ตอนที่ 7 : ตอนที่ 3 : ในความทรงจำ (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4070
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 111 ครั้ง
    7 ม.ค. 61

 

ห้องทำงานที่ด้านหน้าเป็นกระจกใส ซึ่งคนภายในสามารถมองเห็นพนักงานที่ทำงานอยู่ได้ และพนักงานก็สามารถมองลอดเข้ามาได้ พงษกรณ์ หรือ ม่อน เพิ่งวางสายจากทนายชาติ เพื่อขอเบอร์ติดต่อกับคนที่มาขอซื้อที่ดินของกีรติยา โดยปกติการนำเสนอเรื่องการจัดอีเวนท์ หรือเปิดตัวสินค้า เป็นงานสบายๆ ที่ไม่ยากลำบากเลย สำหรับคนที่เคยมีประสบการณ์มาหลายปี แต่ครั้งนี้ สิ่งที่ม่อนหนักใจอย่างมากคือ กีรติยาจะทำงานนี้อีท่าไหน มันไม่เหมือนงานถ่ายแบบที่เขาเคยหามาให้ ที่สามารถสกรีนทีมงานให้มีเฉพาะผู้หญิงได้

ก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะหน้าประตูกระจก คือหญิงสาวรูปร่างหน้าตาจัดว่าดีเยี่ยม แต่ออกไปทางเซ็กซี่เข็ดฟัน ด้วยชุดรัดรูปสีดำ ริมฝีปากแดงเข้มตัดกับชุด ปล่อยผมยาวสลวย ท่าทางออกจะมั่นใจตัวเอง วริษา หรือ ริษา ดาราเบอร์หนึ่งที่มาแทนที่ กีรติยา ในขณะนี้

คนภายในห้องมองไปหาคนหน้าประตู พร้อมพยักหน้า ขณะที่เขาเองเพิ่งโทรออกไปหาใครบางคน หญิงสาวเดินเข้ามาภายในด้วยรอยยิ้มสดใส ก่อนที่จะนั่งลงตรงฝั่งตรงข้าม ไม่ส่งเสียงรบกวน

“สวัสดีครับคุณกาย ผมพงษกรณ์ เป็นเจ้าของบริษัท ไดม่อนออแกนไนส์เซอร์ ไม่ทราบว่าคุณกายสะดวกคุยหรือเปล่าครับ”

“พอดีผมทราบมาว่า คุณกายกำลังจะเปิดตัวบริษัทใหม่ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เลยอยากขออนุญาตนำเสนองาน ให้คุณกายพิจารณาครับ”

“ผมยืนยันว่าคุณกายจะต้องประทับใจ และน่าจะเป็นผลดีต่อธุรกิจด้วย ผมขอเวลาแค่ไม่นาน รับรองว่าต้องคุ้มค่าแน่นอน”

“ได้ครับ ถ้าอย่างนั้นเป็นวันพรุ่งนี้ช่วงบ่ายเจอกันนะครับ” มีรอยยิ้มเล็กน้อยออกมาจากริมฝีปากคนพูด แม้ในตอนแรกคนปลายสายจะดูไม่สนใจนัก แต่ด้วยความเป็นนักธุรกิจ การได้ฟังไอเดียร์ก็ถือว่าเป็นเรื่องดี น่าสนใจหรือไม่ วันที่พูดคุยก็คงจะรู้

“ขอบคุณมากเลยครับ ที่ให้โอกาสทางเรา” ม่อนวางสาย พร้อมมองผู้หญิงด้านหน้ามีรอยยิ้มอารมณ์ดี

“ใครเหรอคะพี่ม่อน ดูพี่จะดีใจเกินปกติกว่าที่คุยกับลูกค้า” เสียงคนที่นั่งไขว่ห้างตรงข้ามถามขึ้น เมื่อเห็นว่าคุยธุระกันเสร็จแล้ว

“ลูกค้าคนพิเศษน่ะ ว่าแต่งานเป็นยังไงบ้าง”

