สะพานซ้อนกล

ตอนที่ 17 : สบตา 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    24 ก.พ. 63

ในขณะที่ชายหนุ่มกำลังใช้ความคิด นางอรัญญาก็เหมือนนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ จึงถามออกไปโดยที่ลูกค้าขาจรของนางยังไม่ทันได้ตั้งตัว

“ว่าแต่เราน่ะ เป็นเพื่อนกับคุณเขตหรือ”

“ผม...ไม่ได้สนิทกับเขาเป็นการส่วนตัวหรอกครับ แต่ผมรู้จัก...เอ่อ...เป็นเพื่อนคุณรัน” พัทธดนย์ตอบ

“อ้าว เป็นเพื่อนหนูรันหรอกเหรอ เห็นถามถึงแต่คุณเขต หนูรันนี่ก็น่ารักนะ เขาชอบแวะมาส่งลูกสาวน้าที่นี่ เวลาที่ขนมไปค้างบ้านเขาน่ะ”

“อ๋อเหรอครับ...อย่างนั้นคุณน้าก็เจอแต่คุณรัน ไม่เจอคุณเขตเลยน่ะสิ” ชายหนุ่มคุยเรื่องรัญชยาแล้วสุดท้ายก็วกมาที่คู่แข่งทางธุรกิจของเขาอย่างแนบเนียน

“ใครว่าหล่ะ เมื่อวานคุณเขตยังมาส่งลูกสาวน้าอยู่เลย นี่น้าก็ยังแปลกใจที่อยู่ๆ คุณเขตก็เดินเข้าร้านมาทั้งที่เห็นว่างานแสนจะยุ่ง ก่อนหน้านี้ก็ไม่ได้มาตั้งนานแล้ว”

‘ว่าไงนะ เมื่อวานนี้รัฐเขตมาส่งขวัญจิราถึงนี่เลยเหรอ’ ความคิดของพัทธดนย์ดังก้องอยู่ในหัว ทันทีที่ได้ยินนางอรัญญาเล่าเรื่องที่สร้างความแปลกใจให้แก่นางเมื่อเย็นวานนี้

ใช่...มันเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจมากทีเดียว

เอกสารที่พัทธ์ดนย์สั่งพิมพ์ได้ครบตามจำนวนที่เขาต้องการแล้ว แต่เขากลับรู้สึกยังไม่อยากกลับออกไป เมื่อยังคาใจอะไรบางอย่างที่เขาเองก็บอกไม่ถูก แม้จะค่อนข้างเชื่อมั่นว่าขวัญจิราคือสะพานที่เขาตามหา แต่ก็ยังอยากได้หลักฐานเด็ดๆ อีกสักอย่างสองอย่าง เวลาก็ล่วงเลยห้าโมงเย็นมาสักพักหนึ่งแล้ว ถ้าเขารออยู่ที่นี่ต่ออีกหน่อยก็อาจจะทันได้เจอ ‘ยัยขนม’ นั่นก็ได้

“คุณน้าครับ คอมฯ เครื่องนั้นอาการมันเป็นยังไงเหรอ ผมพอมีความรู้เรื่องซ่อมคอมฯ อยู่บ้าง ถ้ายังไงเดี๋ยวผมช่วยดูให้ได้นะครับ” ชายหนุ่มพูดพลางจ่ายเงินค่าพิมพ์เอกสารแก่เจ้าของร้านไปพลาง

“เอ...น้าก็ไม่แน่ใจเหมือนกันนะ เห็นสามีน้าเขาบอกว่ามันรวนๆ ยังไงก็ลองเปิดดูให้หน่อยก็ดีเหมือนกัน นี่ถ้าซ่อมได้จริงๆ เดี๋ยวน้าลดค่าปริ้นให้เลย” ปากเถ้าแก่เนี้ยก็บอกว่าจะลดราคาให้ แต่ไหงกวาดเงินที่เขาจ่ายลงกระเป๋าไปหมดก็ไม่รู้ แถมยังตั้งหน้าตั้งตานับเงินทอนชนิดไม่ขาดไม่เกินส่งให้ชายหนุ่มเสียอีก

