รัก...โดยปริยาย

ตอนที่ 14 : คนคุ้นเคย 40%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 185
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    8 มิ.ย. 62

“ว้าย...ตายแล้ว! ทำไมคุณภัทรมานอนตรงนี้คะ”

ภาสวัตรู้สึกตัวตื่นขึ้นในตอนเช้าบนโซฟาในห้องรับแขกด้วยเสียงปลุกแบบไม่ตั้งใจของบัว แม่บ้านและพี่เลี้ยงของเขาตั้งแต่ยังจำความไม่ได้

“ยังไม่ตายครับพี่บัว ผมยังอยู่สบายดี”

“แนะ ยังจะมาเย้าบัวอีก คุณภัทรกลับมาเมื่อไหร่คะ ทำไมบัวไม่รู้เลย”

เขาไม่แปลกใจเลยที่เสียงเอะอะเมื่อคืนไม่สามารถทำให้แม่บัวตื่นได้ เพราะบัวเป็นคนหลับลึกมาแต่ไหนแต่ไร กระนั้นก็จัดเป็นคนรับผิดชอบงานดี ดีชนิดว่าทำตามคำสั่งไม่ขาด...และไม่เคยเกิน จนคนในบ้านรู้ดีว่าถ้าจะไหว้วานแม่บัวทำอะไรพิเศษไปกว่าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายไว้ก็จำเป็นต้องสั่งให้ละเอียด

ภาสวัตยิ้มแย้มแล้วบอกเล่าให้แม่บัวฟังคร่าวๆ แค่คลายสงสัย แต่ไม่ได้เล่ารายละเอียดเบื้องลึกทั้งหมด จากนั้นนางจึงไปจัดการงานของนางต่อ

เมื่อคืนเขาอ่านสำนวนคดีบ่อนเสี่ยการุญที่สั่งตำรวจสอบสวนเพิ่มเติมจนดึก และตั้งใจกลับมาเอาเสื้อผ้าเพียงไม่นานแล้วจะรีบออกไปดูบ่อนอีกแห่งที่เขาเฝ้าสังเกตการณ์มาตั้งแต่ย้ายออกจากอพาร์ทเม้นท์ของป้าสุนีย์ ทั้งที่บ่อนใหม่ไม่มีความคืบหน้าอะไรเลย แต่เขาก็ยังไม่อยากวางใจ จนกระทั่งมาพบแม่สาวจอมแสบหลับอยู่บนเตียงของเขานั่นแหละ...เขาเลยเปลี่ยนใจไม่ไปค้างที่ไหนอีกแล้ว

ภาสวัตยกห้องนอนให้น้องสาวคนใหม่ที่เอาจริงๆ แล้วก็ไม่ได้อยากให้เป็นน้องสาวเลยสักนิด เพราะน้อยครั้งนักที่จะเจอผู้หญิงที่ทำให้เขา เสียอาการ

และน่านนทีคือหนึ่งในนั้น

เขาจัดการพับผ้าห่มอย่างเรียบร้อย กะว่าจะขึ้นห้องไปจัดการธุระส่วนตัว แล้วจะได้แวะดูเธอด้วย แต่เมื่อเดินขึ้นบันไดมาก็ได้ยินเสียงคนคุยกันดังอยู่แว่วๆ จึงเดาว่ามารดาของเขาและน่านนทีคงดูสถานที่ในห้องหนังสือเพื่อเตรียมดัดแปลงการใช้สอย เขาจึงเข้าห้องของตัวเองไปอาบน้ำ

พอแต่งตัวออกมาจากห้อง เสียงพูดคุยก็หายไปแล้ว มีก็แต่เสียงกุกกักเบาๆ ในห้องนอนใหญ่ เขาจึงเปิดประตูเข้าไปถามเจ้าของห้องนั้น “แม่ครับ วันนี้จะไปซื้อเฟอร์นิเจอร์ที่ไหน เดี๋ยวผมไปส่งนะ”

“ภัทรไปทำธุระอย่างอื่นก่อนก็ได้ลูก น้องมาขอแม่ว่าจะไปตอนบ่าย เช้านี้จะรีบไปทำธุระก่อน”

