ตอนที่ 34 : ตอนที่ 17 : นัดหมาย (50%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3366
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 106 ครั้ง
    16 ต.ค. 61


รถเต่าสีฟ้าแล่นเข้ามาภายในซอยแห่งหนึ่งไม่เร็วนัก จากแหล่งชุมชนดิ่งลึกจนสองข้างทางเงียบสงบหลงเหลือเพียงพื้นที่รกร้างและต้นไม้ สัญญาณจีพีเอสเริ่มขยับเข้าใกล้จุดหมาย จนปรากฏกำแพงสูงรกครึ้มด้วยหญ้าคาไม่ได้รับการดูแล

ล้อทั้งสี่ชะลอลงเชื่องช้าจนหยุดนิ่งหน้าประตูเลื่อนเหล็กที่ถูกเปิดเอาไว้ คนภายในรถนั่งนิ่งอยู่นาน สายตาสอดส่องไปรอบบริเวณเพื่อหาสิ่งมีชีวิต ที่นี่เป็นโรงงานขนาดเล็กรกร้างว่างเปล่าเหมือนถูกปล่อยทิ้งมานานหลายปี มีเสียงถอนหายใจก่อนที่รถจะเริ่มเคลื่อนตัวอีกครั้งเพื่อเข้าไปภายใน

ร่างสูงอย่างนางแบบในชุดสูทกางเกงแบรนด์เนมลงจากรถ พร้อมสะพายกระเป๋าถือราคาแพง ดูต่างจากรถเต่าคล่ำครึที่ขับมา เสื้อเชิ้ตพอดีตัวทำให้เห็นหน้าอกของหญิงสาวขยับรุนแรงแสดงถึงความประหม่า ดวงตาของเธอเหลียวมองพร้อมหมุนตัวไปรอบๆ ด้วยความระมัดระวัง จนสะดุดตากับท้ายรถหรูสีดำยี่ห้อเดียวกับที่เป็นข่าวจอดหลบอยู่มุมหนึ่ง จึงทำให้มั่นใจว่าเธอมาถูกที่แล้ว

“พี่คะ...” หญิงสาวส่งเสียงเรียกคนที่นัดเธอมาเจอ

ใบตองเริ่มมีเหงื่อไหลซึมออกมาบนหน้าผากเมื่อมองภาพตรงหน้า ขณะมือสวยยื่นไปดันประตูเหล็กซึ่งเป็นทางเข้าโกดังด้วยความระมัดระวัง ภายในมืดสนิทไม่มีช่องสำหรับให้แสงลอดผ่านจนแทบได้กลิ่นของความอับชื้น และเห็นอะไรได้ไม่ชัดเจนนัก แสงลิบหรี่จากทางด้านหลังของหญิงสาวทำให้เห็นเครื่องมือของโรงงานวางอยู่ระเกะระกะลางเลือน ภายในเงียบจนไม่น่าจะมีใครอาศัยอยู่ แต่ไม่นานหลังจากพิจารณา ไฟบนเพดานสูงก็สว่างขึ้นจนคนยืนอยู่สะดุ้งตัว หญิงสาวกำมือแน่น

“พี่คะ..” ยังไม่มีเสียงตอบรับจากคนที่นัดหมาย แต่ความสว่างทำให้เห็นสิ่งที่เขาได้เตรียมเอาไว้ชัดเจน

“ลูกศร” ใบตองเอ่ยกับตัวเอง เมื่อเห็นสัญลักษณ์ลูกศรบอกทางที่ถูกเขียนขึ้นบนพื้น

เสียงส้นสูงดังท่ามกลางความเงียบสงัด เธอยังคงเดินด้วยความระมัดระวังตามทิศทางที่ถูกทิ้งไว้ พร้อมหันสำรวจไปโดยรอบเพื่อความปลอดภัย เมื่อผ่านโต๊ะเครื่องมือเข้ามาภายใน จากพื้นที่กว้าง เริ่มถูกบีบให้แคบลงเรื่อยๆ จนรู้สึกได้ถึงความอึดอัด โรงงานแห่งนี้แม้ด้านหน้าจะไม่กว้างเท่าโรงงานทั่วไป แต่ความลึกของมันทำให้รู้สึกหายใจไม่ออก จนในที่สุดลูกศรก็ชี้ไปที่หน้าประตูเหล็กอีกบาน

