สะพานซ้อนกล

ตอนที่ 20 : ซื้อตัว 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    3 มี.ค. 63

ขวัญจิราเงียบ ไม่ยอมตอบคำถาม จนรัญชยาต้องเป็นฝ่ายตอบเสียเอง “คนของ Spell ติดต่อมาน่ะพี่เขต นี่ก็ยังไม่แน่ใจว่าคนที่ติดต่อมาจะเป็นคุณพัทธดนย์เองหรือเปล่า”

รัฐเขตใจวูบหายกว่าเก่าเมื่อได้ยินชื่อจอมเวทแห่ง Spell เขาสังหรณ์ใจแปลกๆ แต่ก็ยังไม่อยากเชื่อข้อสันนิษฐานของน้องสาว

“จริงเหรอขนม” ชายหนุ่มหันมาถามหญิงสาวอีกคน

ขวัญจิราไม่ได้ตอบคำถามนั้นเป็นคำพูด แต่พยักหน้าช้าๆ ทั้งที่ยังสบตารัฐเขตอยู่ด้วยสายตาคล้ายคนกระทำความผิดอะไรสักอย่างแล้วกำลังถูกเหล่าเจ้าทุกข์คาดคั้น

“แล้วเขาว่ายังไง” รัฐเขตซักไซ้ต่อ

“เขาจะให้ไปทำตำแหน่งอะไรสักอย่างในฝ่ายการตลาดนี่แหละค่ะ เสนอเงินเดือนเพิ่มจากที่นี่สองเท่า”

“เงื่อนไขก็ดูเหมือนตั้งใจซื้อตัวจริงๆ นั่นแหละ แต่ทำไมถึงต้องเจาะจงเป็นขนมด้วย เขาบอกไหม”

“บอกแค่ว่า หนมจำเป็นต่อบริษัทเขาตอนนี้ แต่พูดจาห้วนมาก ไม่มีหางเสียงเลยค่ะ” แม้จะเป็นการตอบคำถามของรัฐเขต แต่ขวัญจิรายังคงติดใจเรื่องลักษณะการพูดของคนที่เพิ่งวางสายจากเธออยู่ดี

“เขาให้เบอร์ติดต่อกลับไว้ไหม”

“ไม่ได้ให้ไว้อย่างเป็นทางการค่ะ บอกแค่ว่าให้โทรกลับเบอร์นี้” ขวัญจิราหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแล้วกดเข้าไปดูเลขหมายที่โทรเข้ามาล่าสุด ก่อนยื่นให้รัฐเขต

เขารับอุปกรณ์สื่อสารนั่นมา เพื่อเพ่งหมายเลขบนสุดที่ปรากฏบนหน้าจออย่างพิจารณา “อยากรู้ไหมว่าคนที่โทรมาเมื่อกี้ใช่พัทธดนย์จริงๆ หรือเปล่า”

“ไม่ค่ะ”/ “อยากค่ะ” เสียงของขวัญจิราและรัญชยาเอ่ยขึ้นมาพร้อมกัน แต่ความหมายในสิ่งที่พูดแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เมื่อขวัญจิราส่ายหน้ายิกๆ พร้อมปฏิเสธลั่น แต่รัญชยากลับตอบรับหน้าตาเฉย

“พี่ถามขนม ไม่ได้ถามรันซะหน่อย”

“ก็รันอยากรู้นี่พี่เขต” รัญชยาทำหน้ามุ่ยใส่พี่ชาย เพราะเข้าใจว่ากำลังถูกเขาตำหนิอยู่กลายๆ

“เรานี่นะ ไม่ต้องทำหน้าอย่างนั้น พี่ไม่ว่าอะไรแล้ว” รัฐเขตกล่าวแก่น้องสาวด้วยน้ำเสียงอบอุ่น แล้วหันมาสนทนากับหญิงสาวอีกคนต่อ “ขนมไม่อยากรู้หรอกเหรอ”

“หนมว่าไม่รู้ดีกว่าค่ะ” จะอยากรู้ไปทำไมกันเล่า ในเมื่อด่าเขาไปตั้งหลายคำ ถ้าคนที่โทรมาเป็นพัทธดนย์จริงๆ มีหวังป่านนี้เขาคงโมโหจนเขวี้ยงโทรศัพท์ทิ้งไปแล้วละมั้ง

