สะพานซ้อนกล

ตอนที่ 23 : (อ)ยากจะรั้ง 35%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    15 มี.ค. 63

“พี่รัน...หนมตัดสินใจแล้วนะคะ” ขวัญจิรายื่นซองเอกสารให้หัวหน้า ทั้งสีหน้าที่ยังมีความกังวลฉายชัด

รัญชยารับซองเอกสารนั้นมาเปิดดูก็ต้องตกใจ เพราะมันคือใบลาออกของคนยื่นเอง “เฮ้ย! นี่เอาจริงเหรอ ตกลงเรื่องมันยังไงกัน ก็วันนั้นยังเห็นนั่งยันนอนยันว่าจะไม่ไปอยู่เลย”

“หนมก็ไม่คิดว่าจะต้องไป แต่ทาง Spell เขาไม่หยุดน่ะสิ”

“แปลว่า...คุณดนย์เขาโทรมาอีกเหรอ”

“ไม่ใช่แค่โทรค่ะ มาให้เห็นกลางวันแสกๆ เลย พูดแล้วขนลุก” ขวัญจิรายักไหล่และส่ายหัวถี่ๆ ไปพร้อมกัน แล้วยังเอามือลูบแขนตัวเองอีกต่างหาก

“เว่อร์ไป...เขาไม่ใช่ผีนะ” รัญชยาเห็นท่าทางประกอบคำพูดของสาวรุ่นน้องแล้วถึงกับต้องปราม “แล้วเป็นยังไง หล่อสมคำร่ำลือไหม”

พอได้ยินคำถามแรกจากหัวหน้า คนที่เพิ่งยื่นใบลาออกถึงกับโวย “โธ่พี่รัน ไอ้เราก็นึกว่าจะเป็นห่วงน้อง”

“จ้า...ไอ้ห่วงก็ห่วงอยู่หรอก แล้วเขาทำอีท่าไหนให้เรายอมไปทำงานกับเขาได้ล่ะ” คนถามรอฟังอย่างตั้งใจ แต่รัญชยาคงไม่รู้ว่าคำถามของเธอเป็นสิ่งที่ขวัญจิราคิดว่ามันตอบยากมาก ยากจนอยากถอนหายใจก่อนตอบสักทีสองที

เมื่อสองวันก่อนพัทธดนย์บุกมาหาเธอถึงบ้าน เธอก็หาทางเลี่ยงหลบและหนีเขาโดยตลอด แต่สุดท้ายก็พลาดที่ดันไปตอบคำถามของเขา แม้จะไม่ได้ตอบแบบตรงไปตรงมา แต่มันก็ทำให้จอมเวทไอทีรู้ว่าเธอเองก็มีจุดประสงค์ที่จะเข้าไปทำงานใน Spell เหมือนกัน

‘รู้อย่างนี้ ตอบว่าไม่มีอะไรที่อยากให้ไปทำงานที่นั่นซะก็ดีหรอก’

ในเมื่อย้อนกลับไปแก้ไขคำพูดของตัวเองไม่ได้ ขวัญจิราก็กล้าพอที่จะไปทำงานในบริษัทคู่แข่ง อย่างน้อยเธอจะได้มีโอกาสทำสิ่งที่พี่ชายแสนดีขอเอาไว้ หญิงสาวจึงตอบรับข้อเสนอของจอมเวทเจ้าเล่ห์ แม้จะไม่เต็มปากเต็มคำนักก็ตาม

“ก็ทั้งหว่าน ทั้งล้อม ทั้งหลอก ทั้งล่อ มาทุกท่าที่เขาจะคิดได้นั่นแหละค่ะ นี่ขนาดหนมจะชิ่งหลายทีแล้วยังไปไหนไม่ได้เลย”

“ติดใจเหรอจ๊ะ” รัญชยากระเซ้าแต่อีกฝ่ายกลับไม่มีอารมณ์เล่นด้วยสักนิด

ขวัญจิราอยากบอกหญิงสาวตรงหน้าเหลือเกินว่า ‘ใจน่ะไม่ติด แต่ติดที่ข้อมือต่างหาก’ แต่ก็นั่นแหละ ใครจะไปกล้าบอกล่ะว่าผู้ชายที่รัญชยาปลื้มนักหนาเข้ามาประชิดตัวเธอถึงขนาดนี้

