ตอนที่ 2 : ตอนที่ 1 : ตัวตน (50%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6368
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 121 ครั้ง
    5 ส.ค. 61

ตอนที่ 1 : ตัวตน

ห้องทำงานขนาดเล็กในบ้านที่ใช้รับรองแขก มีเอกสารและหนังสือมากมายวางกองอยู่เต็มพื้น และบนโต๊ะทำงาน ตั้งแต่กลับมาอยู่ที่นี่หลังจากฟื้นจนรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลเสร็จ กีรติยายังไม่เคยได้นอนหลับสนิทเลยสักคืน ทุกสิ่งทุกอย่างในสมองของเธอว่างเปล่าราวกับคนเกิดใหม่ มีเพียงแค่การดำรงชีวิตเท่านั้นที่ยังสามารถทำได้ปกติทุกอย่าง เธอจึงแน่ใจว่าความทรงจำที่ขาดหายไปมีเพียงเรื่องของคนและสิ่งแวดล้อม  ซึ่งในเคสความจำเสื่อมส่วนมากที่คุณหมอบอก จะไม่สามารถจำอะไรได้เลยต้องเริ่มต้นใหม่ทั้งหมด

หน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เปิดทิ้งค้างเอาไว้ เป็นภาพจากกล้องวงจรปิดบนถนนในมุมต่างๆ เธอดูมันซ้ำไปซ้ำมาหลายร้อยรอบ แต่ก็ไม่เห็นความผิดปกติใดๆ จากภาพทั้งหมดที่เธอประมวลมาได้ คือรถของเธอวิ่งมาด้วยความเร็ว ซึ่งเป็นปกติของถนนสายนี้ที่มีรถอยู่ไม่มากนัก เหมือนอย่างที่สื่อต่างๆ เอาไปลือกันว่าจริงๆ เธอรอดจากความตายได้เหมือนโกงความตาย ซึ่งหากไม่มีรถอีกคันเสียหลักมาชนรถของที่บ้านให้ตกถนน รถคันที่ต้องชนกับสิบล้อที่ขับแซงมาอย่างบ้าระห่ำตรงๆ ต้องเป็นรถของครอบครัวเธออย่างแน่นอน

แต่สิ่งที่ทำให้เธอดูซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั้งย่อภาพ ขยายภาพ ทุกมุมที่มีเผยแพร่ในอินเตอร์เน็ต คือทำไมรถอีกคันถึงหักมาชนรถของเธอได้ ทั้งๆ ที่ถนนทั้งเส้นว่างเปล่า และทุกครั้งที่ดูภาพเหตุการณ์ หัวใจของเธอจะรู้สึกปวดร้าว ในครั้งแรกเธอก็คิดว่าอาจจะเป็นเพราะว่าเพราะพ่อกับแม่ต้องมาเสียชีวิตในครั้งนี้ แต่นี่เวลาก็ผ่านไปเนิ่นนานแล้ว ทำไมความรู้สึกเจ็บปวด อ้างว้าง จึงไม่หายสักที

รอบตัวของเธอในตอนนี้ เห็นเพียงแต่สีดำของความว่างเปล่า และกว้างไกล ทุกอย่างที่เธออ่าน ทั้งประวัติการทำงาน ซุบซิบดารา สิ่งที่ทำมาทั้งหมดก่อนประสบอุบัติเหตุ ไม่ใกล้เคียงกับสิ่งที่เธอเป็นเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สิ่งที่ได้มาจากการนอนหลับตลอดระยะเวลาเกือบหนึ่งปี คือเธอไม่สามารถเข้าใกล้ผู้ชายได้ หากแค่เดินผ่าน หรือเห็นหน้า ก็ยังไม่มีอาการมากนัก แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่เธอรู้สึกไม่ปลอดภัย อาการหนาวสั่นหวาดกลัวจะปรากฏให้เห็น ช่วงแรกเธอควบคุมไม่ได้เสียสติจนแทบจะเหมือนคนบ้า

เพราะด้วยใบหน้า รูปร่าง ความโด่งดัง ยิ่งทำให้มีคนพยายามเข้ามาหามากมาย หากผู้คนจะเอาเรื่องนี้ไปซุบซิบนินทาว่าเธอเป็นบ้าก็ไม่แปลก กว่าที่จะเริ่มควบคุมมันได้เข้าใจในหลายๆ อย่าง เธอก็ยังต้องไปพบกับคุณหมออยู่สม่ำเสมอ แต่ในโชคร้ายก็ยังพอมีโชคดีหลงเหลืออยู่บ้าง คือเธอไม่เดือดร้อนเรื่องเงิน ทำให้มีเวลาในการค้นหาตัวเอง

