ตอนที่ 25 : ตอนที่ 12 : โชคชะตาเปลี่ยน (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3914
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 92 ครั้ง
    24 ม.ค. 61


บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าที่คลาคล่ำไปด้วยผู้คน ชายหนุ่มหญิงสาวยังคงนั่งอยู่ภายในรถ นี่จะเป็นครั้งแรกตั้งแต่กีรติยาฟื้นขึ้นมาจากอาการบาดเจ็บ ที่เธอต้องเข้าไปอยู่ในที่ๆ มีผู้คนมากมาย ดวงตาคู่สวยจับจ้องออกไปด้านนอก ราวกับไร้ความรู้สึก

“กลัวหรือเปล่า” เสียงทุ่มต่ำดังขึ้นทางด้านข้าง เสียงราบเรียบไม่สูงไม่ต่ำ ทำให้เธอรู้สึกโล่งใจอย่างประหลาด

“กีร์ไม่ทราบเหมือนกันค่ะว่ารู้สึกยังไง ลองเข้าไปกันเถอะค่ะ” ดวงตาของคนพูดแน่วแน่ขึ้น หากเป็นเมื่อก่อนเธอคงไม่อยากจะเข้าไปในที่ๆ มีคนเยอะ เพราะไม่เห็นถึงความจำเป็นของมัน ยังไงเธอก็จำอะไรไม่ได้ และต้องอยู่คนเดียวอยู่แล้ว แต่เวลานี้มันต่างออกไป เมื่อรู้ว่าชีวิตมีความหวัง มีช่องทางที่ส่องสว่างขึ้น เธอมีคนคอยปกป้อง และรู้สึกปลอดภัย มันก็คุ้มที่จะลอง

“คิดซะว่าหาเรื่องมาใช้เงิน ช็อปปิ้งให้กระจายโดยไม่สนใจคนรอบข้าง หากเกิดอะไรขึ้น จับมือนี้เอาไว้” ชายหนุ่มยกมือเรียวยาวแต่ทว่าแข็งแรงขึ้นทางด้านข้าง แม้ว่าการมาในครั้งนี้เขาจะไม่เต็มใจ เพราะไม่ต้องการให้เรื่องของเขาและเธอแพร่กระจายออกไปก็ตาม แต่ในเมื่อเป็นความต้องการของหญิงสาว ที่อยากจะใช้ชีวิตเหมือนคนทั่วไปให้ได้ เขาจึงไม่อาจมีข้อโต้แย้ง

“เข้าใจแล้วค่ะ” คนตอบมีแววตาเป็นประกาย พร้อมแนบแก้มตัวเองกับมือของชายหนุ่ม ถูไถไปมาราวกับลูกแมว จนเจ้าของมือหัวเราะออกมาเล็กน้อย

“เราไปหาซื้อของทำกับข้าวดีกว่าค่ะ เดี๋ยววันนี้กีร์โชว์ฝีมือเอง” หญิงสาวบอกเสียงใส กายเลิกคิ้วเล็กน้อยเหมือนไม่เชื่อ

“แต่ต้องทำที่บ้านคุณกายนะคะ กีร์เตรียมเสื้อผ้าไปค้างแล้วด้วย” มีรอยยิ้มสดใสอีกครั้ง ก่อนที่จะเดินออกจากรถ ขณะที่คนได้ฟังยังคงนั่งอึ้งอยู่ หรือคืนนี้เขาจะไม่สามารถรอดมือผู้หญิงคนนี้ไปได้

 

ข่าวในโลกโซเชี่ยวเวลานี้ ร้อนระอุแทบลุกเป็นไฟ บรรดาเพจขนาดใหญ่ที่มีเครือข่ายมากมาย ต่างโพสเพื่อหาเบาะแสของฆาตกรที่กระทำการอุกอาจเช่นนี้ ข้อมูลที่ถูกส่งเข้ามาจากหลายแหล่งได้ถูกเผยแพร่อย่างรวดเร็ว โดยผู้คนจำนวนมากต่างให้ความสำคัญ

“สารวัตรครับ มีคนแจ้งเข้ามาว่าพบรถที่เหยื่อจอดทิ้งไว้ในวันที่เกิดเหตุแล้วครับ”

