สะพานซ้อนกล

ตอนที่ 18 : ซื้อตัว 33%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    26 ก.พ. 63

“คุณพลอย ช่วยติดต่อคนนี้ให้ผมหน่อยสิ” พัทธดนย์ยื่นรายละเอียดชื่อและเบอร์ติดต่อให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลพร้อมกำชับห้วนๆ “โทรเดี๋ยวนี้เลยนะ บอกเขาว่าอยากให้มาร่วมงานกับ Spell”

เจ้าหน้าที่สาวประมวลคำสั่งแล้วอ่านกระดาษที่รับมาจากชายหนุ่มอย่างงงๆ เพราะน้อยครั้งที่เธอจะได้พบเจอเจ้านายสุดหล่อคนนี้มาสั่งการในฝ่ายบุคคลด้วยตัวเอง

“ติดต่อให้คุณขวัญจิรามาทำงานที่นี่เหรอคะ แล้วคุณดนย์จะให้พลอยเสนอให้มาทำตำแหน่งอะไรคะ”

“ตำแหน่งเหรอ...” พัทธดนย์ครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง “บอกไปว่า...ให้มาเป็นผู้ช่วยผมก็ได้ เสนอเงินเดือนให้มากกว่าบริษัทที่เขาทำอยู่ตอนนี้สองเท่าไปเลย”

“ค่ะ” เจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลรับคำแล้วรีบต่อสายโทรศัพท์ตามที่จอมเวทไอทีสั่งการ

ชายหนุ่มใช้สองมือวางลงบนโต๊ะของเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลที่กำลังรอสายโทรศัพท์ ทิ้งน้ำหนักส่วนหนึ่งไปยังมือทั้งสองอย่างใจจดใจจ่อกับสถานการณ์ตรงหน้า ก็มันอดใจรอแทบไม่ไหว เพราะตั้งแต่เมื่อวานเย็นที่เห็นรัฐเขตมาส่งขวัญจิราด้วยตัวเอง เขาก็อยากรีบดึงตัวเธอคนนั้นมาร่วมงานด้วยในฐานะว่าที่พนักงานใหม่เสียให้ได้ แม้รู้ดีว่างานนี้ไม่ง่ายเลย

จนกระทั่งปลายสายรับโทรศัพท์

“คุณขวัญจิราใช่ไหมคะ ดิฉันติดต่อจากบริษัท Spell ต้องการให้คุณร่วมงานกับเราน่ะค่ะ”

“จากไหนนะคะ” ขวัญจิราทำเสียงสูงส่งผ่านสายโทรศัพท์มา เมื่อไม่แน่ใจในสิ่งที่ได้ยินเท่าไหร่นัก

“Spell ค่ะ” เจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลแจ้งย้ำกลับไปอีกครั้ง

“คือฉันไม่สนใจเปลี่ยนงาน แค่นี้นะคะ” ปลายสายตอบเสียงขุ่นอย่างไม่สบอารมณ์ แล้วก็ชิงวางสายไปเสียดื้อๆ

“เดี๋ยวค่ะ...” เจ้าหน้าที่สาวพยายามรั้งคู่สายของเธอ แต่ไม่ทันเสียแล้ว เมื่อเวลานี้มีเพียงเสียงสัญญาณสายที่ถูกตัดให้ได้ยินเท่านั้น เธอเงยหน้ามองมายังเจ้านายของตนที่ยังคงยืนเท้าโต๊ะอยู่ แล้วรายงานสถานการณ์ที่เกิดขึ้นสดๆ ร้อนๆ ให้เขาฟัง “เขาวางสายไปแล้วค่ะคุณดนย์ บอกว่ายังไม่คิดจะเปลี่ยนงาน”

พัทธดนย์ยืดตัวขึ้นมายืนเต็มความสูง ยกมือขึ้นกอดอกเหมือนกำลังทบทวนความคิดบางอย่าง “อืม...ผมก็กะไว้แล้วหล่ะว่าต้องเป็นแบบนี้”

“อ้าว!...อย่าหาว่าสอดรู้สอดเห็นเลยนะคะ แต่พลอยขอถามนิดนึง คุณขวัญจิราคนนี้เขาเก่งมาเลยเหรอคะ ทำไมคุณดนย์ถึงอยากได้มาเป็นผู้ช่วย”

“เรื่องความเก่งนี่ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน รู้แต่ว่าเขาสำคัญมาก มากซะจนผมต้องการให้เขามาอยู่ใกล้ตัว” พัทธดนย์ตอบคำถามนั้นอย่างคลุมเครือ

“แล้ว...ตอนนี้เขาทำงานที่ไหนเหรอคะ”

“Wish” คำตอบสั้นๆ เพียงคำเดียวจากชายหนุ่ม ทำให้สีหน้าของคนถามเปลี่ยนไปแทบจะในทันที