“พี่คะ พี่อยู่ที่ไหน” หญิงสาวเรียกหาคนที่เธอนัด ยังไม่มีเสียงตอบกลับมาเช่นเดิม สิ่งที่ทำได้ในตอนนี้คือต้องเปิดประตู และไปตามทางที่บอกเอาไว้

ประตูเปิดออกแม้จะมืดแต่ก็พอมองออกว่ามันคือทางเข้าห้องใต้ดิน ไม่มีกลิ่นอับชื้นเหมือนด้านนอกอีกแล้ว แต่สิ่งที่ทำให้เธอผงะคือกลิ่นที่คุ้นเคย

“เลือด” คิ้วของหญิงสาวเริ่มขมวดเข้าหากัน พร้อมมือยกขึ้นไปจับปืนที่เหน็บไว้ทางด้านหลัง ทุกส่วนของร่างกายเริ่มกลับมาทำงานอีกครั้งเหมือนถูกกระตุ้น

“คุณกาย ที่นี่มีอะไรผิดปกติแน่ๆ ค่ะ” คนที่กำลังจะลงบันไดเอ่ยบอกเจ้านายของเธอ ขณะที่ประสาทสัมผัสทุกส่วนตื่นตัวเต็มที่

“ระวังตัวด้วย อย่าแตะต้องอะไร” มีเสียงตอบกลับผ่านหูฟัง หญิงสาวพยักหน้ารับรู้ก่อนที่จะเริ่มเดินต่อ แต่ก็ยังไม่ลืมหันกระเป๋าสะพายไปด้านหน้า เพื่อให้กล้องที่ซ่อนทำงานของมันได้อย่างเต็มที่

“หมายความว่ายังไงคะพี่กาย ใบตองลุ้นจนเหงื่อเต็มมือไปหมดอย่างกับดูหนังผี” หญิงสาวที่นั่งอยู่ด้านข้างหน้าจอมอนิเตอร์เอ่ยขึ้น

“มันไม่ได้ต้องการเจอใบตองจริงๆ แต่มันอยากให้เราเห็นอะไรบางอย่าง” มือใหญ่ลูบเบาบนศีรษะของหญิงสาวพร้อมรอยยิ้ม เรื่องนี้เขาและเธอได้ปรึกษากันตั้งแต่เมื่อคืน หากมีการนัดหมายให้ใบตองรีบแจ้งเข้ามา เพราะต่อให้เป็นตัวจริงหรือตัวปลอมไป มันก็ไม่มีทางรู้อยู่แล้วว่าเธอกลับเข้าร่างไหน เพราะฉะนั้นไม่มีความจำเป็นที่จะต้องไปเสี่ยง

“คุณกายคะ” มีเสียงดังขึ้นอีกครั้ง ทำให้ทั้งคู่ต้องหันกลับไปหาจอมอนิเตอร์ สิ่งที่เห็นทำให้ถึงกับนิ่งค้าง กายยื่นมือไปปิดตาใบตองที่จ้องเขม็งอยู่

“ฆ่าตัวตาย” เสียงของใบตองดังขึ้น ขณะกล้องของยูมิก็หมุนไปรอบๆ

ที่นี่เป็นห้องเชือดที่ใช้ในการฆาตกรรมไม่ผิดแน่ แต่ศพของผู้ชายที่ผูกคออยู่กลางห้องหมายความว่าอย่างไร เป็นการสั่งลาเธออย่างนั้นหรือ หญิงสาวคิด ก่อนที่จะจับมือของกายลงมาไว้ที่ข้างแก้ม

“คุณกาย มีอีกสองศพค่ะ” หากร่างของคนที่ผู้คอทำให้รู้สึกสยดสยองแล้ว สิ่งที่เห็นต่อไปต่างหากที่ทำให้ใบตองเย็นไปถึงกระดูกตั้งแต่หัวจรดเท้า สภาพศพของผู้หญิงสองคนที่เต็มไปด้วยเลือด ขาถูกล่ามเอาไว้ด้วยโซ่ที่ขา พวกเธอฆ่ากันเอง

มือของใบตองกำแน่นจนสั่น ดวงตาแดงก่ำจ้องเขม็งไปยังภาพตรงหน้าพยายามอดกลั้นความโกรธ และมันเริ่มพร่าเลือนเพราะข่มน้ำตาที่พยายามไหลออกมา วูบหนึ่งของความรู้สึกก็มีแสงไฟสีส้มส่องสะท้อนเข้ามา