“เรียบร้อยดีค่ะ ลูกค้าพอใจมาก” เสียงตอบสั้นๆ ไม่ได้อธิบายอะไร เพราะเธอยังคงให้ความสำคัญกับคำว่าลูกค้าคนพิเศษของผู้จัดการส่วนตัว ที่พ่วงตำแหน่งเจ้าของบริษัทอยู่

“นี่ตารางคิวที่พี่เตรียมไว้ให้ของเดือนนี้นะ ริษาลองเอาไปเช็คดู ตอนนี้เราขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งแล้ว ทำอะไรก็ต้องระวังด้วย” ม่อนยื่นเอกสารคิวงานให้กับคนตรงหน้า แม้ตอนนี้เขาจะไม่ได้ดูแลเด็กๆ ในสังกัดอย่างเต็มที่ แต่ดาราทุกคนก็มีคนดูแลคอยประกบ เพื่อไม่ให้เกิดข่าวเสียหาย

“เรื่องนั้นไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ ว่าแต่งานของลูกค้าคนพิเศษ คงจะเป็นของริษาเหมือนเดิมใช่หรือเปล่าคะ” คนพูดมีรอยยิ้ม ตอนนี้งานใหญ่ๆ แทบทั้งหมดล้วนแต่เลือกเธอทั้งสิ้น

“งานนี้เป็นของกีรติยาน่ะ” เพียงแค่พูดชื่อกีรติยา คิ้วของวริษาก็กระตุกขึ้นทันที แต่มันก็ถูกทำให้เป็นปกติอย่างรวดเร็ว กีรติยาชื่อที่เธอไม่ได้ยินมานาน

“ไม่มีอะไรแล้วก็รีบไปเถอะ งานแรกของวันนี้ใกล้จะได้เวลาแล้ว อย่าไปสาย”

“แล้วเรื่องนี้อย่าให้รู้ถึงหูสื่อล่ะ เพราะยังไม่ได้ตกลงกันจริงจัง พี่ไม่อยากให้คนเอาไปพูดมาก” เสียงขรึมของพงษกรณ์ ดังออกมาอีกครั้ง หญิงสาวรับด้วยใบหน้าเรียบเฉยแล้วก็เดินออกจากห้องไป แต่คนตรงหน้าก็พอจะรู้ถึงความรู้สึกว่าเป็นอย่างไร

การที่ม่อนไม่แสดงตัวตนที่แท้จริงออกมา สำหรับเขามันไม่ใช่เรื่องที่ต้องปกปิด เพราะสมัยนี้คนไม่ได้สนใจเรื่องรสนิยมทางเพศ และเปิดกว้างกันมากแล้ว แต่เหตุที่ไม่เปิดเผย ก็เพื่อให้ง่ายต่อการทำงาน จะได้ไม่ต้องมีใครมาคอยต่อปากต่อคำ เหมือนผู้จัดการคนอื่น

อีกอย่าง ยิ่งมาเปิดธุรกิจ ควบคู่ไปกับการดูแลดาราในสังกัด การไม่คลุกคลีกับดารามากเกินไป จะทำให้ปกครองได้ง่ายขึ้น แม้ส่วนแบ่งตามเปอร์เซ็นของงานจะมาก แต่ก็ยังเทียบไม่ได้กับรายได้ของธุรกิจนี้ อีกอย่าง ฝีมือในการการปั้นดาราให้ขึ้นเบอร์หนึ่ง และเส้นสายที่มีมากมาย คงยากที่ดาราในสังกัดจะย้ายไปอยู่ที่อื่น หรือถ้าย้ายจริงในตอนนี้เขาก็แทบไม่ใส่ใจ

 

