จนกว่าเรา...จะพบกัน

ตอนที่ 20 : ตอนที่ 10 : เด็กหลงทาง (50%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4330
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 83 ครั้ง
    25 ธ.ค. 60


ท่ามกลางเปลวแดดร้อนระอุ เสียงของโลหะกระทบกันดังมาจากทุกทิศ เสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดของบรรดาไพร่ดังระงม กลิ่นคาวเลือดจากคมดาบกำจายอยู่ตามซากศพที่เกลื่อนกราด หัวเมืองชั้นนอกของอาณาจักรกรุงศรีอยุธยาเพลานี้ กำลังเกิดภาวะคับขันด้วยสงครามจากแคว้นอื่น มากวาดต้อนไพร่ส่วยจำนวนมากที่กระจัดกระจายอยู่ตามหมู่บ้าน กลับไปยังดินแดนของตน เพื่อนำไปเป็นแรงงานทาส

ร่างใหญ่กำยำภายใต้ชุดเกราะหนังสานกันเป็นริ้ว หลังตรงผึ่งผายถือทวนยาว นั่งตระหง่านอยู่บนหลังม้า มีความเยียบเย็นบนใบหน้าที่เต็มไปด้วยโลหิต  ราวกับไม่รู้สึกถึงชีวิตที่เพิ่งทำลายไปมากมาย ไม่คิดเลยว่าการเดินทางมาอย่างลับๆ ในครั้งนี้ จะพบเจอกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันเข้าตรงหน้า ขณะที่ม้าของพวกเขาล้อมเพื่อป้องกันและช่วยเหลือ ทหารฝ่ายศัตรูที่มีมากกว่า กลับลงมือฆ่าแรงงานที่สำคัญอย่างเลือดเย็น ประหนึ่งว่าหากข้าไม่ได้ เจ้าก็ไม่ได้เช่นกัน กว่าที่ทหารของเขาที่มีจำนวนน้อยกว่าจะกำจัดศัตรูได้หมด ก็ต้องสูญเสียไพร่ส่วยเป็นจำนวนมาก

“รายงานท่านแม่ทัพ ข้าศึกที่หมายมากวาดต้อนไพร่ มิมีผู้ใดรอดไปได้” ทหารคนสนิทหนึ่งในสี่ที่เดินทางมาด้วยรายงานกับขุนพลฝ่ายรักษาพระองค์ ที่เพิ่งรับตำแหน่งยุกรบัตร ทำหน้าที่ควบคุมสอดส่องการปฏิบัติราชการของบรรดาเจ้าเมืองชั้นนอกที่ส่งเจ้านายหรือขุนนางไปปกครอง ซึ่งมีอำนาจอิสระภายในเมืองของตนมากเกินสมควร

ดวงตาเข้มมองไปที่ศพมากมาย ทั้งทหารของฆ่าศึกที่ลอบเข้ามา ไพร่หญิง ไพร่สมปลดระวาง หรือแม้แต่เด็กเล็กๆ ซึ่งมีเพียงจำนวนน้อยเท่านั้นที่ยังเหลือรอดมาได้ จากข่าวคราวที่สายสืบส่งมา ทำให้ทราบว่าหัวเมืองแห่งนี้ เจ้าเมืองที่ดูแลปกครองอยู่ พยายามลักลอบขายไพร่ให้แก่ศัตรู

พระยาศรีกายเทพ บุรุษหนุ่มมีชื่อเสียงเป็นที่เลื่องลือถึงความโหดเหี้ยม ดุดัน เมื่ออยู่ในสนามรบ ได้ถูกส่งเข้ามาลอบจัดการควบคุมหัวเมืองชั้นนอก แม้อายุยังน้อยกว่าตำแหน่งใหญ่โตที่ได้รับมา แต่ประสบการณ์การออกรบกลับมีมาก และหัวเมืองชั้นนอก ถือได้ว่าเป็นแหล่งการเกษตรกรรมที่เป็นรายได้หลัก สามารถสั่นคลอนความมั่นคงของกรุงศรีอยุธยาในฐานะศูนย์กลางอาณาจักรลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาได้เลยทีเดียว ซึ่งแรงงานไพร่หญิงถือเป็นแรงงานหลัก เมื่อชายฉกรรจ์ได้ถูกเกณฑ์ไปเป็นไพร่สมรับใช้มูลนาย และทำงานให้กับรัฐ

