ตอนที่ 8 : ตอนที่ 4 : ประตูหลายบาน (50%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4628
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 87 ครั้ง
    7 ม.ค. 61


ช่วงบ่ายที่ร้านกาแฟเล็กๆ ไม่ไกลจากสถานที่ฝังศพ ร่างสูงในชุดดำเดินเข้าไปภายใน มองหาคนที่นัดเขาไว้ในวันนี้ โชคดีที่ในร้านมีลูกค้าไม่มากนัก จึงทำให้สามารถรู้ได้ง่ายว่าคนที่เขานัดนั่งอยู่ที่ใด

“คุณกายใช่หรือเปล่าครับ” เสียงของคนที่นั่งรออยู่ก่อน เอ่ยทักคนที่เพิ่งเข้ามาถึง

“ใช่ครับ” เสียงกายตอบกลับก่อนที่จะนั่งลง พร้อมหันไปสั่งเครื่องดื่มสำหรับตัวเอง

“ผมพงษกรณ์  เรียกง่ายๆ ว่าม่อนก็ได้ครับ” คนที่มารออยู่แนะนำตัวพร้อมยื่นนามบัตรให้ เมื่อเห็นว่าคนที่นั่งหน้าขรึมตรงหน้าเขาสั่งเครื่องดื่มจากพนักงานเสร็จแล้ว

“ว่ามาเลยครับ เวลาผมมีน้อย” ดวงตาของกายจ้องคนตรงหน้า เหมือนพิจารณาบางอย่าง

“ถ้าอย่างนั้นเข้าเรื่องเลยแล้วกันนะครับ ผมทราบมาว่าคุณกายกำลังจะเตรียมเปิดตัวธุรกิจใหม่ ผมเลยอยากนำเสนอบริการของเราครับ” คนพูดหยิบแฟ้มผลงานออกมาส่งให้ชายหนุ่ม

“คุณรู้หรือเปล่าว่าผมจะเปิดบริษัทอะไร” คนพูดแทบไม่สนใจแฟ้มที่ถูกส่งมาตรงหน้า เอ่ยถามเสียงเข้มขรึมอย่างเป็นปกติ

“คุณกายไม่ได้เปิดตามไลน์ของบริษัทคุณพ่อคุณเหรอครับ พวกบริษัทนำเข้าส่งออกรถหรู” ม่อนถามกลับสีหน้าตกใจ เหมือนว่าเพิ่งปล่อยไก่ตัวใหญ่ เขาสู้อุตส่าห์ไปสืบนามสกุล “อัครเดช” ว่ามีกิจการอะไรบ้าง เพราะ กาย อัครเดช แทบไม่ยอมออกสื่อ หรือเป็นข่าวเลย จึงทำให้มีข้อมูลน้อยมาก

“คุณทำการบ้านมายังไม่ดีพอ อีกอย่างธุรกิจที่ผมจะทำก็ทำแค่เล็กๆ ไม่ได้ใหญ่โต อาจจะไม่จำเป็นต้องใช้สื่อด้วยซ้ำ” เสียงขรึมตอบกลับ พร้อมยกกาแฟดำที่มีควันลอยกรุ่นขึ้นดื่ม

“แล้วทำไมคุณรับนัดล่ะครับ” น้ำเสียงของคนถามมีความไม่เข้าใจ  

“ผมแค่สงสัยว่าคุณรู้เรื่องที่ผมจะเปิดบริษัทได้ยังไง ทั้งๆ ที่มันค่อนข้างจะเป็นความลับ” ใบหน้าของคู่สนทนาซีดลงอย่างเห็นได้ชัด ใครจะไปคิดว่าคนตระกูลใหญ่ขนาดนี้ จะมาทำอะไรเล่นๆ

“แหม...คุณกายครับ คุณออกจะเป็นลูกชายทายาทตระกูลดัง เรื่องเล็ก เรื่องใหญ่ คนก็สนใจทั้งนั้นแหละครับ” ความตื่นเต้น ทำให้จริตที่เก็บงำไว้เริ่มเผยออกมา จนคนตรงข้ามยิ้มที่มุมปาก

“ถ้าผมบอกอะไรคุณม่อนจะเชื่อหรือเปล่าครับ” ชายหนุ่มเอาแขนค้ำที่โต๊ะ พร้อมโน้มกายเข้าไปใกล้คู่สนทนามากขึ้น ดวงตาดุดันน่ากลัว

