สะพานซ้อนกล

ตอนที่ 11 : สะพาน 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 18
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    3 ก.พ. 63

“น่าเบื่อชะมัด”

ขวัญจิราหายใจออกยาวๆ อย่างเบื่อหน่าย เมื่อเข้ามาอ่านข่าวสารแวดวงไอทีจากเว็บไซต์ แต่ข่าวใหญ่ที่เป็นไฮไลท์สำคัญของวันกลับกลายเป็นเรื่องการปรากฏตัวของพัทธดนย์ในงานเปิดโซนไอทีของห้าง The One มันก็มีเนื้อหาข่าวเกี่ยวกับงานอยู่บ้างหรอก แต่สิ่งที่ทำให้เธอรู้สึกเบื่อก็คือการเขียนอวยจอมเวทไอทีคนนี้มากมายเสียเหลือเกิน

‘ก็ไม่เห็นจะมีอะไรดีนักหนา ทำไมต้องอวยกันไส้แตกขนาดนี้’

“เป็นอะไรขนม หน้ายู่เชียว” รัญชยาเห็นท่าทางประหลาดของลูกน้องคนสนิท จึงอดทักไม่ได้

คนอ่อนวัยกว่าหันมองมาตามทั้งสีหน้ายังไม่คลายความเบื่อหน่ายที่เป็นอยู่ เธอมองหน้ารัญชยาแล้วก็ไม่ยอมตอบอะไรกลับ เพราะเล่าไม่ได้ว่าเบื่อเรื่องที่ใครต่อใครต่างอวยคนที่เธอไม่ถูกชะตา ซ้ำร้ายไปกว่านั้นคือเขาเป็นคนที่รัญชยาพร่ำเพ้อถึงตลอดเวลาที่คุยกันในวันที่เธอไปค้างด้วย ไม่บอกก็รู้ว่ารัญชยาชอบเขา

“อ้าว ท่าจะเบื่อมากจริงๆ ถามไม่ตอบซะด้วย” เจ้านายยังแซวด้วยความเป็นห่วง

“ก็ข่าววันนี้น่ะสิคะ ไม่เห็นมีอะไรเลยนอกจากงานของห้าง The One”

“เท่าที่อ่านพี่ว่ามันก็ดีนะ ไม่เห็นมีอะไรน่าเบื่อเลย”

“ใช่สิคะ อะไรที่เขียนถึงนายคนนั้นมันก็ดีทั้งนั้นแหละเนอะ” ขวัญจิรายิ้มแห้งๆ ให้กับเจ้านายสาวของเธออีกครั้งก่อนหันกลับมายังหน้าจอคอมพิวเตอร์ของตัวเอง

สองสาวนั่งทำงานกันต่อไปอีกสักพัก ร่างสูงของรัฐเขตก็ก้าวเข้ามาพร้อมข้าวของเต็มมือ วันนี้เขามาในชุดที่ดูเป็นทางการน้อยกว่าทุกวัน เพราะไม่สวมเสื้อสูทและผูกเนคไท แต่ก็ยังคงใส่เสื้อเชิ้ตแขนยาว และเลือกที่จะพับแขนเสื้อขึ้นมาจนถึงระดับศอก ส่วนการแต่งกายท่อนล่างก็ยังคงเนี้ยบเหมือนเดิม

“อ้าวพี่เขต” รัญชยาเอ่ยทักพี่ชายแทบจะในทันทีที่เห็นเขา “ย้อนเข้าบริษัทมาทำไมเนี่ย รันนึกว่าพี่จะกลับบ้านเลยซะอีก”

“พอดี...พี่...แวะเอาของมาฝาก...” รัฐเขตตอบน้องสาวอย่างตะกุกตะกัก ทั้งที่คราวนี้ไม่ได้โกหก แต่เป็นเพราะตั้งรับไม่ทันที่รัญชยาจู่โจมเขาด้วยคำพูดแบบนี้ “ลูกน้องรันจะได้กินด้วย”

