ตอนที่ 21 : ตอนที่ 10 : เด็กหลง (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3697
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 66 ครั้ง
    4 ม.ค. 61


รถสปอร์ตสีดำคันหรูจอดใต้ต้นไม้ใหญ่ทางด้านหลัง ไม่ไกลจากออฟฟิศแห่งใหม่มากนัก แต่ก็หลบสายตาจากผู้คนได้ดี เพราะต้องเข้ามาทางด้านหน้าของห้างสรรพสินค้าแล้ววกรถขึ้นมา ตลอดระยะทางจากบ้านของกีรติยามาจนถึงที่นี่ ไม่มีการสนทนากันของคู่หนุ่มสาวแม้แต่คำเดียว ไม่รู้เพราะความโกรธ หรือเพราะเขินอายที่ถูกชายหนุ่มหยอกล้อ ทำให้หญิงสาวที่นั่งอยู่ด้านข้างใบหน้าแดงเรื่อสลับซีดปะปนกันไปมา มือที่วางอยู่บนตักก็บีบกันแน่น ยิ้มบ้าง ก้มหน้าคิดบ้าง จนคนด้านข้างได้แต่นึกขันภายในใจ

“ตกลงจะทำหรือเปล่างาน” เสียงขรึมดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ คนข้างๆ ที่ถูกทักสะดุ้งตัวเหมือนนึกได้ว่าไม่ได้อยู่เพียงคนเดียว หันมองตามเสียงเลิ่กลัก

“ถึงแล้วเหรอคะ กีร์มัวแต่คิดอะไรเพลินไปหน่อย ขอโทษนะคะ” หญิงสาวก้มหน้าก้มตาเอ่ยปากขอโทษ ไม่กล้าสบตาชายหนุ่ม

“ถึงนานแล้ว แล้วนี่คิดเรื่องอะไรอยู่ คงไม่ใช่เรื่อง...”

“ไม่ใช่นะคะ กีร์คิดเรื่องงาน” ยังไม่ทันที่คนพูดจะเอ่ยจบ หญิงสาวก็รีบปฏิเสธขึ้นมาทันที จนกายอดไม่ได้ที่จะเลิกคิ้วขึ้น เหมือนถามเพื่อความแน่ใจว่า จริงเหรอ

“จริงๆ ค่ะ” คนด้านข้างพยักหน้าหงึกๆ แต่สองแก้มกลับแดงปลั่งแทบลุกเป็นไฟ นี่เธอเป็นบ้าอะไร คิดแต่เรื่องไม่ควรมาตั้งแต่เช้า ต่อบท บทอะไรกัน ขณะที่หญิงสาวสะบัดหน้าไปมาเหมือนให้เรื่องที่คิดหลุดออก แล้วมือใหญ่ก็เอื้อมมาจับที่มือของเธอเอาไว้

“ฉันมีเรื่องสำคัญอยากจะถาม” บรรยากาศอีโรติกที่หญิงสาวคิดเมื่อสักครู่ วู๊บหายราวกับมีคนมาเปลี่ยนฉากในละคร ความจริงจังในน้ำเสียงทำให้บรรยากาศสงบลงทันที กีรติยาหันไปมองหน้าคุณกายของเธอ

“เรื่องอะไรคะ” น้ำเสียงตอบกลับจริงจังไม่ต่างกัน มือของเขาที่กุมเธอเอาไว้ ตอนนี้ถูกสลับด้วยมือของเธอที่เปลี่ยนมาสัมผัสหลังมือของเขาแทน

“ตอนที่เธอจับตัวฉันเธอเห็นอะไร” จากคำถามทำให้หญิงสาวตกใจมองไปที่มือของตัวเองอีกครั้ง น่าแปลกที่เธอกลับไม่เห็นอะไรเลย ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้แค่เพียงเธอถูกตัวเขาเล็กน้อย ก็สามารถมองเห็นภาพปรากฏออกมาเหมือนนิมิต

