สะพานซ้อนกล

ตอนที่ 15 : สบตา 40%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 21
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    17 ก.พ. 63

แม้สองถึงสามวันที่ผ่านมาดาหวันจะลาพักร้อน แต่เธอก็ยังเฝ้ารอการปรากฏตัวของพนักงานส่งของที่มักจะนำอะไรต่อมิอะไรจากบุคคลที่ลงชื่อว่า ‘คนที่ไม่อยากให้คุณรู้ว่าใคร’ มาให้อย่างสม่ำเสมอ แต่ดูเหมือนการรอคอยของเธอจะสูญเปล่า เพราะตอนนี้เขาห่างหายไปเสียแล้ว

ตลอดเวลาที่ผ่านมาดาหวันเข้าใจว่าคงเป็นหนึ่งในบรรดาหนุ่มๆ ที่มาติดพันเธอ แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่มีหนุ่มคนไหนแสดงตัวว่าเป็นเจ้าของการ์ดที่ลงชื่อพิลึกพิลั่นนั่นเลย

แล้วใครกันนะ...ที่จะเข้าข่ายผู้ต้องสงสัย!

ดอกไม้ช่อแรกถูกส่งมาเมื่อครึ่งเดือนก่อน ตอนนั้นเธอทำหน้าที่เลขาหน้าห้องให้รัฐเขตตามปกติ แล้วพนักงานส่งของก็เริ่มถามว่าเธออยู่ออฟฟิศตลอดหรือเปล่า ต้องไปไหนกับเจ้านายไหม จากวันนั้นเขาก็จะมาส่งของให้เฉพาะตอนที่เธออยู่ในออฟฟิศและมีท่าทีชำเลืองมองการเคลื่อนไหวของรัฐเขตในห้องทำงานอยู่เสมอ ราวกับมีจุดประสงค์บางอย่างซ่อนเร้น

ดาหวันเองก็แปลกใจ แต่เธอเข้าใจว่าพนักงานส่งของคงเกรงว่าเจ้านายเธอจะดุที่มีคนส่งของมาด้วยเรื่องส่วนตัวในเวลาทำงาน จึงไม่ได้ใส่ใจอะไร แต่พอทบทวนดูตอนนี้ก็ยิ่งรู้สึกถึงความผิดปกติชัดเจนขึ้น

พนักงานส่งของคนนั้นทำให้เธอรู้สึกราวกับว่าเขาและรัฐเขตมีความลับอะไรบางอย่างร่วมกัน และเป็นความลับที่เปิดเผยให้เธอรู้ไม่ได้

หรือว่ารัฐเขตจะคือคนที่ลงชื่อว่า ‘คนที่ไม่อยากให้คุณรู้ว่าใคร’ นั่น

มีความเป็นไปได้มากทีเดียวที่จะเป็นเขา ตั้งแต่มาทำงานเป็นเลขาให้รัฐเขต ดาหวันก็เคยได้ยินใครต่อใครพูดกันหนาหูเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเขาที่มันอาจมากกว่าเจ้านายกับลูกน้อง แต่เธอไม่เคยแก้ข่าว และคิดว่าวันหนึ่งใครต่อใครก็คงหยุดพูดกันไปเอง ส่วนรัฐเขตยิ่งแล้วใหญ่ เขาไม่พูดถึงเรื่องนี้เลย ราวกับไม่รู้ว่าคนในบริษัทเล่าลือกันว่าอย่างไร หรือรู้แต่ทำเป็นไม่สนใจก็ไม่ทราบได้

เมื่อไม่นานมานี้รัฐเขตให้สัมภาษณ์กับเว็บไซต์ธุรกิจชื่อดัง เขาเผยออกมาว่ามีสาวในดวงใจแล้ว และเป็นคนที่อยู่ใกล้ตัว ตอนนั้นเธอเองก็อยู่ในห้องที่เขาให้สัมภาษณ์ด้วย ดาหวันจำได้ว่าเห็นเจ้านายของเธอยิ้มแบบเขินๆ แล้วรีบก้มหน้ามองพื้นเหมือนพยายามจะซ่อนประกายในดวงตา ทั้งที่ประเด็นอื่นเขาก็ตอบอย่างฉะฉานและพยายามสบตาหลายๆ คนในห้องนั้น รวมทั้งเธอด้วย