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ กีรติยาเหลือบตาไปมองเบอร์ที่โทรเข้ามาเล็กน้อย ก่อนที่จะหยิบมันขึ้นมา

“ค่ะพี่ม่อน”

[ กีร์พี่มีงานถ่ายแบบมาให้หนู งานนี้รับรองว่าหนูทำได้ค่ะ] พี่ม่อน หรือม่อนแจ่ม ผู้จัดการส่วนตัวส่งเสียงวู้ว้าวตื่นเต้นที่ปลายสาย

“พี่ม่อน กีร์บอกแล้วไงคะว่าตอนนี้กีร์ยังไม่รับงาน” หญิงสาวตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไม่แสดงความพอใจ หรือไม่พอใจใดๆ กับงานที่ผู้จัดการส่วนตัวหามาให้

[แหม..น้องกีร์ขา พี่ก็ทำตามหน้าที่แหละค่ะ ตราบใดที่หนูยังไม่เลิกจ้างพี่ พี่ก็จะหางานมาเรื่อยๆเสียงยียวนปนขบขันตอบกลับ พี่ม่อนคือผู้ชายคนเดียวในตอนนี้ ที่กีรติยาสามารถเข้าใกล้พูดคุยได้เป็นปกติ อาจจะเป็นเพราะว่าเธอไม่ใช่รสนิยมของพี่ม่อนก็เป็นได้

“พี่ม่อนไม่ต้องขยันขนาดนั้นก็ได้ค่ะ กีร์ไม่เลิกจ้างพี่ง่ายๆ หรอก” หญิงสาวยิ้มที่ใบหน้า เธอจำวันนั้นได้ดี วันที่เธอตื่นลืมตาขึ้นมาพบกับโลกที่มืดมน ใบหน้าที่เธอเห็นคนแรกคือป้าหวาน และไม่ไกลกันคือพี่ม่อนที่รูปร่างหน้าตา หรือแม้แต่การแต่งตัวเป็นชายแท้ จนทำให้เธอไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วตัวเองผิดปกติ แต่เมื่อคุณหมอผู้ชายเข้ามาดูอาการ เธอก็เกิดคลุ้มคลั่ง ทำให้พี่ม่อนโป๊ะแตกไปด้วย เลยกลายเป็นความลับของทั้งสองคนจนถึงตอนนี้ และก็เป็นพี่ม่อนนี่แหละ ที่คอยดูแลตอนทำกายภาพบำบัด โดยใช้หุ่นแมนๆ คอยอุ้ม พยุงเธอเอาไว้

“น้องกีร์ ถ้าหนูไม่ออกไปไหนเลย ไม่พบเจอคนภายนอกเลย พี่ว่าหนูจะแย่เอานะคะ” น้ำเสียงห่วงใยถูกส่งผ่านมา เขาดูแลกีรติยามาตั้งแต่เริ่มเข้าวงการใหม่ๆ และยังรอเธออยู่แม้ว่าจะหลับไปเป็นปี ผู้หญิงคนนี้อาจจะดูเย่อหยิ่งในสายตาคนอื่น นั่นก็เป็นเพียงแค่เกราะป้องกันตัวเองในเวลานั้น ถึงตอนนี้จะมีความผิดปกติไปบ้าง ก็ยิ่งทำให้ดูน่าเห็นใจจนไม่สามารถทอดทิ้งไปได้

“พี่ม่อนก็รู้ว่ากีร์ไม่สามารถทำงานได้” หญิงสาวถอนหายใจเล็กน้อย ไม่ใช่ว่าเธอทำงานไม่ได้ เพราะงานที่พี่ม่อนเลือกมาให้ตอนนี้ แทบจะสกรีนทีมงานให้เป็นผู้หญิงทั้งหมด ถึงมันจะดูเรื่องมาก แต่การเปิดตัวของ กีรติยา ณรงค์เดชเดชากุล ดาราดาวรุ่งที่หายไปจากอาการป่วยกว่าสามปี มีใครบ้างจะไม่ยอมรับเงื่อนไข แต่เพราะเธอไม่อยากทำจึงได้ปฏิเสธงานทั้งหมด ตราบใดที่เธอไม่มีความทรงจำ ไม่มีความคิด จิตยังว่างโหวงอยู่แบบนี้ เธอก็ไม่อยากจะขยับทำอะไร