“พี่รันน่ะ เดี๋ยวก็ไม่ช่วยซะเลย นี่กะว่าจะทำหน้าที่เป็นแม่สื่อให้ซะหน่อย” ขวัญจิราแกล้งงอนกลบเกลื่อน

“โอ๋ โอ๋ ช่วยพี่ก่อน อย่าเพิ่งงอนเลยนะ” หัวหน้าทั้งปลอบทั้งง้อลูกน้องสุดฤทธิ์ แล้วก็นึกเรื่องสำคัญขึ้นมาได้ “แล้วนี่บอกพี่เขตหรือยัง”

“ยังเลยค่ะ หนมมาบอกพี่รันก่อน”

“แล้วจะไปเริ่มงานที่โน่นเมื่อไหร่”

“หนมบอกเขาไปว่าจะเริ่มต้นเดือนหน้าค่ะ”

“ต้นเดือนหน้า...ก็อีกไม่ถึงสองอาทิตย์เองสิ” รัญชยาตกใจจริงๆ เพราะไม่คิดว่าทุกอย่างมันจะรวดเร็วขนาดนี้

“ค่ะ ก็คุณดนย์ของพี่รันใจร้อนนี่คะ อยากให้หนมไปเริ่มงานเร็วๆ” ขวัญจิราทำหน้างอ เมื่อพูดถึงว่าที่เจ้านายคนใหม่ที่คะยั้นคะยอแล้วยังขู่ไว้อีกว่าถ้าเธอเบี้ยว ไม่ยอมไปทำงานกับเขาตามที่ตกปากรับคำไว้ละก็ เขาจะตามรังควานให้มากกว่านี้อีกหลายเท่า

“งั้นพี่ว่าหนมรีบไปคุยกับพี่เขตเลยดีกว่า” สิ้นคำพูดนั้น รัญชยาก็ต่อสายโทรศัพท์ในห้องประชุมไปหาพี่ชายตัวเองทันที แต่คนที่รับสายกลับเป็นดาหวัน ทำให้ได้รู้ว่าวันนี้รัฐเขตประชุมทั้งวัน

“แย่ล่ะ พี่ลืมว่าวันนี้พี่เขตมีประชุม พรุ่งนี้พี่เขตต้องไปไต้หวัน อีกตั้งหลายวันกว่าจะกลับ” รัญชยามองลูกน้องคนสนิทเหมือนต้องการปรึกษา แต่สุดท้ายเธอก็เป็นฝ่ายสรุปเอง “เอาเป็นว่าเดี๋ยวเย็นนี้พี่เกริ่นให้ก่อนแล้วกัน ถ้าบอกให้รู้ช้า มีหวังทำใจไม่ทันกันพอดี”

คนฟังกลอกตาไปมา ไม่เข้าใจในสิ่งที่รัญชยาพูด “คนที่ต้องทำใจคือหนมต่างหากล่ะคะ พี่เขตคงไม่ต้องทำใจหรอก เพราะเขาเป็นคนบอกให้หนมไปเองนี่นา”

ให้ตายเถอะ! นี่ขวัญจิราไม่รับรู้ ไม่เข้าใจ ไม่เห็นสายตาปริ่มปานจะขาดใจของรัฐเขตเลยหรือ

รัญชยาคันปากยิบๆ ใจหนึ่งอยากอธิบายเสียให้รู้แล้วรู้รอด แต่อีกใจก็คิดว่าให้เขาคุยกันเองน่าจะดีกว่า บางทีการที่ต้องห่างไกลจากขวัญจิรา อาจทำให้พี่ชายเธอยอมสารภาพความรู้สึกออกมาบ้างก็ได้