“วะ..ว่ายังไงครับ” เสียงของม่อนสั่นเล็กๆ เขาไม่เคยเจอผู้ชายที่ดูน่ากลัวขนาดนี้มาก่อน นี่ยัยกีร์พาเขามาเจอคนแบบไหนกัน

“ผมเพิ่งเปลี่ยนมาใช้นามสกุล อัครเดช เมื่อปีที่แล้ว และมีคนรู้เรื่องนี้แค่ไม่กี่คน หนึ่งในนั้นคือคนที่ผมเพิ่งเซ็นสัญญาซื้อขายที่ดินไป เพราะฉะนั้นผมขอเหตุผลดีๆ สักข้อที่ทำให้คุณจะไม่เดือดร้อนในอนาคต” คนพูดเอนกลับไปพิงเก้าอี้ในท่าสบายๆ เหมือนเสียงที่พูดเมื่อสักครู่เป็นเรื่องปกติ

“โอเคครับ มีคนขอให้ผมมาเสนองานกับคุณ เพื่อที่เธอจะได้ใกล้ชิดและหาคำตอบบางอย่าง ที่ผมไม่รู้ว่าคืออะไร แต่รับรองว่าไม่ประสงค์ร้ายแน่นอน” หลังจากที่ถอนหายใจออกมาเพื่อตั้งสติ  ม่อนก็ตอบกลับรวดเร็ว

คำขู่ของชายหนุ่มตรงหน้าสำหรับม่อนไม่ได้น่ากลัวตรงที่ตระกูลของเขาทำอะไรได้บ้าง แต่มันน่ากลัวตรงคนพูดมีรังสีอำมหิตเปล่งออกมาต่างหาก ในเรื่องธุรกิจ ม่อนเคยเจอที่มีเขี้ยวเล็บมานักต่อนักแล้ว และสามารถรอดมาได้ทุกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนกัน ผู้ชายคนนี้อ่านยาก ไม่มีร่องรอยคำขู่ที่ดูน่ากลัว น้ำเสียงก็ดูดุจนเป็นปกติ แต่อะไรบางอย่างมันทำให้คิดว่าคนตรงหน้า กล้าทำในสิ่งที่ใครๆ ก็อาจจะคิดไปไม่ถึง

“คำตอบแบบไหน” กายคิ้วกระตุกเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำตอบ เขารู้ว่าคนที่พูดถึงคือใคร แต่เขาจะมีคำตอบอะไรให้กับผู้หญิงคนนั้น

“ผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับ จริงๆ แม้แต่ยัยกีร์เองก็คงไม่รู้...อุ๊บส์” ม่อนปิดปากอย่างรวดเร็ว เมื่อรู้ตัวว่าเผลอหลุดปากชื่อกีรติยาออกมา

“ไหนคุณเล่าแผนมาสิ เผื่อผมจะสนใจ” แม้จะดูไร้เหตุผล แต่คำพูดแผ่วเบาที่หลุดปากหญิงสาวออกมาเมื่อเช้าที่สุสาน ก็ทำให้เขาต้องลองหันกลับมาสนใจเรื่องนี้

“ก็ไม่มีอะไรมากครับ เธอแค่อยากให้คุณเปิดตัวธุรกิจ โดยมีดาราดาวรุ่งพุ่งแรงที่ห่างหายไปจากวงการ มาร่วมในงานด้วย รับรองว่าสื่อจะต้องมากันทุกสำนัก ธุรกิจคุณกายจะเป็นที่รู้จักในชั่วข้ามคืน” ม่อนตอบอย่างภูมิใจ พยักหน้าให้ชายหนุ่มเห็นด้วย

“มั่นใจในตัวเองเกินไปหรือเปล่า” คำพูดของกาย ทำเอากาแฟที่ม่อนเพิ่งดื่มไปแทบพุ่ง เขาอยากให้กีรติยามาได้ยินจริงๆ

“กีรติยาดังมากจริงๆ นะครับ” ผู้จัดการรีบแก้ตัวให้ แต่ก็มีหลุดขำออกมาให้สังเกตเห็น

