ตอนที่ 26 : ตอนที่ 13 : ผู้ต้องสงสัย (50%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4037
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 104 ครั้ง
    1 ก.พ. 61


ริมฝีปากอบอุ่นสัมผัสบนหัวไหล่ของคนที่ยังนอนหลับ อ้อมกอดแข็งแกร่งกระชับร่างนั้นแน่นกว่าเดิม ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อคืนผ่านไปราวกับฝันดีจนทำให้ไม่อยากตื่น มีรอยยิ้มบางที่ริมฝีปากของชายหนุ่มเมื่อคิดทบทวนเรื่องที่ผ่านมา การต่อสู้แบบไม่มีใครยอมใคร จากโซฟาห้องรับแขก ลามไปถึงโต๊ะกินข้าว บนพื้น ที่บันไดก็ด้วย จนมาจบบนที่นอนนุ่มในเวลาเกือบเช้า ภายในบ้านแทบไม่มีตรงไหนที่ไม่มีความทรงจำอันร้อนแรง

ยิ่งคิดยิ่งรู้สึกร้อนไปทั่วร่างกาย นี่สินะที่เขาเรียกข้าวใหม่ปลามัน แม้จะเริ่มมีอาการถวิลหา แต่เมื่อมองคนในอ้อมกอดนอนหมดเรี่ยวหมดแรง ชายหนุ่มก็ทำได้เพียงส่ายหน้า จูบเบาๆ ที่แก้มนวลอีกครั้ง แล้วค่อยๆ ขยับตัวออกเพื่อไม่ให้รบกวนคนนอนหลับ ก่อนที่จะเดินเข้าห้องน้ำไป

 

หลังจากจัดการทำความสะอาดร่างกายเสร็จเรียบร้อย ร่างสูงใหญ่ในชุดลำลองอยู่บ้านก็ลงมาชั้นล่าง เพื่อเตรียมอาหารเช้าให้คนที่ยังหลับ มีรอยยิ้มจากการกลั้นหัวเราะอีกครั้ง เมื่อเห็นสภาพของบ้านที่ชั้นล่างดูไม่เรียบร้อยอย่างมาก เสื้อผ้าของพวกเขากระจัดกระจาย เสื้อไปทาง กางเกงไปทาง ยกทรงลายลูกไม้ไปห้อยอยู่บนโคมไฟ กางเกงชั้นในตัวจิ๋วนอนเอกเขนกอยู่บนโต๊ะ ผ้าคลุมเฟอร์นิเจอร์กองอยู่บนพื้น กว่ากายจะตามเก็บทุกอย่างหมด ก็แทบจะกลั้นหัวเราะเอาไว้ไม่อยู่ เสียดายที่ไม่ได้ถือโทรศัพท์ลงมาด้วย ไม่อย่างนั้นคงได้มีภาพสนามรบไปโชว์คนดื้อข้างบนแน่ๆ

เสียงออดของประตูหน้าบ้านดังขึ้น คนที่กำลังเก็บของขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาไม่ได้สั่งให้ใครมาที่นี่ หรือหากจะมีใครมาก็ต้องโทรมารายงานก่อน ชายหนุ่มเดินไปที่จอของกล้องวงจรปิดบนผนังข้างประตู คิ้วที่ขมวดอยู่แล้วขมวดเข้มขึ้นไปอีก

“มาได้ยังไง” มีเพียงเสียงสบถเล็กน้อยออกมาจากใบหน้าเคร่งขรึม ก่อนที่จะกดปุ่มเปิดประตูรั้วหน้าบ้าน แล้วเดินไปยังประตูทางเข้า เพื่อรอรับแขกที่ไม่ได้รับเชิญ

“มาทำไม” เสียงคนพูดขรึมเล็กน้อย มีความไม่สบอารมณ์บนใบหน้า

“เรามาทำกับข้าวให้หนูกีร์” คนตอบก็ตอบเพียงสั้นๆ พร้อมแทรกร่างเล็กของคนมีอายุเข้ามาภายใน แม้ชายหนุ่มจะไม่ได้เชิญ