ถ้าคิดเข้าข้างตัวเองว่าสาวใกล้ตัวที่รัฐเขตหมายถึงเป็นเธอละก็...ทุกอย่างก็ลงล็อกพอดี และการที่พนักงานส่งของชำเลืองมองรัฐเขตทุกครั้งที่มา ก็อาจเป็นเพราะเขาต้องการให้รัฐเขตเห็นว่าตนได้ทำตามคำสั่งอย่างเคร่งครัดแล้วก็เป็นได้

ยิ่งคิดก็ยิ่งเห็นว่าเหตุผลต่างๆ ดูเหมือนจะชี้มาที่ตัวรัฐเขตทั้งนั้น แล้วทีนี้จะทำอย่างไรให้เขายอมรับล่ะ

ยังไม่ทันที่ดาหวันจะคิดหาแผนการใดๆ รัฐเขตก็เดินเข้ามา เขาแวะทักทายและสั่งงานในคราวเดียวกันแล้วเดินเข้าห้องทำงานไปเหมือนทุกเช้า จะผิดไปก็แต่วันนี้เขาดูอารมณ์ดีเป็นพิเศษ ก็ไม่รู้หรอกนะว่ารัฐเขตมีความสุขอะไรนักหนา แต่ถ้าอารมณ์ดีขนาดนี้ก็คงถามเรื่องนั้นตรงๆ ได้ละมั้ง

“เอ่อ...คุณเขตคะ ช่วงที่ดาวพักร้อน...มีคนมาส่งของอะไรมาให้ดาวไหมคะ” น้ำเสียงสั่นเครือของหญิงสาวบ่งบอกถึงความไม่มั่นใจและลุ้นระทึกกับคำตอบที่จะได้รับในคราวเดียวกัน เธอไม่แน่ใจว่าต้องการให้ผลออกมาเป็นอย่างไรกันแน่

“มีพวกเอกสารน่ะ แต่คุณไม่ต้องห่วงนะ ผมเลือกดูอันที่มันสำคัญหรือด่วนมากไปแล้ว ก็มีเหลืออีกบางส่วนที่ต้องให้คุณช่วยดูเหมือนเดิม”

“อ่อ...ค่ะ” ดาหวันรับคำอย่างเสียมิได้ “แล้วของอย่างอื่น ไม่มีมาส่งบ้างเหรอคะ”

“ไม่มีนะ ผมไม่เห็นใครฝากอะไรไว้ให้คุณเลย”

“อย่างนั้นเหรอคะ” เลขาสาวพูดออกมาเสียงเบา บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าทำไมเธอต้องแอบผิดหวังในคราวแรกที่รู้ว่าไม่มีของที่รอคอยฝากเอาไว้ นี่เธอกำลังต้องการให้รัฐเขตเป็นคนส่งของเหล่านั้นมาจริงๆ ใช่ไหม ทำราวกับว่าเธอแอบมีใจให้เขาอยู่อย่างนั้นแหละ

จริงอยู่ที่ว่าดาหวันเป็นสาวสวยทรงเสน่ห์ เธอสวยเลือกได้อย่างน่าอิจฉา แม้ในบรรดาหนุ่มๆ ที่เข้ามารายล้อมจะน่าสนใจอยู่หลายคน แต่เธอยังไม่เคยคิดจะคบใครจริงจัง เพราะในเมื่อตอนนี้เธอยังเลือกได้ ก็ขอเลือกสิ่งที่คิดว่าดีกับชีวิตเธอมากที่สุดก็แล้วกัน และดูเหมือนว่ารัฐเขตก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากเสียด้วย

