห็นรัญชยาขบคิดอะไรอยู่ในหัว แต่คงขบไม่แตก เพราะคิ้วเธอขมวดแน่น “คุณรัน ได้ยินผมไหม”

“หือ! อะไร”

“หยุดคิดก่อนได้ไหม” เขาเรียกร้อง “หรือถ้าหยุดไม่ได้ คุณก็เล่าให้ผมฟังก็ได้ เดี๋ยวผมช่วยคิด”

“ฉันจะคิดอะไรมันก็เรื่องของฉันย่ะ” เธอมองชายหนุ่มตาเขียว

“มันเรื่องของคุณที่ไหน เรื่องของพี่ชายคุณต่างหาก”

“รู้มากไปแล้วนะคุณแม็ค” รัญชยาว่าเขาแล้วนึกขึ้นได้ “คุณมาคุยงานใช่ไหม งั้นเชิญที่ห้องประชุมเลยค่ะ”

“เดี๋ยวสิครับ คุณไม่คิดจะแนะนำน้องคนนี้ให้ผมรู้จักบ้างเหรอ” เมฆินทร์หันไปมองหญิงสาวที่เขายังไม่รู้จักอย่างเป็นทางการ รู้เพียงแต่เธอต้องตาต้องใจเขาเหลือเกิน “น้องเขาเป็นใคร ชื่ออะไร มีเบอร์โทรศัพท์ไหม”

“เก็บงูบนหัวหน่อยก็ดีค่ะ” รัญชยาเห็นท่าทางก็รู้ว่าเขาคิดอะไร ถ้าจะไม่แนะนำให้รู้จักก็ใช่ที่ เพราะยังไงก็คงต้องร่วมงานกันอยู่แล้ว “น้องเขาชื่อมนสิชา เป็นผู้ช่วย เอ๊ย! เป็นเลขาของฉันเอง”

“เดี๋ยวนี้คุณมีเลขาส่วนตัวแล้วเหรอครับ แล้ว...คุณขวัญล่ะ” ชายหนุ่มหยั่งเชิง

“ขวัญอะไรล่ะ เขาชื่อขนม”

“เออ นั่นแหละ เขาไปไหนแล้ว ตั้งแต่ผมมายังไม่เห็นเขาเลย ทุกทีเห็นตัวติดคุณตลอด”

“ลาออก” หญิงสาวตอบเสียงเรียบ

“เฮ้ย! คุณล้อผมเล่นหรือเปล่า เขาลาออกทำไม แล้วไปทำอะไรที่ไหน” เมฆินทร์แสร้งแสดงท่าทางตกใจมาก ทั้งที่ความจริงเขารู้อยู่แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นกับขวัญจิรา เพราะพัทธดนย์เล่าให้ฟังอยู่บ้าง

“เรื่องภายในบริษัท คงไม่จำเป็นต้องเล่าให้คนนอกอย่างคุณฟังละมั้งคะ ไปค่ะ ไปคุยงาน รีบคุย รีบจบ คุณจะได้รีบกลับ” รัญชยาลุกขึ้นแล้วเดินนำเมฆินทร์ออกไปจากตรงนั้น

“เดี๋ยวสิคุณ ไม่ต้องพาน้องเลขาไปคุยด้วยกันเหรอ” เขายังอิดออดไม่ยอมเดินเสียที

“ไม่ต้องค่ะ คุยกับฉันคนเดียวก็พอ” รัญชยาพยายามกันท่าสุดฤทธิ์

“งั้นคุณนำไปก่อนเลย ผมขอเข้าห้องน้ำก่อน เดี๋ยวตามไป”

“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันรอได้ ดีกว่าปล่อยให้คุณคลาดสายตาแล้วไปเกาะแกะน้องเขา”

“คร้าบ...กันท่าจริงๆ เลย นี่ผมชักสงสัยแล้วนะว่าคุณหวงเลขาหรือว่าหึงผมกันแน่”

“บ้าสิ คนอย่างฉันไม่มีวันหึงคุณ เหมือนอย่างที่คุณไม่มีวันซื้อดอกไม้ให้ฉันนั่นแหละ จะไปห้องน้ำก็รีบไปเลยค่ะ”

มนสิชามองการต่อปากต่อคำระหว่างสองหนุ่มสาวก็ยิ่งคิดว่าทั้งคู่สนิทสนมกันจริงๆ แม้สายตาของเมฆินทร์ที่ส่งมาให้เธอจะมีความหวานหยาดเยิ้มปนอยู่ แต่เธอคิดว่าเขาคงไม่ได้จริงจังอะไร

ด้านเมฆินทร์ที่ขอแยกตัวออกมาก็เพียงเพราะจะส่งข้อความให้เพื่อนรักเกี่ยวกับเบาะแสสำคัญที่พัทธดนย์เคยให้นายบอลช่วยสืบ แต่ยังไม่ได้เรื่องได้ราวสักที

‘ไอ้ดนย์ กูว่าคนที่รัฐเขตรักอาจจะเป็นดาหวันว่ะ’

**********************************

เอาแล้ว!! ผิดฝาผิดตัวไปกันใหญ่แล้ว เอ๊ะหรือไม่ผิด หรือพอห่างจากขนมพี่เขตก็หวั่นไหวกับคุณเลขาเข้าจริงๆ กันนะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น