สะพานซ้อนกล

ตอนที่ 10 : สะพาน 75%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 21
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    30 ม.ค. 63

“ผมเข้าใจนะครับ ที่คุณอาจะขอลาออก แต่ผมอยากให้คุณอาช่วยอยู่ดูงานต่อไปอีกสักพัก อย่างน้อยก็จนกว่าจะมีคนที่เชี่ยวชาญด้านวิจัยตลาดมารับช่วงต่อ”

เสียงของชายหนุ่มพูดอย่างหนักใจ แต่ก็พยายามขอร้องคู่สนทนาของเขาด้วยถ้อยคำสุภาพ ก็พัทธดนย์ไม่คาดคิดมาก่อนว่าเช้าวันเริ่มต้นสัปดาห์แบบนี้ เขาจะต้องเจอเรื่องลำบากใจเข้า เมื่อธนา ผู้จัดการฝ่ายการตลาดอาวุโสของบริษัท Spell มาขอลาออกกะทันหัน เนื่องด้วยปัญหาสุขภาพซึ่งมาถึงจุดที่ต้องได้รับการรักษาอย่างจริงจังและต่อเนื่องเสียที หลังจากที่เจ้าตัวปล่อยให้เรื้อรังมานาน

“อาก็อยากทำงานต่อนะดนย์ แต่อารู้ว่าคงทุ่มเททำได้ไม่ดีเท่าเมื่อก่อนแล้ว บอกตามตรงนะว่าอาก็เกรงใจ” ผู้จัดการฝ่ายที่ไม่ได้อาวุโสแค่ตำแหน่งกล่าวอ้อมแอ้ม

“อย่าคิดแบบนั้นเลยครับ ผมต่างหากที่ต้องเป็นฝ่ายเกรงใจ รู้ทั้งรู้ว่าคุณอาป่วยอยู่ก็ยังมีหน้าไปขอให้อามาช่วยดูงานให้อยู่เป็นปีๆ แล้วยังรบเร้าให้ออกสื่อในฐานะตัวแทนผู้บริหารของ Spell ด้วย”

“อาเต็มใจแล้วก็ดีใจมากด้วยที่ดนย์คิดถึงอาเมื่อตอนเริ่มเปิดบริษัท ตั้งแต่อาเลิกทำงานกับพ่อของดนย์ อาก็ใช้ชีวิตไปวันๆ เหมือนคนเกษียณแล้วนั่นแหละ” ธนาเหลือบสายตาไปอีกทางหนึ่งเมื่อคิดคำนึงไปถึงบุรุษอีกคนที่เคยมีบุญคุณกับเขา แม้ในวันที่ร่างกายไม่ค่อยเอื้ออำนวย แต่เมื่อลูกชายคนเดียวของผู้มีพระคุณมารบเร้าให้ช่วยเหลือ เขาก็ยินดีทำอย่างเต็มที่

“ขอบคุณนะครับอา ถ้าอย่างนั้นผมจะเปลี่ยนตำแหน่งให้คุณอาเป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดของบริษัท แล้วให้ผู้ช่วยของอารักษาการไปก่อน อาจะได้ดูงานต่อโดยไม่ต้องเหนื่อยมากเหมือนเมื่อก่อน คุณอาเห็นว่ายังไงครับ”

“เอาอย่างนั้นก็ได้นะ” ชายสูงวัยกว่าดูจะพอใจกับข้อเสนอ แถมยังเผยแนวทางบางอย่างให้อีก “จริงๆ แล้วคนในฝ่ายก็พอทำงานกันได้อยู่ แต่ต้องกระตุ้นให้ถูกจุด”

“ครับ ถ้าอย่างนั้นผมคงต้องให้อาช่วยสอนวิธีกระตุ้นที่ว่านั่นให้หน่อย” สายตาของชายหนุ่มเป็นประกายวูบหนึ่ง เขาได้ยินเรื่องแบบนี้ไม่ค่อยได้ มันรู้สึกเหมือนความเป็นจอมวางแผนในตัวถูกปลุกขึ้นมา