เสียงกรีดร้องของหญิงสาวทำให้ใบตองรู้สึกเจ็บเข้าไปถึงหัวใจ ภาพผู้หญิงในชุดโบราณกำลังถูกทรมานด้วยไฟที่แผดเผามือทั้งสองข้าง

“เจ้าทนเห็นพวกมันเจ็บปวด เพียงเพื่อรักษาความรักของตนเอง เจ้าก็ชั่วไม่ต่างจากข้า” เสียงที่ทำให้เธอหวาดกลัว พร้อมใบหน้าผู้ชายที่เต็มไปด้วยความผิดหวัง เสียใจ และโกรธแค้น

 

“ใบตอง ใบตอง” เสียงของพี่กายทำให้เธอหลุดพ้นจากขุมนรกที่ไม่รู้ที่มา อ้อมกอดของเขาทำให้เธอเริ่มสงบ

“ยูมิ เก็บภาพทั้งหมดอย่างละเอียด แล้วรีบออกมาจากที่นั่น” เสียงของผู้ชายที่เหี้ยมไม่ต่างจากภาพในมโนสำนึกของเธอดังขึ้น แต่อ้อมแขนของเขากลับทำให้เธออบอุ่นถึงหัวใจและไม่หวาดกลัว

“ค่ะคุณกาย” ด้วยนิสัยของนักฆ่าที่นายหญิงได้ฝึกฝนมา ทำให้ยูมิไม่หวาดกลัว หรือตกใจกับสิ่งที่เห็นมากนัก นอกจากรู้สึกเวทนาหญิงสาวเหล่านี้ ผู้ชายคนนั้นต้องทรมานพวกเธอขนาดไหนกัน ถึงยอมทิ้งความเป็นมนุษย์และเข่นฆ่ากันเอง มันพยามทำให้เธอรู้สึกแบบที่มันรู้สึก ลิ้มรสในสิ่งที่มันเป็นก่อนตาย

 

เพียงไม่นานหลังจากที่สัญญาณจอภาพขาดหายไป เสียงเตือนข้อความทางโทรศัพท์ของใบตองก็ดังขึ้น ทำให้หญิงสาวที่ยังอยู่ในอ้อมกอดของกายต้องเหลือบมอง แล้วยกขึ้นมาอ่าน

‘พี่เปลี่ยนใจไปหาเจ้าหญิงเองดีกว่า แล้วเจอกันนะคนดี

ข้อความสั้นๆ ทำให้คนที่เริ่มอารมณ์เย็นกลับมาโกรธอีกครั้ง น่าแปลกที่ตอนนี้เธอไม่รู้สึกกลัวเหมือนก่อนหน้าที่ยังไม่ได้เผชิญหน้ากันโดยตรง ภาพที่เธอเห็นมันคือความโหดเหี้ยม เธอไม่รู้ว่าสิ่งที่เห็นเป็นเรื่องจริงหรือแค่ความกลัวจนทำให้ฟุ้งซ่าน แต่ที่รู้คือใบหน้าของทั้งสองคนเหมือนกัน และคนที่ถูกขังอยู่ในคุก คือเธอ

“พี่กาย ใบตองจะฆ่ามัน” น้ำเสียงและสีหน้าของคนพูดเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน โดยเฉพาะแววตาของใบตองเริ่มเปลี่ยนไป การที่เธอกลับมาเข้าร่างใหม่อีกครั้งไม่ใช่เรื่องบังเอิญ หรือปาฏิหาริย์ แต่มันคือชะตากรรม มันคือสิ่งที่ต้องชดใช้ ซึ่งไม่รู้ว่าจะเป็นเธอหรือมัน

กายที่กำลังลูบหลังมือเพื่อปลอบถึงกับชะงักกับน้ำเสียงและแววตา เขารู้ว่าเธอโกรธ และเสียใจเพราะคิดว่าตัวเองอาจจะเป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด แต่สิ่งที่ใบตองลืมคิดคือ ไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถฆ่าคนอื่นได้เพียงเพราะความโกรธ คนพวกนี้จิตใจมันไม่ปกติมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว การฆ่าหนึ่งชีวิต ก็เหมือนการขับรถ หรือกินข้าว คือเป็นแค่หนึ่งกิจกรรมในชีวิต

 

