สะพานซ้อนกล

ตอนที่ 22 : ทางหนีที่ถูกปิด 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    12 มี.ค. 63

ร้านกาแฟที่หญิงสาวหมายตาไว้อยู่ไม่ไกลนัก เป็นร้านเล็กๆ ที่ค่อนข้างเงียบ แต่ก็มีที่นั่งสำหรับลูกค้าเป็นสัดเป็นส่วน เมื่อเข้ามาในร้าน พัทธดนย์มุ่งหน้าจะเปิดโต๊ะเจรจา แต่ขวัญจิรากลับใช้มืออีกข้างยึดมือหนาที่พันธนาการเธอไว้

“เดี๋ยวสิคุณ สั่งกาแฟก่อน”

“ก็ได้” ชายหนุ่มแปลกใจไม่น้อยที่คราวนี้เธอเป็นฝ่ายรั้งเขา แต่ก็ยอมหยุดและเดินตามเธอไปแต่โดยดี

ขวัญจิราทักทายเจ้าของร้านแล้วสั่งกาแฟแก้วโปรดของตัวเอง แว้บแรกก็คิดจะสั่งแค่กาแฟอย่างเดียว แต่เมื่อครู่อีตาจอมเวทนี่บอกเองว่าจะเลี้ยง งั้นก็สั่งของหวานเพิ่มอีกสักอย่างสองอย่างแล้วกัน เธอมองไปยังเค้กน่าลิ้มชิมรสวางเรียงกันอยู่ แล้วยกมือข้างถนัดชี้เอาชิ้นเค้กที่หมายปอง แต่กลับทำไม่ได้อย่างใจเพราะดันมีมือหนาของพัทธดนย์จับอยู่บนนั้นด้วย ขวัญจิราเห็นดังนั้นก็รีบเปลี่ยนมาเป็นมือที่ไม่ถนัดอีกข้างทันที ด้วยไม่อยากให้เจ้าของร้านกาแฟสังเกตเห็น

พัทธดนย์สั่งกาแฟสำหรับตัวเขาเอง แล้วรีบดึงข้อมือขวัญจิราให้มานั่งโต๊ะมุมร้านซึ่งที่นั่งด้านติดกับผนัง  ชายหนุ่มให้คู่เจรจาของตนเข้าไปนั่งที่โซฟาด้านใน แลกกับการที่เขาจะยอมปล่อยมือ แล้วตัวเขาก็นั่งลงบนโซฟาฝั่งเดียวกัน

“คุณ ทำไมไม่ไปนั่งเก้าอี้ฝั่งโน้นล่ะ จะมานั่งเบียดอยู่ฝั่งนี้ทำไม” ขวัญจิราโวยวายเมื่อเข้าเขาใกล้จนรู้สึกไม่ปลอดภัย

“ก็นั่งปิดทางไม่ให้คุณหนีไง ไม่งั้นผมจะยอมปล่อยมือคุณเหรอ” เขาตอบหน้าตาเฉย “ถ้าจะให้ผมไปนั่งอีกฝั่งก็ได้ แต่ผมก็จะจับมือคุณไว้จนกว่าเราจะเจรจากันจบ ตกลงไหมล่ะ”

“โอ๊ย!” ขวัญจิราทำได้เพียงถอนหายใจและอุทานออกมาแค่นั้น รู้สึกขัดใจมากที่ถูกเขาดักทาง “ถ้าอย่างนั้นจะนั่งตรงไหนก็แล้วแต่คุณเถอะ”

เขาหัวเราะในลำคออย่างคนมีชัย รู้สึกดีอย่างประหลาดที่สามารถเอาชนะเธอได้ในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก่อนวกเข้าประเด็น “ผมให้เวลาคุณตัดสินใจมาอาทิตย์นึงแล้ว ตกลงว่ายังไง จะมาทำงานที่ Spell ไหม”

หญิงสาวอึกอักเมื่อถูกทวงคำตอบจึงเสมองไปยังเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามแทนการมองไปทางเขา “ฉันบอกตามตรงนะว่าฉันจำข้อเสนอของคุณไม่ได้ ก็เลยไม่ได้คิดคำตอบอะไรไว้เลย”

“จำข้อเสนอของผมไม่ได้ แต่จำเสียงผมได้งั้นสิ เมื่อกี้ถึงได้ด่าถูกตัว” เสียงเขายกสูงขึ้นกว่าปกติเล็กน้อย เพราะไม่เชื่อในสิ่งที่เธอพูด