ยามสายบรรยากาศร้อนระอุ แสงแดดส่องลอดเข้ามาได้จากทุกที่แทบไม่มีร่มเงา กีรติยาในวันนี้ดูสวยมากขึ้นจนผิดหูผิดตา ชุดกระโปรงดูเรียบร้อยต่างจากเธอที่เคยเป็น มือหนึ่งถือช่อดอกไม้ใหญ่สีสันสดใส ส่วนอีกมือมีตะกร้าอาหารดูหนักอึ้ง หญิงสาวเดินลัดเลาะไปตามสุมทุมพุ่มไม้ ที่มีให้เห็นตลอดระยะทางเดินเพื่อหลบแดด ที่แห่งนี้เงียบสงบไม่มีผู้คนมากมายนัก จึงทำให้เธอสามารถมาเพียงลำพังได้โดยไม่ต้องนึกกลัว

วันนี้ครบรอบสามปีที่เธอสูญเสียครอบครัวไปตลอดกาล ป้าหวานเตรียมอาหารและสิ่งต่างๆ เอาไว้ให้ตั้งแต่เช้า เพราะเป็นครั้งแรกหลังจากประสบอุบัติเหตุ ที่เธอได้มีโอกาสมาไหว้พ่อและแม่ แต่ด้วยความที่ต้องหาร้านดอกไม้ที่ผู้คนไม่พลุกพล่าน จึงทำให้เสียเวลามาก จนต้องต่อสู้กับพระอาทิตย์ตอนสาย

“รู้อย่างนี้ชวนพี่ม่อน กับป้าหวานมาด้วยดีกว่า” คนพูดบ่นงึมงำขณะที่ในมือก็ถือของทุลักทุเล จริงๆ เมื่อคืนคนที่เธอเอ่ยถึงทั้งสองคนได้ขอมาด้วยแล้ว แต่ด้วยความที่อยากคุยกับพ่อและแม่ตามลำพัง เธอจึงให้เหตุผลว่า จะได้เหมือนในละคร ที่ยืนหน้าหลุมศพคนเดียวด้วยความโศกเศร้า แต่เหตุผลจริงๆ คือกีรติยาไม่รู้ความรู้สึกของตัวเองชัดเจนนัก ว่าทำไมเธอเศร้าน้อยกว่าที่ควรจะเป็น ไม่รู้เพราะจำไม่ได้ หรือไม่เคยผูกพันกับท่านทั้งสองกันแน่ และไม่รู้อีกว่าเมื่อเห็นหลุมศพของท่านจริงๆ เธอจะเป็นอย่างไร ใครจะไปคิดว่าแดดประเทศไทยจะร้อนแรง ดูดพลังงานได้ขนาดนี้

ในขณะที่บ่นปอดบ่นแปดไปมาใบหน้าโทรมเหงื่อ เธอก็เหลือบไปเห็นร่างสูงใหญ่ที่ดูคุ้นเคย แม้จะอยู่ไกลออกไปก็จำได้ ชายหนุ่มที่สวมใส่สีดำทั้งชุดอยู่เสมอ แถมบนใบหน้ามีแว่นกันแดดสีดำ ทำให้ปกติขรึมอยู่แล้ว ยิ่งดูเข้าถึงยากขึ้นไปอีก กีรติกาหลบเข้าไปหลังต้นไม้อย่างรวดเร็ว ในหัวก็คิดแผนการที่จะสัมผัสตัวชายหนุ่มให้ได้ หลังจากที่เฝ้ามองมาเนิ่นนาน แต่แล้วเธอก็หยุดความคิดลง

“เศร้าจัง” กีรติยามองชายหนุ่มที่ยืนนิ่งไม่เคลื่อนไหวอยู่เป็นเวลาเนิ่นนาน ใบหน้าที่ไม่แสดงให้เห็นว่ามีความรู้สึกใดๆ แต่กลับแผ่ความเศร้าหมองออกมา จนเธอรู้สึกได้

“ใครที่ทำให้ผู้ชายแบบคุณเศร้าได้มากขนาดนี้” หญิงสาวมองไปที่หลุมฝังศพตรงหน้าของชายหนุ่ม ที่มีช่อดอกไม้สีขาววางอยู่  ดวงตาเศร้าหมองตามเขาโดยไม่มีเหตุผล