“งั้นเดี๋ยวพี่เซ็นใบลาออกของขนมให้ก่อน แล้วเดี๋ยวค่อยเอาไปวางที่โต๊ะพี่เขต ถ้าพี่เขตเลิกประชุมมาเคลียร์เอกสารจะได้เห็น”

“ค่ะพี่รัน แล้วเรื่องคนที่จะมางานแทนหนมล่ะคะ ต้องรอบอกพี่เขตก่อนหรือเปล่า”

“ไม่เป็นไร พี่เคยถามพี่เขตไว้แล้ว เขาให้พี่ตัดสินใจเองได้เลย” รัญชยาหยุดเมื่อนึกเรื่องสำคัญขึ้นมาได้ “คนที่ขนมเคยแนะนำให้พี่น่ะ ชื่อมิ้นท์ใช่ไหม นัดให้พี่หน่อยสิ พี่จะสัมภาษณ์เขาเอง”

 

“มิ้นท์ๆ ทางนี้” ขวัญจิรากวักมือเรียกเพื่อนสนิทที่เพิ่งก้าวเข้าประตูตึกของบริษัท Wish

“อ้าวขนม ขอโทษนะ มาช้าไปหน่อย” มนสิชายิ้มร่าที่เพื่อนรักลงมาต้อนรับถึงที่ อย่างน้อยเธอจะได้มีคนนำทาง ไม่ต้องติดต่อคนโน้นคนนี้ให้วุ่นวาย

ตอนแรกที่ขวัญจิราโทรหา บอกให้รีบมาสัมภาษณ์งานตอนบ่าย เธอก็แอบโวยนิดหน่อย เพราะเกรงว่าจะเตรียมตัวไม่ทัน มีอย่างที่ไหน อยู่ๆ ก็นัดให้มาสัมภาษณ์งานฉุกละหุกขนาดนี้ ดีนะที่ช่วงตกงานเธอเตรียมเอกสารสมัครงานไว้เรียบร้อยแล้ว ไม่อย่างนั้นคงต้องปล่อยให้โอกาสที่จะได้ร่วมงานกับ Wish หลุดมือไปอย่างน่าเสียดาย

“เออ ไม่เป็นไรหรอก ยังทัน”

“แล้วนี่ให้ฉันมาสัมภาษณ์งานตำแหน่งอะไรนะ”

“ผู้ช่วยผู้บริหารฝ่ายการตลาด” ขวัญจิรากล่าวเสียงเรียบ

“อ้าว! มันตำแหน่งเดียวกับแกเลยนี่ เขารับเพิ่มเหรอ ดีจัง ถ้าเขารับฉันก็จะได้ทำงานกับแก”

“ถ้าเขารับ แกก็ไม่ได้ทำงานกับฉันหรอก เพราะแกต้องมาทำงานแทนฉัน” 

“อ้าว!!” คนมาสัมภาษณ์งานตกใจหนักกว่าเดิม “แล้วแกจะไปไหน” 

“เอาน่า เดี๋ยวเล่าให้ฟัง ตอนนี้รีบไปหาพี่รันก่อนดีกว่า”

ขวัญจิราพาเพื่อนสนิทไปพบรัญชยา แล้วแนะนำให้ทั้งสองคนรู้จักกันอย่างเป็นทางการอีกครั้ง จากนั้นรัญชยาก็เริ่มสัมภาษณ์ว่าที่พนักงานใหม่ของ Wish ในห้องประชุมของฝ่ายการตลาดนั้นเอง

เพียงไม่นานการสัมภาษณ์งานก็เสร็จสิ้น รัญชยาตกลงรับมนสิชาเข้าทำงานและให้เริ่มงานวันรุ่งขึ้น ขวัญจิราจะได้สอนงานได้ทันก่อนจะต้องออกไปทำงานที่ Spell แต่มนสิชากลับเริ่มต้นการทำงานที่ Wish ในตำแหน่งเลขาของรัญชยา ไม่ใช่ผู้ช่วยผู้บริหารฝ่ายการตลาดอย่างที่หลายคนเข้าใจ ที่เป็นแบบนี้เพราะรัญชยาไม่อยากให้พนักงานคนอื่นมองว่ามนสิชาเป็นเด็กเส้นอีกคนหนึ่งอย่างที่พวกเขาเคยมองขวัญจิรา แล้วกรณีของมนสิชาก็แตกต่างกับขวัญจิรามากด้วย