“สารวัตรครับ ตอนนี้เราได้ภาพจากกล้องวงจรปิดของถนนเส้นนั้นมาแล้วครับ แม้จะมืดมาก แต่ก็เห็นทะเบียนรถได้อย่างชัดเจน”

“สารวัตรครับ เราพอจะทราบตัวผู้ต้องสงสัยแล้วครับ”

ข้อมูลหลากหลายถูกส่งมาอย่างมากมายจากทั่วสารทิศ เร็วยิ่งกว่าผลตรวจดีเอ็นเอ เร็วยิ่งกว่าการลงพื้นที่ โดยที่ทางหน่วยสืบสวนเองแทบไม่ต้องทำอะไร ภายในห้องประชุมแผนกสืบสวน สารวัตรทินโชติและทีม กำลังดูกล้องวงจรปิดจากถนนซึ่งหน่วยงานที่ดูแลเพิ่งส่งเข้ามา แม้ภาพจะไม่ชัดนักเพราะเป็นเวลากลางคืน และถนนเส้นนั้นมีแสงไฟน้อย แต่ก็พอที่จะเก็บรายละเอียดได้

จากที่เห็นจะเป็นกล้องถ่ายจากมุมสูงทางด้านหลัง มีแสงไฟเบรกสีแดงท้ายรถของเหยื่อ แสดงให้เห็นว่ารถจะต้องเกิดปัญหา รถจอดอยู่นานกว่าหญิงสาวในชุดรัดรูปจะลงมา ขณะที่ยืนอยู่ประตูรถก็จะเห็นว่ามองซ้ายมองขวาระวังตัวพอสมควร เมื่อเห็นว่าปลอดภัย จึงลงไปดูรอบๆ เทียบกับภาพถ่ายที่ทีมลงพื้นที่ไปถ่ายมา เธอน่าจะจอดเพราะรถที่ขับมายางแบนถึงสองล้อ ทำให้ไปต่อไม่ได้ และสาเหตุน่าจะมาจากการถูกวางตะปูเรือใบเอาไว้

มีท่าทางหงุดหงิดกระวนกระวายของหญิงสาว ก่อนที่จะกลับเข้าไปอยู่ในรถ ไม่รอขอความช่วยเหลือเหมือนคนรถเสียปกติ คนที่รอบคอบขนาดนี้ไม่น่าจะตกเป็นเหยื่อได้ง่ายๆ เลย สารวัตรทินโชตคิด ขณะที่คิ้วก็กระตุกเล็กน้อย เมื่อเห็นรถหรูคันใหญ่สีดำเข้ามาจอดทางด้านหลัง

“จดทะเบียนรถ และรุ่นเอาไว้” เขาเอ่ยปากบอกลูกน้องอย่างรวดเร็ว

ชายสวมสูทสีดำท่าทางภูมิฐานลงมาจากรถ แล้วเดินตรงไปที่รถของเหยื่อ ทุกการกระทำบนจอภาพขณะนี้ ถูกจับจ้องด้วยสายตาของเหยี่ยวหนุ่มที่ทำคดีฆาตกรรมมามากมายอย่างไม่วางตา ภาพบนจอโดนลดความเร็วลง เพื่อให้มองเห็นรายละเอียดมากขึ้น

“คำนวณความสูงของผู้ชายเทียบกับรถเหยื่อ” แม้ปากจะสั่งการ แต่ดวงตากลับยังจับจ้องที่จอภาพ

ปัง!! เสียงทุบโต๊ะดังขึ้น แสดงความไม่พอใจเห็นได้ชัด “มันใส่ถุงมือ”  มีเสียงลอดผ่านไรฟันออกมาอย่างขัดใจ แม้หลายคนจะมีความหวังจากทะเบียนรถที่สามารถสาวไปถึงฆาตกรได้ แต่สารวัตรทินโชติไม่พอใจเพียงแค่นั้น เขาต้องการสิ่งที่เห็นด้วยตา เพื่อมาประกอบหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ หลักฐานที่สามารถมัดตัวฆาตกรได้แบบไม่มีข้อโต้แย้ง