“คนเป็นแม่บ้านต้องทำอะไรขนาดนี้เลยเหรอ” คนพูดยักคิ้วเล็กน้อยเหมือนเยาะเย้ย ตอนนี้เขาเหนือกว่าไอ้ร่างเงาดำที่อยู่ในร่างหญิงแก่คนนี้แล้ว จริงๆ ก็แอบหวงอยู่แหละที่รู้ว่าไอ้เงานี่คอยอยู่ใกล้ๆ กับใบตองตลอดเวลา ผู้ชายด้วยกันทำไมจะมองไม่ออก แต่ที่เขาไม่ทำอะไร เพราะเห็นว่าไอ้เงานี่จะสามารถปกป้องหญิงสาวได้ เมื่อเขาไม่ได้อยู่ใกล้ๆ

“เฉพาะวันนี้เท่านั้น แล้วเจ้าก็ไม่ต้องคิดว่าเจ้าชนะเราได้” ปลายหางตาของคนที่ง่วนอยู่กับการเตรียมอาหาร มองปราดไปหาชายหนุ่มเหมือนรู้ทัน

“ทำไมเลือกร่างหญิงแก่ ไม่เลือกร่างหนุ่มหล่อๆ ล่ะ” ยังมีคำพูดล้อเล่นเหมือนกับไม่รู้ ถ้าอยู่ในร่างหนุ่มหล่อ จะเข้าใกล้หญิงสาวได้อย่างไร มิต้องมีจริตเหมือนม่อนแจ่มเหรอ หญิงสาวถึงจะยอมให้เข้าใกล้

ขณะพูดจาถากถางกันอยู่นาน จนกับข้าวใกล้จะเสร็จ ก็มีเสียงออดหน้าประตูดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้กายเริ่มรู้สึกผิดปกติอย่างมาก เมื่อมองไปที่ใบหน้าของเงาที่อยู่ในร่างของป้าหวาน ที่ว่าวันนี้เท่านั้น แสดงว่าต้องมีเรื่อง

ร่างสูงเดินไปยังจอของกล้องวงจรปิดที่ผนังข้างประตู มีตำรวจสองถึงสามนายยืนอยู่ หนึ่งในนั้นมีสารวัตรทินโชติที่ใบหน้าเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด

 “สวัสดีครับคุณกาย” คนที่เพิ่งเดินเข้ามาภายในบริเวณบ้านเอ่ยทัก ขณะลูกน้องที่มาด้วยเดินไปยังโรงรถ ที่มีรถจอดเรียงรายอยู่

“มีเรื่องอะไรครับ” เจ้าของบ้านเอ่ยเสียงเรียบ

“ตอนนี้คุณเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีฆาตกรรมต่อเนื่อง รบกวนช่วยไปให้ปากคำด้วยครับ”

“มีเรื่องแบบนี้ได้ยังไง” มีความตกใจในน้ำเสียงอยู่บ้าง แต่ก็ไม่มากนัก

“ทะเบียนรถที่เราเห็นในกล้องวงจรปิดของที่เกิดเหตุ เป็นรถรุ่นเดียว และสีเดียวกันกับรถที่คุณถือครองอยู่” สารวัตรเองก็มีความเคร่งเครียด

“สารวัตร รถคันนี้ครับ” ลูกน้องที่ตามมาด้วย ตะโกนบอกเมื่อเปิดผ้าคลุมรถหลายคัน จนเจอคันที่ต้องการ รถหรูสีดำคันใหญ่ ทะเบียนตรงกับรถในที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นรถยี่ห้อเดียวของกาย ที่หาซื้อได้ง่ายที่สุด และคนมีฐานะส่วนใหญ่ถือครองอยู่

“รถคันนี้ผมไม่ได้ขับมาหลายเดือนแล้ว สารวัตรสามารถตรวจกล้องวงจรปิดในบ้าน และจีพีเอสในรถได้” น้ำเสียงของคนพูดไม่มีความวิตกกังวล เขามีหลักฐานต่างๆ ยืนยันในเรื่องนี้

“ต่อให้มีหลักฐานยืนยัน แต่ตอนนี้คุณกายก็ตกเป็นจำเลยสังคมไปแล้วครับ ผมไม่รู้ว่าใครปล่อยหลักฐานพวกนี้ ตอนนี้บนโลกออนไลน์กำลังรอคุณอย่างใจจดใจจ่อ แม้มีหลักฐานแก้ต่าง แต่พวกเขาเชื่อไปแล้ว”

“ถ้าอย่างนั้นรอผมสักครู่นะครับ แล้วเราค่อยไปคุยกันต่อที่โรงพัก” เขาเข้าใจการทำงานของเจ้าหน้าที่ดี จึงไม่อยากยืดเยื้อให้เสียเวลา พูดจบกายก็เดินเข้าไปภายในบ้าน