“ตอนนี้ไม่เห็นอะไรเลยค่ะ แต่กีร์ไม่ได้โกหกนะคะ ก่อนหน้านี้กีร์เห็นภาพจริงๆ” กีรติยากล่าวอย่างลนลาน เริ่มหวาดกลัวขึ้นมา ไม่ใช่เพราะเรื่องที่คิดว่าเธอโกหกผู้ชายตรงหน้า แต่เธอกลัวเพราะคุณกายคือความหวังเดียวที่จะทำให้เธอจำเรื่องราวต่างๆ ได้

“จะว่าไปเมื่อคืน.....กีร์ก็ไม่เห็นอะไรเลยค่ะ ทั้งๆ ที่...” คำพูดอ้ำอึ้งติดขัดทำให้กายยิ้มออกมาเล็กน้อย ก่อนที่จะเอามือลูบบนศีรษะหญิงสาวอย่างปลอบโยน

“ฉันไม่ได้ว่าอะไร ดีแล้วที่ไม่เห็นจะได้ไม่ฟุ้งซ่าน ทำอะไรง่ายๆหน่อย” รอยยิ้มน่ากลัวที่มุมปาก พร้อมสายตาที่จ้องมองมาทำให้กีรติยาต้องกลืนน้ำลายดังเฮือก

“ทะ..ทำอะไรคะ” แม้ปากจะสั่นแต่ใจยังสู้ แถมยังคิดไปถึงแผงอกกว้างที่เธอเคยมโนเอาไว้ในขณะที่เปลือยเปล่า มันทำให้สติสตังแทบไม่อยู่กับตัว โดยเฉพาะรสสัมผัสที่ดูดดื่มเมื่อคืนที่ผ่านมา ยิ่งทำให้อยากจะกรีดร้องแต่ก็ต้องกลั้นเอาไว้ นี่เธอไปเก็บกดอะไรมาถึงได้เป็นผู้หญิงลามกได้ขนาดนี้ช่างน่าอายจริงๆ

“เอาล่ะเลิกล้อเล่นแล้ว ฉันอยากรู้ว่าแต่ก่อนเวลาเธอโดนตัวฉันเธอเห็นอะไร”

“อืม..” กีรติยาเงยหน้าขึ้นเพื่อใช้ความคิด ก่อนที่จะตอบ

“ครั้งแรกกีร์เห็นแค่เด็กผู้ชายกับเด็กผู้หญิงเดินจูงมือกันค่ะ ส่วนอีกครั้ง เหมือนมีคนพยายามลักพาตัวเด็กผู้หญิง แล้วเด็กผู้ชายไปช่วยไว้ โดนเตะโดนเหวี่ยงดูน่าสงสารมาก แต่ก็ช่วยเด็กผู้หญิงไว้ได้ เอ่อ.....” กีรติยาเงียบไปสักพัก ก่อนที่จะมองหน้าชายหนุ่มอย่างกล้าๆ กลัวๆ

“ทำไม” เสียงของกายเอ่ยขึ้น ขณะที่ภายในหัวกำลังคิดอะไรบางอย่าง

“เด็กผู้ชายชื่อกายค่ะ” เสียงที่เปล่งออกมาดูยากลำบาก แต่ที่ทำให้หญิงสาวแปลกใจคือ คุณกายของเธอมีสีหน้าเรียบเฉยไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่ได้ยิน แถมยังพยักหน้าช้าๆ เป็นการตอบรับ

“ไม่มีเรื่องในอดีต หรือเรื่องแปลกๆ เลยเหรอ”

“มีแบบแปลกๆ ครั้งหนึ่งค่ะ แต่ไม่แน่ใจว่าอยู่ที่ไหน เพราะรอบข้างมืดไปหมด คือกีร์เห็นผู้หญิงคนนึงใส่ชุดสีขาวคล้ายๆ ชุดแต่งงาน ผมถักเปียสวยเหมือนเจ้าหญิงเลยค่ะ แต่ใบหน้าเธอดูเศร้า นั่งมองที่ทะเลสาบอยู่นานไม่ขยับไปไหน จนภาพหายไป”