จนเมื่อเธอรู้สึกว่า วันนี้เป็นวันที่เธอไม่ควรเข้าไปรบกวนเขา กีรติยาจึงค่อยๆ หันหลังเตรียมจะเดินจากไป แต่แล้วสายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นเงาดำที่หลบอยู่ใต้ต้นไม้ไม่ไกลนัก แต่ห่างจากคุณกายพอสมควร ในมือของผู้ชายคนนั้นก็มีช่อดอกไม้เหมือนคนที่มาเยี่ยมหลุมศพทั่วไป แต่ที่ทำให้รู้สึกแปลกใจ คือดวงตาของผู้ชายคนนั้นมีความโกรธ  

“หรือว่าจะเป็นรักสามเศร้ากันนะ” หญิงสาวงึมงัมออกมา ก่อนที่จะเดินหายไปเพราะรู้สึกว่าไม่ใช่เรื่องของเธอ และเวลานี้ไม่เหมาะที่จะเข้าไปหาชายหนุ่ม

ด้านหน้าหลุมฝังศพของพ่อและแม่ที่อยู่คู่กัน กีรติยามองดูด้วยดวงตาว่างเปล่า ภาพผู้หญิงผู้ชายตรงหน้าไม่ทำให้เธอรู้สึกสะเทือนใจได้แม้แต่น้อย ไม่มีความรู้สึกเจ็บปวด ไม่รู้สึกเศร้าเสียใจ จนบางครั้งเธอคิดว่าเธออาจจะเป็นลูกที่ไม่ดีนัก เธอจำหน้าของพ่อกับแม่ไม่ได้ จนป้าหวานต้องนำภาพถ่ายมาให้เธอดูที่โรงพยาบาล

กีรติยาต้องทำความรู้จักคนรอบข้างใหม่ทั้งหมด กว่าที่เธอจะรักษาตัวจนได้กลับไปที่บ้าน ก็เมื่อป้าหวานบอกว่าเธอพร้อมแล้ว ถึงแม้ในบางครั้งตัวเธอเองก็คิดว่ามันออกจะเกินหน้าที่ของคนรับใช้เก่าแก่ไปสักหน่อย แต่ในเมื่อไม่มีผลเสียอะไรกับตัวเธอ เรื่องต่างๆ ก็ถูกมองผ่านไป

“คุณพ่อคุณแม่ กีร์ขอโทษนะคะที่เป็นลูกที่ไม่ดี” คำขอโทษแม้จะออกมาจากใจ แต่ในความรู้สึกที่ว่างเปล่ามันยิ่งทำให้เธอรู้สึกผิด กีรติยาทำได้เพียงแค่ถอนหายใจ แสงไฟลางเลือนเดียวที่เธอมีคือผู้ชายคนนั้นเพียงคนเดียว แต่ชีวิตที่ถูกจำกัดก็ทำให้เธอลำบากใจ

 

รถเต่าสีฟ้าสภาพเก่าแก่จอดไว้ใต้ต้นไม้ ห่างจากที่จอดรถออกมาพอสมควร เพราะเจ้าของรถไม่ต้องการเข้าไปอยู่ในที่ที่มีคนพลุกพล่าน ซึ่งจริงๆ สุสานขนาดใหญ่แห่งนี้ก็ไม่ค่อยมีคนมากมายนักอยู่แล้ว แต่ก็เป็นการป้องกันเอาไว้ตามนิสัยที่เคยทำอยู่เสมอ

ก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะกระจกดังขึ้น จนคนที่กำลังงมกับการเสียบกุญแจสะดุ้งสุดตัว ใบหน้าซีดเซียวลงอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะถอนหายใจออกมาเมื่อเห็นว่าคนที่เคาะคือใคร แล้วใบหน้าที่เคยซีดก็เปลี่ยนเป็นสีชมพูปนแดง สลับไปมาเหมือนไฟปีใหม่ก็ไม่ปาน