“อืมม...บางทีก็ต้องกระตุ้นด้วยการทำอะไรที่เหนือความคาดหมายกันบ้าง สิ่งที่ดูเหมือนแน่นอนตายตัวน่ะมันไม่ค่อยสร้างแรงฮึดให้คนสู้สักเท่าไหร่ เพราะเขามองว่าจะสู้หรือไม่สู้ สิ่งที่เขาจะได้รับก็เหมือนเดิมอยู่ดี” ธนาตอบอย่างมีเลศนัยที่ดูเป็นนามธรรม แต่เชื่อเถอะว่าชายหนุ่มรูปงามตรงหน้าเขาเข้าใจมันได้ไม่ยากเย็นนักหรอก

เท่าที่เคยเห็นกันมาตั้งแต่พัทธดนย์ยังเรียนหนังสืออยู่จนมาถึงวันนี้ วันที่เขามีธุรกิจเป็นของตัวเองอย่างเต็มภาคภูมิ ต้องยอมรับเขาเป็นคนที่มีความมุ่งมั่น กล้าได้กล้าเสียแบบเดียวกับบิดา แต่ก็มีสิ่งที่แตกต่างกันมากอยู่อย่างหนึ่งคือ พัทธดนย์มีความซับซ้อน เจ้าแผนการ และรอบคอบเสมอกับเรื่องธุรกิจ เขารู้วิธีที่จะให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์แม้บางครั้งจะต้องทำอะไรที่ดูเหมือนเสียแรงเปล่า แต่ทุกอย่างมันผ่านการคิดคำนวณมาหมดแล้ว ซึ่งผิดกับพ่อของเขาที่ทำธุรกิจไปก็ช่วยเหลือเกื้อกูลคนอื่นไป จนหลายครั้งก็ไม่ได้คำนึงถึงผลประโยชน์ของตัวเองเท่าที่ควร

“ดูเหมือนคนในฝ่ายนี้ต้องการการกระตุ้นแบบแปลกๆ นะครับ” ชายหนุ่มคิดตาม

“ไม่ยากหรอกดนย์ ลงไปคลุกคลีสักพักก็จะจับทางได้เอง เรื่องงานน่ะไม่น่าห่วง เพราะอาปูพื้นฐานไว้แล้ว งานมันเดินต่อไปได้แน่ แต่ไอ้การกระตุ้นที่ว่านี่...เอาไว้ใช้ตอนที่ต้องการให้ผลงานออกมาดีหรือไวเป็นพิเศษเท่านั้น”

“ครับ แล้วผมจะลองดู”

พัทธดนย์ยิ้มรับคำแล้วลุกออกจากโต๊ะทำงานของเขา เพื่อเดินไปส่งผู้จัดการฝ่ายการตลาดอาวุโส แต่ก็ต้องประหลาดใจ เพราะเมฆินทร์กำลังยืนรออยู่ที่โต๊ะปาลิตา เลขาส่วนตัวของเขา ซึ่งอยู่ในพื้นที่ของฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์

พัทธดนย์ให้ความสำคัญกับฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์นี้มากเป็นพิเศษ จนเป็นฝ่ายเดียวที่มีพื้นที่ทำงานอยู่บนชั้นเดียวกับห้องผู้บริหาร หลายครั้งที่เขาลงไปควบคุมดูแล ประชุมงานกับฝ่ายนี้ด้วยตัวเอง เพราะถือว่าการพัฒนาผลิตภัณฑ์เป็นเหมือนสมองขององค์กร การที่สินค้าของ Spell โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์และโดนใจลูกค้าก็มาจากผลงานที่ฝ่ายนี้ริเริ่ม