ภาพเคลื่อนไหวตรงหน้ายังคงดำเนินต่อไป ไม่มีมุมไหนที่สามารถมองเห็นใบหน้าของฆาตกรได้เลย ราวกับมันรู้ว่าตรงนั้นมีกล้องวงจรปิดติดอยู่ และบริเวณนั้นมีกล้องเพียงตัวเดียว ไม่มีกล้องจากบ้านเรือนผู้คน ไม่มีกล้องหน้ารถ หรือจากแหล่งข้อมูลอื่น ความหวังของหน่วยสืบสวนในเวลานี้ มีเพียงดีเอ็นเอที่เก็บได้จากเหยื่อ และเลขทะเบียนรถของผู้ต้องสงสัย

 

รถสปอร์คันหรูกำลังเคลื่อนตัวเข้าไปภายในเรือนหอ ที่เจ้าของไม่เคยคิดว่าจะให้ผู้หญิงอื่นนอกจากเจ้าสาวของเขาเข้ามา การตัดสินใจของกายในครั้งนี้เป็นเรื่องยากลำบาก ไม่ใช่เพราะร่างของใบตองเป็นผู้หญิงคนอื่น แต่เพราะเขายังไม่อยากให้หญิงสาวได้รับอันตราย แต่เมื่อคิดแล้วว่าการไม่รู้อะไรเลย มันอันตรายกว่าหลายเท่า ในตอนนี้เขาเองก็ไม่อาจรู้ได้ว่าผลลัพธ์ที่ออกมาจะเป็นอย่างไร

“ที่นี่เงียบจังเลยนะคะ” หญิงสาวที่นั่งอยู่ด้านข้างเอ่ยขึ้น ขณะที่มองไปรอบๆ ไม่มีบ้านคนแม้แต่หลังเดียวอยู่ในบริเวณนั้น

“...” ไม่มีเสียงตอบกลับจากคนด้านข้าง มีเพียงเสียงถอนหายใจเล็กน้อย มันเบายิ่งกว่าเบาเพราะกลัวคนด้านข้างกังวลใจ แต่ก็ไม่อาจรอดพ้นความรู้สึกของหญิงสาวไปได้ มือบางเอื้อมไปจับที่มือของชายหนุ่ม

“ที่นี่เป็นเรือนหอของคุณกายใช่หรือเปล่าคะ”  กีรติยาเอ่ยขึ้นน้ำเสียงเรียบๆ การที่เธอมาในครั้งนี้ ก็เพื่อต้องการหาความจริงในสิ่งที่สงสัย มีบางอย่างที่เธอไม่เข้าใจ หากคุณกายคิดว่าเธอคือใบตอง ทำไมถึงไม่ยอมบอกอะไรเลย เขากลัวเธอไม่เชื่อ หรือกังวลเรื่องอะไรกันแน่

“ใช่” แม้น้ำเสียงของเขาจะเคร่งขรึม แต่กีรติยาก็สัมผัสได้ถึงความกังวล

“มีอะไรที่กีร์ควรจะทราบหรือเปล่าคะ” มือบางยังคงลูบที่มือของเขา ก่อนที่เธอจะทำแผนใดๆ ก็ตาม บางทีการได้ยินจากปากของคุณกายเอง อาจจะดีกว่า เธอไม่รู้ว่าคนทั้งสองรักกันมากขนาดไหน ไม่รู้ว่าเขากังวลเรื่องอะไร หากผู้หญิงคนนั้นเป็นเธอจริงๆ เธอจะสามารถส่งคืนความรักนั้นกลับไปได้เหมือนเดิมหรือเปล่า เธออาจจะทำให้เขาเจ็บปวดอีกครั้ง หากไม่สามารถถ่ายทอดความรักเหมือนเดิมได้

“เข้าไปข้างในกันเถอะ” ชายหนุ่มเอ่ยหลีกเลี่ยงการตอบ ขณะที่ตอนนี้รถจอดอยู่ด้านหน้าที่จอดรถ ซึ่งมีรถอีกหลายคันถูกคลุมผ้าเอาไว้