“แต่พี่ว่ารู้ไว้ก็ดีนะ เพราะถ้าใช่ขึ้นมาจริงๆ เราจะได้เตรียมรับมือถูก” เมื่อสิ้นเสียงเขาก็กดโทรออกจากเครื่องของขวัญจิราไปยังหมายเลขนั้นทันที พร้อมทั้งเปิดลำโพงในขณะที่รอสายด้วย

ขวัญจิราถึงกับหน้าถอดสี เพราะตกใจกับการกระทำของชายหนุ่มตรงหน้า เธอพยายามส่งเสียงที่เหมือนจะเรียกชื่อเขา แต่รัฐเขตกลับยกนิ้วชี้ของมืออีกข้างมาไว้ใกล้ปากพร้อมทั้งส่งเสียง ‘ชู่ว์’ เป็นการบอกให้ทุกคนในห้องประชุมเงียบ และรอคอยการตอบรับของปลายสาย

และเพียงไม่นาน การรอคอยนั้นก็เป็นผลสำเร็จ เมื่อมีเสียงทุ้มนุ่มตอบกลับมาในโทรศัพท์เครื่องนั้นจริงๆ

“ว่าไงคุณ ตกลงรับข้อเสนอของผมแล้วใช่ไหม”

หนึ่งหนุ่มและอีกสองสาวที่อยู่รายล้อมอุปกรณ์สื่อสารยังคงเงียบสนิท ไม่มีใครส่งเสียงอะไรเล็ดลอดออกมาแม้แต่เพียงนิดเดียว

“เงียบทำไมละคุณ ทีเมื่อกี้ยังปากเก่งอยู่เลย”

ทั้งสามคนยังคงมองตากันและกัน แต่ก็ยังไม่มีใครพูดอะไรอยู่ดี

“ฮัลโหล...ได้ยินไหมคุณ ถ้าคุณไม่พูด ผมวางแล้วนะ” สิ้นเสียงชายหนุ่มในโทรศัพท์ก็เป็นเสียงสัญญาณบ่งบอกว่าเขาได้ตัดสายทิ้งไปแล้ว และนั่นก็ทำให้บรรยากาศของการประชุมย่อมๆ กลับมาอีกครั้ง

“ไงขนม ใช่คนเดียวกับที่โทรหาเราก่อนหน้านี้ไหม” ชายหนุ่มเพียงคนเดียวในห้องนั้นเป็นฝ่ายเริ่มถาม

“ใช่ค่ะ” ขวัญจิรายืนยันด้วยความแน่ใจ

“อื้ม...ก็พัทธดนย์จริงๆ นั่นแหละ” รัฐเขตเฉลยผลที่ได้จากการวิเคราะห์ของเขาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งทั้งที่ใจสั่นไหว และยังคงวิเคราะห์ต่อ “นี่ก็คงจะเป็นเบอร์ส่วนตัวของเขาซะด้วย เบอร์สวยขนาดนี้”

ขวัญจิราเอาแต่นั่งนิ่ง รู้สึกเหมือนการรับรู้ต่างๆ ขาดหายไปชั่วขณะ เมื่อได้ยินว่าคนที่โทรมาคือจอมเวทไอทีคนนั้นจริงๆ ส่วนรัญชยากำลังชะโงกดูเบอร์สวยเมื่อครู่ ใคร่ครวญพักหนึ่งก็แน่ใจว่าไม่ใช่เบอร์เดียวกับที่อยู่ในนามบัตรของพัทธดนย์ น่าสงสัยว่าเบอร์ที่เขาให้จะเป็นของเลขา เธอจึงยังไม่กล้าฟันธง แล้วรัฐเขตล่ะ ทำไมถึงได้มั่นใจขนาดนั้น

“ไม่เห็นพี่เขตจะพูดอะไรกับเขาเลย แล้วพี่แน่ใจได้ยังไงว่าใช่คุณดนย์”

“พี่...เคยเจอเขาอยู่บ้าง...ก่อนหน้านี้ ถึงจะยังไม่มีใครแนะนำให้รู้จักกันอย่างเป็นทางการ แต่พี่จำเสียงและวิธีการพูดของเขาได้” รัฐเขตตอบน้องสาวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าไม่ฉะฉานเท่าทุกที