“ทางนี้เราจัดการเอง เจ้าไม่ต้องกังวล” เสียงของป้าหวานดังขึ้นข้างๆ เหมือนรู้เหตุการณ์ล่วงหน้า ชายหนุ่มพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนที่จะเดินขึ้นไปยังชั้นบน เพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า

ดวงตาคมมองร่างที่ยังนอนหลับใหลอยู่ ตอนนี้ไม่ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นก็ตาม เขาถอยไม่ได้อีกแล้ว ผู้หญิงตรงหน้าคือปาฏิหาริย์เดียวที่เขาต้องปกป้อง เขาชะล่าใจเกินไปที่เห็นว่าไอ้บ้านั้นอยู่เงียบๆ ไม่คิดว่าตอนนี้มันกำลังจะลากเขาลงนรก

ดวงตาสวยปรือขึ้นเล็กน้อยป้องกันแสงที่สาดส่องเข้ามา ก่อนที่จะขมวดคิ้วเพราะปวดหัวอย่างรุนแรง เพียงชั่วครู่แสงสว่างวาบก็พาดผ่านสมอง อาการปวดหัวหนักเมื่อสักครู่หายไป เหลือเพียงความโปร่งสว่างอย่างที่ไม่เคยเป็น

“พี่กาย พี่กาย ...” ปากสวยได้รูปสั่นเทา พร้อมหยาดน้ำตาไหลออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ ภาพถ่ายคู่ในชุดแต่งงานบนผนัง ยิ่งทำให้เธอสะอื้นหนัก

ร่างเปลือยเปล่าลุกจากที่นอนอย่างยากลำบาก เพราะมีอาการปวดตัว เมื่อยเกร็งจากสงครามที่ดุเดือดเมื่อคืน มือบางหยิบเสื้อคลุมสีขาวที่ชายหนุ่มเตรียมเอาไว้ให้เมื่อเช้าขึ้นมาสวมใส่ ตัวเธอสั่นน้อยๆ ขณะที่เดินไปหาภาพถ่ายขนาดใหญ่

“พี่กาย ใบตองกลับมาหาพี่กายแล้ว” มือหญิงสาวลูบใบหน้าของชายหนุ่มบนภาพ มีรอยยิ้มเต็มใบหน้าพร้อมน้ำตาหยาดหยด เธอจำทุกอย่างได้แล้ว เธอกลับมาแล้วจริงๆ

 

เสียงดังตึงตังที่บันได ทำให้หญิงสูงอายุที่กำลังเตรียมอาหารบนโต๊ะเงยหน้าขึ้นไปมอง ด้วยดวงตานิ่งเฉยก่อนที่จะจัดอาหารเช้าต่อ

“พี่กายยย...” มีเสียงตะโกนดังลั่นก่อนตัวจะมาถึง ไม่นานก็ปรากฏร่างบางในชุดคลุมสีขาววิ่งลงมาหน้าตาตื่น

“ป้าหวานทำไมมาอยู่ที่นี่ล่ะคะ” ตื่นกว่าหน้าตอนที่วิ่งลงมา ก็ตอนที่เห็นหน้าป้าหวานนี่แหละ

“นั่งลงทานข้าวก่อนค่ะ เป็นสาวเป็นนางแต่งตัวก็ไม่เรียบร้อย เสียงดังโหวกเหวกโวยวาย ไม่งามเลย” แม้จะจำได้ว่าตัวเองคือใบตอง แต่กีรติยาก็จำได้ว่าเธอคือคุณกีร์ของป้าหวาน หญิงสาวนั่งลงอย่างรวดเร็ว อย่าว่าแต่ป้าหวานเลย ตอนนี้หากเป็นแม่บัวเองก็คงเอ็ดเธอไม่ต่างกัน

“ป้าหวาน พะ..คุณกายล่ะคะ” แม้จำเรื่องต่างๆ ได้แล้ว แต่การจะเปลี่ยนปุบปับ ป้าหวานที่อยู่กับเธอมานานคงตกใจ คำว่าพี่กายจึงถูกกลืนลงท้องไปชั่วคราว

“ไปธุระด่วนค่ะ เลยให้ป้ามาดูแลคุณกีร์” คนตอบไม่มองหน้าคนช่างสงสัย หญิงสาวได้แต่บ่นงึมงำ เธออุตส่าห์มีเรื่องดีๆ จะเล่าให้พี่กายฟัง ก็ดันไม่อยู่ในตอนสำคัญ