ร่างสูงเดินนำหน้าหญิงสาวไปที่หน้าประตูบ้านอย่างเงียบๆ เหมือนใช้ความคิดตลอดเวลา เธอไม่เคยเห็นคุณกายเป็นแบบนี้มาก่อน ผู้ชายที่แทบไม่สนใจอะไร หมางเมินกับทุกอย่าง วันนี้เขาดูไม่มั่นคง ใบตองสำคัญกับเขามากขนาดไหนกัน เธอจะใช่ผู้หญิงคนสำคัญคนนั้นจริงๆ หรือเปล่า ในตอนนี้ไม่ใช่แค่เขาที่จิตใจดูไม่มั่นคง แต่เธอเองก็เช่นกัน

ภายในบ้านที่ถูกออกแบบอย่างทันสมัย แต่เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นกลับถูกคลุมผ้าสีขาวเอาไว้ทั้งหมด แสดงว่าเขาแทบไม่ได้ใส่ใจกับอะไรเลย ไม่ว่าจะเป็นรถ หรือข้าวของเครื่องใช้ มีเพียงสิ่งเดียวที่ถูกเปิดเอาไว้ปรากฏอยู่ตรงหน้า คือภาพหญิงสาวที่สวยราวกับนางฟ้า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเขาอยู่กับความปวดร้าวมากขนาดไหนกัน

มือของกีรติยายกขึ้นลูบบนใบหน้าของคนบนภาพถ่าย ราวกับถูกมนต์สะกด บริเวณโดยรอบเงียบเชียบลงเหมือนความฝัน ดวงตาของกายตกตะลึงชั่วขณะกับภาพทับซ้อนของหญิงสาว ไม่นานมือของเธอก็ผละจากภาพนั้น ยกขึ้นลูบบนใบหน้าของชายหนุ่ม

“พี่กายเคยสัญญาเอาไว้ว่าจะใช้ชีวิตให้มีความสุข พี่กายผิดสัญญา” เสียงของหญิงสาวแผ่วเบาเหมือนละเมอ

ดวงตาที่เคยดุเข้ม ตอนนี้มันสั่นไหวอย่างรุนแรงเกินกำลังที่จะกลั้นเก็บเอาไว้ได้ หญิงสาวเคลื่อนเข้าหาชายหนุ่มอย่างช้าๆ ดวงตาของทั้งคู่ยังคงจ้องกันอยู่ ราวกับจะสื่อสารกันผ่านทางนั้นได้

“จำได้แล้วเหรอ” มือของกายลูบที่แก้มของหญิงสาว พร้อมเอ่ยขึ้นขาดๆ หายๆ ไม่เต็มเสียงนัก

“ยังค่ะ แต่รับรู้ได้” หญิงสาวส่ายหน้าเล็กน้อยเป็นคำตอบ เธอไม่ต้องการรอ หรือใช้แผนการใดๆ อีกแล้วกับคนตรงหน้า เพียงแค่เธอเอ่ยบางประโยคเมื่อสักครู่ที่คิดว่าน่าจะเป็นไปได้ ดวงตาของชายหนุ่มที่เคยเข้มแข็งมาตลอดยังสะท้านถึงขนาดนี้ หากเธอต้องโกหกให้คนๆ นี้มีความหวัง แล้ววันหนึ่งเขาจับได้ เธอจะทำให้เขาเสียใจได้มากขนาดไหนไม่กล้าแม้จะคิด

“ถ้าไม่มีความทรงจำ คุณกายจะรักกีร์ได้หรือเปล่าคะ” เธอแน่ใจ เขาแน่ใจ มันไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่จะต้องรอ ไม่ว่าเรื่องที่คุณกายของเธอกลัวจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม เธอไม่สนใจมันทั้งนั้น

สองมือของกีรติยา เอื้อมไปจับที่หลังศีรษะของชายหนุ่ม กดลงช้าๆ มาที่หัวใจของเธอ ไหลกว้างสั่นไหว มือทั้งสองข้างที่แข็งแรงกว่ายกขึ้นกอดหญิงสาวเอาไว้แน่น เพื่อเก็บกลั้นความคิดถึง ความทรมาน และการได้กลับคืน ผู้ชายคนนี้ไม่ได้อ่อนแอกว่าเธอ แต่เขามีความทรงจำทั้งหมด เขาผ่านความสูญเสียมาด้วยตัวเอง ดวงตาทั้งสองข้างของเขาเห็นคนรักจากไปต่อหน้า  หัวใจแหลกสลายโดยที่ไม่อาจจะทำอะไรได้