[โอเคค่ะ เอาเป็นว่า งานนี้ปฏิเสธไปนะคะ แล้วเดี๋ยวพี่จะหางานใหม่มาให้ทำ] คนที่พยายามก็ยังไม่ละความพยายามไปง่ายๆ

“พี่ม่อน!!” กีร์ส่งเสียงแว้ดขึ้น แต่ในใจก็นึกขบขัน

[ตามนี้แหละครับ ถ้ายังไงเดี๋ยวผมจะติดต่อกลับไป] ปลายสายเปลี่ยนจากเสียงสอง เป็นเสียงหนึ่งอย่างรวดเร็ว จนกีรติยาหลุดหัวเราะออกมา เธอเดาได้เลยว่าคงมีคนอื่นเดินเข้ามาใกล้

“ตามนี้แหละค่ะ คุณพงษกรณ์ ณ. ม่อนแจ่ม” มีรอยยิ้มเล็กน้อยก่อนที่จะวางโทรศัพท์ นี่คงจะเป็นอีกความสุขที่พอจะทำให้เธอยิ้มได้ นอกจากป้าหวานแล้วล่ะ หญิงสาวคิด ก่อนที่จะหันไปมองที่ภาพบนจอคอมพิวเตอร์ ยังดีที่เธอเป็นคนมีชื่อเสียง ข่าวคราวต่างๆ จึงยังพอมีอยู่บ้าง

 

ภายในสนามบินบริเวณผู้โดยสารขาเข้า ร่างสูงใหญ่ในเสื้อเชิ้ตสีดำปลดกระดุมโชว์แผงอกเล็กน้อย ดวงตาเคร่งขรึม ดุดัน ดูไม่สนใจโลก ตัวเปล่าไม่มีกระเป๋าเดินทาง กำลังเดินมาหาผู้ชายอีกคนที่มารับ ยิ้มแย้มอารมณ์ดี หยอกเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ อายุไม่เกินสามขวบในอ้อมแขน ราวกับว่าโลกทั้งใบมีกันอยู่แค่สองคนเท่านั้น

“นี่แกจะไม่ปล่อยให้ลูกเดินมั่งหรือไง” คนที่เดินมาถึงทักเพื่อนอย่างนึกหมั่นไส้ในความเห่อ ที่ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ไม่ยอมหาย

“ปิดหูไว้อย่าไปฟังนะคะ คุณอาคนนี้น้องลูกแพรอย่าเข้าใกล้ รักคุณพ่อคนเดียวก็พอ” คนเห่อลูกเอ่ยขึ้น พร้อมหอมแก้มกลมๆ จนเด็กตัวน้อยต้องหลับตาปี๋

“ดูสอนลูก แล้วแกมาทำไม” คนถามได้แต่ส่ายหน้า

“ก็มาดูว่าแกเป็นยังไงบ้าง ไปญี่ปุ่นตั้งหลายเดือน ถ้ารอให้แกมาหาน้องลูกแพรก็โตก่อนพอดี”

“ก็ไม่เห็นมีอะไร ฉันแค่ไปจัดการงานนิดหน่อย แล้วคงมาหาอะไรทำที่นี่เลย” เสียงตอบกลับเรียบเฉย

“แวะไปที่วังก่อนนะ แม่บัวบ่นคิดถึงจะแย่ นี่ก็เตรียมอาหารไว้ตั้งแต่เช้า”

“อืม...” คนตอบมองดูเพื่อนที่กำลังจัดแจงพาลูกสาวสุดที่รักนั่งคาร์ซีททางด้านหลัง รถสปอร์ตสุดหรูถูกเปลี่ยนเป็นรถครอบครัว ตอนนี้แม้แต่คนขับรถก็ยังไม่ยอมเรียกใช้ เพราะไม่ไว้ใจให้ใครขับนอกจากตัวเอง

“แล้วพ่อแกไม่ว่าอะไรเหรอ ที่ไม่ยอมสืบทอดกิจการที่บ้าน”

“ไม่เห็นว่าอะไรเลย ฉันบอกว่าจะมาเปิดบริษัทเล็กๆ ที่นี่ ให้ส่งคนมาให้ ก็ไม่เห็นพูดอะไรต่อ”