“แล้วผู้หญิงคนนั้นจะได้อะไรจากเรื่องนี้ ผมไม่เห็นว่าจะมีคำตอบอะไร” แม้ว่าม่อนจะบอกว่ากีรติยา ต้องการบางอย่างจากเขา แต่จากที่เล่ามา เขายังไม่เห็นถึงประโยชน์อะไรของมัน

“เอ่อ...ผมก็ยังสงสัยอยู่เลย ถือว่าคุณกายเห็นใจลูกนกลูกกาตาดำๆ เถอะครับ ถึงจะบ้าๆ บอๆ ไปสักหน่อย แต่ก็ไม่มีพิษมีภัย แถมยังน่าสงสารมากด้วย หลังจากเหตุการณ์ที่คุณพ่อคุณแม่เสีย น้องกีร์ก็เก็บตัวมาตลอด นี่เป็นครั้งแรกที่เธอมาขอให้ผมช่วย” น้ำเสียงจริงจังของคนพูด ทำให้กายต้องถอนหายใจออกมา

“ได้” ไม่ใช่ว่าเขาสงสาร หรือเห็นใจจากเรื่องที่ม่อนเล่าให้ฟัง แต่ไม่รู้ทำไม เวลาที่เห็นผู้หญิงคนนี้ เขาถึงได้ใจอ่อนมีเมตตาทุกครั้ง ทั้งๆ ที่ปกติหลังจากใบตองเสียชีวิต เขาแทบจะไม่ให้ใครเข้าใกล้เลยนอกจากคนสนิท และการนัดครั้งนี้ไม่ควรได้เกิดขึ้นตั้งแต่แรกด้วยซ้ำ

“จริงหรือเปล่าครับ” ม่อนกลืนน้ำลายเฮือกลงคอ บทจะยากก็ยาก แต่บทจะง่ายก็ง่ายอย่างไม่น่าเชื่อ ทั้งๆ ที่ไม่มีทีท่าว่าคนตรงหน้าจะตอบตกลงด้วยซ้ำ

“ใช่ ผมก็อยากรู้เหมือนกันว่าคุณจะเปิดตัวธุรกิจผมแบบไหน”

“เอ่อ ผมยังไม่ทราบเลยว่าคุณกายจะมาเปิดธุรกิจอะไรครับ” คนถามเอ่ยขึ้นเสียงอึกอัก

“บริษัทรักษาความปลอดภัย” เสียงยังคงเรียบนิ่ง ร่างสูงใหญ่เอนที่เก้าอี้ ขาไขว่ห้างพร้อมจิบกาแฟในท่าสบายๆ ขณะที่คนเพิ่งได้ยินคำตอบถึงกับตาค้าง

“อุ๊ตะ...บริษัทยามที่มีแต่ผู้ชายน่ะเหรอคะ” ด้วยความตกใจ จริตที่เก็บไว้ทั้งหมด ถึงกับออกมาทักทายคนตรงหน้า การเปิดตัวดาราดาวรุ่งที่หายไปนาน สุดแสนจะยิ่งใหญ่น่าติดตามทำข่าว คือธุรกิจรักษาความปลอดภัย ที่เต็มไปด้วยผู้ชาย และกีรติยาเข้าใกล้ไม่ได้ ไม่หลุดสาวก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว สำหรับออแกไนซ์มือหนึ่ง นี่คืองานที่แทบเป็นไปไม่ได้

“เก็บอาการหน่อยครับ แล้วพบกันเมื่อคุณคิดรูปแบบงานได้สำเร็จ” กายเหยียดตัวขึ้น แล้วก้มหน้าลงใกล้ใบหน้าของคนที่ยังตกใจอยู่เมื่อสักครู่ พูดด้วยเสียงเย็นจนร่างกายคนฟังสั่นสะท้าน

“ผมหวังว่าเรื่องที่คุณบอกมาทั้งหมด จะไม่ถึงหูกีรติยา บอกแค่ว่าคุณได้งานแล้วก็พอ...ไม่ต้องบอกว่าผมรู้อะไร” ก่อนที่จะเดินไปวางเงินแบงค์ใหญ่สุดที่เคาเตอร์ ปล่อยให้คนที่ยังช็อก นิ่งอึ้งอ้าปากค้างอยู่ตรงที่เดิม

 