คิ้วของชายหนุ่มกระตุกเล็กน้อย นึกถึงใบตอง และคำพูดของเงามืดเมื่อคืน “นั่งไม่ลุกไปไหนที่ทะเลสาบแห่งชีวิต เพื่อจดจำเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย” ตอนนี้เรื่องบางอย่าง เริ่มมีเค้าลางขึ้นมาบ้างแล้ว แต่เรื่องที่เขายังสงสัยคือ สิ่งที่ใบตองเห็น กับสิ่งที่เขาเห็น ทำไมถึงได้ต่างกัน

เสียงโทรศัพท์มือถือของหญิงสาวดังขึ้นทำลายความเงียบ กีรติยามองหน้าชายหนุ่มเล็กน้อยเหมือนจะขออนุญาต ซึ่งกายพยักหน้าตอบกลับเบาๆ

“ว่าไงคะพี่ม่อน” กีรติยาเอ่ยทักคนปลายสายเมื่อเห็นชื่อโชว์ขึ้นที่หน้าจอ

“หายไปได้ยังไงคะ เมื่อคืนนี้ยังเห็นอยู่เลย”

“ใช่ค่ะ ตอนนี้กีร์อยู่กับคุณกาย” กีรติยามองหน้าชายหนุ่มเล็กน้อยเพราะเขาถูกกล่าวถึง

“เอ่อ...คุณกายคะ คืนนั้นคุณกายได้ไปเจอกับ ริษาหรือเปล่าคะ” หญิงสาวถามอ้อมแอ้ม จนชายหนุ่มมีรอยยิ้มที่มุมปาก ทำให้หญิงสาวต้องรีบเบนสายตาหนี เขาจะเจอกับริษาได้อย่างไร ในเมื่อเธอเองที่อยู่กับคุณกายทั้งคืน

“คุณกายไม่เจอริษาเลยค่ะ คือ...เมื่อคืนก่อนคุณกายอยู่กับกีร์ทั้งคืน”

“พี่ม่อนอย่าคิดไปไกลสิคะ กีร์เป็นลมไปมาฟื้นก็ตอนเช้าแล้ว ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย” คนพูดแก้ตัวพัลวัน ไม่นานคนปลายสายก็วางไป

“มีอะไรเหรอ” คนถามมีใบหน้าเคร่งเครียดขึ้นกว่าเดิม

“ริษาหายไปตั้งแต่คืนนั้นค่ะ ติดต่อไม่ได้เลย แล้วพี่ม่อนก็กำลังเดือดร้อนมาก เพราะเจ้าของงานโทรมาต่อว่า” กีรติยาเอ่ยตอบพร้อมถอนหายใจ ในเวลาที่พี่ม่อนเดือดร้อน เธอกลับช่วยอะไรไม่ได้เลย ทั้งๆ ที่ตอนเธอเดือดร้อนพี่ม่อนช่วยเหลือเธอแทบทุกอย่าง ต้องทิ้งงานทิ้งการ เธอเองช่วยพี่ม่อนได้แค่เรื่องเงิน อาศัยชื่อเสียงของผู้จัดการดาราของพี่ม่อน ถึงเปิดบริษัทขึ้นมาได้

“เข้าไปข้างในเถอะ” ชายหนุ่มพอจะมองออกว่าอะไรเป็นอะไร จึงไม่ได้เอ่ยถามซ้ำให้มากความ แม้กีรติยาจะเป็นดาราที่มีชื่อเสียงพอที่จะช่วยเหลือได้ แต่ในตอนนี้ก็อย่างที่รู้กัน สิ่งที่เขาต้องทำอันดับแรกคงเหมือนที่เคยทำกับใบตอง คือพยายามให้ใกล้ชิดผู้ชายทั่วไปได้ก่อน  เพื่อที่จะดำรงชีวิตปกติได้ เพราะใบตองเองตอนหลังก็กลัวเฉพาะคนที่มาคิดร้ายเท่านั้น จากที่เขาสันนิษฐานว่าทำไมใบตองไม่กล้าเข้าสังคม อาจจะเป็นเพราะไอ้โรคจิตคอยตามอยู่ใกล้ๆ ตลอดเวลาก็ได้ แต่นั่นก็เป็นเพียงแค่ข้อสังเกตที่ได้จากรูปมากมาย ภายในห้องของไอ้ภาณุที่มีรูปของใบตองแทบทุกที่ แต่ที่น่าเจ็บใจคือทำไมเขาถึงไม่รู้ถึงอันตรายที่มีมาตั้งนานแล้ว