ทุกคนในบริษัทรู้ตั้งแต่ขวัญจิรามาฝึกงาน ว่าเธอสนิทสนมและผูกพันกับครอบครัววงศ์ทวีวาณิชย์มาช้านาน การที่เธอทำงานในตำแหน่งสูงโดยไม่ต้องไต่ระดับตั้งแต่เริ่มต้นเหมือนพนักงานคนอื่นก็เป็นเรื่องที่พอเข้าใจได้ว่า...เส้นใหญ่ แต่ก็ไม่มีใครกล้าว่าหรือนินทาอะไรจริงจัง เพราะเธอเองก็ทำงานดี โดยเฉพาะงานเกี่ยวกับการวางแผนสื่อและคิดแคมเปญทางการตลาดต่างๆ

ถึงกระนั้นมนสิชาก็พอใจกับตำแหน่งเลขาที่ได้รับ เพราะมันดูเหมาะสมกับเธอมากกว่า หญิงสาวรู้ว่าตัวเองถนัดด้านการจัดการมากกว่าใช้ความคิดสร้างสรรค์อย่างที่เพื่อนสนิทของเธอทำ และขอบเขตงานที่ได้รับมอบหมายก็ยังคงเป็นการช่วยเหลืองานของรัญชยาในทุกๆ อย่าง ไม่ต่างจากขวัญจิราอยู่ดี

ในช่วงวันสองวันแรก มนสิชาได้รับการบอกเล่าและสอนงานจากเพื่อนสนิท โดยมีรัญชยาคอยช่วยเหลืออีกแรง แต่เธอก็ยังต้องปรับตัวอีกหลายอย่าง บอกตามตรงว่าคนอย่างมนสิชาไม่เคยกลัวเรื่องงาน จะมาแบบไหนก็พร้อมสู้ แต่ที่หวั่นใจคงเป็นเรื่องความสัมพันธ์กับหัวหน้าและเพื่อนร่วมงานต่างหาก

ไม่ใช่ว่าเธอมีนิสัยหรือพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ แต่เป็นเพราะเธอเป็นคนพูดน้อย แทบจะถามคำตอบคำ จะให้พูดมากกว่านั้นก็แค่กับคนที่สนิทกันจริงๆ หรือถ้าจะให้ชวนคนอื่นคุยก็ยิ่งทำไม่เป็นเข้าไปใหญ่ คนในฝ่ายการตลาดก็มีแต่คนคุยเก่งกันทั้งนั้น แล้วอย่างนี้ใครจะชอบคนเม้าท์ไม่มันส์อย่างเธอกันเล่า

โชคดีที่หัวหน้าอย่างรัญชยาจะวางตัวเป็นกันเอง และยินดีให้เธอเรียกว่า ‘พี่รัน’ ตามที่ขวัญจิราเรียก แต่เธอก็รู้สึกตะขิดตะขวงใจอยู่ลึกๆ เพราะคนทั้งฝ่ายก็เรียกน้องสาวเจ้าของบริษัทคนนี้ว่า ‘คุณรัน’ กันหมด และยิ่งถ้าเป็นตัวเจ้าของบริษัทเองด้วยแล้ว ยิ่งไม่มีใครเรียกอย่างสนิทสนมเหมือนที่ขวัญจิราทำเลยสักคน

รัฐเขต วงทวีวาณิชย์...เขาจะเป็นคนน่ารัก ใจดี อย่างที่เพื่อนของเธอเล่าให้ฟังหรือเปล่าก็ไม่รู้ เพราะตั้งแต่เริ่มงาน เธอก็ไม่เคยพบเจอเขาเลยสักครั้ง

**************************************

พี่รันรีบหาคนใหม่มาทำงานแทนขนมเลย จะเชื่อดีมั้ยว่าไม่อยากให้ขนมออกจริงๆ เนี่ย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น