“หา! Wish เหรอคะ มิน่าล่ะ...” หญิงสาวทวนคำด้วยน้ำเสียงที่สูงกว่าเดิม พลางคิดในใจว่าไม่น่าแปลกใจเลยที่สายของเธอจะถูกตัดทิ้ง ก็เจ้านายดันอยากดึงตัวคนของบริษัทคู่แข่งมานี่เอง “แล้วอย่างนี้คุณดนย์จะยังให้พลอยติดต่อเขาอีกไหมคะ”

“โทรอีกได้เลย”

ยังไม่ทันที่พัทธดนย์จะขยับเขยื้อนไปฟังพนักงานฝ่ายบุคคลต่อสายอีกครา ปาลิตา เลขาส่วนตัวของเขาก็โทรเข้ามายังโทรศัพท์มือถือ นั่นจึงทำให้พัทธดนย์รู้ว่าน่าจะมีงานด่วนหรือไม่ก็มีปัญหาอะไรสักอย่างที่เลขาของเขาไม่สามารถจัดการได้ กว่าจะจัดการธุระกับปาลิตาเสร็จ พนักงานสาวก็วางสายพอดีเช่นกัน

“คุณขวัญจิราเขาไม่ฟัง แล้วก็ยืนยันว่าไม่สนใจเหมือนเดิมค่ะคุณดนย์”

“ครับ ขอบคุณมาก เดี๋ยวผมจัดการต่อเอง”

จอมเวทไอทีเดินฉับๆ กลับไปยังห้องทำงานของตนอย่างร้อนใจในธุระที่ปาลิตาแจ้ง อีกใจก็ยังวางเรื่องขวัญจิราได้ไม่ขาด รู้สึกว่าตั้งแต่เริ่มหาเบาะแสเพื่อเข้าใกล้ความลับของบริษัทคู่แข่ง...ตัวเขาเองก็มีเรื่องวุ่นวายไม่หยุด

ทันทีที่เปิดประตูห้องทำงานส่วนตัวบนชั้นสิบเก้า พัทธดนย์ก็พบกับเอื้องลดา รักษาการผู้จัดการฝ่ายการตลาด ที่กำลังนั่งรออยู่บนเก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานด้วยทีท่ากระวนกระวายใจ

“สวัสดีครับพี่เอื้อง มาพบผมส่วนตัวแบบนี้แสดงว่าต้องมีเรื่องสำคัญมากแน่ๆ ใช่ไหมครับ”

“คุณดนย์ คือพี่...” เธอพูดติดขัด เหมือนไม่มั่นใจในสิ่งที่กำลังจะเอ่ยต่อจากนี้ “พี่จะขอให้คุณดนย์ช่วย...แต่งตั้งคนอื่นเป็นผู้จัดการฝ่ายการตลาด แล้วให้พี่กลับไปเป็นผู้ช่วยเหมือนเดิมได้ไหมคะ”

“มีปัญหาอะไรหรือเปล่าครับพี่เอื้อง” ชายหนุ่มซักถามอย่างข้องใจ ขณะเดินเข้าไปนั่งยังโต๊ะทำงานของตัวเอง เขาหมายมั่นเอาไว้ว่าจะให้เอื้องลดาเป็นผู้จัดการฝ่ายการตลาดคนต่อไปหลังจากที่ผู้จัดการฝ่ายการตลาดคนเดิมมาขอลาออกเนื่องจากปัญหาสุขภาพ แต่ทำไมเธอกลับมาขอให้ลดตำแหน่งตัวเองลงแบบนี้

“พี่ไม่ได้ฟ้องนะคะ แต่ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาระบบการทำงานในฝ่ายไม่ดีเหมือนตอนที่คุณธนาอยู่เลย พี่ว่าเป็นเพราะคนในฝ่ายไม่ยอมรับที่พี่เป็นรักษาการผู้จัดการ” เอื้องลดาเล่าถึงสถานการณ์ในฝ่ายตามจริง

“ทำไมถึงคิดแบบนั้นครับ ผมว่าพี่เอื้องก็มีทั้งวัยวุฒิและคุณวุฒิมากพอที่จะเป็นผู้จัดการฝ่ายคนต่อไปได้สบาย”

ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านพัทธดนย์ได้มีโอกาสแวะเวียนไปในฝ่ายการตลาดอยู่บ้างตามที่อาธนาเคยแนะ แต่สถานการณ์ก็ดูเป็นปกติดี ไม่มีอะไรน่าห่วงจนถึงขั้นเอื้องลดาไม่สามารถจัดการได้