“งั้นผมเอาของไปเก็บที่รถก่อนแล้วกันนะครับ เดี๋ยวกลับมาดูให้” ช่างซ่อมคอมฯ เฉพาะกิจบอกขณะรับเงินทอนด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ก่อนจะหยิบเอกสารต่างๆ ที่เขาสั่งพิมพ์แล้วเดินออกจากร้านไป

พัทธดนย์เอาของมาเก็บที่รถจริงตามที่บอกกับนางอรัญญาไว้ แต่เหตุผลที่แท้จริงของเขาคือต้องการออกมาโทรศัพท์หาเมฆินทร์ต่างหาก เขาอยากรู้ความเคลื่อนไหวของรัฐเขตและขวัญจิราในขณะนี้ เผื่อว่านายบอลที่คอยตามติดรัญชยาจะทำหูตาเป็นสับปะรดบ้าง แต่สิ่งที่น่าหงุดหงิดก็คือไอ้เพื่อนตัวดีไม่ยอมรับสายนี่สิ

เมฆินทร์คงติดธุระ...แต่ให้รอต่อไปก็เกรงจะเป็นที่ผิดสังเกต เขาจึงทำได้เพียงเดินกลับไปที่ร้านอีกครั้งตามคำสัญญา แม้ไม่รู้เลยว่าจะต้องเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์หรือไม่

ชายหนุ่มสำรวจดูคอมพิวเตอร์เครื่องที่มีปัญหาแล้วพบว่าอาการไม่ได้รุนแรงอะไรมากนัก ระดับจอมเวทไอทีอย่างเขาสามารถแก้ไขได้สบาย แต่ก็ต้องแสร้งทำเป็นว่ายุ่งยากซับซ้อนอยู่บ้าง เพียงเพราะต้องการยื้อเวลาต่อไปอีกหน่อย

นางอรัญญาคอยสังเกตชายหนุ่มหล่อเหลาที่สวมหมวกตลอดเวลาและมักจะดึงปีกหมวกนั้นลงอยู่เสมอ เห็นเขาซ่อมคอมพิวเตอร์อย่างขะมักเขม้นก็ไม่ได้เอะใจอะไร นางจึงไปทำกิจวัตรของนางตามปกติ และหนึ่งในนั้นคือการโทรหาลูกสาวที่คาดว่าจะกลับถึงบ้านในอีกไม่ช้า

พัทธดนย์หูผึ่งทันทีที่ได้ยินการสนทนาทางโทรศัพท์นั่น เท่าที่จับใจความได้คือผู้เป็นมารดาต้องการจะฝากลูกสาวซื้อของ แต่ไม่ทันเสียแล้ว เพราะลูกสาวบอกว่าไม่สะดวกที่จะแวะร้านค้าและจวนเจียนจะถึงบ้านเต็มที ผู้เป็นมารดาทวนคำว่า ‘ไม่สะดวก’ ออกมาแล้วทำให้รู้สึกแปลก ราวกับว่าลูกสาวของนางไม่ได้ใช้เส้นทางกลับบ้านเส้นทางเดิม

พัทธดนย์รู้ดีว่าเขาควรจะต้องเร่งมือซ่อมคอมพิวเตอร์ให้ไว เพื่อจะได้กลับออกไปซุ่มดูขวัญจิราจากในรถ เพราะในใจลึกๆ เขาก็ยังไม่พร้อมที่จะให้เธอรู้จักหรือจดจำได้ ชายหนุ่มจึงจัดการทุกอย่างแล้วแจ้งผลการซ่อมแก่เถ้าแก่เนี้ยก่อนจะรีบขอตัวกลับออกมาโดยที่ไม่ได้ทวงส่วนลดที่นางเคยให้สัญญาไว้แต่อย่างใด กระนั้นเขากลับปลีกตัวออกมาไม่ได้ไวเท่าใจคิด เมื่อหญิงสูงวัยกล่าวขอบอกขอบใจแล้วชวนคุยเรื่องอาการคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะคู่บุญของร้าน และซักถามอะไรอีกหลายอย่าง ซึ่งชายหนุ่มก็ตอบกลับไปแบบคนไม่รู้ข้อมูลเชิงลึกมากนัก

