สะพานซ้อนกล

ตอนที่ 24 : (อ)ยากจะรั้ง 70%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    18 มี.ค. 63

“พี่เขตกลับเมื่อไหร่คะพี่รัน” จู่ๆ ขวัญจิราก็หันมาถาม ทั้งที่เธอกำลังสอนงานมนสิชาอยู่แท้ๆ

“คงวันอาทิตย์นั่นแหละ”

“ดีเลยค่ะ พรุ่งนี้วันศุกร์ หนมจะได้มีข้ออ้างไปค้างบ้านพี่รันได้”

“ไปสิ นี่พี่ก็ทนเหงาอยู่ที่บ้านตั้งหลายวันแล้ว” รัญชยาพยักหน้าเห็นด้วย พลางเหลือบไปเห็นหญิงสาวอีกคน “มิ้นท์...พรุ่งนี้ไปค้างบ้านพี่ด้วยกันไหม อยู่กันหลายคนครึกครื้นดี”

ขวัญจิราหันขวับกลับไปมองเพื่อนทีนึง มองหัวหน้าตัวเองอีกทีนึง รัญชยาและมนสิชาดูเข้าขากันได้ดีจนเธอแอบหวั่นใจ นี่ขนาดทำงานด้วยกันแค่ไม่กี่วันก็ชวนกันไปค้างที่บ้านเสียแล้ว ถ้าวันใดที่เธอไปจาก Wish เธอกลัวเหลือเกินว่าตัวเองจะหมดความสำคัญลงไปเรื่อยๆ และอาจถูกลืมเลือนไปในที่สุด

แต่ไม่ใช่เพียงขวัญจิราที่ตกใจกับคำเชื้อเชิญของรัญชยา มนสิชาเองก็รู้สึกถึงความไม่เหมาะสมเช่นกัน

“เอ่อ...พี่รันคะ มิ้นท์เพิ่งมาทำงานไม่กี่วันเอง จะให้ไปค้างบ้านเจ้านาย มันจะดีเหรอคะ”

“อย่าคิดแบบนั้นสิ พี่ไม่ได้คิดว่ามิ้นท์เป็นลูกน้องนะ แต่คิดว่าเป็นน้องสาวเหมือนขนมนั่นแหละ แล้วอีกอย่างก็มีแต่ผู้หญิงทั้งนั้น ไปเถอะ...นะ” สาวรุ่นพี่พยายามรบเร้าจนอีกฝ่ายรู้สึกเกรงใจ สุดท้ายมนสิชาก็รับคำจนได้

“อ่า...ไปก็ได้ค่ะ มิ้นท์ก็ไม่ได้นอนคุยเล่นกับขนมนานแล้ว”

“กลัวแต่ว่าถ้าเราคุยกันเองสองคน พี่รันจะรำคาญน่ะสิ” ขวัญจิราแทรกกลางบทสนทนาของอีกสองสาว

“ไม่ต้องห่วงหรอก ถ้าพี่ทนไม่ไหว ก็แค่เข้าไปร่วมวงคุยด้วยก็เท่านั้นเอง”

แล้วการบุกไปค้างคืนบ้านเจ้านายก็เกิดขึ้นจริงตามที่นัดหมายกันเอาไว้ เย็นนั้นทั้งสามสาวร่วมโต๊ะอาหารกันอย่างครื้นเครง โดยที่ขวัญจิราก็ไม่ลืมหยิบงานถักไหมพรมมาทำเพื่อฆ่าเวลาด้วย

“ถักเสื้อให้ใครน่ะขนม สีสวยดีจัง” มนสิชาพินิจดูม้วนไหมพรมสีไวน์แดงที่กำลังถูกดึงเส้นไหมออกไปทีละน้อย เพื่อถักเป็นชิ้นงานที่ดูจากทรงแล้วน่าจะเป็นสเวตเตอร์ตัวใหญ่

“ก็หมอทิพย์เขาขอให้ช่วยถักไว้เซอร์ไพรส์ลูกชาย” คนถักอธิบายพร้อมขยับมืออย่างคล่องแคล่ว

“หมอทิพย์ที่ช่วยแกตอนที่ฉันอาหารเป็นพิษน่ะเหรอ” สิ้นสุดการทบทวนความทรงจำในอดีต มนสิชาก็เห็นเพื่อนสนิทพยักหน้าพร้อมเสียงตอบรับในลำคอ “ก็ถักได้เยอะแล้วนี่ ไม่เห็นต้องตั้งหน้าตั้งตาถักขนาดนี้เลย”