“ฉันไม่...” หญิงสาวหันขวับมามองอีกฝ่าย แต่พูดได้แค่สองคำก็ต้องเงียบ เมื่อเห็นใบหน้าหล่อเหลาอยู่ใกล้แค่ปลายเอื้อม ไม่รู้ว่าเขายังมองจ้องที่เธอมานานแค่ไหนแล้ว ความร้อนวูบวาบเกิดขึ้นที่ใบหน้าของขวัญจิราแล้วใจก็เริ่มเต้นโครมครามอีกหน คิดอีกทีก็ดีเหมือนกันที่เขานั่งฝั่งเดียวกับเธอ เพราะถ้าต้องสบตากันจนกว่าจะจบการสนทนาล่ะก็...เธอต้องแย่แน่ๆ

พัทธดนย์เห็นหญิงสาวเบือนหน้ากลับโดยไม่พูดอะไรอีก ทั้งที่ก่อนหน้านั้นทำท่าเหมือนจะหาเรื่องทะเลาะ ก็ไม่แน่ใจว่าเธอกำลังต้องการปิดบังอะไรสักอย่าง หรือเขินเวลาที่อยู่ใกล้เขาเหมือนผู้หญิงคนอื่นๆ กันแน่

“ความจริงแล้วผมนึกว่าคุณจะตอบตกลงในวันนั้นเลยด้วยซ้ำ เห็นเบอร์คุณโทรกลับมา ผมก็อุตส่าห์ตั้งใจฟัง” ชายหนุ่มนึกย้อนกลับไปถึงวันที่เขาโทรติดต่อเธอ แล้วหลังจากวางสายไม่นานโทรศัพท์เขาก็ดังขึ้นใหม่ โดยที่หน้าจอฟ้องว่า ‘ขนมบ้าบิ่น’ กำลังโทรเข้ามา ในใจของเขาตอนนั้นคิดอยู่แค่สองอย่าง คือถ้าไม่โทรมาตอบรับข้อเสนอก็คงโทรมาด่าเขาต่อ แต่เมื่อรับสาย ฝั่งที่โทรมากลับเงียบสนิท

“ฉันโทรหาคุณด้วยเหรอ...ไม่เห็นจำได้เลย” คำโกหกของเธอเบาราวกับไม่ต้องการให้ใครได้ยิน และไม่ยอมหันกลับมามองเขาอีกเลย

“เรื่องนั้นช่างเถอะ เอาเป็นว่าถ้าคุณจำข้อเสนอผมไม่ได้ ผมก็ใจดีพอที่จะบอกคุณใหม่ คือผมต้องการให้คุณมาเป็นผู้จัดการฝ่ายการตลาด ให้เงินเดือนสองเท่าจากที่คุณได้อยู่ตอนนี้”

“ผู้จัดการฝ่ายเหรอ หมายถึงจะให้ฉันทำหน้าที่ดูแลส่วนงานใดส่วนงานหนึ่งในฝ่ายการตลาดใช่ไหม”

“ไม่ใช่...ผู้จัดการฝ่ายการตลาดของ Spell ก็เหมือนผู้บริหารฝ่ายของ Wish หรือก็คือตำแหน่งเดียวกับรัญชยา หัวหน้าคุณตอนนี้”

“คุณสติดีหรือเปล่า ฉันอายุแค่ยี่สิบสี่ ทำงานมายังไม่ถึงสามปีเลยด้วยซ้ำ จะให้ไปทำหน้าที่บริหารทั้งฝ่ายได้ยังไง” เธอชำเลืองมองพัทธดนย์เล็กน้อย เพราะแปลกใจกับตำแหน่งที่เขาเสนอให้ จริงอยู่ว่ารัญชยาที่อายุมากกว่าเธอแค่สามปีก็สามารถดำรงตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดในฝ่ายการตลาดของ Wish ได้ แต่นั่นไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะเจ้าของบริษัทคือพี่ชายแท้ๆ ของรัญชยา ซึ่งมันเทียบกันไม่ได้กับกรณีของเธอ

“ถ้างั้นรัฐเขตก็คงสติไม่ดีเหมือนกันล่ะมั้ง ที่ยอมให้คุณเป็นผู้ช่วยผู้บริหารฝ่ายของ Wish” เขายักคิ้วยียวน

“คุณไม่รู้อะไรก็อย่าพูด แล้วคุณก็ไม่มีสิทธิ์มาว่าพี่เขตแบบนั้นด้วย”

“พี่เขตงั้นเหรอ” ชายหนุ่มทวนคำที่เธอใช้เรียกคู่แข่งตัวฉกาจ “แตะนิดแตะหน่อยไม่ได้เลยนะ”