“อุตส่าห์มาถึงนี่ แสดงว่าได้เรื่องแล้วใช่ไหม” เจ้าของสถานที่กล่าวทันทีที่ประตูห้องทำงานถูกปิดลงอย่างแนบสนิทด้วยฝีมือของเขาเอง หลังจากสองหนุ่มจะพากันเข้าไปในห้องทำงานส่วนตัวของพัทธดนย์อีกครั้ง

ภายในห้องทำงานของเขามิดชิด ผนังทึบเกือบทุกด้าน ยกเว้นด้านที่อยู่หลังโต๊ะทำงานซึ่งเป็นกระจกชมวิวบานใหญ่ และมุมห้องเป็นประตูกระจกสีขุ่นที่ทะลุไปยังห้องประชุมเล็กด้านข้างเท่านั้น ซึ่งเวลานี้มันก็ถูกปิดเรียบร้อยดี จนทั้งเจ้าของห้องและเพื่อนสนิทมั่นใจว่าสิ่งที่พวกเขากำลังจะพูดคุยกันไม่มีทางรั่วไหลออกไป

“เออสิวะ พอเปลี่ยนเป้าหมายก็ได้ความทันทีนั่นแหละ” เมฆินทร์ตอบด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น เขาเดินไปคุยไปทั้งที่ยังไม่ถึงโต๊ะทำงานด้วยซ้ำ

“ว่ามา” พัทธดนย์เดินนำไปนั่งบนเก้าอี้ประจำตำแหน่งของผู้บริหาร แล้วปล่อยให้เมฆินทร์นั่งลงบนเก้าอี้มีพนักพิงฝั่งตรงข้าม

“ไอ้บอลมันตามคุณรันไปแล้วก็เจอมีผู้หญิงคนนึงมาค้างที่บ้านรัฐเขตด้วยกัน”

“ใครวะ?”

“เป็นผู้ช่วยคุณรัน เช้าอีกวันยังติดรถออกมาพร้อมกัน น่าจะไปส่งกันนั่นแหละ”

“...” พัทธดนย์นิ่งเงียบ คล้ายกำลังขบคิดอะไรบางอย่าง

“ทีนี้มึงจะเอายังไง ให้ไอ้บอลตามคุณรันต่อ หรือจะให้มันตามผู้หญิงคนนั้น” เมฆินทร์เห็นคู่สนทนาของตนเงียบไป จึงเสนอทางเลือกให้แก่เขา

“กูว่าให้ไอ้บอลตามรัญชยาต่อไปอีกสักพัก ส่วนผู้หญิงคนนั้น...กูตามเอง”

“มึงใช้คนของกูเพิ่มอีกสักคนสองคนก็ได้นะ กูไม่ว่า” ผู้มาเยือนเสนอทางเลือกให้อีกครา แต่ดูเหมือนจะมีนัยยะบางอย่างแอบแฝงอยู่

“ไม่ต้องเลยไอ้แม็ค ใช้คนของมึงเพิ่มกูก็ต้องเปลืองตัวเพิ่มอีก อย่าคิดว่ากูตามมึงไม่ทันนะเว้ย” พัทธดนย์ยังคงตามความคิดของเพื่อนทันเสมอ จึงไม่ยอมพลาดให้มากกว่าที่เคยเป็นมา “ว่าแต่ตอนนี้ขอข้อมูลของผู้หญิงคนนั้นมาก่อน”

หนุ่มตี๋เปิดรูปถ่ายที่อยู่ในโทรศัพท์มือถือของเขายื่นให้อีกฝ่าย “คนนี้ชื่อขวัญจิรา แต่คนที่ Wish เรียกว่าขนม กูเองก็เคยเจอเหมือนกันตอนที่ไปคุยงานที่ Wish เห็นตัวติดคุณรันตลอด แต่ไม่รู้ว่าสนิทกันขนาดไปค้างที่บ้านแบบนี้”

“สะพานของกูจะหน้าตาแบบนี้หรือเปล่าวะ” พัทธดนย์มองรูปหญิงสาวในโทรศัพท์ที่เมฆินทร์ยื่นมาให้

“สะพานอะไรของมึงวะ?”