“ต้องรีบถักตุนไว้ก่อนสิ ไปทำงานที่ใหม่จะเจออะไรบ้างก็ไม่รู้ เผื่อโดนแกล้งให้ทำงานหนัก ก็ไม่มีเวลาถักให้เสร็จกันพอดี” ขวัญจิราอ้างเหตุผลที่ก็ไม่รู้ว่ามันจะเกิดขึ้นจริงหรือเปล่า

“ขนมก็มองเขาแง่ร้ายเกินไป” รัญชยาดักคอ “แล้วนี่ไม่คิดจะถักให้คนแถวนี้บ้างเหรอ”

“พี่รันอยากได้เหรอคะ เดี๋ยวเสร็จตัวนี้แล้วหนมจะถักให้”

“ไม่ได้หมายถึงตัวเอง แต่หมายถึง...พี่เขต” รัญชยาทำหน้าที่น้องสาวที่ดี แม้พี่ชายไม่อยู่ แต่ก็แอบช่วยหยอดช่วยชงให้ขวัญจิราเห็นความสำคัญของเขามากขึ้น

“ได้ค่ะ หนมถักให้พี่เขตได้” คนถูกหยอดตอบรับโดยไม่คิดอะไรซับซ้อนเลย เพราะรัฐเขตก็เป็นอีกคนที่เธอทั้งรักและเทิดทูน และการตอบรับอย่างใสซื่อนั้นก็ทำให้รัญชยายิ้มอย่างเอ็นดู

คืนนั้นทั้งสามสาว สรรหาสารพัดเรื่องที่จะมาเล่าสู่กันฟังจนดึก แต่กระนั้นขวัญจิราก็ไม่ยอมบอกใครถึงความหวาดหวั่นที่เธอมีอยู่ในใจลึกๆ ยิ่งใกล้วันที่จะต้องไปทำงานที่ใหม่มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งหวั่นใจมากขึ้นเท่านั้น

รุ่งเช้า ทั้งขวัญจิราและรัญชยายังคงหลับสนิท ผิดกับมนสิชาที่หลับๆ ตื่นๆ ตลอดทั้งคืนเพราะแปลกที่ นี่จึงเป็นเหตุให้เธอตื่นแต่เช้า และมีกะจิตกะใจเข้าครัวเพื่อทำอาหารเผื่อเพื่อนสนิทและเจ้านาย ถึงจะเสียเวลาไปไม่น้อยในการหาเครื่องครัวและเครื่องปรุงที่ต้องการใช้ แต่ในท้ายที่สุดเธอก็สามารถยืนปรุงข้าวต้มหมูสับอยู่หน้าเตาจนได้

เสียงฝีเท้าของบุคคลหนึ่งย่างเข้ามาใกล้ แต่เบามากจนหญิงสาวที่อยู่ในครัวไม่ได้ยิน เธอยังคงหันหน้าเข้าเตาและปรุงอาหารต่อไปเรื่อยๆ ...จนกระทั่ง

“หอมจัง ทำเผื่อพี่บ้างหรือเปล่า” ชายหนุ่มที่เพิ่งก้าวเข้ามาในบริเวณห้องครัวเอ่ยขึ้น ทั้งที่เขายังไม่ทันเห็นด้วยซ้ำว่าคนที่อยู่ในนั้นเป็นใคร

“อุ๊ย!” มนสิชาตกใจจนสะดุ้ง กระปุกพริกไทยตกลงข้างเตาจนกลิ่นตลบไปหมด เธอรีบปิดจมูกป้องกันการระคายเคืองแล้วหันไปทางต้นเสียงซึ่งกำลังเดินใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

รัฐเขตกลับมาถึงบ้านก่อนกำหนด เขาเดินตามกลิ่นหอมฟุ้งของอาหารเข้ามาในครัว เพราะเข้าใจว่ารัญชยาคงเตรียมอาหารอยู่ แต่เมื่อพบว่าคนที่อยู่ในครัวไม่ใช่น้องสาวก็ถึงกับอึ้งไปพักหนึ่งเหมือนกัน

“ขอโทษครับ ผมนึกว่าเป็นรัน” เขากล่าวอย่างสุภาพ “แล้วคุณ...เป็นเพื่อนรันเหรอ”

“ไม่ใช่ค่ะ...เป็นลูกน้อง” มนสิชาหันมาตอบเขาทั้งพยายามกลั้นจาม น้ำหูน้ำตาจะไหลเสียให้ได้ 