หญิงสาวมองค้อนให้ทีหนึ่ง แล้วค่อนแคะเขาต่อ “แล้วคนในบริษัทคุณล่ะ ใช้การไม่ได้แล้วเหรอ”

“ไม่ใช่ใช้การไม่ได้ แต่อยากได้คนใหม่มากกว่า คิดดูสิ นี่เป็นโอกาสที่คุณจะก้าวหน้าเลยนะ ถ้าอยู่ที่ Wish คุณก็ไม่มีทางได้ขึ้นเป็นผู้บริหารจนกว่ารัญชยาจะเปลี่ยนไปดูฝ่ายอื่น เพราะยังไงเขาก็คงไม่ลาออกแน่ๆ”

“ก็ถ้าฉันพอใจในตำแหน่งผู้ช่วยผู้บริหารที่ทำอยู่ตอนนี้ล่ะ ก็ไม่เห็นจำเป็นต้องไปทำงานกับคุณนี่ จริงไหม”

“แล้วถ้าเป็นเงินเดือนที่จะได้เป็นสองเท่าล่ะ สนไหม”

“ทำเป็นหน้าใหญ่เอาเงินมาล่อ คุณรู้เหรอว่าตอนนี้ฉันได้เงินเดือนเท่าไหร่” เธอถามจบก็เห็นเขาส่ายหน้าแทนการตอบ ขวัญจิราจึงบอกเงินเดือนเธอให้เขารู้ เพราะคิดว่ามันสูงถ้าเทียบกับคนรุ่นราวคราวเดียวกัน และน่าจะสูงพอที่จะทำให้ชายหนุ่มถอดใจ “สองเท่าจากนี้ก็หลายตังค์อยู่นะ ถ้ากระเป๋าหนักไม่พอก็กลับไปเถอะ”

“ก็ไม่ได้มากเท่ากับที่ผมกะเอาไว้นะ” จอมเวทไอทีตอบหน้านิ่ง ไม่ได้แสดงความแปลกใจแต่อย่างใด เพราะเขาคำนวณเงินเดือนจากตำแหน่ง ไม่ใช่อายุงาน

“ทุนหนาซะขนาดนี้ ถ้าฉันขอเพิ่มเป็นสามเท่าก็คงได้ใช่ไหม”

“ต่อรองเงินเดือนแบบนี้ แปลว่าตอบตกลงแล้วงั้นสิ” ชายหนุ่มยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์

“ยังค่ะ ฉันแค่อยากได้คำยืนยันจากคุณเฉยๆ ว่าถ้าฉันตอบตกลง คุณจะให้เงินเดือนฉันเพิ่มเป็นสามเท่า” ที่กล้าขอเพราะเธอรู้อยู่แก่ใจว่าถ้าเขายังหว่านล้อมไม่เลิก เธอคงต้องไปทำงานที่ Spell ตามที่รับปากกับรัฐเขตไว้สักวัน

พัทธดนย์ขมวดคิ้วเล็กน้อยขณะวิเคราะห์คู่เจรจาของเขาอยู่ในใจ ผู้หญิงคนนี้มองเผินๆ ก็ดูธรรมดา แต่ทำไมถึงหัวหมอและต่อรองยากเหลือเกิน แต่ก็เอาเถอะ ถือซะว่าใช้ปลาใหญ่เป็นเหยื่อล่อปลาที่ใหญ่กว่าก็แล้วกัน

“ผมรับปากว่าตราบใดที่คุณทำงานเป็นผู้จัดการฝ่ายการตลาดของ Spell คุณจะได้รับเงินเดือนสามเท่าจากตอนนี้ พอใจหรือยัง”

ขวัญจิรายิ้มกริ่มที่เขายอมให้ตามที่เธอแกล้งขอ แต่...“มันก็แค่ผลตอบแทนเท่านั้นเอง Spell มีอะไรที่ดีกว่า Wish จนทำให้ฉันอยากไปทำงานที่นั่นอีกหรือเปล่า”

“อืม...เรื่องการเดินทางเป็นไง ผมว่าที่ตั้งของ Spell น่าจะทำให้คุณเดินทางง่ายขึ้น”

ทำเลที่ตั้งสำนักงาน Spell อยู่ในแนวรถไฟฟ้าพอดี แต่มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญแต่อย่างใด พัทธดนย์ตั้งใจเลือกที่นั่นเพราะอยากได้ที่ที่เดินทางสะดวก เจ้าของตึกก็เป็นเพื่อนสนิทกับบิดาของเขาเสียอีก ชายหนุ่มจึงได้ใช้งานตึกนั้นด้วยค่าเช่าที่ถูกแสนถูก จนเขาคิดว่าถ้ากิจการยังเจริญรุ่งเรืองแบบก้าวกระโดดอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆ ละก็ เขาคงต้องขอซื้อตึกให้มาเป็นกรรมสิทธิ์ของตัวเองแบบถาวรซะแล้ว

