รัก...โดยปริยาย

ตอนที่ 2 : (คุณ)ชายลึกลับ 30%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 274
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    4 พ.ค. 62

เช้าวันเสาร์อันแสนสงบสุขของน่านนทีถูกทำลายลงย่อยยับด้วยเสียงโทรศัพท์มือถือที่ดังระงมลั่นห้อง จนเจ้าของต้องสะลึมสะลือลุกขึ้นมาจากที่นอน ทั้งที่เพิ่งได้ทิ้งร่างหลับไปไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้

‘ไอ้พวกมารหนังตา ใครบังอาจโทรมาแต่เช้าวะ’

หญิงสาวคว้าโทรศัพท์มาเพ่งดู พบว่าไม่ใช่เบอร์ที่เคยบันทึกรายชื่อไว้ ใจเลยพาลไม่อยากรับ แต่ไอ้ปลายสายเจ้ากรรมก็กระหน่ำโทรซะเหลือเกิน

“ฮัลโหล”

“ติดต่อเช่าห้องพักครับ” เสียงทุ้มกังวานของปลายสายแจ้งธุระของเขาโดยไม่ชักช้า

“เต็มแล้ว ไปหาที่อื่นเถอะ”

“แต่ที่บอร์ดยังมีประกาศหาคนเช่าอยู่เลยนะครับ ไฮไลท์เบอร์ติดต่อนี้ไว้ด้วย ผมก็เลย... ”

“บอกว่าเต็มก็เต็มสิ ไม่เข้าใจหรือยังไง”

“อ๋อครับ... งั้นไม่เป็นไร” เขาพูดแค่นั้นก็วางสายไป

น่านนทีถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย ก็อย่างว่าล่ะนะ ถึงเธอจะเป็นหลานเจ้าของอาคารแห่งนี้ แต่ก็มีหน้าที่ไม่ต่างจากผู้ดูแลอพาร์ทเม้นท์ที่ต้องจัดการทุกเรื่อง ตั้งแต่เก็บค่าเช่า ซ่อมบำรุงเล็กๆ น้อยๆ ไปจนถึงไกล่เกลี่ยเรื่องชู้สาว เพื่อแลกกับการได้อาศัยในห้องพักที่เธอถือสิทธิ์ยึดครองโดยไม่ต้องเสียค่าเช่าและเงินค่าอยู่ค่ากินตามอรรถภาพ

แต่เจ้าของอพาร์ทเม้นท์ ผู้เป็นป้าของเธอก็แสบเกินไปที่เอาเบอร์โทรศัพท์ส่วนตัวเธอไปปิดประกาศ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ก็ใช้เบอร์ป้าเองแท้ๆ เห็นทีคงต้องไปดึงประกาศนั่นทิ้งซะแล้ว จะได้ไม่มีใครโทรมากวนใจอีก

หญิงสาวจัดการล้างหน้าแปรงฟังอย่างเร่งด่วน เกล้าผมมัดลวกๆ ก่อนผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ทะมัดทะแมงตามแบบที่เธอถนัด แล้วออกจากห้องพักบนชั้นสองของอาคารลงไปยังป้ายปิดประกาศที่โถงชั้นล่าง แต่เมื่อก้าวผ่านห้องกระจกสีชาที่ถูกกั้นเป็นสำนักงานขนาดเล็กกลับต้องชะงัก เพราะเสียงเรียกที่คุ้นเคย

“โฟม! จะไปไหนน่ะ ช่วยพาคุณเขาไปดูห้องหน่อยสิ”

“อะไรนะป้า ใครจะดูห้อง”

“ก็คุณคนนี้ไง” ป้าสุนีย์เคลื่อนร่างมาคว้ามือหลานสาวให้เข้าไปคุยกันในห้องกระจกสีชา น่านนทีจึงได้เห็น ‘คุณคนนี้’ ที่นางพูดถึง

เขาเป็นชายหนุ่มที่ดูสงบเสงี่ยมและบุคลิกดี แค่นั่งรอเจรจาก็ยังตั้งหลังตรงแทบไม่ต้องพึ่งพนักเก้าอี้ เสื้อยืดคอปกสีกรมท่าและกางเกงสีขาวเนื้อดีที่สวมใส่ยิ่งช่วยทำให้ผิวพรรณเขาดูสะอาดสะอ้าน นี่ถ้าบอกว่าเป็นลูกผู้ลากมากดีหรือไฮโซไฮซ้อที่ไหนก็น่าเชื่อ แต่ไหงดันมาเช่าอพาร์ทเม้นท์สภาพซอมซ่อแบบนี้เล่า