พ่อมดแห่ง Wish ตอบแล้วก้มหน้าน้อยๆ เพื่อจะแอบมองขวัญจิรา แต่น้องสาวตัวดีเหมือนจะรู้ความหมายมากกว่าที่พี่ชายต้องการจะสื่อ และพยายามดักทางเขาเสียด้วย

“อ๋อ...เพราะกลัว ‘ลูกน้อง’ รันจะไม่ได้กินนี่เอง พี่ถึงต้องรีบบึ่งมาทันทีที่ลงเครื่องแบบนี้” รัญชยาเน้นเสียงแปลกๆ ตรงคำว่าลูกน้อง ทำไมเธอจะเดาไม่ได้ว่าลูกน้องที่ว่าน่ะมันหมายรวมถึงใครบ้าง

“เออ...นั่นแหละ พี่ซื้อมาเยอะ ก็แบ่งๆ กันให้ทั่วถึงแล้วกันนะ” รัฐเขตตอบเบี่ยงๆ พยายามตีวงคำว่าลูกน้องให้ได้ความหมายกว้างมากที่สุด เพื่อที่เป้าหมายจริงๆ ของเขาจะได้ไม่รู้ตัว

ขวัญจิราจ้องถุงของฝากตาวาว เธอแทบไม่ได้สนใจกับบทสนทนาแปลกๆ ของสองพี่น้องเลยสักนิด “โห ก็มีเจ้านายใจดี คิดถึงลูกน้องตลอดแบบนี้น่ะสิคะ หนมถึงทำงานที่นี่แล้วมีความสุข” 

รัฐเขตยิ้มทันทีที่ได้ยินเสียงหนึ่งในลูกน้องของรัญชยา แล้วหาเรื่องชวนคุยไปเรื่อย “ไงเรา ไปค้างบ้านพี่สนุกไหม”

“คราวก่อนก็สนุกดีค่ะ แต่คราวนี้ไม่ค่อยสนุกเท่าไหร่” เธอตอบกลับตามจริง ในหัวยังคิดวนเวียนถึงการที่ต้องฟังรัญชยาพร่ำเพ้อถึงชายในฝันอยู่เนืองๆ แค่นี้ก็เซ็งแล้ว

“ทำไมล่ะ คราวนี้ไม่มีอะไรให้ทำพังหรือไง” รัฐเขตแซวอย่างเอ็นดู

“ไม่ใช่อย่างนั้นซะหน่อยค่ะ หนมไม่เคยทำข้าวของอะไรของพี่พังเลยนะคะ”

“พี่ล้อเล่น” ชายหนุ่มกำลังจะยื่นมือไปจับที่หัวของหญิงสาวตรงหน้าอย่างอดไม่ได้ แต่ทว่ามือนั้นก็ต้องหยุดชะงักลงกลางคัน เมื่อมีชายรูปร่างผอมใส่หน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้ากำลังก้าวเข้ามาพร้อมช่อดอกไม้ในมือ

“มาส่งของให้คุณรัญชยาครับ” เสียงจากชายผู้มาเยือนคนใหม่เอ่ยขึ้น

รัฐเขตและขวัญจิรามองทุกการเคลื่อนไหวของชายคนนั้นตาแทบไม่กะพริบ ขวัญจิรามองเพราะจำได้ว่าเขาคือคนที่เคยมาส่งช่อดอกไม้ให้รัญชยาคราวก่อน คนที่พยายามมองเข้ามาสำรวจภายในรถที่เธอนั่งไปกับรัญชยาวันนั้น ส่วนรัฐเขตมองเพราะรู้สึกคลับคล้ายคลับคลา เหมือนว่าเขาจะเคยเห็นชายคนนี้มาก่อน แต่ก็นึกไม่ออกว่าเจอกันที่ไหน