“ขนม เป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมเงียบไปเลย” รัญชยาเห็นสีหน้าของขวัญจิราดูกังวลอย่างเห็นได้ชัด

“คือ...หนมด่าเขาไปเต็มๆ เลยน่ะสิคะ” หญิงสาวตอบเสียงเบาเต็มที

“อะไรนะ นี่ขนมด่าคุณดนย์เหรอ”

“ใช่สิพี่รัน หนมบอกเขาไปด้วยว่าหนมตั้งใจด่าเจ้าของ Spell”

“แต่ก็ปฏิเสธไม่ไปทำงานกับเขาแล้วนี่ ไม่เห็นต้องกังวลเลย เอ...หรือว่ากลัวเขาโกรธ”

“ไอ้โกรธน่ะไม่เท่าไหร่หรอกค่ะพี่รัน แต่...” ขวัญจิราหลุดปากเหมือนจะพูดอะไรเป็นเชิงปรึกษาเจ้านายทั้งสอง เธอกำลังคิดถึงคำพูดของพัทธดนย์ที่ทิ้งท้ายไว้ว่าจะหาทางรังควานเธอด้วยวิธีอื่น...คิดแล้วก็สยอง เธอจึงต่อความประโยคที่ขาดหายของตัวเองด้วยการตัดบท “ช่างมันเถอะค่ะ คงไม่มีอะไรหรอก”

เมื่อคนหน้าเครียดยืนยันว่าไม่มีอะไร รัฐเขตก็เอ่ยถามขึ้นมาอีกครั้ง “ขนมตัดสินใจดีแล้วใช่ไหมที่ตอบปฏิเสธเขา”

“ค่ะพี่เขต หนมไม่เคยเชื่อมั่นในการตัดสินใจครั้งไหนของตัวเองมากเท่านี้เลย หนมไม่เคยคิดจะลาออกจาก Wish แล้วก็ไม่เคยคิดอยากไปทำงานที่บริษัทคู่แข่งเลยด้วย”

ทั้งน้ำเสียงและแววตาของขวัญจิราในเวลานี้ดูมุ่งมั่นมาก แต่นั่นกลับทำให้รัฐเขตต้องระบายลมหายใจออกพร้อมหลับตาลงครู่หนึ่ง และเมื่อลืมตาขึ้น สายตาของเขาก็สบเข้ากับตาคู่สวยคมพร้อมทั้งเอ่ยบางอย่างที่เหมือนฝืนใจตัวเองอยู่เนืองๆ ออกไป

“แต่พี่อยากให้ขนมไปนะ”

“พี่เขต!!” สองสาวอุทานชื่อเขาอย่างพร้อมเพรียง เพราะตกใจกับสิ่งที่ได้ยิน แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นขวัญจิราเพียงคนเดียวที่สนทนากับเขาต่อ เนื่องด้วยเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับเธอโดยตรง

“ทำไมล่ะคะ ทั้งๆ ที่รู้ว่าเขาเจตนาจะซื้อตัวชัดๆ ทำไมพี่เขตถึงอยากให้หนมไป”

“คิดดูแล้วพี่ว่ามันแปลก ที่ผ่านมา Spell ไม่เคยซื้อตัวคนของเราเลย ยิ่งพัทธดนย์ลุยเองแบบนี้ พี่ว่าเขาน่าจะมีจุดประสงค์อะไรบางอย่าง พี่อยากรู้ว่าเขาต้องการอะไรกันแน่ เลยจะขอให้ขนมช่วยจับตาดูความเคลื่อนไหวของเขา” รัฐเขตอธิบายเหตุผลและพยายามขจัดอาการฝืนความรู้สึกของตัวเองที่มี

หากถามว่าพ่อมดหนุ่มรู้สึกอย่างไรในตอนนี้คงตอบได้ยากเหลือเกิน ใจหนึ่งก็ทั้งหวงและห่วงขวัญจิรา ไม่อยากให้เธอไปไกลจากเขาเลยแม้แต่น้อย ยิ่งพอคิดว่าจะไม่ได้เจอกัน ไม่ได้ทักทายพูดคุยกันอย่างสนิทสนมเหมือนเช่นที่เป็นอยู่ตอนนี้ อาการของเขาคงแย่แน่ๆ แต่อีกใจหนึ่งก็อยากให้เป้าหมายบางอย่างที่สำคัญกว่าความรู้สึกของเขาสำเร็จ