“ป้าหวาน...ป้าหวาน กีร์มีอะไรจะเล่าให้ฟังค่ะ” กีรติยาเอ่ยขึ้นอย่างอดไม่ได้ ชั่วโมงนี้ใครก็ได้ รับฟังความตื่นเต้นดีใจของเธอหน่อยเถอะ มันดีใจจนฟูเต็มอกไปหมดแล้ว

“ว่ายังไงคะ” คนตอบนั่งที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม มีท่าทางสนใจมากขึ้น ขณะที่มือก็ส่งข้าวต้มให้หญิงสาว

“ถ้ากีร์เล่าอะไรให้ฟัง ป้าหวานจะเชื่อหรือเปล่าคะ มันค่อนข้างเหนือธรรมชาติ” มีคำถามหยั่งเชิง พร้อมตามองจ้องเขม็ง เหมือนกับว่าต่อให้ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ

“ป้าเคยคุยกับพญานาค แล้วก็ได้เลขเด็ดมา คุณกีร์เชื่อหรือเปล่าคะ”

“ป้าหวาน!! กีร์จริงจังนะคะ ถ้าป้าหวานได้ฟังอาจจะหาว่ากีร์เป็นบ้าก็ได้” ดวงตากลมมองจ้องที่ใบหน้าของหญิงชรา พร้อมพยักหน้ารัวๆ เพื่อตอกย้ำความเชื่อ

“ลองเล่ามาค่ะ”

“กีร์ไม่ใช่กีร์ค่ะ แต่กีร์คือใบตอง คนที่ประสบอุบัติเหตุพร้อมกับกีรติยา” คนเล่ามีความตื่นเต้นในน้ำเสียง ขณะที่คนตรงข้ามก็ยกมือขึ้นจับที่หน้าอกท่าทางตกใจชัดเจน

“จริงเหรอคะ!!” เสียงของป้าหวานพร้อมท่าทาง ทำให้กีรติยาต้องมองบนกับความเล่นใหญ่ที่ไม่แนบเนียนเอาเสียเลย

“ป้าหวานไม่เชื่อ”

“เชื่อสิคะ” คนตรงข้ามยิ้มเล็กน้อยอย่างนึกขัน

“จริงเหรอคะ”

“จริงสิคะ เพราะตั้งแต่คุณกีร์ฟื้นขึ้นมา ก็ไม่เหลือความเป็นคุณกีร์เลย” แม้กีรติยาจะนึกสงสัยป้าหวาน เพราะคนบ้าที่ไหนจะเชื่อเรื่องเหนือธรรมชาติง่ายๆ ขนาดนี้ แต่เธอก็ไม่ได้ขัดอะไร เพราะอยากเล่าให้ฟัง ไม่นานเรื่องราวต่างๆ ก็พลั่งพลูออกมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเธอกับพี่กายในสมัยเด็ก เรื่องของครอบครัว และเรื่องก่อนที่เธอจะตาย

“ป้าว่าเรื่องนี้นอกจากคุณกาย อย่าเพิ่งเล่าให้ใครฟังดีกว่านะคะ” เสียงของคนพูดไม่มีร่องรอยความล้อเล่น

“ทำไมล่ะคะ ใบตองคิดถึงคุณพ่อ แม่บัว แล้วก็พี่ข้าว” น้ำเสียงหงอยๆ ของเธอทำให้ป้าหวานต้องถอนหายใจ

“เชื่อป้านะคะ อย่างน้อยรอปรึกษากับคุณกายก่อน แล้วก็อย่าเพิ่งใช้ชื่อใบตอง” สิ่งที่พอช่วยได้ ก็ช่วยจนหมดแล้ว ตอนนี้ความทรงจำปัจจุบันกลับคืนมายังถือได้ว่าเป็นเรื่องเล็ก สิ่งที่หญิงสาวจะเจอหลังจากนี้หนักหนากว่ามาก หากเรื่องที่เธอไปทำตอนเป็นวิญญาณไม่สำเร็จอย่างที่คิด

“แล้วพี่กายไปธุระที่ไหนคะ ใบ..เอ้ย!! กีร์อยากเล่าให้ฟังใจจะขาดแล้วค่ะ” คนดื้ออย่างใบตอง เลือกที่จะเชื่อฟังคำบอกของป้าหวานอย่างง่ายๆ ตอนนี้พี่กายคือสามีอย่างแท้จริง แม่บัวเคยสอนเอาไว้ว่า เป็นภรรยาที่ดี ต้องเชื่อฟังและว่าง่าย มีอะไรต้องปรึกษาหารือกับสามีก่อน อย่าทำบุ่มบ่าม และอย่าดื้อกับพี่กาย