“ต้อนไพร่เหล่านี้กลับเรือน ตรวจตราโดยรอบให้เรียบร้อย” ชายหนุ่มบนหลังม้ามองไปยังสภาพน่าอเนจอนาถของบรรดาไพร่หญิงอีกครั้ง บางคนมีเลือดโทรมกายกอดลูกเล็กๆ บางคนผ้าผ่อนหลุดลุ่ยร้องไห้ดังระงมด้วยความหวาดกลัว นอกจากเจ้าเมืองจะมิใยดีจ้องแต่จะเก็บส่วยอากร ยังหน้าหนาเหลือทนลอบขายแรงงานให้แก่ศัตรู ซึ่งถือได้ว่าเป็นความผิดพระไอยการอาชญาหลวง มีโทษร้ายแรง (กฎหมายตราสามดวง : โทษผู้ที่ละเมิดพระราชอาชญาพระเจ้าแผ่นดิน โทษของการเบียดบังทรัพย์ของหลวงไปเป็นของตน)

ในขณะที่ทหารเริ่มต้อนเหล่าไพร่หญิง และเด็ก ให้เดินกลับไปยังหมู่บ้าน บุรุษหนุ่มที่อยู่บนหลังม้าก็แยกตัวออกไปเพื่อสำรวจบริเวณโดยรอบ หน้าที่ที่เขาได้รับมอบหมายมาในครานี้ ถือได้ว่าเป็นเรื่องที่สำคัญ มิใช่เพียงการดูแลเรื่องแรงงานไพร่ส่วยเท่านั้น แต่ข่าวลับๆ ที่ได้สืบรู้มา บรรดาเจ้าเมืองตามหัวเมืองต่างๆ กำลังคิดขบถร่วมมือกับศัตรู

“ผู้ใดอยู่ที่นั่น” เสียงดุเข้มเต็มไปด้วยอำนาจดังขึ้น ปลายหางตาปาดไปยังพุ่มไม้ ตวัดทวนยาวในมือแหวกอากาศไปยังจุดหมายไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย ภาพที่ปรากฏตรงหน้าเป็นเด็กที่มองจ้องมายังดวงตาของเขาอย่างมิกลัวเกรง มิอาจแยกได้ว่าชายหรือหญิง การแต่งกายผิดแผกจากชาวกรุงศรีอยุธยาโดยทั่วไป

เสียงน้ำหนักของบุรุษนักรบกระทบพื้นดังสนั่นเมื่อกระโดดลงจากหลังม้า แต่เด็กน้อยไม่แม้แต่จะกระพริบตา น่าประหลาดไม่เหมือนเหล่าไพร่ทั่วไปเมื่อพบเจอกับทหาร ร่างสูงใหญ่เดินเข้าไปหาเพื่อสังเกตที่ข้อมือ แต่กลับต้องประหลาดใจอีกครั้งเมื่อไม่พบรอยสักเลกขึ้นทะเบียนไพร่

“เอ็งเป็นผู้ใด มิใช่ชาวกรุงศรีอยุธยาใช่หรือไม่” ปลายทวนขยับเข้าจ่อที่ลำคอ คิ้วเข้มกระตุกเล็กน้อย พร้อมรอยยิ้มที่มุมปากเมื่อเห็นเม็ดเหงื่อผุดขึ้นที่ขมับเล็กๆ เด็กคนนี้อายุไม่น่าถึงสิบสอง ในคราแรกที่เห็นพลันนึกว่าเป็นเด็กผู้ชายเพราะผมถูกตัดสั่นจนแนบศีรษะ แต่เมื่อเข้าใกล้มองที่เสื้อเก่าๆ ผ้าบาง กลับเห็นหน้าอกกำลังตั้งเต้าของเด็กสาววัยแรกแย้ม ใบหน้าขาวนวลหมดจดแม้จะถูกทาให้คล้ำเพื่ออำพราง