“ธุระอะไรครับ”

“ไปเอาของที่อพาร์ทเม้นท์ นี่ก็เพิ่งออกไปนะ แม่จะไปส่งก็ไม่ยอม”

“ท่าทางลูกสาวคนใหม่ของแม่จะดื้อเอาเรื่องนะครับเนี่ย แต่ไม่เป็นไร เดี๋ยวผมตามไปดูเขาเอง แล้วจะพากลับมาส่งแม่อย่างปลอดภัยทุกอย่างเลย”

ได้ฟังดังนั้น...หัวอกคนเป็นแม่ก็โล่งใจ อย่างน้อยลูกชายของเธอก็ไม่ได้มีอคติแง่ร้าย แต่ก็ยังต้องกำชับ “ดีแล้วลูก แม่อยากให้ภัทรรักน้อง เอ็นดูน้องมากๆ มีอะไรช่วยเขาได้ก็ช่วยเถอะ หนูโฟมน่ะเป็นเด็กน่าสงสาร ครอบครัวไม่ได้อบอุ่นพร้อมหน้าเหมือนเรา แต่แกเป็นเด็กรักดีนะ เป็นลูกศิษย์ที่แม่รักมากที่สุดคนหนึ่งเลยก็ว่าได้ เพราะสั่งงานอะไรก็ได้ดั่งใจทุกอย่าง แถมยังหัวไว เรียนรู้ไว”

“ครับ ผมจะทั้งรัก ทั้งเอ็นดูเขาให้มากเลยทีเดียว” ชายหนุ่มรับคำแล้วยิ้มไม่รู้ตัวอีกแล้ว

ภาสวัตขับรถมาจอดรออยู่แถวซอยอพาร์ทเม้นท์ที่เพิ่งเกิดเหตุเพลิงไหม้เมื่อวานนี้  เพียงครู่เดียวเขาก็เห็นน่านนทีลงจากรถเมล์ และเมื่อเธอเดินผ่าน เขาก็เปิดประตูรถออกมาคว้าแขนเธอไว้

“เดี๋ยวก่อน”

คนถูกคว้ากำลังจะหันไปฟาด แต่พอเห็นว่าเป็นใครจึงยั้งมือไว้ “นาย เอ่อ...คุณอัยการ มาที่นี่ทำไม”

“มาช่วยคุณครับ”

“ช่วยอะไร ฉันแค่มาดูว่ามีของอะไรพอจะเหลือใช้การได้บ้าง”

“เถอะน่า แล้วนี่อย่าบอกนะว่าจะเข้าไปทั้งชุดอย่างนี้” เขาประเมินเครื่องแต่งกายของเธอก็พบเพียงเสื้อเชิ้ตลายตรงตัวโคร่งและกางเกงผ้าขายาวทรงตรง...แฟชั่นยุคคุณแม่สาวๆ สินะ

“ก็ใช่ไง ไฟมอดหมดแล้วคงไม่ต้องใช้ชุดผจญเพลิงหรอกมั้ง” น่านนทีกวนประสาทหน้าตายอีกแล้ว

“ไฟไม่มี แต่เศษฝุ่นเศษเขม่าจากควัน มันจะทำให้ปอดคุณมีปัญหา” ชายหนุ่มพูดไปก็จัดการเทน้ำใส่ผ้าขนหนู บิดพอหมาด แล้วส่งให้ “อ่ะ รับไปสิครับ”

“เอามาทำไม”

“ปิดจมูกคุณไว้ แล้วจำไว้ว่าคุณมีเวลาอยู่ในนั้นแค่ไม่นาน ถ้าผ้าแห้งแล้วคุณต้องรีบออกมา”