“แหมคุณดนย์ ถึงพี่จะอายุสี่สิบแล้ว แต่ถ้าเทียบกับคุณธนาก็ยังถือว่าเด็กกว่ามาก ส่วนเรื่องคุณวุฒินี่...พี่ก็ไม่อยากเข้าข้างตัวเองหรอกค่ะว่าพี่มีคุณวุฒิมากพอจริงๆ” แม้จะถ่อมตัว แต่สีหน้าเธอยังคงมีความกังวลฉายชัด

“ผมเห็นว่าพี่เป็นคนทำงานเก่ง แล้วอาธนาก็บอกผมมาตลอดว่าพี่เอื้องเป็นผู้ช่วยที่ทำงานดีมาก ทำให้งานของฝ่ายราบรื่นมาโดยตลอด ผมเลยวางใจให้พี่ช่วยรักษาการ”

“แต่พี่ว่า...คนในฝ่ายเขาไม่คิดแบบนั้นน่ะสิคะ พี่เคยได้ยินเขาคุยกันว่าถ้าพี่ขึ้นมาเป็นผู้จัดการฝ่าย พวกเขาคงจะต้องลำบากทำงานหนักขึ้น เพราะพี่อยากให้งานออกมาเนี้ยบตลอด พี่เลยคิดว่าถ้าให้คนอื่นที่เป็นที่ยอมรับมากกว่าขึ้นมาเป็นผู้จัดการฝ่ายแทนก็น่าจะดีกว่า”

นี่สินะ ความไม่ชอบมาพากลและสถานการณ์แปลกๆ ภายในฝ่ายการตลาดที่ผู้จัดการคนเก่าเคยเล่าเอาไว้ คนเหล่านี้ทำงานได้ แต่มีปัญหาเรื่องของความไม่อยากทำ ไม่อยากให้ความร่วมมือ และต่อต้านขัดขืนอย่างมีอารยะอยู่เนืองๆ

“แต่ผมว่าทำแบบนั้นก็ไม่น่าจะช่วยให้อะไรดีขึ้นนะ” เขาเสนอความเห็นหลังจากที่ไตร่ตรองตามที่เอื้องลดาเล่า “คนในฝ่ายไม่ยอมรับ เพราะสไตล์การทำงานของพี่ไม่ใช่แบบที่เขาชอบ แล้วผมก็ไม่เห็นด้วย...ถ้าพี่จะเปลี่ยนเพื่อเอาใจพวกเขา เพราะผมว่าสไตล์การทำงานแบบที่พี่ทำ มันเป็นการสร้างมาตรฐานที่ดีให้กับบริษัท”

“งั้น...คุณดนย์จะให้พี่ทำยังไงล่ะคะ ตอนนี้แค่จะบังคับให้คนในฝ่ายส่งงาน พี่ยังทำไม่ได้เลย ถามความคืบหน้างานที่มอบหมายไปก็ไม่ค่อยมีคนอยากจะตอบ เรียกประชุมฝ่ายก็เอาแต่นั่งเงียบกันหมด”

“ผมเข้าใจครับว่าพี่เอื้องคงรู้สึกเหมือนตัวเองทำงานหนักโดยไม่ได้รับความช่วยเหลือจากใครเลย แต่ผมอยากให้อดทนอีกนิด ผมจะช่วยแก้ปัญหานี้เอง” พัทธดนย์แสดงความเข้าอกเข้าใจลูกน้องที่สูงวัยกว่า พร้อมทั้งพยายามหาทางช่วยเธอแก้ไขสถานการณ์ แต่ขณะนี้เขาก็ยังคิดไม่ออก

“แล้ว...คุณดนย์จะทำยังไงล่ะคะ”

เอื้องลดาหวั่นใจ และไม่ค่อยเชื่อมั่นในตัวเจ้านายหนุ่มของเธอเท่าไหร่นัก เพราะถึงแม้จะเห็นถึงความเก่งกาจในการบริหารทั้งคนทั้งงานของเขามาหลายต่อหลายครั้ง แต่เขาก็ยังอายุไม่ถึงสามสิบเลยด้วยซ้ำ แล้วเขาจะสามารถรับมือกับทุกปัญหาได้จริงน่ะหรือ

จอมเวทเจ้าแผนการยังคงประมวลความคิดตัวเองต่อไปเรื่อยๆ เขาคิดไปถึงวิธีกระตุ้นด้วยการทำอะไรที่เหนือความคาดหมายของคนในฝ่ายตามที่อาธนาเคยบอกไว้ นั่นสิ...แล้วอะไรคือสิ่งที่คนในฝ่ายคาดหมายเอาไว้ อะไรเป็นแรงผลักดันที่ทำให้พวกเขาต่อต้านเอื้องลดา มันมีอะไรที่มากกว่าสไตล์การทำงานที่ไม่ตรงกันหรือเปล่า