ย่ามใบใหญ่ที่เคยวางไว้ข้างกาย ถูกยกมาปิดหน้าอก เมื่อรู้สึกตัวว่าโดนจับได้ ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันท่าทางดื้อรั้น จนคนที่ถือทวนต้องยอมลดคมลงมาจากลำคอ เพื่อมิให้เด็กน้อยตื่นตระหนก พร้อมยอบกายลงให้พูดคุยกันได้ง่ายขึ้น

แต่ยังไม่ทันจะเอ่ยวาจา ก็มีเสียงของลูกธนูแหวกอากาศมาด้วยความเร็ว ทำให้คนที่หันหลังอยู่ รีบหันกลับไปมองตามเสียงด้วยสัญชาตญาณนักรบ ทวนในมือสามารถป้องกันลูกธนูได้เพียงไม่กี่ดอก มีข้าศึกจำนวนหนึ่งเล็ดลอดสายตาของทหารเขาไปได้อย่างไม่น่าเชื่อ ชายหนุ่มกัดฟันจนแก้มมีร่องรอยของสันกรามเห็นได้ชัด หากมิใช่ศัตรู ข่าวการมาของเขาจะต้องรั่วไหลอย่างแน่นอนไม่ต้องสงสัย

  เมื่อเห็นว่าไม่สามารถต้านลูกธนูนับสิบที่พุ่งมาราวกับห่าฝนได้  มือใหญ่ก็คว้าร่างเล็กที่หมอบหลบอยู่ไม่ไกลมาไว้แนบกาย พร้อมกระโดดขึ้นหลังม้าควบด้วยความเร็ว มือหนึ่งควงทวนเพื่อปัดป้อง อีกมือจับสายบังเหียน พร้อมโอบกระชับเด็กน้อยที่กำลังทุบตีแขนใหญ่ที่ล็อกตัวเอาไว้แน่นด้วยความตกใจ เพราะหน้าอกเล็กๆ ถูกรวบเอาไว้เต็มแขน

“อย่าดิ้น ประเดี๋ยวจักปล่อยทิ้งเอาไว้ให้ตายตรงนี้เสีย” เสียงคำรามดังขึ้นอย่างเข่นเขี้ยว ทำให้เด็กหญิงต้องก้มใบหน้าแดงกร่ำ มองหน้าอกตนเองเพราะถูกสัมผัสโดยมือชายแปลกหน้า

หากมิต้องหอบหิ้วภาระมาด้วย อย่าได้คิดเลยว่าข้าจักหันหลังให้แก่ศัตรูเยี่ยงนี้ยังไม่ทันสิ้นสุดความคิดคำนึง แผ่นหลังก็ปวดแปลบราวกับมีเหล็กร้อนมานาบ ร่างกายที่แข็งแกร่งเกร็งขึ้นดั่งมีเข็มนับร้อยวิ่งจากบาดแผล พาดผ่านเข้าสู่หัวใจ มือใหญ่โอบกระชับเด็กน้อยไว้แน่นกว่าเดิม ประคองสติเฮือกสุดท้ายควบม้าสุดกำลัง ก่อนที่ทุกอย่างจะดับมืดไป

 

เม็ดเหงื่อผุดขึ้นบนหน้าผากของคนที่กำลังหลับใหล ร่างกายทุกส่วนกระตุกเกร็งราวกับไม่ใช่ตัวเอง แผ่นหลังร้อนดั่งไฟเผา จนทำให้คนที่กำลังฝันร้ายสะดุ้งตัวขึ้นจากที่นอนหายใจหอบ มือลูบคลำที่หลังเปลือยเปล่าของตัวเอง ก่อนจะลุกจากที่นอนที่เพิ่งเคยหลับได้อย่างจริงจังเป็นครั้งแรก หลังใบตองเสียชีวิต

“คืนแรกก็ได้เรื่องเลย” กายเอ่ยกับตัวเอง ขณะหันหลังให้กระจกเพื่อมองหาสาเหตุที่ทำให้เขาตื่น ตอนนี้มันไม่ร้อนเหมือนในครั้งแรก แต่กลับมีรอยแผลเป็นรูปกากบาทที่เหมือนมีดกรีดปรากฏอยู่แทน