“คุณกายคะ” มือบอบบางลูบเบาที่มือของชายหนุ่ม ขณะที่มันกำแน่นจนเห็นเส้นเลือดปูดโปน

“ไปกันเถอะ” ความสับสนวุ่นวายภายในใจได้เกิดขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ตอนนี้เขาต้องใช้ความคิดอย่างหนัก ว่าระหว่างพยายามทำให้หญิงสาวฟื้นคืนความทรงจำ เพื่อให้เธอปกป้องตัวเองได้บ้าง หรือเก็บมันไว้แบบนี้ แล้วปกป้องเธอจากความเลวร้ายทั้งหมด ซึ่งเขาจะยังป้องกันเธอจากไอ้ภาณุได้จริงๆ หรือเปล่า เพราะครั้งที่แล้วขณะที่หญิงสาวมีอันตราย เขายังไม่สามารถรู้สึกถึงมันได้เลย

กายจับมือของหญิงสาวให้หยุดเดินหันมาหาตัวเอง เขามองเข้าไปในแววตาดื้อดึง ที่มีจิตวิญญาณของคนที่หวงแหน มันเหมือนกันทุกอย่าง ผู้หญิงคนนี้กลับมาหาเขาอีกครั้ง และนี่อาจจะเป็นโอกาสสุดท้ายที่มี ความเชื่อมโยงในอดีตมันต้องมีปมบางอย่างที่ยังไม่มีใครรู้ ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่ฝันถึงมัน ความเจ็บปวดที่แผ่นหลังและรอยแผลมันคือเรื่องจริงที่เพิ่งเกิดขึ้น

มืออบอุ่นลูบที่ศีรษะของหญิงสาว เขาควรจะทำอย่างไรดี มันไม่ใช่แค่การปกป้องให้พ้นอันตรายจากคนๆ เดียว เรื่องทั้งหมดมันอาจถูกผูกโยงเชื่อมกันมาจนถึงปัจจุบัน

“อยากจำทุกอย่างได้หรือเปล่า” เสียงแผ่วเบาเอ่ยถามหญิงสาว เขาอยากให้เธอเป็นคนเลือก

“อยากสิคะ” กีรติยาพยักหน้าอย่างรวดเร็วแทบไม่ต้องคิด เพราะมันคือสิ่งที่เธอต้องการมากที่สุดตั้งแต่ฟื้นขึ้นมา

“ถ้ามันเลวร้ายและเจ็บปวดล่ะ” นิ้วมือยาวลูบเบาที่แก้มของหญิงสาว

“ไม่ว่ามันจะเลวร้ายแค่ไหนกีร์ก็อยากรู้ค่ะ” ดวงตามั่นคงมองมาที่คนถาม ซึ่งไม่ผิดจากที่เขาคิด เพราะหากเป็นใบตอง ก็คงได้คำตอบไม่ต่างกัน

“ถ้าฉันบอกให้หยุดหาคำตอบ โดยแลกกับการอยู่กับฉันไปจนลมหายใจสุดท้าย เธอจะยอมหรือเปล่า” ใบหน้าเรียบนิ่ง แต่คำถามราวกับฟ้าผ่าลงตรงกลางหัวใจ ทำให้คนที่มีแววตามุ่งมั่นเมื่อสักครู่ เริ่มมีอาการสั่นไหวที่ดวงตา