ประตูของห้องพักภายในโรงแรมถูกเปิดออก ปรากฏร่างหญิงสาวในชุดรัดรูปสีดำ ริมฝีปากแดงฉาน กำลังเดินกรีดกรายมองที่ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง ใบหน้าคมแต่ไม่เข้ม เพราะผิวที่ขาวจัด จึงทำให้ดูหมดจดราวกับคุณชาย ที่สุขุมเยือกเย็น ซึ่งต่างกับอารมณ์ฉุนเฉียวที่เป็นอยู่ตอนนี้

“คุณมาช้า นี่คุณรู้หรือเปล่าว่าผมต้องรอคุณนานแค่ไหน เสียเวลาจริงๆ” คิมหันต์พระเอกชื่อดังในขณะนี้ ที่เคยเกือบจะเป็นข่าวกับกีรติยาเอ่ยขึ้นด้วยอารมณ์หงุดหงิด

“ถ้าฉันบอกคุณว่าที่มาช้า เพราะไปรู้เรื่องดีๆ มา คุณจะต้องขอบคุณฉัน” หญิงสาวส่งยิ้มให้ มือก็ยกขึ้นโอบรอบคอของคนที่สูงกว่า ริมฝีปากกำลังจะสัมผัสที่แก้ม แต่ชายหนุ่มกลับเบี่ยงหลบ จนทำให้เธอต้องแกล้งชักสีหน้าออกมามาทันที

“เรื่องอะไร” แม้ว่าเขาจะไม่สุภาพกับเธอนัก แต่ก็เป็นตัวเลือกที่ดีในการจะทำลายใครสักคน ที่กำลังจะกลับมาขวางทางเดินอีกครั้งในตอนนี้

“กีรติยาที่รักของคุณ กำลังจะกลับมารับงานในวงการแล้วนะคะ” คำตอบที่ทำให้ชายหนุ่มอารมณ์ดีขึ้นมาทันที ราวกับความโกรธโดนพายุพัดปลิดปลิวไป

“เธอแน่ใจนะ” เสียงถามซ้ำอีกครั้ง เขารอเวลานี้มานานจนเกือบจะลืมไปแล้ว ว่าผู้หญิงคนนี้น่าสนใจขนาดไหน และเธอเคยดูถูกเขาไว้ยังไง

“คราวนี้ถ้ายัยกีร์ไม่ยอม คุณก็เอาคลิปที่ฉันถ่ายไว้ไปขู่ได้เลย เพราะกีรติยากลัวที่สุดเรื่องข่าวเสียหาย และเสียหน้า” มีรอยยิ้มน่ากลัวออกมาจากชายหนุ่ม

“ฉันว่าเรื่องนี้ฉันควรต้องได้รางวัลนะ คุณก็รู้ว่าฉันรักคุณมาก ถึงได้อยากให้คุณมีความสุข” สิ้นเสียงของหญิงสาว ร่างของเธอก็ลอยหวือเขาไปแนบที่ตัวชายหนุ่ม เรียวขาภายใต้กระโปรงแซกรัดรูปเกี่ยวเข้าที่เอวของเขา ริมฝีปากของทั้งสองต่อสู้กันอย่างดุเดือดราวกับจะกลืนกินกันและกัน แล้วโซฟาของห้องรับแขกก็กลายเป็นสมรภูมิความใคร่ที่เร่าร้อน

 

เวลาค่ำภายในหมูบ้านจัดสรรที่หรูหรา รถยนต์ยี่ห้อดังราคาแพงวิ่งวนรอบอยู่ภายในเป็นระยะเวลานาน หลังจากที่เขาผละจากริษาเมื่อช่วงเย็น ก็ตรงดิ่งมาที่นี่ เพื่อพูดคุยตกลงบางอย่างกับคนที่เขาเพิ่งได้ข่าว แต่ถึงตอนนี้ก็ยังไม่สามารถหาบ้านของคนที่เขาต้องการพบเจอ ทั้งๆ ที่เขาเคยเข้ามาที่นี่แล้ว พร้อมกับรถตู้ของกองถ่าย และคิดว่าตัวเองไม่มีทางลืมคฤหาสน์หลังสวยแน่ๆ แต่ทำไมมันถึงไม่มี