และทันทีที่นางอรัญญาละความสนใจไปจากเขา พัทธดนย์ก็แทบจะกระโจนไปยังประตูทางเข้าร้าน ทันใดนั้นเขาก็เห็นร่างผู้หญิงคนหนึ่งที่อยู่ห่างไปไม่เกินห้าเมตรกำลังเดินตรงมาทางเขา แต่สายตาของเธอไม่ได้มองมาที่เขาเลยสักนิด

...เธอหันมองแต่อีกฝั่งของถนน

พัทธดนย์จดจำเธอได้ในวินาทีนั้น แม้จะเห็นเสี้ยวหน้าแค่เพียงเล็กน้อย แต่เขาคิดว่าต้องใช่ขวัญจิราแน่ๆ คราวนี้จะทำอย่างไรดีหล่ะ ระยะห่างระหว่างเธอและเขาที่มีน้อยอยู่แล้วก็ยิ่งลดลงไปเรื่อยๆ ตามการก้าวเท้าของร่างค่อนข้างบาง ระยะแค่นี้หลบยังไงก็ไม่พ้นแน่ เวลาไม่ได้เหลือมากพอให้พัทธดนย์คิดอะไรได้ รู้ตัวอีกทีเขาก็พาตัวเองมายืนขวางประตูอยู่ซะอย่างนั้น

ขวัญจิราที่มุ่งแต่จะเดินเข้าร้าน ทั้งที่สายตายังไม่ละไปจากรถยนต์หรูของคนที่แวะมาส่ง รัฐเขตยังคงจอดรถไว้อย่างนั้นโดยไม่มีทีท่าจะขยับไปไหนหลังจากที่เธอลงจากรถ เธอจึงคอยมองเอาไว้เพราะเกรงว่าเขาจะแอบตามเข้ามาทักทายป๊ากับแม่เหมือนเมื่อวานอีก และนั่นจะทำให้เธอถูกเทศนายาวเหยียดแน่นอน

หญิงสาวอาศัยความเคยชินก้าวไปสู่ประตูหน้าร้านทั้งที่ไม่ได้มองทาง กระนั้นสมองก็สั่งการให้เธอหันกลับมาเมื่อเดินมาถึงพิกัดที่เป็นพื้นต่างระดับตรงหน้าประตู แต่สิ่งที่เห็นอยู่เบื้องหน้านั้นคืออะไรไม่รู้ รู้แต่ว่ามันสีขาวๆ และน่าจะอยู่ใกล้เธอมากเสียจนเลยระยะโฟกัสของสายตาไป ขาที่กำลังจะก้าวขึ้นไปบนพื้นต่างระดับต้องชะงักอยู่ตรงนั้น เมื่อปลายจมูกปะทะเข้ากับอะไรสักอย่างที่เธอรู้สึกว่ามันหยุ่นๆ

พัทธดนย์ก้มมองหญิงสาวที่เดินมาจนเกือบชนเขา จะเรียกว่าเกือบก็ไม่ได้ เพราะเขาเองก็สัมผัสได้ว่ามีอะไรมาถูกแผงอกอยู่เหมือนกัน แม้จะไม่แรงนักก็ตาม ด้วยความสูงของเขาบวกกับการยืนอยู่บนพื้นที่มีระดับสูงกว่า ทำให้จมูกของหญิงสาวอยู่ที่ช่วงอกเขาพอดิบพอดี

ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมครั้งนี้พัทธดนย์ถึงไม่รู้สึกหงุดหงิดหรือรำคาญใจ ทั้งที่เพิ่งถูกผู้หญิงที่พบหน้ากันครั้งแรกแตะเนื้อต้องตัวโดยที่เขาไม่เต็มใจ อาจเป็นเพราะรู้ว่าเธอไม่ได้ตั้งใจสัมผัสเขาเหมือนผู้หญิงคนอื่นก็ได้ละมั้ง