“คุณกาย” กีรติยาเอ่ยทัก ก่อนที่จะพยายามเปิดประตูรถไปหาคนที่ยืนอยู่ด้านนอก แต่ก็ทำไม่สำเร็จ เพราะชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ดันเอาไว้ไม่ยอมให้เปิด จนเธอโวยวายให้เขาหลบออกไป แต่ก็ไม่เป็นผล

“คุณจะดันประตูเอาไว้ทำไมคะ” หญิงสาวแว้ดขึ้นอย่างหงุดหงิดไม่ได้ดั่งใจ หลังจากที่หมุนลดกระจกข้างลงด้วยความยากลำบาก

“นั่งอยู่นั่นแหละ คุณตามผมมาทำไม” เสียงเคร่งขรึมดังขึ้น ขณะที่มองใบหน้าของหญิงสาวที่เปลี่ยนสีไปมาด้วยความแปลกใจ

“ฉันไม่ได้ตามคุณมา ฉันมาไหว้คุณพ่อกับคุณแม่ต่างหาก” หญิงสาวรีบตอบกลับทันที ถ้าเป็นวันอื่นเธอคงไม่เถียงคอเป็นเอ็นขนาดนี้

“ก็ดี ผมนึกว่ามีโรคจิตมาถ้ำมอง” จริงๆ แล้วกายจะว่าเรื่องที่หญิงสาวมาซุ่มดูเขาทุกวันที่ไซต์งานก็ได้ แต่วันนี้ถือว่าเขาเห็นใจเธอเป็นพิเศษ เพราะมันเป็นวันที่ทุกคนล้วนสูญเสีย และเขารู้ว่าเธอตามอยู่จึงได้มาทัก เพื่อให้รู้ตัว และเลิกตามเขาสักที

“จะบ้าเหรอคุณ” คนในรถเริ่มตอบไม่เต็มเสียง มือที่วางอยู่บนตัก ตอนนี้ก็อยากที่จะเอื้อมไปจับมือที่วางอยู่ตรงหน้าต่างรถใจจะขาด แต่ก็พยายามห้ามตัวเองเอาไว้

“ถ้างั้นผมไปล่ะ แล้วแอร์รถก็เอาไปซ่อมซะด้วย ผมไม่อยากเห็นใครตายกลางแดด” ก่อนที่ชายหนุ่มจะผละตัวออกไป โดยที่ไม่ได้สติ กลัวเพียงแค่ตัวเองจะพลาดโอกาส มือของกีรติยาคว้าหมับเข้าที่มือของกายโดยที่เจ้าของมือไม่ทันตั้งตัว

รอบตัวเธอวูบหายเปลี่ยนเป็นสีขาวสว่างอย่างรวดเร็ว เธออยู่บนถนนที่ไหนสักแห่ง ภาพตรงหน้าเป็นเด็กหญิงตัวน้อย ที่ถูกผู้ชายร่างสูงใหญ่อุ้มด้วยมือเดียว กำลังจะพาขึ้นรถที่เปิดเอาไว้ เด็กผู้หญิงร้องไห้จนใบหน้าเต็มไปด้วยน้ำตา ปากก็ตะโกนร้องไม่หยุด

“อย่าทำพี่กาย อย่าทำพี่กาย” ดวงตาของเด็กผู้หญิงมองคนที่กอดขาผู้ชายที่อุ้มเธอเอาไว้ และอีกคนที่กระหน่ำเตะคนตัวเล็กไม่มีความเมตตา

“ปล่อยใบตองเดี๋ยวนี้นะ ปล่อยใบตอง” เด็กชายตะโกนร้อง มือเล็กกอดขาของคนที่อุ้มใบตองเอาไว้แน่น ตัวก็ขดเป็นกุ้งเพราะถูกเตะ แต่ไม่มีทีท่าจะถอดใจ หรือยอมปล่อยมือง่ายๆ

“คุณกาย คุณใบตอง” เสียงตะโกนเสียงดังจากชายชุดดำที่กำลังวิ่งเข้ามา พร้อมลูกน้องด้านหลังอีกหลายคน ทำให้เด็กผู้หญิงถูกโยนทิ้งลงบนถนนไม่เหลียวแล  ส่วนเด็กผู้ชายที่กอดขาไว้โดนเตะเข้าที่ใบหน้าจนฟุบลงไปกับพื้น