“เด็กผู้หญิงคนนั้นคือใคร” แม้จะเอ่ยขึ้นมาลอยๆ แต่ในใจนั้นเชื่อเต็มเปี่ยมว่านั่นคือใบตอง ในชาติหนึ่งชาติใดแน่ๆ ไม่ว่าจะเป็นแววตา ท่าทางที่ดื้อดึง และความรู้สึกคุ้นเคยที่เขาสัมผัสได้

เรื่องนี้มันไม่ใช่แค่วงล้อของกรรมหมุนแบบปกติแล้วล่ะ แต่นี่เขาไปเปิดกรรมตั้งแต่ชาติปางไหนออกมากันแน่ ตอนนี้คนที่เคยมั่นใจในความเชื่อของตัวเอง เริ่มมือเท้าเย็นขึ้นมาอย่างห้ามตัวเองไม่อยู่ นึกถึงเงาร่างประหลาดสีดำ ที่พยายามป้องกันใบตองออกจากเรื่องนี้

 

เสียงฮำเพลงเบาๆ ลอยออกมาจากห้องน้ำของบ้านหลังเล็ก ที่อยู่ในอาณาเขตของคฤหาสน์หลังใหญ่ที่เก่าคร่ำครึ วันนี้กีรติยาตื่นขึ้นมาแต่เช้าด้วยความตื่นเต้น ใบหน้าแดงบ้าง ขาวบ้างสลับกันไป เมื่อคิดถึงเรื่องวาบหวิวเมื่อคืน

“บ้าจริง คุณกายอย่ามองกีร์แบบนั้นสิคะ” คนที่แปลงฟันอยู่หน้ากระจกเอ่ยขึ้นกับตัวเอง

“กีร์ว่ามันเร็วเกินไปนะคะ...คุณกายอย่าจับตรงนั้นค่ะ..กี๊สสส” มีรอยยิ้มเสียงหัวเราะดังลั่น พร้อมบิดตัวไปมาด้วยความเขินอาย

ขณะที่กีรติยากำลังร่าเริงอยู่ภายในห้องน้ำ ใครบางคนก็มานั่งทานอาหารรอตั้งแต่เช้า ได้ยินเสียงชัดเจนยิ่งกว่าเปิดเพลงฟังในรถ

“เป็นแบบนี้ตลอดเลยเหรอ” เสียงชายหนุ่มเอ่ยถามป้าหวาน แม่บ้านที่ยืนอยู่ข้างๆ ขณะกำลังวางชุดอาหารเช้าที่มีหลายอย่างเพื่อให้ชายหนุ่มเลือก

“ตลอดค่ะ ไม่ค่อยปกติเท่าไหร่” คำตอบที่ทำให้กายแทบสำลักกาแฟ

“ว่าแต่ฝันของฉันเมื่อคืน คือเรื่องจริงใช่หรือเปล่า” ดวงตาเข้มจ้องไปที่ใบหน้าของหญิงสูงอายุ ไม่มีร่องรอยของความตระหนก หรือแปลกใจแม้แต่น้อย

“เราเคยบอกท่านแล้วว่าให้หยุด” คนพูดไม่แม้แต่จะมองหน้าชายหนุ่ม ยังคงวางอาหารต่อไป นั่นแสดงให้เห็นว่าเป็นเรื่องจริง รอยแผลที่หลังมันทำให้เชื่อตั้งแต่แรกอยู่แล้ว กายเพียงต้องการตอกย้ำเพื่อความมั่นใจเพิ่มขึ้นเท่านั้น

“ทำไมแกถึงยังอยู่ที่นี่ คงไม่ใช่แค่อยู่เพื่อปกป้องอย่างที่เคยบอกสินะ” ป้าหวานหยุดมือชั่วคราว ก่อนที่จะเริ่มวางอาหารที่มุมด้านข้างของชายหนุ่มให้หญิงสาวเจ้าของบ้าน ถึงน้ำเสียงของป้าแม่บ้านที่ออกมาจะเป็นผู้หญิง แต่เสียงที่กายสัมผัสได้มันคือเสียงเดียวกันกับที่เขาเคยคุยด้วยมาก่อน