รัฐเขตคิดมาสักระยะหนึ่งแล้วว่าอาจจะมีสักวันที่เหตุการณ์แบบนี้ต้องเกิดขึ้น แต่เขาจะไม่หนักใจมากขนาดนี้ ถ้าคนที่ถูกเจาะจงไม่ใช่ขวัญจิรา และถ้าอีกฝ่ายไม่ใช่ ‘พัทธดนย์ เศรษฐภากร’

“แล้วทำไมต้องเป็นหนมด้วยเล่า คนอื่นก็มีตั้งเยอะ”

“ที่พี่อยากให้ไปไม่ใช่แค่เพราะทางโน้นเขาเลือกเราหรอกนะ แต่เป็นเพราะพี่ไว้ใจขนมต่างหาก พี่เชื่อว่าขนมจะไม่เปิดเผยอะไรที่เป็นความลับทางธุรกิจของ Wish แน่ๆ”

อีกแล้ว...ความหนักใจเหมือนตอนที่รัฐเขตวานให้ช่วยดูบทสัมภาษณ์กลับมาหาขวัญจิราอีกแล้ว แต่คราวนี้มันรุนแรงและหนักหน่วงกว่าหลายสิบเท่า เป็นเพราะคำๆ นั้น คำว่า ‘ไว้ใจ’ ที่ชายหนุ่มพูดออกมาชัดเจน

“พี่เขต แต่คราวนี้มันเรื่องใหญ่นะคะ” ขวัญจิรารู้สึกไม่มั่นใจและกลัวต่อการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นหากต้องเป็นไปตามที่รัฐเขตพูดจริงๆ และเสียงที่สั่นเครือราวกับคนจะร้องไห้นั้นก็กำลังบอกให้เขาเข้าใจความรู้สึกเธอ

“พี่เชื่อว่าขนมทำได้”

รัฐเขตเดินเข้ามาใกล้ขวัญจิรา แล้วเขาก็ทำแบบเดิม นั่นคือการจับที่ศีรษะและจ้องมองลึกลงไปในดวงตาเธอด้วยความอ่อนโยนอย่างถึงที่สุด เขาทำแบบนี้เพราะรู้ดีว่ามันช่วยสร้างความมั่นใจให้แก่หญิงสาวได้เสมอ และนั่นก็ส่งผลให้ขวัญจิราตัดสินใจบางอย่าง

“หนมไม่อยากรับปากเลยค่ะ แต่ถ้าพี่เขตเชื่อว่าหนมจะช่วยทำให้พี่รู้ว่า Spell ต้องการอะไรกันแน่ หนมก็จะ...ลองดูสักตั้ง” เมื่อเป็นความประสงค์ของพี่ชายที่เปรียบเสมือนไอดอล แถมยังเป็นเจ้านายและเจ้าหนี้ที่แสนดีเสมอมา ขวัญจิราก็พร้อมที่จะทำเพื่อเขา แม้จะแอบมีเงื่อนไขเล็กๆ ก็ตาม “แต่ถ้าเขาไม่ติดต่อมาอีก ก็ถือว่าเลยตามเลยนะคะ”

“อย่างนั้นก็ได้” ชายหนุ่มยิ้มแล้วขยี้ผมเธอเบาๆ อย่างเอ็นดู “ถ้าเขาติดต่อมาแล้วขนมต้องไปทำงานที่ Spell จริงๆ พี่ก็ยังไม่เลิกจ้างขนมหรอกนะ พี่จะจ่ายเงินเดือนให้เหมือนเดิม ถือซะว่าเราทำงานพิเศษให้พี่”

“เรื่องนั้นเอาไว้ค่อยคุยกันทีหลังเถอะค่ะ บางทีทางโน้นอาจจะไม่ติดต่อมาแล้วก็ได้”

พ่อมดไฮเทคไม่ได้ต่อความในประเด็นที่เพิ่งพูดคุยกันไปมากกว่านั้น มีแต่เพียงรอยยิ้มน้อยๆ ราวกับต้องการปลอบใจตัวเองและพูดทิ้งท้ายก่อนจะหันหน้าออกไปทางประตู “งั้นพี่ไปก่อนนะ”