สงสัยจะเป็นคุณชายตกยากซะล่ะมั้ง

น่านนทีละสายตาจากคนที่เธอประเมินเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า แล้วหันไปทำเสียงไขสือสนทนากับพี่สาวของพ่อที่อยู่ร่วมกันมาหลายปี “ก็ห้องมันเต็มไม่ใช่เหรอป้า จะให้พาไปดูอะไรเล่า”

“ชั้นสองห้องติดกับโฟมไง คนเช่าเดิมเขาเก็บข้าวของย้ายไปตั้งแต่เมื่อคืน เพิ่งเอากุญแจมาแขวนคืนไว้หน้าห้องกระจกนี่ ไม่รอร่ำลากันสักคำ สงสัยจะรีบ”

หญิงสาวอมยิ้มแวบหนึ่ง สาแก่ใจหน่อยๆ ที่ได้ยินป้าย้ำเรื่องที่เธอรู้อยู่แล้ว ว่าสาวสายปาร์ตี้ที่ชอบเปิดเพลงผ่านลำโพงเสียงดังสนั่นย้ายออกไป แต่ก็ไม่คิดว่าผู้เช่ารายใหม่จะปรากฏตัวเร็วเช่นนี้

“ป้าก็เลยขึ้นป้ายว่ามีห้องว่างเนี่ยเหรอ แล้วยังเอาเบอร์หนูไปติดด้วย”

“ก็แหม... ป้าน่ะไปๆ มาๆ ไม่ได้อยู่ที่นี่ตลอดเหมือนโฟม ให้เบอร์โฟมไว้น่ะดีแล้ว ใครติดต่อมาจะได้สะดวก” ป้าสุนีย์ว่าเหตุผลอย่างนี้ก็เพราะตั้งแต่ลูกสะใภ้ให้กำเนิดหลานสาว นางก็เห่อหลานตัวน้อยจนไม่ค่อยมีกะจิตกะใจจะดูแลอาคารแห่งนี้เหมือนอย่างเก่า

น่านนทีเข้าใจแต่ไม่ค่อยพอใจนัก “แต่ป้าก็น่าจะบอกหนูไว้ก่อนสิ เมื่อกี้ก็มีไอ้บ้าที่ไหนไม่รู้...โทรมาแต่เช้า”

“เอ่อ... โทษนะครับ” ผู้มาติดต่อที่นั่งสงบปากสงบคำมานานขอขัดจังหวะกลางคัน “เกรงว่า ‘ไอ้บ้า’ ที่คุณพูดจะหมายถึงผม”

แย่แล้ว! เธอลืมไปเสียสนิทว่าไม่ได้อยู่เพียงลำพัง จึงค่อยๆ ชำเลืองไปทางต้นเสียง

“นาย... นายคือคนที่โทรมาเหรอ”

“ครับ ผมเอง ผมกำลังจะถอดใจอยู่แล้วเชียว โชคดีที่เจอคุณป้า... ไม่ใช่สิ! คุณพี่คนนี้พอดี ว่าแต่จะให้ผมดูห้องได้หรือยังครับ” เขายิ้มหวาน โปรยเสน่ห์แพรวพราวใส่ทั้งสาวใหญ่สาวน้อย แต่คงจะได้ผลดีกับผู้เป็นป้ามากเป็นพิเศษ

“แหม...เข้าใจยอคนแก่นะ” เจ้าของอพาร์ทเม้นท์ยิ้มรับหน้าบาน ก่อนกระตุกมือหลานสาวให้คล้อยตาม “หนูก็พาเขาไปดูห้องเสียหน่อยเถอะ เช่าไม่เช่าก็ค่อยว่ากันอีกที”

หญิงสาวดึงมุมปากสองฝั่งให้แยกห่างจากกันจนริมฝีปากแทบเป็นเส้นตรงแล้วคว้ากุญแจจากมือป้าอย่างขัดใจเต็มที  “ตามมาสิ แต่ห้องที่นี่ไม่ได้กว้างขวางอะไรนะ วิวไม่สวย”

"ไม่เป็นไรครับ เรื่องวิวผมไม่เกี่ยง เรื่องทำเลสำคัญกว่า" คุณชายตกยากกระตือรือร้นรีบตามหลังร่างบางที่เดินฉับๆ แบบไม่แยแสเขาสักนิด

น่านนทีกำลังคิด...