“แล้วแกจะเปิดรึเปล่า เพราะทั้งสนามแข่ง กับผับแกก็ยังไม่ยอมทำต่อ” เพื่อนสนิทเอ่ยขึ้น ตั้งแต่เหตุการณ์เมื่อสามปีก่อน คนด้านข้างเขาก็ไม่ยอมทำอะไรอีกเลย แม้แต่การแข่งรถที่รักนักรักหนาก็ทิ้งไม่ใยดี บอกแค่ว่าใบตองเคยขอเอาไว้หลายๆ อย่าง กลัวจะเป็นอันตราย

“ไม่รู้สิ...” คำตอบสั้นๆ ง่ายๆ ถูกส่งกลับมา

“กาย...” ใบข้าวกำลังจะเอ่ยบางอย่าง แต่แล้วก็เปลี่ยนความคิด เพราะกว่าเพื่อนสนิทของเขาจะเลิกโทษตัวเอง ยอมคุยกับคนอื่น ก็ใช้เวลานานมาก  

“มีอะไร”

“ไม่มีอะไรหรอก ฉันลืมไปแล้ว” ใบข้าวหันไปยิ้มให้ ก่อนที่กายจะหันออกไปด้านนอกมองเหม่อไปตามถนน

หลังจากเหตุการณ์อุบัติเหตุผ่านไปราวๆ หนึ่งปี ใบข้าวก็สัมผัสได้ถึงความรู้สึกของใบตองน้องสาวที่เสียชีวิตไปแล้วอย่างไม่น่าเชื่อ เรื่องนี้เขาเองก็ยังไม่เคยเล่าให้ใครฟัง แม้แต่คนในครอบครัว เพราะทุกคนล้วนเดินผ่านความทุกข์ใจมาอย่างยากลำบาก หากเขาพูดออกไป มันก็เหมือนเป็นการให้ความหวังอีกครั้ง ทั้งที่ไม่มีทางเป็นไปได้ ภาพที่กายเห็นกับตายิ่งย้ำชัดถึงความสูญเสีย

 

รถเต่าสีฟ้าสภาพภายนอกไม่ค่อยน่าดูนัก แต่เครื่องยนต์ใช้งานได้เป็นอย่างดี เพราะถูกเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด จอดนิ่งอยู่ใต้ต้นไม้ท่ามกลางความมืด กีรติยานั่งเงียบเชียบอยู่ภายใน มองลงไปที่ด้านล่างซึ่งเป็นสนามแข่งรถ จากเนินถนนที่อยู่สูงกว่า มีอยู่สองที่ที่เธอมักขับรถไปนั่งดูเป็นเวลานานๆ ทุกครั้งหลังจากที่กลับจากคลินิกเที่ยงคืน ที่เธอนัดจิตแพทย์เป็นการส่วนตัว นั่นคือสนามแข่งรถ และผับใจกลางเมือง เธอมาอยู่ที่นี่โดยไม่มีเหตุผล แต่ที่ๆ มักจะอยู่เป็นเวลานานคือสถานที่แห่งนี้ เพราะคนไม่พลุกพล่านมากเกินไป

ดวงตาคมภายใต้แว่นสายตากรอบหนา มองตามไฟของรถแข่งที่ขับกันรวดเร็ว ใบหน้าไม่ได้มีความรู้สึกชอบ หรือไม่ชอบแต่อย่างใด เธอเพียงมองมันอยู่แบบนั้นด้วยความว่างเปล่า ในครั้งแรกที่มาถึง เธอหวังว่าจะได้อะไรจากมันบ้าง แต่ก็ไม่มี

“คุณกีร์ วันนี้เป็นอย่างไรบ้างคะ” เสียงจิตแพทย์ที่ดูแลเธอเอ่ยขึ้น

“ก็ยังเหมือนเดิมค่ะ กีร์ไม่ได้รู้สึกแย่ แค่รู้สึกว่างเปล่า”

“แล้วเรื่องกลัวเพศตรงข้ามล่ะคะ” คุณหมอสอบถามเรื่องทั่วไปก่อนที่จะพิจารณาวิธีรักษาใหม่ๆ เช่นทุกครั้ง ซึ่งเธอก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

“ตอนนี้พอเข้าใจอะไรมากขึ้น ก็ดีขึ้นมาบ้างค่ะ”

“เข้าใจในลักษณะไหนคะ”

“กีร์จะรู้สึกกลัว หรือไม่สบายใจเฉพาะเวลาที่ต้องเจอตรงๆ พูดคุยด้วย หรือใกล้ชิดค่ะ แต่ถ้าเป็นแบบพี่ม่อนก็ไม่มีปัญหา” ใบหน้าของกีรติยามีรอยยิ้มเล็กน้อย