“พี่กาย พี่กาย” เด็กหญิงตัวเล็ก คลานเข้าไปหาคนที่นอนอยู่บนพื้น ร้องไห้ปริ่มใจจะขาด

 

“คุณเป็นอะไร!! เสียงจากทางด้านข้างทำให้หญิงสาวได้สติ เธอมีน้ำตาไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว  

“ขอโทษค่ะ ฉันไม่เป็นไร” กีรติยาตอบกลับเสียงสั่น กับเหตุการณ์ที่เพิ่งเจอมา เด็กสองคนนั้นเป็นใคร ทำไมเธอเห็นทุกครั้งที่จับตัวของคุณกาย มันเกี่ยวกับเธอยังไง

“ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว แล้วอย่ามาจับตัวผมสุ่มสี่สุ่มห้าแบบนี้อีก ผมไม่ชอบ” เสียงของชายหนุ่มทำให้กีร์สะดุ้งสุดตัว ก่อนที่จะขอโทษอีกครั้ง แต่ไม่รับปากใดๆ ทั้งสิ้น

รถเต่าค่อยๆ เคลื่อนตัวออกไป โดยมีสายตาภายใต้แว่นดำมองจ้องอยู่ กีรติยาไม่รู้ว่าเขากำลังคิดอะไร แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่มีทางที่เขาจะหลุดมือเธอได้แน่ หญิงสาวบอกกับตัวเอง ทั้งที่ยังใจก็ยังเต้นไม่เป็นจังหวะจากสิ่งที่ได้เห็น

มือทั้งสองของกายกำแน่น คิ้วขมวดเข้มขึ้นด้วยความคิดหลากหลาย “พี่กาย พี่กาย” นั่นคือคำพูดที่เขาได้ยินจากปากกีรติยาแม้มันจะแผ่วเบา แต่ก็ชัดเจน ก่อนที่เขาจะปลุกเธอขึ้นมาจากภวังค์

 

                                °·.¸.·°●°·.¸.·°●°·.¸.-> (100%) <-.¸.·°●°·.¸.·°●°·.¸.·°


แว๊บมาส่งให้อ่านกันก่อนค่ะ งานแน่นๆ ช่วงนี้ 55555+

อ่านอย่างมีความสุขนะคะ ^_^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 111 ครั้ง

460 ความคิดเห็น

  1. #437 Jellydolphin (@Jellydolphin) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2561 / 20:01
    วิญญาณใบตองย้ายมาร่างกีร์แน่ๆ
    #437
    0
  2. #108 สู้ๆไรเตอร์ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2560 / 06:45
    พี่กายนี้คงปากไม่เสียกับใบตองคนเดียวแน่ๆ
    #108
    0
  3. #97 แมววัวลาย (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2560 / 02:58
    ถ้าอย่างนั่น-อย่างนั้น

    มาเพียงลำพัก-ลำพัง

    หลังต้นไม่-ต้นไม้

    แต่ก็ทำไมสำเร็จ-ไม่

    ทำให้กีร์สะดุ้งตัว-สะดุ้ง/สะดุ้งสุดตัว
    #97
    1
  4. #82 panadda (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2560 / 16:52
    เฮ้อ...ใบตองจะยังไงดี
    #82
    0
  5. #79 Fon Proy (@fonproy12) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2560 / 14:46
    สะเทือนใจ
    #79
    0
  6. #77 sboontita (@boontita-sb) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2560 / 21:13
    ลุ้นสุดๆ สนุกมาก
    #77
    0
  7. #76 เบียร์ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2560 / 18:42
    ลุ้นตัวโก่ง รอๆๆๆมาอัพอีกคร้าาาา สนุกมาก
    #76
    0
  8. #75 Pompom06 (@Pompom06) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2560 / 18:20
    พี่กายใจร้ายๆฮือๆๆ
    #75
    0