ขวัญจิราถอยเท้าออกมาก้าวหนึ่งแล้วแหงนหน้าขึ้นมองสิ่งที่ปลายจมูกของเธอเพิ่งไปสัมผัสเมื่อครู่ สายตาก็สบเข้ากับสายตาคมกริบที่มองทอดลงมา มันเป็นสายตาที่อยู่บนใบหน้าหล่อเหลาภายใต้ปีกหมวกแก๊ป

“ขอโทษค่ะ”

ชายหนุ่มไม่ได้พูดอะไรตอบกลับมา เขาเพียงยิ้มน้อยๆ ที่มุมปากพอให้รู้ว่าไม่ได้ถือโทษ แล้วเบี่ยงตัวหลบให้ คนตัวเล็กกว่าเห็นช่องทางพอที่ตัวเองจะผ่านไปได้ ก็รีบแทรกตัวผ่านร่างสูงสง่าเข้าไปในร้าน แล้วก็อดหันกลับมามองอีกไม่ได้ แม้ภาพที่เห็นในตอนนี้จะเป็นเพียงแผ่นหลังกว้างของเขาก็ตาม

‘ลูกค้าคนเมื่อกี้คือใครนะ ทำไมรู้สึกคลับคล้ายคลับคลาจัง รูปร่างก็สะดุดตา หน้าตาก็คุ้นๆ เหมือนเคยเห็นที่ไหน’ ขวัญจิราทบทวนความคิดอยู่ในใจแล้วเดินเข้าไปหามารดาของตนด้านในร้าน ซึ่งดูเหมือนว่าหญิงสาวจะลืมเรื่องชายหนุ่มอีกคนที่มาส่งเธอไปเสียแล้ว

ประตูกระจกที่เป็นทางเข้าร้านถูกปิดลงแล้ว ขณะนี้พัทธดนย์กำลังก้าวลงมาจากพื้นต่างระดับ สายตาของเขาจ้องมองไปยังทิศทางที่ขวัญจิราเคยมองก่อนที่จะเดินเข้าร้าน แล้วก็พบรถยนต์หรูสัญชาติสวีเดนที่ยังคงจอดนิ่ง ที่สำคัญ...เจ้าของรถคันนั้นก็ลดกระจกลงมาเกินครึ่งบานตั้งแต่ตอนที่ขวัญจิราเดินชนเขา

ใบหน้าบุคคลเบื้องหลังกระจกที่กำลังมองมาทางเขานั้นช่างดูคุ้นเคยนัก นี่สินะที่ใครๆ ชอบบอกว่าสิบปากว่าไม่ตาเห็น รัฐเขตขับรถมาส่งขวัญจิราด้วยตัวเองถึงสองวันซ้อน และตอนนี้เขาก็ได้เห็นเองกับตา

จอมเวทไอทีจับปีกหมวกดึงลงอีกครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าคนที่อยู่ในการจับจ้องของเขาจะไม่สามารถจดจำเขาได้ และเพียงไม่นานใครคนนั้นก็ปรับเลื่อนกระจกขึ้นและค่อยๆ เคลื่อนรถออกไปจากจุดที่เคยจอด ส่วนเขาเองก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วรีบต่อสายถึงเพื่อนสนิท

“ไอ้แม็ค มึงบอกไอ้บอลด้วยว่าไม่ต้องตามรัญชยาทุกวันแล้วก็ได้ เพราะกู...เจอคนที่ใช่แล้ว”

*****************************************

คนที่ใช่ของคุณดนย์นี่หมายถึงใครคะ คนที่ตั้งใจไปให้เขาชนหรือคนที่เพิ่งขับรถออกไป เอ๊ะ! หรือจะหมายถึงเถ้าแก่เนี้ยะเจ้าของร้านกันล่ะหว่า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น