หญิงสาวพยักหน้ารับทราบ เอาผ้าที่เขายื่นมาปิดจมูกไว้ ถึงจะหายใจไม่สะดวกแต่มันช่วยให้สดชื่นขึ้นจริงๆเธอค่อยๆ ย่องเข้าไปในที่เกิดเหตุอย่างระมัดระวัง ขณะนั้นภาสวัตก็ใช้ผ้าชุบน้ำอีกผืนป้องกันโพรงจมูกของตัวเองแล้วรีบตามเธอไป บนชั้นสองฝั่งห้องพักเดิมของน่านนทีไม่ถูกไฟไหม้ แต่มีคราบเขม่า และชื้นไปด้วยน้ำที่ใช้สกัดเพลิง

น่านนทีรีบสำรวจข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นในตู้เสื้อผ้า เสื้อและกางเกงหลายตัวยังอยู่ในสภาพที่พอใช้ได้ถ้าซักดีๆ หน่อย เธอเอื้อมหยิบกล่องคุกกี้โลหะบนช่องชั้นบนของตู้เสื้อผ้า เมื่อเปิดดูก็โล่งใจที่เอกสารสำคัญจำพวกสมุดบัญชีเงินฝาก หลักฐานแสดงวุฒิการศึกษา และสำเนาทะเบียนบ้านที่ถูกเก็บไว้ในนั้นไม่เสียหาย แต่เมื่อกวาดตามองพวกหนังสือเรียน เอกสารตำราต่างๆ คงต้องทำใจ คอมพิวเตอร์พกพาบนโต๊ะญี่ปุ่นข้างเตียงนั่นก็อีก...ดูจากสภาพคาดว่าคงโดนอานุภาพน้ำทำลายล้างไปแล้ว

เธอคว้าผ้าปูที่นอนสำรองจากตู้เสื้อผ้าออกมาคลี่ไว้บนเตียวคร่าวๆ แล้วเอาของจำเป็นทั้งหมดวางไว้ตรงกลาง จากนั้นจึงมัดปลายทำเป็นถุงผ้าใบใหญ่ ซึ่งภาสวัตเห็นแล้วก็ชื่นชมในความช่างประยุกต์ของเธอ เขายังอาสาช่วยหอบหิ้วถุงผ้าจำเป็นใบนั้นลงมาที่รถ ส่วนน่านนทีก็ถือเพียงคอมพิวเตอร์พกพาและตุ๊กตาตัวหนึ่งมาเท่านั้น

ชายหนุ่มเปิดประตูรถฝั่งข้างคนขับให้เธอซึ่งมองเขาอย่างงงๆ แต่ก็ยอมขึ้นไปนั่งรอบนรถ เขาก็ยังช่วยปิดประตูให้อีก น่านนทียอมรับว่ารู้สึกแปลกเพราะไม่เคยมีใครปฏิบัติต่อเธอเช่นนี้ แต่กับภาสวัต...มันเป็นเรื่องธรรมดาที่เขาทำมาแต่ไหนแต่ไร

เมื่อจัดการนำสัมภาระที่หิ้วมาใส่ท้ายรถเรียบร้อยแล้ว เขาก็กลับมาประจำที่คนขับ นาทีนั้นจึงได้เห็นว่าคนที่นั่งรออยู่ก่อนหน้ากำลังอมยิ้มแก้มตุ่ยให้กับตุ๊กตาตัวจิ๋วขนาดใหญ่กว่าฝ่ามือเธอไม่เท่าไหร่

“คุณจะเอาไปด้วยทำไม...ไอ้เจ้าหมีตัวน้อยเนี่ย มันเลอะเทอะ กระด่างกระดำไปหมดแล้ว”

“ก็มันทิ้งไม่ได้ ยังไงฉันก็ต้องเอาลุงหมีไปด้วย” เธอยังไม่ละสายตาจากสิ่งที่จ้องอยู่เลยสักนิด

“ลุงหมี!” ภาสวัตทวนคำ “ตัวนิดเดียว ทำไมเรียกซะแก่เลย ผมเห็นเด็กผู้หญิงชอบเรียกตุ๊กตาว่าน้องนั่น น้องนี่ ยังไม่เคยเห็นใครเรียกแบบคุณเลย”

“ก็ดูสภาพสิ ขนาดยังไม่โดนรมควัน ลุงหมีก็เยินมากแล้ว ฉันไม่รู้หรอกนะว่าจริงๆ แล้วลุงหมีอายุเท่าไหร่ แต่มันอยู่กับฉันมายี่สิบปีแล้ว”