ขวัญจิรายอมรับว่าการเดินทางของเธอจะสะดวกขึ้นจริงๆ แต่อดไม่ได้ที่จะขัดเขาเสียหน่อย “ถ้าฉันมีรถส่วนตัว จะ Spell หรือ Wish มันก็ไม่ได้ต่างกันนี่”

“งั้น...ชุดทำงานล่ะ” พัทธดนย์ลอบสำรวจการแต่งกายของเธออย่างคร่าวๆ แล้วก็พบกับเสื้อยืดพอดีตัว กางเกงขาสั้น และรองเท้าแตะ “เท่าที่ดูจากการแต่งตัวของคุณตอนนี้ผมว่า...คุณคงไม่ชอบใส่อะไรเป็นทางการหรอก ใช่ไหม”

“โอ๊ย! แล้วจะมีใครใส่สูทเดินออกมาทิ้งขยะแถวหน้าบ้านตัวเองกันบ้างเล่า” เธอทำเสียงดังใส่เขาเพื่อกลบเกลื่อนความขัดเขินที่ถูกมองตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาที่ไม่ได้ไปในเชิงดูถูก แต่มันเหมือน...เอ็นดู

ชายหนุ่มหัวเราะอย่างไม่อาจกลั้น มันก็จริงอย่างที่เธอว่า แต่เขาไม่ได้ต้องการจะสื่อแบบนั้น “ผมหมายความว่า ถ้าทำงานที่ Spell คุณไม่จำเป็นต้องใส่ชุดทำงานที่เป็นทางการก็ได้ ขอแค่มีกาลเทศะก็พอ” 

“ไอ้กาลเทศะที่คุณว่านี่คือยังไง”

“ก็เลือกให้เหมาะสมกับตำแหน่ง คุณจะมาลุคไหนก็ตามใจ แต่ต้องไม่สั้น ไม่โป๊ ไม่โทรมเหมือนใส่ชุดนอนมาทำงานก็พอ” เขาอธิบายอย่างใจเย็น แล้วจู่ๆ ก็ถามอะไรบางอย่างออกมา “มีไหม...คุณน่ะ”

ขวัญจิราไม่แน่ใจหรอกว่าหมายถึงอะไร แต่ก็ตั้งใจกวนประสาทเขาเต็มที่อยู่แล้ว “ชุดนอนน่ะเหรอ...มีสิ”

พัทธดนย์ส่ายหน้าเล็กน้อย แต่สีหน้าเรียบเฉยเหมือนไม่สะท้านสะเทือน เพราะเขามีไม้เด็ดกว่านั้น “ผมหมายถึงกาลเทศะน่ะ คุณมีไหม”

“คุณ...” ขวัญจิราหน้าตึง ไม่คิดว่าเขาจะหลอกด่าเธอได้ร้ายกาจขนาดนี้ “ผู้ชายอะไร ปากร้ายชะมัด”

“ไม่เห็นต้องเครียดนี่ ทีวันนั้นคุณด่าผมเป็นชุด ผมยังไม่ถือสาเลย” ท่าทางเขาเหมือนจะปลอบ แต่ก็ไม่น่าใช่ “ตกลงว่ายังไง สาธยายข้อดีไปตั้งเยอะแล้ว คุณจะมาทำงานกับผมได้หรือยัง”

“ฉันขอถามคุณอีกข้อนึงสิ ทำไมคุณถึงจงใจซื้อตัวฉัน”

พัทธดนย์อึ้งไปเล็กน้อย ไม่คิดว่าเธอจะถามตรงไปตรงมาแบบนี้ แต่ถ้าตอบความจริงก็คงไม่ได้ประโยชน์อะไร สู้ลองหาทางให้คนหัวดื้ออย่างยัยขนมบ้าบิ่นยอมทำตามสิ่งที่เขาต้องการด้วยความสมัครใจดีกว่า ก็อย่างที่ใครเขาว่าไว้นั่นแหละ ‘ถ้าไม่ได้ด้วยเล่ห์ ก็ต้องใช้เสน่ห์อันแพรวพราว’

“ที่ซื้อก็เพราะ...อยากได้น่ะสิ บอกตามตรงนะว่า ผม-อยาก-ได้...คุณ” เขาทิ้งปลายเสียงลากยาวตรงพยางค์ก่อนสุดท้ายและตั้งใจย้ำคำว่า ‘คุณ’ เป็นพิเศษพร้อมทำสายตากรุ้มกริ่มชวนให้คิดลึกไปถึงไหนต่อไหน