“อย่าไปไหนอีก...อย่าไปไหนอีก” ใบหน้าที่แนบกระชับอยู่ตรงหน้าอกของเธอเอ่ยซ้ำไปซ้ำมา ราวกับว่าสิ่งที่เขากำลังสัมผัสมันคือความฝัน หญิงสาวทำได้เพียงลูบแผ่นหลังกว้างอย่างเชื่องช้า เป็นเวลาเนิ่นนาน

 

แสงของดวงจันทร์สาดทอเข้ามาภายในห้องรับแขก บนโซฟาตัวกว้างที่แสงอ่อนบางพาดผ่าน ชายหนุ่มหญิงสาวนั่งมองกันเงียบๆ ราวกับว่ากำลังอาบอิ่มกับแสงจันทร์ นิ้วมือเรียวยาวบรรจงปลดกระดุมของเสื้อสีขาวตัวบางอย่างเชื่องช้าไม่รีบเร่ง หัวใจของหญิงสาวเต้นแรงจนคนตรงข้ามรู้สึกได้ ริมฝีปากอบอุ่นจูบซับที่แก้มสีชมพูระเรื่อเพื่อปลุกปลอบ ขณะที่ค่อยๆ เลื่อนต่ำลงไปที่ลำคอ และหัวไหล่ที่เพิ่งเปลือยเปล่า เมื่อเสื้อที่สวมใส่ค่อยๆ เลื่อนลงจากตัวแล้ว

ดวงตาเข้มมองชุดชั้นในลายลูกไม้ ที่ปกปิดหน้าอกสวยซ่อนรูปอัดแน่นจนชิดกัน ใบหน้าของหญิงสาวแดงกร่ำแต่ก็ไม่ได้ปัดป้อง เธอเต็มใจมอบเรือนร่างแสนสวยให้กับเขา แต่ก่อนที่ชายหนุ่มจะเอื้อมมือไปปลดตะขอทางด้านหลัง มือเล็กกว่ายกขึ้นไปหาหน้าอกกว้าง ลูบแผ่วเบาอย่างหลงใหล แผ่นอกภายใต้เสื้อเชิ้ตสีดำค่อยๆ เผยออก หัวใจของชายหนุ่มในตอนนี้ก็เต้นรุนแรงไม่ต่างจากเธอ ริมฝีปากบางลากสัมผัสความแข็งแกร่ง ขณะที่ชายหนุ่มกัดฟันแน่นจนมีสันนูนขึ้นข้างแก้ม

“คะ..คุณกาย” กีรติยาอุทานอย่างไม่ทันตั้งตัว เมื่อร่างเธอลอยหวือไปนั่งค่อมอยู่บนร่างชายหนุ่ม ขณะที่ตอนนี้หน้าอกของเธอเปลือยเปล่าไปตั้งแต่เมื่อไหร่ เธอเองก็ไม่รู้ตัว

“พี่กาย” เสียงของชายหนุ่มเอ่ยบอก พร้อมรอยยิ้มที่มุมปาก เมื่อมองวิวตรงหน้า มือใหญ่กระชับที่สะโพกหญิงสาวให้เข้ามาใกล้ชิด เสียงครางผะแผ่วหลุดลอดออกมาจากริมฝีปากบาง เมื่อสัมผัสได้ถึงความอุ่นร้อนบริเวณหน้าอก

“พี่กาย..อืออ” เพียงแค่เสียงกระเส่าของผู้หญิงอันเป็นที่รักที่เขาอดทนเฝ้ารอ ก็ทำให้หน้าท้องของชายหนุ่มแข็งเกร็งขึ้น มือที่จับสะโพกเริ่มบีบเฟ้น ขณะที่หญิงสาวเอง ก็บีบที่หัวไหล่ของเขาเพื่อถ่ายทอดอารมณ์ที่ไม่เคยรู้จัก