ประตูเลื่อนอัตโนมัติเปิดออก รองเท้าหนังมันวาวเหยียบบนพรหมหรูภายในโรงแรมขนาดใหญ่ ชายหนุ่มในชุดสูทสีดำทรงทันสมัยเพิ่งลงมาจากรถลีมูซีนของโรงแรม กำลังเดินไปยังเคาน์เตอร์ที่ตั้งอยู่กลางห้องโถงกว้าง แม้ผมของเขาจะเป็นสีดอกเลา (สีเทา) แต่ใบหน้าภายใต้แว่นสายตากลับยังดูไม่ใช่คนมีอายุ โดยเฉพาะการจัดแต่งทรงอย่างดีทำให้ดูภูมิฐานแต่ทันสมัย สมเป็นนักธุรกิจรุ่นใหม่

“สวัสดีค่ะมิสเตอร์ชาร์ล การเดินทางเป็นอย่างไรบ้างคะ” เสียงของพนักงานต้อนรับเอ่ยขึ้นเป็นภาษาอังกฤษ โดยไม่ต้องถามชื่อแขกที่เข้ามาพัก นั่นแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจกับลูกค้าคนพิเศษ ที่ถูกสอนมาเพื่อให้ประทับใจในการพบกันครั้งแรก

“เรียบร้อยดีทุกอย่างครับ แต่เสียดายที่ผมรู้สึกไม่ค่อยสบายหลังจากประชุมก่อนมาที่นี่” ชายหนุ่มตอบเป็นภาษาเดียวกันด้วยลิ้นเจ้าของภาษา พร้อมยิ้มน้อยๆ อย่างเป็นมิตร

“ทางเราเตรียมห้องพักที่ดีที่สุดเอาไว้ให้แล้วนะคะ เดินทางตั้งหลายสิบชั่วโมง แถมยังต้องแวะประชุมก่อนคงจะเหนื่อยแย่ คุณชาร์ลต้องการบริการนวดสปาหรือเปล่าคะ ดิฉันจะได้เตรียมให้” พนักงานต้อนรับมองชายหนุ่มด้วยความชื่นชมในใจ ผู้ชายคนนี้สะอาดสะอ้าน เป็นผู้ดีโดยเฉพาะนิ้วเรียวยาวที่เพิ่งยื่นมารับคีย์การ์ดเมื่อสักครู่ ไม่มีริ้วรอยสักนิด เหมือนคนที่เกิดมาเพื่อจับปากกาเซ็นเช็คเพียงอย่างเดียว

“ก็ดีเหมือนกันครับ แต่ขอแจ้งอีกทีก็แล้วกัน ตอนนี้ผมอยากนอนพักสบายๆ มากกว่า” มีรอยยิ้มเล็กน้อยบนใบหน้าเกลี้ยงเกลา ดวงตาเล็กเรียวราวกับเหยี่ยวทำให้ชายหนุ่มดูมีเสน่ห์อีกแบบ ต่างจากคนไทย

คล้อยหลังแขกที่เข้าพักเพียงไม่นาน เสียงสนทนาของพนักงานก็ดังขึ้นอย่างอดไม่ได้ ทำให้คนที่ยังยืนรอลิฟต์มีรอยยิ้มมุมปากออกมา ก่อนจะก้าวขาเข้าไปด้านใน

“ใครอ่ะเธอ ดูดีจังเลย”

“คุณชาร์ล ทายาทตระกูลดังของฮ่องกง เพิ่งมาจากการประชุมที่อเมริกาแล้วก็มาพักผ่อนต่อที่ไทย เลขาเข้ามาจองด้วยตัวเองเลยนะเธอ จองห้องหรูทั้งห้าสาขาของโรงแรมเราไว้เป็นเดือนเพื่อพักผ่อน แถมยังกำหนดข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ด้วย ดอกไม้ก็ต้องสีขาวเท่านั้น ถ้าได้เป็นแฟนคงเหมือนขึ้นสวรรค์ หล่อรวยเพอร์เฟค” แม้จะมีกฎข้อห้ามเคร่งครัดเรื่องการพูดลับหลังลูกค้า แต่สาวๆ ก็อดไม่ได้จริงๆ