ขวัญจิราหน้าร้อนผ่าวเหมือนเลือดกำลังสูบฉีด อาการใจสั่นกำเริบอย่างรุนแรง จนต้องกลบเกลื่อนความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับร่างกาย แต่สายตากลับแสดงความหวั่นไหวต่อท่าทีของเขา

พัทธดนย์เห็นเธอหน้าแดงและพยายามหลบตา ก็พอรู้ว่าขุมเสน่ห์ของเขายังคงใช้การได้ดี แม้กระทั่งกับผู้หญิงหัวดื้อที่ตั้งท่าจะเป็นปรปักษ์กับเขาก็ตาม

“คุณตอบไม่ตรงคำถาม ฉันอยากรู้ว่าคุณต้องการอะไรจากฉันกันแน่”

“ความลับ” ชายหนุ่มพูดจริงแต่จงใจให้ดูเหมือนไม่จริง เขาต้องการซื้อตัวเธอก็เพื่อ ‘ความลับ’ จริงๆ นั่นแหละ

“ถ้าเรื่องแค่นี้คุณตอบฉันตรงๆ ไม่ได้ ฉันก็ไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องย้ายที่ทำงานเลย”

“นี่ผมก็บอกคุณตรงที่สุดแล้วนะ”

“เนี่ยน่ะเหรอ...ที่ว่าตรง ตั้งใจไม่บอกกันมากกว่า”

“ถ้าอย่างนั้นคุณบอกผมได้หรือเปล่า ว่าอะไรที่จะทำให้คุณยอมมาทำงานกับผม” เขาถามอย่างจริงจัง

คำถามนั้นทำให้ขวัญจิราคิดถึงสิ่งที่รัฐเขตต้องการให้เธอช่วยทำ นั่นคือการจับตาดูความเคลื่อนไหวของพัทธดนย์อย่างใกล้ชิด เดิมทีเธอก็ไม่เข้าใจนักหรอกว่าต้องทำอะไรแค่ไหน แต่เมื่อคิดทบทวนดูแล้ว การซื้อตัวก็แปลว่าต้องการได้ความรู้ความเชี่ยวชาญหรือไม่ก็...ความลับที่คนคนนั้นรู้

เอ!...หรือความลับที่พัทธดนย์ว่า จะหมายถึงแบบนี้

รัฐเขตก็บอกเองว่าเขาไว้ใจขวัญจิรามากพอจะเชื่อว่าเธอจะไม่เปิดเผยความลับใดๆ ให้พัทธดนย์รู้ แต่แค่จับตาดูความเคลื่อนไหวอย่างเดียวมันจะไปได้การอะไร ถ้าพี่เขตขอ...ขนมก็จะจัดให้ แถมจะล้วงความลับของพัทธดนย์ให้อีกด้วย

“ก็คงเป็น ‘ความลับ’ เหมือนกันละมั้ง”

หญิงสาวตอบอย่างมีเลศนัย ซึ่งพัทธดนย์ก็เข้าใจความหมายของเธอได้ในทันที ผู้หญิงคนนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ การต่อรองกับเธอในวันนี้ทำให้จอมเวทหนุ่มรู้ดีว่าแผนการของเขามีความเสี่ยงมากขึ้นกว่าเดิม ต่อจากนี้ไปเขาคงต้องเตรียมการรับมือกับสงครามประสาทที่อาจต้องปะทะกับแม่ตัวแสบนี่อยู่เนืองๆ ให้มากขึ้นเสียแล้ว

“แสดงว่า...คุณเองก็มีวัตถุประสงค์ในการเข้ามาทำงานที่ Spell แล้วหล่ะสิ ถ้าอย่างนั้นก็ขอต้อนรับผู้จัดการฝ่ายการตลาดคนใหม่สู่ Spell นะคุณขวัญจิรา”

“อย่ามั่วนะคุณ ฉันไปตอบตกลงตั้งแต่เมื่อไหร่กัน”

“ผมรู้ว่าคุณต้องตกลงแน่ๆ เพราะไม่ว่าสิ่งที่คุณต้องการจาก Spell จะคืออะไรก็ตาม คุณจะไม่มีทางได้มันมา ถ้าไม่ยอมมาทำงานกับผม...จริงไหม?”

**********************************

คุณดนย์หลอกล่อขนมให้ติดกับจนได้ ณ จุดนี้ต้องยอมรับว่าสกิลมันผิดกันนะจ๊ะ

เห็นทีขนมคงต้องฝึกวิทยายุทธมาใหม่

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น