“คุณกายบอกให้ป้าพาคุณกีร์กลับบ้านก่อนค่ะ เดี๋ยวเธอจะไปหาที่นั่น” หญิงสาวพยักหน้าอย่างง่ายๆ ก่อนที่จะตั้งใจกินข้าวต้มที่อยู่ตรงหน้า

 

บรรยากาศในห้องสอบพยานเป็นไปด้วยความเคร่งเครียด สารวัตรทินโชติกำลังเผชิญหน้ากับคนเฉยชาที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา แม้มีหลักฐานต่างๆ ที่สามารถเอาผิดกายได้ แต่คนที่กำลังจะเป็นผู้ต้องหาก็ไม่ยอมเปิดปากอะไรเลย นอกจากบอกว่าให้รอหลักฐานที่เขาให้ลูกน้องไปเอาให้จากที่บ้าน ซึ่งบางส่วนทางตำรวจได้เอามาแล้ว เช่นรถในที่เกิดเหตุ เหลือเพียงกล้องวงจรปิดที่กายยังไม่ยอมให้ใครไปเอา เพราะข้อมูลอยู่ภายในบ้าน

“คุณกาย ถ้าคุณไม่ยอมให้ข้อมูลเราเพิ่มเติมคุณอาจจะกลายเป็นผู้ต้องหาจริงๆ นะครับ” สารวัตรทินโชติเอ่ยขึ้นอย่างอ่อนใจ ตอนนี้กายเป็นเพียงผู้ต้องสงสัย เพราะจากหลักฐานเบื้องต้น เช่นจีพีเอสภายในรถไม่มีการเคลื่อนไหวมากว่าสามเดือน ไม่มีร่องรอยของเลือด หรืออะไรก็ตามที่เป็นเหตุฆาตกรรม แต่นั่นก็ไม่มากพอ เพราะอาจจะสร้างขึ้นมาเองได้ เหลือแค่รอกล้องวงจรปิดภายในบ้าน หากไม่มีความเคลื่อนไหว อาจจะพอเป็นวัตถุพยาน แต่ที่สำคัญตอนนี้ทางหน่วยสืบสวนต้องการพยานบุคคลมากกว่า

“คืนวันเกิดเหตุ ช่วงเวลาประมาณห้าทุ่มคุณอยู่ที่ไหนครับ” เมื่อผู้ต้องสงสัยไม่ยอมให้ปากคำเอง สารวัตรทินโชติก็มีความจำเป็นที่จะต้องเริ่มทำตามขั้นตอน

“อยู่ที่บริษัท” คำตอบห้วนๆ ถูกส่งกลับมา

“อยู่กับใครครับ”

“อยู่คนเดียว” คำตอบแบบถามคำตอบคำ ทำให้คนสอบสวนเริ่มหงุดหงิดอีกครั้ง

“คุณกาย ผมไม่รู้ว่าคุณปกป้องใครอยู่ แต่ถ้าคุณไม่ยอมบอกเรา ผมก็ช่วยคุณไม่ได้นะครับ คุณรู้หรือเปล่าว่าตอนนี้ภาพจากกล้องวงจรปิดถูกเผยแพร่ไปยังโลกออนไลน์ ทะเบียนรถคันนั้นถูกค้นจากฐานข้อมูล ทุกอย่างชี้มาที่คุณทั้งหมด ถ้าเราเอาข้อมูลแค่ที่คุณให้มาแจ้งกับสื่อ ด้วยฐานะและชื่อเสียงของคุณ ไม่มีทางที่คนจะคิดว่าเรื่องนี้โปร่งใส” เขาจะทำอย่างไรกับผู้ชายคนนี้ดี

ผู้ชายคนนี้จะรู้หรือเปล่าว่าสถานการณ์ย่ำแย่แค่ไหน ถ้าเรื่องนี้ยังไม่ถูกเผยแพร่เขาจะไม่กังวลขนาดนี้ ความเชื่อมโยงของเหตุการณ์ทั้งหมดมันลงตัวอย่างไม่น่าเชื่อ คืนวันเกิดเหตุ เหยื่อไปทำงานให้กับบริษัทของผู้ต้องสงสัยที่เปิดใหม่ กล้องวงจรปิดภายในงานจับภาพได้อย่างชัดเจน ตั้งแต่ทราบข่าวว่าหญิงสาวถูกฆาตกรรมครั้งแรก ทั้งสองคนเกาะแขนและอยู่ภายในงานด้วยกัน ใครเห็นภาพก็ต้องมองว่าคู่นี้ไม่ธรรมดา