ดาหวันไม่แน่ใจว่าตัวเองรู้สึกอย่างไรกับรัฐเขต แต่เธอจะตัดสินใจอะไรได้ง่ายขึ้น หากเจ้านายของเธอเผยความรู้สึกอะไรออกมาบ้าง ถ้าเขาให้ความสำคัญกับเธอหรือเดินหน้าจีบแบบเต็มกำลังละก็ บอกเลยว่าดาหวันคงเลือกลงเอยกับรัฐเขตได้ไม่ยาก แต่เขานิ่งเฉยแบบนี้หมายความว่ายังไงกัน

ความคิดวุ่นวายที่วนเวียนอยู่ในหัวตอนนี้รบกวนสมาธิในการทำงานของดาหวันอย่างมาก ถ้ารัฐเขตไม่ใช่คนที่ส่งของพวกนั้นมา เห็นทีเธอก็คงต้องคาดคั้นผู้ต้องสงสัยในลิสต์ที่เหลือซะแล้ว

รัฐเขตทำงานของตนโดยไม่รู้เลยว่าตอนนี้เลขาของเขาลุกออกจากโต๊ะไปไหนแล้ว เขาพลิกเอกสารไปเรื่อยๆ แม้ว่าจะอ่านไม่ค่อยได้ใจความสักเท่าไหร่นัก แต่ก็ยังอมยิ้มอย่างอารมณ์ดี และเขาเป็นแบบนี้มาตั้งแต่เมื่อวานเย็น

หลังเลิกงานเมื่อวานนี้ เขาขับรถออกมาจากลานจอดแล้วพบขวัญจิราที่กำลังหาทางไปยังสถานีรถไฟฟ้าเข้าพอดี เขาจึงอาสาจะไปส่งให้  แต่เมื่อออกรถไปได้พักเดียว เขาก็บอกกับขวัญจิราว่าจะไปส่งเธอที่บ้าน เพราะจะไปทำธุระแถวนั้น หญิงสาวก็ออกปากว่าเกรงใจไปตลอดทาง

ปกติการจราจรในช่วงเย็นของวันทำงานกลางสัปดาห์จะไม่ค่อยติดขัดมากนัก แต่เมื่อวานเย็นดูท่าจะผิดปกติ เพราะฝนทำท่าว่าจะตก แต่นั่นเป็นสิ่งที่ทำให้รัฐเขตมีความสุขที่สุด เขาไม่เคยชอบการขับรถที่ค่อยๆ เคลื่อนที่ไปได้ทีละน้อยเลย จนกระทั่งมีเธอมานั่งอยู่เบาะข้างๆ ยิ่งรถติดเท่าไหร่ก็ยิ่งทำให้เขามีเวลาอยู่ใกล้ชิดกับหญิงสาวมากขึ้นเท่านั้น

จะว่าบ้าก็ได้ ที่เมื่อวานเขาภาวนาขอให้ฝนตกในระหว่างขับรถไปส่งสาวเจ้า ตกหนักจนมองอะไรไม่เห็นเลยยิ่งดี แต่ฟ้าฝนก็ไม่เป็นใจให้เขาสักเท่าไหร่ เพราะมันได้แต่ครึ้ม ไม่มีฝนหล่นลงมาเลยสักเม็ด

รัฐเขตหยุดพลิกเอกสารในมือ แล้วหมุนเก้าอี้ให้หันเข้าหาผนัง ทิ้งตัวเอนลงกับพนักพิงในขณะที่กำลังคิดทบทวนเหตุการณ์เมื่อวาน ถ้าเขาได้ใช้เวลาอยู่กับขวัญจิราแบบนั้นบ่อยๆ ก็คงจะดี

เวลาผ่านไปไม่นานมากนัก จู่ๆ คนที่เขากำลังคิดถึงก็มาพร้อมเอกสารเสนอเซ็นจำนวนหนึ่งโดยที่รัฐเขตเองก็ไม่ได้สังเกตเห็น ขวัญจิรากะว่าจะนำเอกสารเหล่านี้มาไว้ที่โต๊ะดาหวัน แต่ทว่าเลขาสาวกลับไม่อยู่ที่โต๊ะ