ชายหนุ่มครุ่นคิดอยู่ในความเงียบครู่หนึ่ง แม้ก่อนหน้านั้นเขาจะมีเอื้องลดาเป็นคู่สนทนา แต่ในเวลานี้เธอกลับไม่เอื้อนเอ่ยหรือแสดงความคิดเห็นใดๆ ออกมาอีกเลย แล้วอยู่ๆ แววตาของเขาก็เป็นประกายทันทีที่รู้ว่าตัวเองมีแผนการ

“ผมคิดว่า ผมมีวิธีดีๆ แล้วล่ะ แต่คงต้องหาคนอื่นมาร่วมมือด้วย แล้วถ้าเขาคนนั้นยอมร่วมมือกับผมจริงๆ งานนี้คงต้องให้พี่เอื้องช่วยเล่นละครฉากใหญ่กันซะหน่อย”

เอื้องลดาเห็นประกายในดวงตาคนพูดแล้วยอมรับว่าสิ่งนั้นมันยิ่งทำให้ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงหน้าเธอดูมีเสน่ห์มากขึ้นไปอีก เขาดูลึกลับ อันตราย แต่ก็น่าค้นหาในเวลาเดียวกัน

“คุณดนย์พูดเหมือนกำลังจะทำอะไรแผลงๆ อย่างนั้นแหละค่ะ”

“ก็...ไม่เชิงหรอก แต่รับรองได้ว่าแผนนี้จะช่วยให้คนในฝ่ายยอมรับพี่เอื้องได้มากกว่าเดิมแน่ๆ” เขายิ้มมุมปาก แล้วจ้องตาอีกฝ่ายเพื่อต้องการให้เธอมั่นใจในตัวเขา แล้วจึงเล่าแผนการให้ฟังอย่างไม่ละเอียดนัก พร้อมตบท้ายด้วยประโยคที่ว่า “ตอนนี้ผมขอให้พี่ทำทุกอย่างให้เป็นปกติไปก่อน ขอเวลาผมจัดการเรื่องคนที่จะมาช่วยเราสักพักนึง คืบหน้ายังไงแล้วผมจะแจ้งอีกที”

เอื้องลดารับฟังแผนการอย่างคร่าวโดยไม่ได้ทักท้วง ก่อนขอตัวกลับลงมาทำงานตามปกติ เธอทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าฝากความหวังเอาไว้ที่เจ้านายหนุ่ม ความหวังที่ว่าจอมเวทไอทีคนนี้จะร่ายมนตร์ให้เกิดปาฏิหาริย์ที่จะเป็นผลดีกับทั้งตัวเธอและบริษัท

ส่วนพัทธดนย์ที่กำลังคิดหาทางติดต่อตัวละครลับก็ผุดลุกผุดนั่งบนเก้าอี้ผู้บริหารอย่างคนที่กำลังใช้ความคิดอย่างหนัก....เขากำลังคิดถึงขวัญจิรา

จะถือว่าโชคดีได้หรือเปล่าก็ไม่รู้ ที่หญิงสาวไม่ยอมรับฟังเงื่อนไขที่ยื่นให้ในคราวแรก เพราะสถานการณ์จำเป็นที่เกิดขึ้นตอนนี้ คงต้องเปลี่ยนตำแหน่งที่จะเสนอให้ใหม่เสียแล้ว แต่ก็นั่นแหละ...ยังไงมันก็เป็นเรื่องยากอยู่ดีที่จะทำให้เธอยอมฟัง ไม่ว่าข้อเสนอจะเก่าจะใหม่หรือดีแค่ไหนก็ตาม

เอาเถอะ ถึงอย่างไรก็ต้องติดต่อขวัญจิราให้ได้อยู่ดี เพราะหากเธอยอมร่วมมือกับเขาครั้งนี้ บางทีอาจจะยอมเป็นตัวเชื่อมให้เข้าใกล้ความลับของรัฐเขตที่เขาต้องการอยากรู้เป็นหนักหนาก็ได้

ชายหนุ่มหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาโทรออก ใคร่ครวญแผนการในใจว่าอาจจะต้องเพิ่มความเร็วในการสนทนาให้มากขึ้น เพื่อให้อีกฝ่ายยอมฟังจุดประสงค์ของเขาจนจบก่อนคำว่า ‘Spell’ จะทำให้เธอตัดสาย

ขวัญจิราเห็นสายเรียกเข้าโทรศัพท์มือถือของตนที่วางอยู่บนโต๊ะทำงาน เมื่อเพ่งมองไปยังเบอร์โทรศัพท์ที่โชว์อยู่แล้วก็ทำให้เกิดความแปลกใจเล็กๆ เพราะเป็นเบอร์ที่ไม่คุ้นเคย แต่ตัวเลขเรียงเป็นแพทเทิร์นทำให้จดจำได้ไม่ยาก

‘เบอร์ใครกันนะ’

**********************************

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น