กีรติยาไม่รู้ว่าเธอรักผู้ชายคนนี้ตั้งแต่ตอนไหน ทั้งๆ ที่เพิ่งเจอกันได้ไม่นาน ไม่เคยมีความทรงจำร่วมกัน ไม่เคยมีเหตุการณ์ให้ผูกพัน แต่ตอนนี้หัวใจของเธอราวกับมีคนเอามีดมากรีด มันเจ็บจนรู้สึกได้จริงๆ ทำไมต้องให้เธอเลือก หากจะเปรียบเทียบแล้ว ความทรงจำก็เหมือนชีวิต ผู้ชายตรงหน้าก็เหมือนหัวใจ หากมีชีวิตโดยไม่มีหัวใจ เธอจะอยู่ได้อย่างไร แต่หากมีหัวใจ แต่ความรู้สึกไร้ชีวิตยังคงอยู่ เขาและเธอจะมีความสุขได้จริงๆเหรอ

“ฉันแค่ล้อเล่นน่ะ เราสามารถทำทั้งสองอย่างพร้อมๆ กันได้” มีรอยยิ้มที่หาได้ยากปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่เคยนิ่งเฉย เขายิ้มให้เธอเหมือนเป็นรางวัลเพื่อปลอบโยน

“คุณกายพอจะรู้อะไรมาใช่หรือเปล่าคะ” ก่อนที่น้ำตาจะรินไหล มีบางอย่างที่หญิงสาวสามารถสัมผัสได้ ทำให้ดวงตาของเธอกลับมาดื้อดึงอีกครั้ง

“ใช่ แต่มันยังไม่ถึงเวลาที่เธอต้องรู้ เอาไว้เธอเข้มแข็งกว่านี้ แล้วฉันจะบอกทีละอย่าง” มีรอยยิ้มมุมปากที่เหนือกว่าปรากฏขึ้น จนบางครั้งเธอเองก็แอบคิดว่าผู้ชายคนนี้มีกี่มุมกันแน่ ในเวลาไม่ถึงห้านาที อารมณ์ของเธอถูกกระชากไปมาไม่รู้กี่ครั้งแล้ว

“คุณกายจะให้กีร์ทำอะไรคะ” น้ำเสียงของหญิงสาวกระชากเล็กน้อยอย่างเอาแต่ใจ และนั้นทำให้กายหลุดหัวเราะด้วยความพอใจ

 

บริเวณริมถนนที่ห่างไกลจากชุมชนมีรถของเจ้าหน้าที่หลายคันจอดอยู่ เพราะได้รับแจ้งเหตุพบศพปริศนา ถูกบรรจุอยู่ในถุงพลาสติกใสขนาดใหญ่ บริเวณข้างทางโดยไม่มีการอำพรางใดๆ คาดว่าจะถูกนำมาทิ้งไว้ระหว่างกลางดึก ถึงช่วงเช้าตรู่ของวันนี้

“รายงานสถานการณ์สิ” เสียงของสารวัตรทินโชติชายหนุ่มร่างใหญ่ที่ดูแลคดีดังขึ้นทันที หลังจากที่ลงรถเมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ

“ตอนนี้ทางเราเคลียร์พื้นที่โดยรอบ เพื่อกันคนที่ไม่เกี่ยวข้องเรียบร้อยแล้วครับ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานกำลังดำเนินการต่อ” เสียงของลูกน้องที่เดินทางมาถึงที่เกิดเหตุก่อน รายงานกับหัวหน้าชุดสืบสวนที่รับผิดชอบคดีฆาตกรรมต่อเนื่องนี้ หลังจากได้รับแจ้งลักษณะของเหยื่อที่ถูกพบ ซึ่งทางผู้ใหญ่ได้มอบอำนาจพิเศษให้กับทีมสามารถเข้าไปดำเนินการได้ทุกพื้นที่ หากสงสัยว่าเป็นคดีเดียวกัน เพื่อไม่ให้ใครรบกวนหลักฐาน

“สภาพของเหยื่อเป็นยังไง”