“พี่เขตเดี๋ยวสิ พี่มีธุระอะไรหรือเปล่า อุตส่าห์มาถึงฝ่ายตลาดนี่น่ะ” รัญชยารั้งพี่ชายของตนไว้

รัฐเขตชะงัก...ความจริงแล้วเขาก็ไม่ได้มีธุระอะไรหรอก แค่อยากมาหา มาพูดคุยกับขวัญจิราบ้างก็เท่านั้น แต่แม่น้องสาวตัวดีดันตั้งคำถามซะเจาะจงแบบนั้น แล้วทีนี้จะเอาอะไรมาอ้างดีล่ะ

“เอ่อ...พี่กะว่า...จะให้รันช่วยดูเอกสารที่เพิ่งไปเอามาจากบริษัทเก่าของพ่อ”

“เอกสาร?” เธอทวนคำอย่างสงสัย “รันก็ช่วยพี่ดูเสร็จไปตั้งแต่เมื่อวานซืนแล้วนี่”

ขวัญจิรามองเจ้านายทั้งสองของเธอคุยกัน แต่เหมือนคนน้องยังไม่ค่อยเข้าใจ เธอจึงพยายามช่วยอธิบาย “อ๋อ เมื่อวานพี่เขตไปเอามาเพิ่มอีกน่ะค่ะ”

“ใช่...พอดีพี่ยังไม่ได้เอาลงจากรถ แต่ไม่เป็นไร...เดี๋ยวพี่ดูเอง” รัฐเขตได้ทีเออออ แล้วรีบเดินออกจากห้องไป โดยไม่เปิดโอกาสให้น้องสาวของเขาซักไซ้เพิ่มอีก

“อ้าว ไปซะแล้ว” รัญชยาพึมพำไล่หลังพี่ชาย ให้มันได้อย่างนี้สิ พี่ชายของเธอคนนี้อะไรก็ดีทั้งนั้น แต่ถ้ากล้าเปิดเผยความรู้สึกของตัวเองให้เธอรู้บ้างสักหน่อย เธอก็คงทั้งช่วยและเชียร์เขาขาดใจ และจะไม่ทำเหมือนคอยจับพิรุธเขาอยู่แบบนี้หรอก ว่าแล้วก็น่าแกล้งพี่ชายมาดนิ่งด้วยการยุส่งขวัญจิราชะมัด

“แต่ถ้าขนมไปทำงานที่ Spell จริงๆ ก็น่าจะดีนะ”

“เฮ้ย! พี่รัน นี่ไม่รักกันแล้วเหรอ ถึงมีแต่คนขับไล่ไสส่งหนมแบบนี้” ขวัญจิราโวยวายยกใหญ่

“ไม่ใช่ไม่รัก แต่พี่แค่รักคนอื่นมากกว่า”

“อ้าว ไหงเป็นงั้นล่ะ” คนเพิ่งถูกผลักไสกระเง้ากระงอดหนักกว่าเดิม

“พี่ล้อเล่น” รัญชยายิ้มถูกใจที่แกล้งลูกน้องได้ “พี่ก็แค่อยากรู้จักคุณดนย์มากกว่านี้ อยากรู้ว่าเขาเป็นคนยังไง ชอบอะไร ไม่ชอบอะไร ถ้าขนมไปทำงานกับเขาก็น่าจะพอรู้บ้างล่ะ ใช่ไหม”

“คิดจะใช้หนมเป็นแม่สื่อเหรอพี่รัน” ขวัญจิราหรี่ตามองเจ้านายของเธออย่างมีเลศนัย “เอาจริงหรือเปล่าเนี่ย”

อีกฝ่ายหลบสายตาเล็กน้อยแล้วยิ้ม “ถ้าได้จริงๆ ก็ดี”

ในขณะที่รัญชยาแอบหวังว่าจะได้มีโอกาสเข้าใกล้หรือรู้จักชายในฝันของเธอมากขึ้น แต่ขวัญจิรากลับภาวนาอีกอย่างที่สวนทางกัน เธอขอให้พัทธดนย์ไม่เอาจริงอย่างที่พูด

หรือถ้าเปลี่ยนใจไม่ซื้อตัวเธอไปทำงานกับเขาอีกเลยก็ยิ่งดี

*****************************

ขนมจะรอดพ้นจากการซื้อตัวครั้งนี้ได้หรือเปล่า...ต้องติดตามค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น