“มันไม่ใช่อย่างที่ท่านคิดหรอก แต่ถึงจะใช่ เราก็คงไม่บอกท่าน” พูดจบเพียงแค่นั้น ร่างเล็กของหญิงสูงอายุก็เดินลับหายไป พร้อมเสียงของตกดังมาจากทางด้านหลัง จนทำให้ชายหนุ่มต้องหันหลังกลับไปมอง

“ขะ..คุณกายมาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ”

“ตั้งแต่ได้ยินเสียงนิยายอีโรติกดังมาจากในห้องน้ำนั่นแหละ” คนตอบหันกลับไปกินข้าวต้มที่วางอยู่บนโต๊ะ ไม่สนใจมองหน้าหญิงสาวว่าจะซีดสลับแดง สลับเขียวราวกับสัญญาณไฟกลางสี่แยก

“มานั่งได้แล้ว เดี๋ยวก็ไปทำงานสาย”

“กีร์เป็นดารา ก็ต้องซ้อมบทละครเป็นเรื่องธรรมดาแหละค่ะ คุณกายอย่าคิดมากเลย” มีเสียงแก้ตัวอ้อมแอ้มพร้อมใบหน้าหน้าตาปั้นปึ่งของหญิงสาว ก่อนที่จะกระแทกตัวบนเก้าอี้แบบไม่สบอารมณ์ เมื่อวานยังหวานกับเธออยู่เลย วันนี้เฉยชาอีกแล้ว

ยังไม่ทันที่ความไม่สบอารมณ์จะหาย มือใหญ่ก็เอื้อมไปจับมือหญิงสาวที่ใต้โต๊ะ พร้อมสอดนิ้วของตัวเองกระชับเข้ากับนิ้วของเธอ แต่ใบหน้านิ่งเฉยราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น คนถูกจับมือได้แต่ยิ้มจนเต็มใบหน้าด้วยความดีใจ อีกมือเขี่ยอาหารไปมาทำตัวไม่ถูก

ชายหนุ่มค่อยๆ ยื่นหน้าเข้าไปหาหญิงสาวอย่างช้าๆ กระซิบที่ข้างหูจนรู้สึกได้ถึงลมหายใจ ด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “เอาไว้จะต่อบทให้”

 

  °·.¸.·°●°·.¸.·°●°·.¸.-> (50%) <-.¸.·°●°·.¸.·°●°·.¸.·°



เมาท์มอย : ขอโทษนะคะที่มาช้า อยากบอกว่าตอนนี้เขียนยากม๊ากกกก ใช้เวลาตั้ง 3 วันแหละ มัวแต่ไปศึกษาประวัติศาสตร์อยู่ค่ะ เพลินกันไปเลย 555+

แจ้งข่าวนิยายเรื่อง ม่านบังเงานะคะ 


พรีออเดอร์ "ม่านบังเงา" 
ระยะเวลาการจอง วันนี้ - 20 มกราคม 2561


เรื่องย่อ
ม่านบังเงาเป็นภาคต่อของเรื่อง "เสน่ห์แม่หญิง" ซึ่งเป็นตัวละครที่ดำเนินเรื่องคือ ใบข้าว ลูกชายฝาแฝดของคุณบัว ที่มีความผูกพันพิเศษกับน้องพลอยเพื่อนในวัยเด็ก โดยเช้าวันหนึ่งใบข้าวตื่นขึ้นมาจากฝันร้าย และฝันนั้นเป็นจริง ครอบครัวของน้องพลอยถูกฆาตกรรมทั้งบ้าน เด็กหญิงที่น่าสงสารหายตัวไปไม่มีใครพบเห็นอีกเลย


เวลาผ่านไปสิบกว่าปี ความฝันบอกเหตุล่วงหน้ากลับมาหาชายหนุ่มอีกครั้ง เขาพยายามทุกวิถีทาง เพื่อที่จะได้ดูแลผู้หญิงที่มีความรู้สึกบางอย่างสื่อถึงกัน เริ่มต้นมันคือความผูกพัน พอนานวันมันเกิดเป็นความรัก ใบข้าวพยายามทุกวิถีทาง เพื่อให้หญิงสาวได้มีโอกาสทวงคืนทุกอย่างกลับมาอีกครั้ง ด้วยตัวเอง แม้ว่าจะต้องคอยเป็นเงาอยู่ด้านหลังก็ตาม 