“ทำไมเธอรู้ดีจัง” พนักงานอีกคนกระซิบถามด้วยความสงสัย

“ก็จะไม่รู้ได้ยังไง ทางเราแพลนสถานที่เที่ยวทั้งหมดพร้อมจัดการทุกอย่างตอนอยู่ที่นี่ ถึงได้มีลีมูซีนไปรับหลังจากประชุมเสร็จ และต้องเตรียมรถส่วนตัวเอาไว้ให้ด้วย ไหนจะเรื่องข้าวของเครื่องใช้ อาหาร วุ่นวายกันน่าดู ที่สำคัญจ่ายเงินสดนี่แหละฉันเลยจำได้ ไม่คิดว่าตัวจริงจะเทพบุตรขนาดนี้ นึกว่าเป็นตาแก่เรื่องมากเสียอีก”

 

ลิฟต์ชั้นบนสุดของโซนวีไอพีเปิดออก พนักงานเข็นกระเป๋าที่ยืนรออยู่ก่อนแล้วส่งยิ้มให้ลูกค้าที่เพิ่งขึ้นมาถึง พร้อมเดินนำไปยังห้องพักที่ได้จัดเตรียมไว้ ที่พักชั้นนี้เป็นชั้นพิเศษที่ต้องมีคีย์การ์ดแยกออกมาโดยเฉพาะ และสามารถเข้าออกได้ทุกชั้นเพื่อความสะดวก ไม่เหมือนของห้องพักทั่วไป ที่จะจำกัดการขึ้นมายังชั้นวีไอพี

“กระเป๋าเดินทางผมเก็บไว้ในตู้เรียบร้อยแล้วนะครับ” พนักงานชายที่เป็นทั้งคนนำกระเป๋าขึ้นมา และเป็นหัวหน้าเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงสุภาพ

“ขอบใจมาก” ชายหนุ่มมองไปรอบๆ เพื่อตรวจสอบความเรียบร้อย ก่อนจะยื่นธนาบัตรใบใหญ่ที่สุดให้

“พักผ่อนอย่างมีความสุขนะครับ หากต้องการอะไรเพิ่มเติมสามารถเรียกใช้ผมได้ตลอดเวลา” ชายหนุ่มพยักหน้ารับเล็กน้อย ไม่นานห้องก็ปิดลง พร้อมรอยยิ้มมุมปากของคนภายใน


°·.¸.·°●°·.¸.·°●°·.¸.-> (50%) <-.¸.·°●°·.¸.·°●°·.¸.·° 



คือยิ่งเขียนยิ่งเครียดขึ้นเรื่อยๆ  เค้ากลัวคนอ่านจิตตกจังเลย เราหยุดเขียนไปหาเรื่องร่าเริงๆ กันดีมั้ยคะ >___<


...เค้าล้อเล่นนนนน เราจะลุยความเครียดไปด้วยกันนะคะ อิอิ


อ่านอย่างมีความสุข แล้วก็อย่าลืมแวะไปจองตัวหนูฟ้าที่งานหนังสือนะคะ ^_^ 


..........................................



 กดเพื่ออ่านตัวอย่าง >>> "รักลอดรั้ว"  
พบกันวันที่ 17 - 28 ตุลาคม 2561 บูธ สนพ. บางรัก  12 โซน c 
งานมหกรรมหนังสือแห่งชาติ และร้านหนังสือทั่วประเทศนะคะ
ราคาปก 340 บาท ส่วน eBook น่าจะหลังจากวางแผงนิดหน่อยค่ะ ^____^

=============================================================================



ติดตามข่าวสาร หรือเมาท์มอยแบบรวดเร็วทันใจได้ที่เพจ  จันทร์ ธันวา นะคะ  ^_^


 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 106 ครั้ง

460 ความคิดเห็น

  1. #460 watinee-meo (@watinee-meo) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 09:06
    ไม่อัพอีกหรอคะ
    #460
    0
  2. #453 Naskloud (@yoonb) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 13 มกราคม 2562 / 11:36
    คิดถึงค่าาาาา
    #453
    0
  3. #450 aaairr (@zokoman) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2561 / 20:51
    ยิ่งอ่าน ก็ยิ่งลุ้นตาม มาต่อไวๆนะคะ
    #450
    0
  4. #449 Koy_Jaja (@mornman) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2561 / 20:12
    โอ๊ย เครียดดดดด
    #449
    0
  5. #448 satamsomtua (@satamsomtua) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2561 / 15:55
    ตอนไหนจะจัดการมันได้สักที-โรคจิตจะเก่งเกินไปแล้วนะ
    ชาร์ลนี่เป็นใครใช่-โรคจิตไหม
    #448
    0