“ไม่ว่าในนี้จะเป็นใบตอง หรือกีรติยาให้จำเอาไว้แค่ว่า พี่รักคนคนนี้นะคะ” คนพูดถอนใบหน้าขึ้นมาจากหน้าอกสวย เพื่อมองหญิงสาวที่หอบเหนื่อยจากความปรารถนา ทำให้หญิงสาวมีรอยยิ้มเต็มใบหน้าพร้อมกอดกระชับเขาเอาไว้แน่น ตอนนี้ไม่ว่าเธอจะเป็นใคร มันไม่สำคัญอีกต่อไปแล้ว

ร่างบางถูกยกขึ้นจากตัวชายหนุ่มโดยง่าย ขณะที่มือใหญ่ประคองแผ่นหลังเอาไว้ เพื่อให้เธอนอนราบลงบนโซฟา กระดุมกางเกงยีนของหญิงสาวถูกปลดออก ขณะที่ริมฝีปากของทั้งคู่ยังคงสอดประสานกัน

ช่วงขาเรียวยาวค่อยๆ ถูกเปิดเปลือยออกมาให้เห็น ผิวขาวจัดทำให้ร่างกายที่ไร้สิ่งปกปิด สะท้อนกับแสงจันทร์ ดูสวยงามราวกับภาพวาด มือชายหนุ่มลูบผ่านขาเรียวงามอย่างเชื่องช้า เพื่อให้หญิงสาวคุ้นชิน หน้าอกสวยกระเพื่อมเพราะหอบหายใจ

“เจ็บมากไหม” มือของกายลูบบาดแผลผ่าตัดที่ข้อพับด้านหลัง จนหญิงสาวต้องก้มหน้ารู้สึกผิด เหมือนตัวเองมีรอยด่างพร้อย ไม่เหมาะกับคนตรงหน้า คนพูดไม่รอคำตอบ ค่อยๆ ประคองหญิงสาวอีกครั้ง ให้คว่ำหน้าลงกับเบาะ แม้เธอจะขัดขืนเพราะอายบาดแผลแต่ก็ไม่เป็นผล

รอยผ่าตัดขนาดใหญ่ในตอนนี้ปรากฏสีชมพูชัดเจน มันชัดมากกว่าที่เขาเคยเห็นในครั้งแรก เพราะตอนนั้นหญิงสาวสลบอยู่ และไม่ได้อยู่ในท่าที่สามารถมองเห็นได้ชัดมากขนาดนี้

“พี่กายอย่ามองค่ะ” เสียงของหญิงสาวก้มใบหน้าลงกับหมอนอิงเพื่อกลั้นสะอื้น ตอนนี้เธอกลัวไปหมดทุกอย่าง หลังจากที่เธอเห็นแสงจากปลายอุโมงค์ จิตใจของเธอก็หวั่นไหวได้ง่ายขึ้น

สัมผัสอบอุ่นจูบซับที่รอยแผลเป็นอย่างไม่รังเกียจ กายจูบรอยแผลนั้นอยู่เนิ่นนานเหมือนทำความรู้จักเพื่อนใหม่ ก่อนที่จะค่อยๆ เคลื่อนริมฝีปากขึ้นมาจนถึงแผ่นหลังเรียบลื่นของหญิงสาว

“ดูนี่สิ” เสียงกระซิบแผ่วเบาข้างใบหู ทำให้คนที่นอนคว่ำหน้าอารมณ์ล่อยลอยกับการสัมผัส หันไปมอง

แผ่นหลังที่แข็งเกร็งไปด้วยกล้ามเนื้อได้รูปเผยออกมาให้เห็น เมื่อชายหนุ่มถอดเสื้อที่สวมใส่อยู่ออก สิ่งที่ทำให้หญิงสาวต้องรีบยกร่างเปลือยเปล่าขึ้นมา คือรอยแผลขนาดใหญ่เป็นรูปกากบาทที่บริเวณเหนือสะโพก แผลของเขาไม่ต่างจากของเธอ มือของหญิงสาวสั่นน้อยๆ ก่อนที่จะเอื้อมไปลูบสัมผัส

“เจ็บหรือเปล่าคะ” มีความเจ็บปวดในน้ำเสียง ตอนนี้เธอเข้าใจแล้วว่าความรู้สึกเจ็บปวดแทนกันมันเป็นอย่างไร เหมือนที่เขาจูบที่แผลของเธอเพื่อปลอบโยน เหมือนที่เธอไม่กล้าสัมผัสที่แผลของเขา เพราะกลัวว่าการสัมผัสเล็กน้อยจะทำให้เกิดเจ็บขึ้นมาได้อีก