“ก็คนที่จะเชื่อมให้กูเข้าใกล้คนของ Wish มากขึ้นน่ะสิ” เป็นคำตอบที่ฟังเหมือนมีเลศนัยทำให้คิดไปได้อีกหลายทาง สมกับเป็นจอมเวทเจ้าแผนการจริงๆ

“ถ้าอยากเชื่อมขนาดนั้น ทำไมมึงไม่จีบคุณรันซะเลยเล่า ดูเขาก็อยากจะเชื่อมกับมึงอยู่”

“ก็เพราะเขาอยากเชื่อมกับกูนี่ไง เลยไม่อยากให้ความสัมพันธ์มันวุ่นวายไปมากกว่านี้ ที่กูมุ่งไปที่ Wish เพราะธุรกิจ ไม่ใช่เรื่องชู้สาว”

วันนั้นพัทธดนย์ก็พอจะอ่านท่าทีและสายตาของรัญชยาออกเหมือนกัน แต่มันไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ เพราะผู้หญิงหลายคนก็แสดงออกกับเขาไม่ต่างจากรัญชยา บางคนรุกหนักกว่าด้วยซ้ำ แต่เขาไม่เปิดโอกาสให้ใครเข้ามาวอแววุ่นวายในชีวิตส่วนตัวของเขาได้มากนัก

“มึงพูดเหมือน...มึงอยากจะเข้าไปล้วงความลับของธุรกิจเขาอย่างนั้นแหละ” เมฆินทร์พยายามตั้งคำถามให้ตรงประเด็นที่สุดเท่าที่สมองเขาจะนึกออก

“ก็อาจจะ...ทำนองนั้น”

“เฮ้ยๆ กิจการมึงก็ดูรุ่งเรืองดี ทำไมจะต้องไปขโมยความลับเขาด้วยวะ”

“กูไม่ได้ขโมย แค่อยากรู้จักคู่แข่งให้ลึกซึ้งเท่านั้น”

“มึงอ่านบทสัมภาษณ์รัฐเขตใน Biz direction แล้วใช่ไหม”

“ยัง แต่เดี๋ยวกูอ่านเลย” พัทธดนย์ละสายตาจากรูปของขวัญจิราแล้วรีบเข้าสู่อินเตอร์เน็ตด้วยคอมพิวเตอร์พกพารุ่นทันสมัย ก่อนจะกรอกชื่อเว็บไซต์เป้าหมายลงไป แล้วอ่านบทสัมภาษณ์นั้นอย่างพินิจพิเคราะห์จนคล้ายกำลังจับผิด

“ประสบความสำเร็จเพราะได้ครูดีงั้นเหรอ สงสัยข้อนี้จะจริง จริงมากเลยทีเดียว” เขากวาดสายตาอ่านข้อมูลแล้วก็พูดขึ้นมาเหมือนพึมพำกับตัวเอง และยังคงอ่านบทความต่อไปเรื่อยๆ จนมาถึงย่อหน้าเกือบสุดท้าย ย่อหน้าที่ทำให้ขวัญจิราแทบนอนไม่หลับเพราะความอยากรู้มาแล้ว

“ไอ้แม็ค” น้ำเสียงที่เรียกเมฆินทร์เต็มไปด้วยความตื่นตัวราวกับเด็กที่ได้ของเล่นใหม่ “ถ้าไอ้บอลมีเวลาว่างก็ให้มันช่วยสืบให้หน่อยสิว่าผู้หญิงใกล้ตัวที่เป็นคนในใจของรัฐเขตคือใคร กูว่าบางทีอาจจะเป็นสะพานอีกเส้นให้กูก็ได้”

****************************************

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น