“โหว...เก่าขนาดนั้น คุณจะเก็บไว้ทำไมล่ะ”

“ต้องเก็บสิ จะเก่าจะโทรมยังไงฉันก็ต้องเก็บ เพราะตุ๊กตาตัวนี้แม่ให้ฉันเป็นของขวัญวันเกิดอายุครบห้าขวบ แล้วมันก็อยู่เป็นเพื่อนฉันมาตลอด ทุกครั้งที่ฉันมองลุงหมี ก็เหมือนได้อยู่ใกล้แม่อีกครั้ง”

“คิดถึงก็กลับไปหาท่านสิ จะได้ไม่ต้องมองตุ๊กตา” เขาพูดไปตามความคิดตัวเอง โดยไม่ทันได้สังเกตเลยว่าแววตาของอีกฝ่ายหม่นลงไปกว่าเดิมมากมาย

“ไปหาไม่ได้...แม่เสียไปแล้ว เสียไปตั้งแต่ฉันเจ็ดขวบ” เสียงคนเล่าสั่นสะท้านคล้ายเจือปนด้วยความอ้างว้างและเจ็บปวด เธอหลับตาลงช้าๆ เมื่อภาพในอดีตผุดขึ้นในหัว แล้วความคิดถึงผสมปนกับความรู้สึกผิดก็แทรกเข้ามา ยิ่ง มองลุงหมีในอุ้งมือ น้ำตาก็ยิ่งจะไหล

หัวใจคนฟังกระตุกไปเหมือนกันที่ได้ยินคำตอบนั้น เขาเอื้อมมือไปจับไหล่เธอเหมือนจะปลอบ น่านนทีจึงยกมือขึ้นปาดน้ำตาทันก่อนที่มันจะไหล เพราะสัมผัสจากเขาทำให้เพิ่งรู้ตัวว่ายามนี้ไม่ได้อยู่เพียงลำพัง หญิงสาวหันหน้าไปมองเจ้าของมือและกำลังจะโวยที่เขาแตะเนื้อต้องตัว แต่แววตาอ่อนละมุนของเขาทำให้เธอพูดไม่ออก แถมเขากลับเอามืออีกข้างจับที่แก้มเธออีกด้วย

เจอแบบนี้น่านนทีถึงกับชะงัก และมองเขาอย่างไม่เข้าใจ

ภาสวัตไม่ได้คิดอะไรมาก เขาแค่เห็นว่าแก้มเธอเปื้อนคราบเขม่าที่ติดมาจากลุงหมีในยามที่เธอละมือมาสัมผัสใบหน้าตัวเอง จึงอาสาจะเช็ดออกให้ ทว่ามือเขาเองก็ไม่ได้สะอาดพอ จึงได้แต่นำผ้าขนหนูผืนหมาดที่พาดอยู่บนคอหญิงสาวมาเช็ดให้เธอแทน

“พอแล้ว ฉันทำต่อเองได้” น่านนทีดึงผ้าออกมือหนา แล้วหันกลับไปมองด้านหน้ารถ เพื่อเลี่ยงการสบตากับเขา “กลับกันเถอะ”

               ************************

โอ๊ยยยย คุณภัทร...น่ารักจริงๆ เลย

สำหรับคนที่อยากเห็นลุงหมี นี่เลย...ตามรูป ตัวจริงทั้งเก่าทั้งเยินและตัวเล็กมากๆ คือจับลุงหมียืนแล้วยังสูงไม่ถึงขวดน้ำครึ่งลิตรเลยค่ะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

17 ความคิดเห็น

  1. #6 ondara (@ondara) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2562 / 12:29
    ชอบลุงหมี น่ารัก ที่บ้านลูกเราชอบตุ๊กตาหมา
    #6
    2
    • #6-1 กานต์ณภัส (@maimaple) (จากตอนที่ 14)
      8 มิถุนายน 2562 / 21:21
      ลูกตั้งชื่อให้น้องตุ๊กตามั้ยคะ
      #6-1