“เหมือนกันเลยครับ ตามร่างกายมีร่องรอยถูกทรมาน มีเลือดเต็มถุงพลาสติกซึ่งทำให้สงสัยได้ว่าขณะที่มาถึงที่นี่ เหยื่อยังมีชีวิตอยู่ ก่อนที่ฆาตกรจะใช้มีดปาดเป็นรอยลึกบริเวณลำคอ แล้วทิ้งให้เสียชีวิตอย่างช้าๆ ซึ่งพื้นที่ตรงนี้ค่อยไม่มีรถผ่าน เพราะเป็นพื้นที่ส่วนบุคคลคลครับ” สิ่งที่ลูกน้องรายงานทำให้สารวัตรทินโชติคิ้วกระตุกทันที บริเวณพื้นที่กว้างใหญ่นี้ อยู่ด้านหลังของสนามแข่งรถแม้ตอนนี้เจ้าของพื้นที่จะปล่อยให้คนอื่นทำต่อ แต่มันก็ใกล้เรือนหอของคุณกายเข้าไปทุกที

“สารวัตรคะ” เสียงเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานดังมาจากทางด้านหลัง ทำให้คนที่ยืนอยู่รีบหันไปมอง

“ว่ายังไง”

“ผู้เสียชีวิตคือคุณวริษา ดาราเบอร์หนึ่งในตอนนี้ค่ะ” น้ำเสียงของเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานดูตื่นเต้นกว่าที่ควรเป็น จนคนเป็นหัวหน้าขมวดคิ้ว โชคดีที่บริเวณนี้ไม่มีนักข่าวและชาวบ้านไทยมุง เพราะค่อนข้างห่างจากแหล่งชุมชน ผู้พบศพเองก็เป็นคนที่ลักลอบมาเก็บกระป๋องเบียร์ขวดเหล้าบริเวณสนามแข่ง ซึ่งก็ได้ถูกกักตัวเอาไว้เป็นพยานแล้ว

“คุณตื่นเต้นอะไร ที่นี่มีคนตายนะ” สารวัตรทินโชติดุลูกน้องของตัวเองที่เสียมารยาทกับผู้ตาย แม้ว่าจะเป็นดารา แต่เหยื่อคือคนที่น่าสงสาร ไม่ว่าจะเป็นใครก็ควรจะให้เกียรติ์

“ขอโทษค่ะ แต่ที่ดิฉันดีใจไม่ใช่เพราะเป็นดารานะคะ แต่เพราะครั้งนี้เราอาจจะได้ตัวฆาตกร”

“หมายความว่ายังไง” ยังไม่ทันที่ลูกน้องจะรายงานจบ ชายหนุ่มก็รีบถามขึ้นทันที ไม่ว่าโอกาสจะมีเพียงแค่หนึ่งเปอร์เซ็นต์ ในตอนนี้มันคือความหวัง หากระบุตัวได้จริงๆ ว่าเป็นไอ้ภาณุ ไม่ใช่การสันนิฐาน เขาจะสามารถนำกำลังทั้งหมดตามจับมันได้สุดล่าฟ้าเขียว โดยไม่มีอะไรติดขัดหรือเป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณ

“เหยื่อคราวนี้มีร่องรอยการข่มขืนชัดเจนค่ะ จากการพิจารณาหลักฐานเบื้องต้น ดิฉันคิดว่าเราสามารถเก็บดีเอ็นเอได้แน่นอน และที่เล็บของผู้ตายมีเนื้อเยื่อของฆาตกรติดอยู่ด้วย” เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเอ่ยขึ้นด้วยความมั่นใจ

คดีฆาตกรรมต่อเนื่องคดีนี้ไม่เหมือนคดีอื่นๆ เพราะมีการวางแผนอย่างดี มีพื้นที่ส่วนตัวในการทรมานเหยื่อ คนร้ายค่อนข้างรักสะอาด ที่สำคัญเหยื่อทุกรายจะถูกใส่ไว้ในถุงพลาสติกใส แม้ฝนจะตก แดดจะออก หลักฐานก็จะยังคงอยู่ในนั้นไม่ปนเปื้อน โดยเฉพาะที่เล็บ และร่างกายของผู้ตายยังสะอาดทุกศพ หากไม่ใช่เพราะฆาตกรโง่มาก ก็มั่นใจในตัวเองมาก ว่าจะไม่ทิ้งอะไรเอาไว้ มันเหมือนเป็นการท้าทาย และเหยียดหยามการทำงานของเจ้าหน้าที่ ว่าไม่สามารถจับได้ แต่ครั้งนี้ไม่ใช่ คงเป็นเพราะผู้หญิงคนนี้สวยเกินกว่าจะห้ามใจ จึงได้ทิ้งเหยื่อเร็วกว่าปกติ และทิ้งร่องรอยไว้มากขนาดนี้