รายละเอียดหนังสือ
- หนังสือนิยาย ขนาด A5 (14.8 x 21 ซม.) 
- ปก กระดาษอาร์ตการ์ด 260 แกรม พิมพ์ 4 สี 1 ด้าน (ปกหน้าและปกหลัง) พร้อมเคลือบ 
- เนื้อใน กระดาษถนอมสายตา 75 แกรม พิมพ์ขาวดำ 416 หน้า เข้าเล่ม ไสกาว 
- ที่คั่นหนังสือ 
.
ราคา 350 บาท/เล่ม + ค่าจัดส่งแบบลงทะเบียน 50 บาท
.
หมายเหตุ 
.
1. หนังสือน่าจะเสร็จประมาณปลายเดือนกุมภา - เดือน มีนา ต้องถามคิวโรงพิมพ์อีกครั้ง แต่น่าจะไม่เกินนี้ค่ะ
.
2. สามารถโอนเงินได้เลยนะคะ หากว่ายอดถึงกำหนดอาจจะพิมพ์เร็วกว่าเดิม กรอกรายละเอียดแล้วแจ้งหลักฐานการโอนที่ inbox ได้เลยค่ะ หรือโอนเงินก่อนวันที่ 20 มกราคม 61 เพื่อไม่ให้เสียโอกาส เพราะคงอีกนานกว่าจะพิมพ์ซ้ำค่ะ ถ้ายอดสั่งน้อย

สั่งจองหนังสือ

1. แจ้งข้อมูลการจอง ที่นี่เลยค่ะ >>> https://goo.gl/35cfAS

2. inbox มาที่เพจ จันทร์ ธันวา โดยแจ้ง 
- ชื่อ- ที่อยู่ จัดส่ง
- จำนวนเล่มที่ต้องการ
- เบอร์โทรศัพท์ เพื่อติดต่อกลับในกรณีจำเป็นค่ะ


ตัวอย่างปกนะคะ



ขอบคุณมากๆ เลยค่ะ

อ่านอย่างมีความสุขนะคะ ^_^ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 83 ครั้ง

460 ความคิดเห็น

  1. #442 Jellydolphin (@Jellydolphin) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2561 / 17:09
    คุณกายอ่ะบ้า 555
    #442
    0
  2. #268 พี่สุ...จ้า (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 12:08
    สวัสดีปีใหม่ค่ะ ขอให้ไรท์ฯมีความสุขมากๆนะคะ
    #268
    1
    • #268-1 จันทร์ ธันวา (@maii-sakiya) (จากตอนที่ 20)
      4 มกราคม 2561 / 17:49
      สวัสดีปีใหม่ค่ะ มีความสุขมากๆ เช่นกันนะคะ ^___^
      #268-1
  3. #265 สู้ๆไรเตอร์ (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 00:23
    กะแล้วไม่ผิดว่าวันนี้ไรท์อาจอัพ

    ผูกพันธ์กันมานานนะคู่นี้ แล้วท่านเงาดำที่ว่านี้ผูกพันธ์กันในแง่ไหนนะ
    #265
    0
  4. #264 อิงผู้ฆ่าหลาม (@natamonING) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2560 / 13:36
    ต่อบทอาร้ายยยยยยยยยยย
    #264
    0
  5. #263 Fon Proy (@fonproy12) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2560 / 11:49
    โอ้ยๆๆๆเขิน
    #263
    0
  6. #262 พรรณวษา (@NPrittaya) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2560 / 06:46
    โอ๊ยยยยเขินนนน ฮาหนักมาก เป็นนี่จะวิ่งกลับไปเข้าห้องน้ำแล้วไม่ออกมาอีกเลย 555
    #262
    0
  7. #261 Poope Athi (@athiya2527) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2560 / 04:53
    มีความฮาในตัว...
    #261
    0
  8. #260 Oipaka (@Oipaka) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2560 / 00:05
    รอebook ของทั้ง สองเรื่องนะคะ
    #260
    0
  9. #259 สายไหมฤดูหนาว (@kunyanut18) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2560 / 23:00
    คุณกายมาต่อบทเร็ว ๆ นะ เอ้ยไรท์มาต่อเร็วค่ะแฮะ ๆ
    #259
    0