“นี่รันรับพนักงานใหม่เหรอ ทำไมไม่เห็นบอกผมเลย”

จากคำพูดและบริบทตอนนี้ทำให้เธอเดาได้ไม่ยากว่าบุรุษตรงหน้าเป็นใคร “พี่รันบอกว่า เอ่อ...คุณรัฐเขต...ให้สิทธิ์เธอในการหาคนมาช่วยงานแล้วนี่คะ”

ชายหนุ่มคิดทบทวนตามที่พนักงานใหม่ถอดด้านของ Wish กล่าว ฝ่ายการตลาดทำเรื่องขออัตราเพิ่มตั้งแต่เมื่อไหร่กัน แต่เมื่อกี้ผู้หญิงคนนี้บอกว่ามาช่วยงานรัน “หรือว่าจะเป็น...”

“ค่ะ ดิฉันมาทำงานแทนขนม” มนสิชากล่าวเสียงเรียบ เข้าใจว่าเขารู้เรื่องนี้อยู่แล้ว

“อะไรนะ” รัฐเขตเบิกตากว้าง เสียงของเขาคล้ายไม่พอใจ “แล้วนี่รันอยู่ไหน”

หญิงสาวเห็นท่าทีและน้ำเสียงที่เปลี่ยนอย่างรวดเร็วยิ่งกว่าพลิกฝ่ามือก็เกิดอาการตัวเกร็งขึ้นมากะทันหัน ดีที่รัญชยาเดินลงมาจากชั้นบนพอดี

“รันอยู่นี่...พี่เขต ทำไมกลับมาเร็วล่ะ ก็ไหนบอกว่าจะกลับพรุ่งนี้ไง” น้องสาวทักทายพี่ชายอย่างแปลกใจ

“เรื่องนั้นช่างมันเถอะ อธิบายเรื่องนี้ให้พี่ฟังก่อน ทำไมถึงมีคนมาทำงานแทนขนม แล้วขนมลาออกไปตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมไม่มีใครบอกพี่” เขายังคงแสดงออกว่าไม่สบอารมณ์ชัดเจน และรัวคำถามใส่คนที่คิดว่าน่าจะรู้เรื่องนี้ดีที่สุด

“พี่เขตใจเย็นก่อน ขนมยังทำงานอยู่กับเราจนถึงสิ้นเดือนนี้ รันก็ให้ขนมเอาใบลาออกไปไว้ที่โต๊ะทำงานพี่ตั้งแต่วันจันทร์แล้วนี่ พี่เขตไม่เห็นหรอกเหรอ” รัญชยาพยายามอธิบาย แต่ก็ช่วยให้ชายหนุ่มคลายอารมณ์ที่ขุ่นมัวได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

“พี่ไม่เห็นนะ สงสัยจะโดนเอกสารอื่นทับอยู่ แล้วคืนก่อนที่พี่จะไปไต้หวันทำไมรันถึงไม่บอกพี่”

“คืนนั้นรันก็กะว่าจะคุย แต่รอจนรันเข้านอนแล้ว พี่เขตก็ยังไม่กลับ เช้ามาพี่ก็บินแล้ว ก็เลยไม่ได้บอกอะไร เพราะคิดว่าพี่คงเห็นใบลาออกแล้ว”

“เอาเถอะ...เดี๋ยวเอาไว้พี่คุยกับขนมเอง ว่าแต่เราเถอะ พี่ไม่อยู่ไม่กี่วัน ก็เที่ยวชวนใครต่อใครมาค้างที่บ้านซะแล้วเหรอ” สายตาเขาชำเลืองมองไปยังหญิงสาวอีกคนที่อยู่ด้านหลัง

รัญชยามองตามสายตาของพี่ชายเห็นแต่มนสิชาที่ยืนนิ่งอยู่ ก็รู้ทันทีว่า ‘ใคร’ คือคนที่รัฐเขตต้องการจะหมายถึง “มิ้นท์เป็นเพื่อนสนิทขนม ก่อนหน้านี้รันก็เคยเจอตั้งหลายครั้ง มาค้างด้วยกันสามคนจะแปลกอะไรล่ะ”

“สามคน?” เขาทวนคำ 

******************************

พี่เขตกลับมาเร็วกะว่าจะเซอร์ไพรส์...เจอเซอร์ไพรส์กว่าเลย

ทำใจทันมั้ยคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น