“กีรติยา ถือว่าฉันให้โอกาสเธอแล้วนะ ถ้าฉันไม่เจอเธอวันนี้ เธอจะต้องขายหน้าคนทั้งประเทศ”  คนขับบ่นอยู่ไม่หยุดเพราะไม่สามารถทำอะไรได้ จนเขาเองต้องหัวเสียเมื่อมาถึงที่ท้ายหมู่บ้านที่มืดมิดมีแต่ป่า ซึ่งไม่น่าจะมีอยู่ภายในหมูบ้านแห่งนี้

 

“คุณกีร์ ทำไมมานั่งตรงนี้คะ เดี๋ยวน้ำค้างลงแล้วจะไม่สบายเอา” ป้าหวานเอ่ยทักหญิงสาวที่นั่งตากลมมองประตูรั้วไม่วางตา

“กีร์รอพี่ม่อนค่ะ วันนี้ไปคุยกับคุณกาย ไม่รู้ว่าเป็นอย่างไรบ้าง โทรหาก็ไม่รับสาย” กีรติยายิ้มให้ป้าหวาน ที่กำลังเอาผ้ามาคลุมไหล่ให้เธอ วันนี้หญิงสาวแต่งตัวสวยชุดกระโปรงสีหวานดูเรียบร้อย เสื้อแขนกุดเปิดไหล่เปลือยเพราะเสื้อคลุมได้ถูกถอดออกไปแล้ว ซึ่งในเวลาปกติมักจะสวมแต่เสื้อยืด

“วันนี้คุณม่อนคงยังไม่เข้ามาหรอกค่ะ คุณกีร์เข้าไปในบ้านอาบน้ำอาบท่าก่อนนะคะ สกปรกมาทั้งวันแล้ว” เสียงอารีย์ของหญิงสูงอายุ ทำให้เธอยิ้มออกมา พร้อมพยักหน้ารับก่อนที่จะเดินเข้าไปภายในบ้านหลังเล็ก

เมื่อหญิงสาวเดินหายเข้าไปในบ้าน ดวงตามีร่องรอยเหี่ยวย่นตามอายุก็มองไปยังประตูรั้วมืดมิด ที่ตอนนี้มีแสงจากไฟหน้ารถสาดส่องเข้ามาตามทางเลี้ยว แต่ไม่นานก็ขับผ่านไป ร่างผอมบางยังยืนนิ่งอยู่ที่เดิม แต่เงาที่ทอดผ่านแสงไฟกลับเป็นชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ ดำสนิทราวกับหลุมลึกไม่มีทางออก 


                                        °·.¸.·°●°·.¸.·°●°·.¸.-> (50%) <-.¸.·°●°·.¸.·°●°·.¸.·°

                                                       


** ลืมบอกเลย ในเพจเค้ามีเล่นกิจกรรมแจกหนังสือ ลิขิตรัก...อันตราย ด้วยนะคะ 


                                                          อ่านอย่างมีความสุขนะคะ ^_^


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 87 ครั้ง

460 ความคิดเห็น

  1. #109 สู้ๆไรเตอร์ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2560 / 06:50
    ยัยชั่วนี้คงดับเพราะความชั่วตัวเองในไม่ช้ารวมถึงชายโฉดด้วย
    #109
    0
  2. #98 แมววัวลาย (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2560 / 03:13
    จนทำให้ต้องเธอ-เธอต้อง

    ต่อสู้กันอย่างดุเดือน-ดุเดือด

    #98
    0
  3. วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 16:12
    เดาเรื่องยากมากชวนติดตามสุดๆ
    #89
    0
  4. #87 tookno1 (@tookno1) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 12:15
    สนุก ลึกลับ ค้าง
    #87
    0
  5. #86 Taerungtiwa (@Taerungtiwa) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 12:00
    ป้าเป็นใครคะ รู้สึกหลงรักป้า????????????
    #86
    0
  6. #85 ผักหวาน" (@moonlight44) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 11:59
    ป้านี่มีตัวตนจริงป่ะคะ หรือมีสิ่งลึกลับคุ้มครองใบตองอยู่มาสิงร่าง
    #85
    0
  7. #84 Fon Proy (@fonproy12) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 11:56
    คืออะไร.เงาดำ. ลึกลับจัง
    #84
    0
  8. #83 Dororo Kai (@dororokai) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 11:55
    กำลังสนุกเลยค่ะ รอๆๆๆทุกวัน
    #83
    0