‘ทำอย่างไรดีนะ มีเอกสารที่ต้องเสนอเซ็นด่วนเสียด้วย’ หญิงสาวปรึกษาตัวเองอยู่ในใจ

ขวัญจิราคิดแล้วว่าหากรัฐเขตอยู่ในห้องทำงาน เธอคงต้องนำเอกสารเข้าไปให้เขาเซ็นเองเพื่อรวบรัดตัดตอน จะเรียกว่าใช้เส้นสายก็ได้ เพราะหญิงสาวรู้ดีอยู่แก่ใจว่ารัฐเขตเอ็นดูเธอมากกว่าใครๆ และเขาก็ไม่เคยดุเธอเลยสักครั้งที่จู่โจมเข้าไปยังห้องทำงานของเขา

แต่ถ้าเป็นไปได้ ขวัญจิราก็ไม่อยากทำหรอก วิธีใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัวเพื่อเร่งรัดงานแบบนี้น่ะ อะไรที่รอได้ก็ปล่อยให้มันเป็นไปตามระบบดีกว่า เพราะเธอไม่อยากถูกมองว่าเป็นเด็กเส้น แค่ตอนนี้ที่ทำงานไม่ถึงสามปีก็ได้มาเป็นผู้ช่วยผู้บริหารฝ่ายการตลาดก็เป็นที่ครหามากพออยู่แล้ว

หญิงสาวมองเข้าไปยังห้องทำงานของรัฐเขตที่เปิดไฟสว่าง แต่ไม่เห็นร่างของเจ้าของห้องที่ถูกบดบังด้วยพนักเก้าอี้ทรงสูงเสียจนเกือบมิด ใจหนึ่งก็จะถอดใจแล้วเพราะคิดว่าเขาไม่อยู่ แต่ไม่รู้ว่าทำไมขาถึงได้ก้าวเข้าไปในห้องทำงาน และนั่นก็เป็นจังหวะเดียวกับที่รัฐเขตหันเก้าอี้กลับมาทั้งรอยยิ้มพอดี

“อ้าว พี่เขตอยู่เหรอคะ หนมคิดว่าพี่ออกไปข้างนอกกับพี่ดาวซะอีก” ขวัญจิราทำหน้าตาตื่นประหนึ่งเห็นผี แฟ้มเอกสารในมือแทบร่วงลงไปกองกับพื้น

“อยู่สิ...เรานี่ก็แปลกนะ ถ้าคิดว่าพี่ไม่อยู่แล้วจะแอบย่องเข้าห้องพี่มาทำไม”

“พี่เขตใช้คำฟังดูแปลกๆ นะคะ พูดเหมือนหนมจะย่องมาขโมยอะไรอย่างนั้นแหละ”

“พี่ไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น” รัฐเขตยิ้มกริ่มขณะส่ายหน้าน้อยๆ เป็นการยืนยันว่าเขาไม่ได้เห็นว่าเธอเป็นขโมยแต่อย่างใด แต่อีกใจก็อยากจะตอบกลับไปเหมือนกันว่า ‘แต่อยากหมายความเผื่อว่าขนมจะย่องมาทำมิดีมิร้ายพี่ต่างหาก’

ก่อนที่เสียงในความคิดจะชวนให้เตลิดไปมากกว่านี้ เขารู้ตัวดีว่าคงต้องรีบดึงตัวเองกลับมา เพราะการที่หญิงสาวบุกมาถึงห้องทำงานแบบนี้คงต้องมีเรื่องสำคัญแน่ “ว่าแต่เรามีธุระอะไรล่ะ”

“หนมมาขอลายเซ็นค่ะ รบกวนพี่เขตจรดปากกาบนเอกสารเสนอเซ็นด่วนของฝ่ายการตลาดนะคะ” หญิงสาวค่อยๆ เลื่อนแฟ้มเอกสารตรงหน้าเข้าไปใกล้รัฐเขต

“มาสิ เดี๋ยวพี่เซ็นให้” 