“คุณกีร์รู้สึกเหงาหรือเปล่าคะ” จากการรักษาหญิงสาวมายาวนาน คำถามของผู้เป็นแพทย์ ก็เริ่มมีความรู้สึกส่วนตัวมาเกี่ยวข้อง เธอเห็นวันที่ผู้หญิงคนนี้ฟื้น แขนและขาทั้งสองข้างแทบจะใช้งานไม่ได้จากการผ่าตัด และการนอนเป็นระยะเวลายาวนาน ทุกครั้งที่ต้องกายภาพบำบัด มันมีความเจ็บปวดราวกับตกนรกที่ไม่สามารถบอกออกมาเป็นคำพูดได้ แต่ด้วยความใจสู้ ทำให้คนที่ถูกวินิจฉัยว่าต้องนอนติดเตียงไปตลอดชีวิต ลุกขึ้นมาได้อีกครั้ง เธอจึงไม่อยากให้คุณกีร์ยอมแพ้ ไม่ว่าเรื่องใดก็ตามที่ต้องเจอ

“กีร์ไม่เป็นไรค่ะคุณหมอ หมดเวลาแล้ว เจอกันครั้งหน้านะคะ” มีรอยยิ้มบางๆ ผุดขึ้นอีกครั้ง มีเรื่องราวมากมายภายในใจที่เธอไม่สามารถบอกกับใครได้ เพราะถึงเธอบอกออกไปก็คงไม่มีใครเข้าใจถึงความว่างเปล่านั้น หลายครั้งที่เธออยากนอนอยู่นิ่งๆ ไม่ขยับตัวไปไหน เพราะเธอไม่เข้าใจว่าจริงๆ แล้วคำตอบของคำถามมากมายคืออะไร  

หญิงสาวหลับตาลงอีกครั้ง เมื่อนึกถึงเรื่องที่เธอเพิ่งไปคุยกับคุณหมอก่อนมาที่นี่ นั่นสินะ คำตอบของคำถามคืออะไร กีร์ยิ้มให้กับตัวเอง พร้อมส่ายหน้าเบาๆ เตรียมตัวสตาร์ทรถเพื่อกลับบ้าน

มีแสงไฟจากหน้ารถของถนนฝั่งตรงข้าม กำลังหมุนมาตามโค้งของเนินที่รถเธอจอดอยู่ ภาพของแสงราวกับถูกทำให้ช้าลง จนเมื่อมันค่อยๆ สาดเข้ามากระทบบนใบหน้าของเธอที่มองจ้องอยู่ ความอุ่นวาบก็ประทับเข้ามาภายในหัวใจ ทำให้คนที่นั่งนิ่งกุมบนหน้าอกตัวเอง มันกำลังสั่นไหวเพราะความรู้สึกใหม่ที่ไม่เคยรู้จัก


                                             °·.¸.·°●°·.¸.·°●°·.¸.-> (50%) <-.¸.·°●°·.¸.·°●°·.¸.·°

 

อาจจะไม่ค่อยมีเวลาได้ตอบ comment นะคะ เพราะงานเค้าแน่นมาก แต่จะพยายามอัพให้สม่ำเสมอแทนคำขอบคุณค่ะ  

ถึงแม้ไม่ได้ตอบ แต่อ่านทุกคอมเมนท์เลยนะเออ เพราะมันคือแหล่งพลังงานของเค้าเอง เย้ๆๆๆ  \(^O^ )/ 