เธอจะทำอย่างไรเพื่อกีดกันเขาออกไปจากที่นี่ดีนะ ไอ้ห้องว่างที่ว่ามันก็ติดกับห้องเธอ และเธอก็มีความจำเป็นต้องใช้ความเงียบเพื่ออ่านหนังสือและเตรียมข้อมูลทำวิทยานิพนธ์สำหรับการศึกษาในระดับปริญญาโท จึงไม่อยากให้ใครมาส่งเสียงเอะอะ แค่ทุกวันนี้ที่เหล่าผู้เช่ามาเคาะประตูห้องแจ้งเรื่องน้ำไม่ไหล ไฟไม่สว่าง ก็น่ารำคาญมากพอแล้ว ถ้าจะต้องมีเสียงจากข้างห้องมากวนใจอีก เธอก็จะไม่ทน

‘ถ้าเสียงดังนะ แม่จะทำให้เผ่นแน่บเหมือนรายก่อนเลยคอยดู’

สิ้นเสียงกุกกักของลูกบิด ประตูทั้งบานก็เปิดกว้างต้อนรับผู้มาเยือน ภายในห้องขนาดเกือบสามสิบตารางเมตรนั้นสภาพค่อนข้างดีกว่าที่ชายหนุ่มคาดเอาไว้ อย่างน้อยมันก็ไม่ได้มอซอเหมือนตัวตึกภายนอก แถมยังมีเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่จำเป็นให้ด้วย จะขัดใจก็แค่ผ้าปูที่นอนสีบานเย็นซึ่งไม่ใช่แนวที่เขาชอบ แต่คงไม่ใช่เรื่องหนักหนาหากจะต้องซื้อหาชุดเครื่องนอนใหม่

เขาไล่สำรวจตรวจตราอย่างใจเย็น และไม่ลืมที่จะแวะดูทิวทัศน์ตรงระเบียง ซึ่งคนพาเขาขึ้นมาบอกไว้ว่ามันไม่สวย ซึ่งก็ถูกของเธอ เพราะมันมองไม่เห็นอะไรเลย นอกเสียจากด้านหลังของตึกแถวเก่าที่ปลูกห่างไปไม่กี่สิบเมตร

น่านนทีเห็นเขานิ่งไปขณะมองตึกแถวตรงระเบียงก็คิดว่าเขาคงไม่สนใจจะอยู่ที่นี่แล้ว "เป็นไง ห้องไม่ค่อยน่าอยู่เท่าไหร่ใช่ไหม ฉันว่านายไปเช่าที่อื่นดีกว่า"

"ใครว่าล่ะ ผมว่ามันดูโอเคเลยนะ ผมอยู่ได้ ตกลงผมเช่าห้องนี้แหละครับ" เขาตอบพร้อมยิ้มโปรยเสน่ห์

หญิงสาวขัดใจที่ไล่ขนาดนี้แล้วคุณชายท่านก็ยังไม่เสด็จไปสักที แต่เธอไม่ยอมให้จบแบบที่เขาของ่ายๆ "แล้วจะอยู่นานเท่าไหร่ แต่บอกไว้ก่อนนะว่าห้องนี้... เฮี้ยน! ใครมาอยู่ก็อยู่ได้แป๊บเดียวเท่านั้นแหละ"

"เหรอครับ แล้วห้องอื่นเขาไม่เจออะไรกันบ้างหรือไง"

"ชั้นนี้มีคนอยู่ซะที่ไหนล่ะ ห้องซีกโน้นป้าแกปิดไว้เตรียมจะให้ช่างมารื้อปรับปรุง ห้องหัวมุมนั่นก็เอาไว้เก็บของ ถัดมาก็เป็นห้องป้าแก"

"แล้วห้องข้างๆ นี่ล่ะ ห้องคุณใช่ไหม"

​*******************************************

เอาความเฮี้ยวของหนูโฟมมาฝากกันก่อนค่ะ เห็นห้าวๆ แข็งๆ แบบนี้ ต้องมาตามลุ้นกันว่าคุณภัทรของเราจะรับมือกับนางยังไง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

17 ความคิดเห็น