รัญชยารับช่อดอกไม้ รีบดึงการ์ดที่แนบมาอ่านด้วยความใคร่รู้ แล้วยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ อีกแล้ว เขามาอีกแล้ว...คนที่ไม่อยากให้คุณรู้ว่าใคร

“เรียบร้อยแล้ว อย่างงั้นผมขอตัวก่อนนะครับ ต้องไปส่งของอีกหลายที่” พนักงานส่งของกล่าวแล้วค่อยๆ เดินออกมาจากกลุ่มคนทั้งสาม เขาหันหลังแล้วหยิบเอกสารจำนวนหนึ่งออกมา จากนั้นก็ทำท่าทางเหมือนกำลังอ่านและจัดเรียงเอกสารเหล่านั้น แต่หูยังคงฟังสิ่งที่ทั้งสามคนพูดคุยกันอย่างตั้งใจ

“พาร์ทเนอร์รายไหนส่งมาเหรอรัน” รัฐเขตเอ่ยถามออกไป

“อ๋อ...เอ่อ...คือ...ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกพี่เขต” น้องสาวที่เคยรุกไล่พี่ชายกลับกลายเป็นฝ่ายที่พูดติดๆ ขัดๆ เสียเอง “เขาแค่ส่งมาให้เฉยๆ ไม่ได้มีอะไรพิเศษ”

ขวัญจิราไม่รู้ว่ารัฐเขตคิดอะไรอยู่ แต่เธอก็ไม่อยากให้เขาเดาหรือคิดอะไรไปมากกว่านี้ เพราะถ้ารัฐเขตซักไซ้จนระแคะระคายว่าดอกไม้ช่อนั้นอาจเป็นของพัทธดนย์ ขวัญจิราไม่รู้จริงๆ ว่ารัฐเขตจะคิดเห็นอย่างไร บางทีเขาอาจจะขัดขวางความรักของรัญชยาที่มีต่อคู่แข่งทางธุรกิจเสียก็ได้ เมื่อคิดได้ดังนั้นเธอจึงพยายามหาทางเปลี่ยนเรื่องคุย

“เอ่อ พี่รัน เย็นนี้หนมขอติดรถไปด้วยสิคะ”

“ได้สิ จะไปค้างบ้านพี่อีกหรือเปล่า”

“ไม่ใช่ค่ะ ว่าจะไปแถวๆ ทางผ่านที่พี่รันจะกลับบ้านนั่นแหละค่ะ”

“ขนมไปกับพี่ก็ได้ อีกสักพักพี่ก็กลับบ้านแล้ว เดี๋ยวพี่ไปส่ง” รัฐเขตอาสาอย่างแข็งขัน ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้ใส่ใจเรื่องดอกไม้ที่ถูกส่งมาให้รัญชยาแล้วจริงๆ

“อุ๊ย!..ไม่ดีกว่าค่ะพี่เขต ถ้าไปพร้อมพี่เขตก็ต้องออกก่อนเวลาเลิกงานน่ะสิคะ หนมกลัวถูกเจ้านายดุ” ขวัญจิราปฏิเสธเสียงเบา พร้อมสีหน้าที่แสร้งทำว่าเป็นกังวล

ทั้งรัฐเขตและรัญชยาได้ฟังแบบนั้นก็มองหน้ากันแล้วแทบกลั้นหัวเราะไว้ไม่ไหว เพราะไม่คิดว่าเธอจะอ้างเหตุผลนี้ ก็แล้วจะมีใครกล้าดุกันเล่า ในเมื่อเจ้านายที่เธอกลัวนั่งกันอยู่ครบทั้งสองคนแบบนี้

“เอ้า ถ้าไม่สบายใจขนาดนั้นก็รอไปพร้อมรันก็ได้ ว่าแต่เราจะไปทำอะไร ที่ไหนเหรอ” 

ขวัญจิรายิ้มรับคำที่รัฐเขตกล่าว พร้อมตอบอ้อมแอ้ม “ไปรับออเดอร์นิดหน่อยค่ะ”

***********************************

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น