พ่อมดไฮเทคก้มมองเอกสารนั้นแล้วค่อยๆ อ่านไปเรื่อยๆ หูก็ยังคงฟังสิ่งที่หญิงสาวเล่าถึงที่มาและความจำเป็นของสิ่งที่เธอขออนุมัติในเอกสาร เมื่อเขาเห็นว่าเหมาะสมก็ลงชื่อให้ไปตามความประสงค์ของเธอ โดยไม่ได้ซักไซ้อะไรเกี่ยวกับเอกสารนั้นต่อไปอีก จากนั้นจึงเงยหน้าขึ้นมาสบตาขวัญจิราแล้วเอ่ยถามแกมเสนอตัว

“เดี๋ยวเย็นนี้พี่ไปส่งเราเหมือนเดิมนะ”

“ไม่ต้องหรอกค่ะพี่เขต หนมเกรงใจ เมื่อวานกว่าจะถึงบ้านก็รถติดมาก เดี๋ยววันนี้หนมกลับเองดีกว่าค่ะ”

“พี่ต้องไปธุระแถวบ้านขนมอยู่แล้ว ไม่ต้องเกรงใจหรอก” ชายหนุ่มกล่าวเสียงเรียบเพื่อให้ดูเป็นเรื่องปกติที่สุด ทั้งที่เขารู้อยู่แก่ใจว่าตัวเองกำลังอ้างในสิ่งที่ไม่เป็นจริง

“ธุระเมื่อวานยังไม่เรียบร้อยเหรอคะ ทำไมต้องไปอีกไปแล้ว” ขวัญจิราได้ยินว่าเขาจะไปทำธุระแถวนั้นตั้งแต่เมื่อวานแล้ว แต่ก็ไม่คิดว่ามันจะยืดเยื้อจนกินเวลาของผู้บริหารหนุ่มถึงสองวันแบบนี้

“ใช่ ก็เรื่องกิจการของพ่อพี่นั่นแหละ พอดีเจ้าของใหม่เขาเจอเอกสารที่น่าจะเป็นของเดิม เขาก็เลยให้พี่ไปดูว่าจะทิ้งหรือจะเอากลับมา” รัฐเขตพยายามกลบเกลื่อนพิรุธที่เขาอาจก่อขึ้นโดยไม่รู้ตัวด้วยการอธิบายความเพิ่มทันทีที่เห็นว่าหญิงสาวมีท่าทีคล้ายกำลังสงสัยในสิ่งที่เขาพูด

“เอกสารเยอะมากเลยเหรอคะ ดูวันเดียวไม่จบเนี่ย”

“ใช่...เยอะมาก...เลยแหละ” เขาพูดติดขัดอีกแล้ว

ความจริงเขาเอาเอกสารพวกนั้นกลับมาไว้ที่บ้านตั้งแต่เมื่อวานแล้ว เท่าที่ดูส่วนมากก็เป็นเอกสารที่ไม่ได้สำคัญอะไร แต่สุดท้ายก็ต้องโกหกหญิงสาวอีกจนได้

“เอาเป็นว่าเย็นนี้ขนมกลับบ้านพร้อมพี่นะ” เขารวบรัดประเด็นเพื่อไม่ให้เธอซักอะไรอีก เพราะเขาก็ไม่อยากแต่งเรื่องโกหกไปมากกว่านี้แล้วเหมือนกัน

“เอ่อ...คือ” หญิงสาวอึกอัก

“ห้ามปฏิเสธนะขนม ไม่อย่างนั้นพี่จะยึดลายเซ็นที่เพิ่งเซ็นให้คืนจริงๆ ด้วย” รัฐเขตทำเสียงดุพร้อมหรี่ตาลงเล็กน้อยแล้วจ้องไปยังแฟ้มเอกสารในมือหญิงสาว เหมือนต้องการขู่แบบทีเล่นทีจริง

ขวัญจิราเห็นท่าทางแบบนั้นก็ทำตาโต รีบเอาแฟ้มเอกสารแนบอก ใช้สองแขนกอดไว้แน่นราวกับเทพผู้พิทักษ์สมบัติล้ำค่า “พี่เขต อย่าเอาเรื่องงานมาปนกับเรื่องส่วนตัวสิคะ ลายเซ็นนี้เซ็นแล้วเซ็นเลย ห้ามยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงค่ะ”