พอถึงเวลาเกิดเหตุ มีรถที่เหมือนกับรถของผู้ต้องหาทุกอย่าง ทั้งสี ทั้งรุ่น แม้แต่เลขทะเบียนจอดอยู่ เพื่อให้ความช่วยเหลือ ที่แย่กว่านั้นคือ รถของเหยื่อถูกวางตะปูเรือใบซึ่งมันไม่ได้เสียอย่างปกติ แถมชุดของผู้ชายในกล้องที่ใส่ลงมาช่วย ยังเป็นชุดสูทเหมือนกับที่คุณกายใส่ในงาน แม้รายละเอียดของสี หรือทรงจะไม่ชัดนัก แต่มันก็คือสูท ถึงเขาจะเชื่อว่าผู้ชายคนนี้ไม่ได้ทำ แต่คนทั่วไปล่ะ ไม่มีทางเชื่อแน่นอน

“คุณกาย” สารวัตรทินโชติเอ่ยขึ้นอีกครั้ง คนตรงหน้าไม่มีทีท่าร้อนใจ ยังคงนั่งไขว่ห้างเงียบๆ ในหัวคิดอะไรหลายอย่างที่ไม่มีใครสามารถรู้ได้ ไม่นานหน้าห้องสืบพยานก็มีเสียงเคาะ หลังจากใช้เวลามานานพอสมควร

“สารวัตรครับ ทนายของคุณกายมาแล้วครับ” เสียงของลูกน้องรายงาน

“สารวัตรอย่าลืมที่เราเคยคุยกันนะครับ” ชายหนุ่มร่างสูงเอ่ยขึ้น พร้อมสายตาที่ทำให้คนฟังต้องขนลุก ก่อนจะเดินออกไปจากห้อง


  °·.¸.·°●°·.¸.·°●°·.¸.-> (50%) <-.¸.·°●°·.¸.·°●°·.¸.·°


วันนี้เค้าอัพทั้ง 2 เรื่องนะคะ แวะไปอ่าน รักลอดรั้ว ด้วยนะตะเอง ^_^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 104 ครั้ง

460 ความคิดเห็น

  1. #324 j.baituey (@jiratthikarn) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2561 / 00:29
    อยากได้หนังสือแล้วค่ะ
    #324
    0
  2. #322 กาญจนา (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 / 12:49
    ดีใจจังได้อ่านต่อแล้ว
    #322
    0
  3. #320 Aura (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 / 12:33
    เค้าอ่านแล้วเครียดจัง ลุ้นหนักมาก

    ดีที่มีพี่เมฆมาช่วยบรรเทา



    #320
    0
  4. #319 แตงกวา (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 / 12:12
    เป็นแผนของกายในส่วนหนึ่งหรือเปล่า กายกับสารวัตเคยคุยกัน กายจะใช้วิธีของกาย ให้สารวัตทำเป็นไม่เห็นบ้าง
    #319
    0
  5. #318 satamsomtua (@satamsomtua) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 / 03:24
    ดีใจ ใบตองกลับมาแล้ว แต่พี่กายโดนคดีหนักเลย -คนชั่ว โรคจิต นั่นก็ยังลอยนวลอยู่ได้ คราวนี้พี่กายคงเอาจริงจัดการมันซะให้สิ้น
    #318
    0
  6. #317 สู้ๆไรเตอร์ (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 / 02:22
    ดีใจใบตองมาแล้ว เรื่องนี้สำหรับเราสนุกสุดในเช็ต 3 เรื่องค่ะ

    มันมีหลายมิติดีค่ะ แต่คงยากในการอ่านสำหรับบางคนจริง 555

    สู้ๆนะคะ ถึงแม้เม้นต์จะน้อยหน่อยแต่คนอ่านอย่างเราเม้นต์ทุกตอนนะเออ 555
    #317
    0
  7. #316 สายไหมฤดูหนาว (@kunyanut18) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 / 00:11
    ใบตองกลับมาแล้ว เย้
    #316
    0
  8. #315 พรรณวษา (@NPrittaya) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:54
    อย่าหายไปนานนะคะ ใบตองอุตส่าห์จำความได้แล้ว
    #315
    0