แม้ลูกน้องของสารวัตรทินโชติจะดูสบายใจในเรื่องนี้ แต่ตัวเขาเองกลับไม่คิดแบบนั้น จริงๆ หากคาดการณ์ว่าฆาตกรจะเป็นไอ้ภาณุ เขาก็ยังไม่เห็นความจำเป็นที่มันจะทำอะไรยุ่งยากขนาดนี้ เพราะตัวมันเองก็เป็นฆาตกรหนีคดีมีหมายจับ ซึ่งทั้งหมดทั้งมวล มันน่าจะเห็นเป็นเรื่องสนุก และต้องการแก้แค้นคุณกายไปพร้อมๆ กัน แต่ก็ช่างมันเถอะ ถ้าผลตรวจออกมาเป็นมันจริง เขาก็จะสามารถใช้กำลังตำรวจได้อย่างเต็มที่ ฆาตกรเจ็ดศพ ผู้คนย่อมสำคัญมากกว่าหนึ่งศพที่งานแต่งงาน

“ดี เก็บหลักฐานรอบๆ ที่เกิดเหตุให้หมด อย่าให้หลุดรอดสายตาไปได้ แล้วรีบส่งเนื้อเยื่อไปที่แลป ผมต้องการผลตรวจยืนยันเร็วที่สุด” สารวัตรทินโชติสั่งอย่างรวดเร็ว พร้อมเดินไปรอบๆ ที่เกิดเหตุ ไม่เข้าไปใกล้มากนักกลัวว่าจะทำลายหลักฐานเสียเอง โชคดีที่ ดร.ภาณุ เป็นผู้ต้องหาที่ได้รับการบำบัดที่โรงพยาบาล จึงทำให้มีตัวอย่างไว้เทียบเคียงดีเอ็นเอมากมาย

  °·.¸.·°●°·.¸.·°●°·.¸.-> (100%) <-.¸.·°●°·.¸.·°●°·.¸.·° 




สวัสดีปีใหม่ค่ะทุกโค้นนนนน เที่ยวกันมาสนุกหรือเปล่าคะ รอกันนานเลย 5555+

อ่านอย่างมีความสุขนะคะ ^_^

ปล. อย่าลืมพรีออกเดอร์ "ม่านบังเงา" นะคะ ถึงวันที่ 20 มกรา 61 นะคะกลัวลืม

สั่งได้ที่เพจ จันทร์ ธันวา เลยนะคะ 

หรือ eBook กดข้างล่างเลยค่ะ ไปล่ะ \(^O^ )/



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 66 ครั้ง

460 ความคิดเห็น

  1. #393 ABC (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2561 / 19:21

    น่ากลัว...

    #393
    0
  2. #273 สู้ๆไรเตอร์ (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 6 มกราคม 2561 / 01:09
    พี่กายมีคนแสดงแหล่งที่อยู่ชัดเจน แต่เรื่องนี้จิตมากหมายถึงฆาตกร

    HNY 2018 ค่ะ
    #273
    0
  3. #271 พรรณวษา (@NPrittaya) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 4 มกราคม 2561 / 18:30
    กลัวตรวจมาพี่กายเป็นผู้ต้องสงสัยจัง แต่น่าจะเป็นลูกน้องของ-ภานุมากกว่า มาต่อเร็วๆนะคะไรท์ สวัสดีปีใหม่ค่ะ
    #271
    0
  4. #270 lzzy (@lzzy_za) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 4 มกราคม 2561 / 17:47
    ลุ้นว่าจะจับตัว ดร.ภานุได้มั้ยน้าา
    #270
    0