“มันเกิดขึ้นหลังจากที่เราเจอกัน” กายพูดออกมาได้เพียงแค่นั้น ร่างหญิงสาวก็โถมเข้ามาหา พร้อมดึงเขาให้นั่งลงบนโซฟา โดยตัวเธอขึ้นมาคร่อมเขาเอาไว้ ราวกับว่าท่านี้เป็นท่าประจำ

“ครั้งแรกจะใช้ท่านี้เลยเหรอ” ชายหนุ่มมีรอยยิ้มที่มุมปาก ก่อนที่จะจับสะโพกเปลือยเปล่าเอาไว้แน่นไม่ให้เธอเปลี่ยนใจ พร้อมมืออีกข้าง กดที่ศีรษะเพียงแผ่วเบา ริมฝีปากสวยก็ถูกดูดดึงเข้ามาหาโดยง่าย กว่าเธอจะรู้ตัวว่าท่านี้ไม่เหมาะกับมือใหม่ ก็สายไปเสียแล้ว


 °·.¸.·°●°·.¸.·°●°·.¸.-> (100%) <-.¸.·°●°·.¸.·°●°·.¸.·° 


มาล้าววววว.....อ่านอย่างมีความสุขนะคะ ^__^

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 92 ครั้ง

460 ความคิดเห็น

  1. #444 Jellydolphin (@Jellydolphin) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2561 / 20:09
    บรรยายให้จินตนาการตามได้สุดยอด ฟินนนนน
    #444
    0
  2. #312 aiw (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 26 มกราคม 2561 / 20:06
    ฟินเวอร์555555
    #312
    0
  3. #311 แตงกวา (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 26 มกราคม 2561 / 14:14
    ครั้งแรกไม่เหมาะกับท่านี้นะ อืม ....เปลี่ยนใจไม่ทันแล้ส
    #311
    0
  4. #310 สู้ๆไรเตอร์ (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 26 มกราคม 2561 / 01:04
    เขินมากขอบอกค่ะ ชัดเจนแต่ฉากนี้ผู้เขียนแต่งให้ไม่ดูหยาบคายในแง่การร่วมรักเลยค่ะ

    ดีจัง รอตามอีกหลายท่านะคะ 555
    #310
    0
  5. #309 settaa04 (@settaa04) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 25 มกราคม 2561 / 10:06
    เอ่อ!!!ใครก็ได้ช่วยสอยลงมาทีคะ ค้างอยู่บนนี้มันหนาวเกินไป &#128525;&#128525;&#128525;
    #309
    0
  6. #308 satamsomtua (@satamsomtua) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 25 มกราคม 2561 / 00:49
    รอค่า ท่าแรกที่โซฟา ท่าต่อไปจะที่ไหน
    #308
    0
  7. #307 สายไหมฤดูหนาว (@kunyanut18) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 25 มกราคม 2561 / 00:02
    อร้ายท่าแรกเหรอไรท์แล้วจะมีท่าต่อไปป่าว มาต่อเร็วๆนะ
    #307
    0
  8. #306 Pummycherry (@Pummycherry) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 24 มกราคม 2561 / 22:14
    เติ่ง เลยอ่ะ ค่ะ
    #306
    0
  9. #305 พรรณวษา (@NPrittaya) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 24 มกราคม 2561 / 20:58
    กรี๊ด เขินแล้วเขินอีก คุ้มค่ากับการตามไรท์ที่หายไปมาก มาต่ออีกนะคะ ค้างหนักมาก
    #305
    0
  10. #304 B_bonita_A (@B_bonita_A) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 24 มกราคม 2561 / 20:24
    อร้ายยยยยชอบค่า
    #304
    0
  11. #303 Pompom06 (@Pompom06) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 24 มกราคม 2561 / 19:39
    อร้ายยยค้างงงง
    #303
    0
  12. #302 Taerungtiwa (@Taerungtiwa) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 24 มกราคม 2561 / 19:32
    อร๊ายยยยย น่ารัก
    #302
    0