อ่านอย่างมีความสุขนะคะ ^_^

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 121 ครั้ง

460 ความคิดเห็น

  1. #122 เหงาอยู่ตัว (@nartnong22) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2560 / 23:33
    ที่วางค้างอยู่ - ที่เปิดค้างอยู่
    หากภายนอก - หากผู้คน
    เธอก็ยังไปพบ - เธอก็ยังต้องไปพบ
    ตอนกายภาพบำบัด - ตอนทำกายภาพ...
    กีร์ไม่ได้รู้แย่ - กีร์ไม่ได้รู้สึกแย่
    ประทับเข้าภายในหัวใจ - ประทับเข้ามาภายใน...
    #122
    0
  2. #103 สู้ๆไรเตอร์ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2560 / 05:48
    นิยายไรท์เดาทางไม่ง่ายเลย 555
    #103
    0
  3. #38 Yakizoba2541 (@Yakizoba2541) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2560 / 05:31
    ว่าแล้วว่ารถตอนที่ใบตองหักหลบเด็กแล้วชนเข้าไหลทางต้องเป็นรถของกีร์แน่ๆเลย เพราะรู้สึกว่าทำไมต้องมีรถคันนั้นเข้ามาอยู่ในเหตุการณ์ด้วย #รถที่มาบนเนินเขาวันนี้ของใครกันน้าาา ใบข้าวรึเปล่า เพราะรู้สึกถึงน้องสาวด้วยนี่นา
    #38
    0
  4. #37 Fatim Timm Bueraheng (@fatimtimm) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2560 / 04:53
    ถึงจะพอเริ่มเดาได้จากตอนตัดค้างจากเรื่องของใบข้าว ว่าเกิดอะไรขึ้นกับใบตอง แต่พอได้อ่านถึงบรรทัดที่รู้ว่าใบตองเสียชีวิตจริงๆ รู้สึกปวดหัวใจจังเลยค่ะ ใบตอง กาย ผูกพันกันมา รักและดูแลกันมาตลอด สงสารกาย
    ความรู้สึกสูญเสียมันหนักมากจนบางครั้งเกินรับไหว ต่อให้ใบตองไม่กลับมา ขอให้ในร่างกีร์คือใบตองเถอะ อย่างน้อยยังคงเหลือความรู้เดิมๆคอยเยียวยากายบ้าง
    ปล.ไรต์เก่งมากกกก ทำรีดอย่างเราอินหนักมากเช่นกันค่ะ 5555
    อินตามมาจากใบข้าว ช็อคอย่างแรง
    #37
    0
  5. #36 sudapornw (@sudapornw) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2560 / 00:29
    น่าค้นหา และน่าติดจามมาก
    #36
    0
  6. #35 sboontita (@boontita-sb) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2560 / 21:05
    ซับซ้อนมากๆ
    #35
    0
  7. #34 jitrapornprasit (@jitrapornprasit) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2560 / 20:04
    เป็นกำลังใจให้นะค่ะ อ่านแล้วรู้สึกเจ็บปวดเหมือนกับใบตองและกาย แต่อบอุ่นในหัวใจ....รออ่านทุกวันค่ะ
    #34
    0
  8. #33 Pompom06 (@Pompom06) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2560 / 18:26
    จนกว่าจะพบกันอีกเริ่มแล้วสินะขอบคุณคร้า
    #33
    0
  9. #32 Rockin Heaven (@nawam) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2560 / 18:17
    รอมาต่อนะคะ :)
    #32
    0
  10. #31 Getthip Hannarong (@getthip) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2560 / 18:12
    เป็นกำลังใจให้นะคะ รักษาสุขภาพด้วย ขอบคุณที่กลับมาเขียนอีกครั้ง นิยายของคุณดีทุกเรื่องเลยค่ะ
    #31
    0
  11. #30 Khumingcool (@Khumingcool) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2560 / 18:06
    มาแล้วๆ
    #30
    0
  12. #29 Poope Athi (@athiya2527) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2560 / 17:54
    เป็นอะไรแบบว่า.... ไรต์ใจร้ายย..
    #29
    0
  13. #28 panadda (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2560 / 17:54
    โอ้ เริ่มก็เศร้าแล้วใบตองเสียชีวิต แต้ก็คิดเหมือนเพื่อนๆค่ะน้องกีร์ใช่ไหมค่ะ สนุกค่ะ
    #28
    0
  14. #27 junewin (@junewin) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2560 / 17:44
    เริ่มก็น่าติดตามแล้ว
    #27
    0
  15. #25 Chariyaiem (@Chariyaiem) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2560 / 17:25
    เป็นอะไรที่สะเทือนใจที่สุดเลย
    #25
    0
  16. #24 Nang-Praew (@Nang-Praew) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2560 / 17:20
    ใบตองงงง มาอยู่ในร่างของกีร์ใช่มั๊ยคะ???
    #24
    1
    • #24-1 Nang-Praew (@Nang-Praew) (จากตอนที่ 2)
      5 ตุลาคม 2560 / 17:22
      หรือทุกคนเข้าใจผิด ว่าใบตองคือกีร์???
      #24-1
  17. #23 puengmim (@b-goong) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2560 / 17:17
    ใบตองยังคู่กับพี่กายอยู่ใช่มั้ยอ่ะ สงสารพี่กาย ฮืออออออออ
    #23
    0