พ่อมดแห่ง Wish หัวเราะเมื่อเห็นอากัปกิริยาของหญิงสาว มิหนำซ้ำยังจะมาสอนเขาให้แยกเยอะเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวอีก เธอจะรู้ตัวบ้างไหมนะว่าท่าทางแบบนั้นมันน่ารักเสียเหลือเกินในสายตาคนมอง

“งั้นขนมก็ให้พี่ไปส่งสิ” รัฐเขตยังคงขอในสิ่งที่เขาต้องการต่อไปด้วยน้ำเสียงนุ่ม

“ก็ได้ค่ะ แต่วันนี้พี่เขตไม่ต้องเข้าไปหาป๊ากับแม่แบบเมื่อวานแล้วนะคะ จะได้ไม่เสียเวลา พี่จะได้ทำธุระได้เร็วขึ้น”

“แต่พี่แวะได้นะ” ชายหนุ่มมีสีหน้าและน้ำเสียงมุ่งมั่น

เมื่อวานเย็นเขาแค่แวะเข้าไปทักทายป๊าและแม่เธอในฐานะผู้ใหญ่ที่นับถือ แต่เมื่อพูดคุยกันได้สักพักก็ต้องขอตัวออกมาก่อน เพราะเกรงว่าจะไปถึงบริษัทจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เคยเป็นของบิดาดึกเกินไป แต่วันนี้เขาว่าง ก็เลยกะว่าจะไปใช้เวลาที่บ้านเธอนานสักหน่อย ให้สมกับที่ไม่ค่อยมีโอกาสได้ไปบ่อยนัก แต่ก็ดันถูกหญิงสาวเจ้าของบ้านขัดคอเสียนี่

“เอ่อ...คือ...หนมบอกตามตรงเลยนะคะ ป๊ากับแม่ไม่ค่อยอยากให้หนมรบกวนพี่เขต แค่เมื่อวานที่พี่ไปส่งวันเดียวก็แย่แล้ว นี่ถ้ารู้ว่าหนมติดรถพี่เขตกลับบ้านสองวันติดๆ ละก็ ป๊ากับแม่คงเทศน์หนมยาวแน่”

“ไม่เห็นต้องคิดมากเลย พี่เต็มใจนี่นา”

“โธ่พี่เขต อย่าทำให้หนมลำบากใจสิคะ” เธอไม่รู้ว่าจะปฏิเสธความหวังดีของชายหนุ่มอย่างไรดี สุดท้ายจึงงัดไม้เด็ดออกมา “นี่ถ้ายังดื้อจะเข้าไปหาป๊ากับแม่ให้ได้ละก็ หนมจะนั่งรถไฟฟ้ากลับบ้านเองแล้วนะ”

“โธ่...อย่างอนพี่เลยนะ พี่ตามใจขนมก็ได้ ไปส่งอย่างเดียว ไม่แวะเข้าบ้านก็ได้” 

“อย่างนี้ค่อยสบายใจหน่อย ขอบคุณนะคะพี่เขต” ขวัญจิรากล่าวอย่างโล่งอกแล้วค่อยๆ ลุกขึ้นยืนทั้งที่ยังกอดเอกสารไว้แน่น สายตายังคงมองมายังเจ้านายหนุ่มแล้วก็รู้สึกอยากชื่นชมเขาบ้าง “พี่เขตน่ารัก...แล้วก็ใจดีจริงๆ เลยนะคะ พี่ชายของหนมเนี่ย”

“...” รัฐเขตเงียบไปครู่หนึ่งขณะมองร่างหญิงสาวที่เพิ่งเดินออกจากห้องทำงานของเขาไป มันเป็นความรู้สึกทั้งเขินที่เธอชมเขาแบบซึ่งหน้า และปวดแปลบในใจกับคำว่า ‘พี่ชาย’ ที่ได้ยินในคราวเดียวกัน

ระหว่างเขาและเธอจะเป็นได้แค่นี้เองหรือ

*********************************************

ถึงจะดึก...แต่ว่าก็ยังมาอัพนะจ้ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น