ตอนที่ 19 : ตอนที่ 9 : ความเจ็บปวด (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4463
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 87 ครั้ง
    16 ธ.ค. 60


กีรติยามองแผ่นหลังที่บอบบาง แต่หากเหยียดตรงด้วยความรู้สึกอบอุ่นในหัวใจ แม้เธอจะเพิ่งเคยมาที่นี่ครั้งแรก แต่ความสวยงามกว้างใหญ่ของวังขาว ไม่ได้ทำให้รู้สึกตื่นตาตื่นใจแต่อย่างใด เธอเดินไปตามทางที่ทอดยาวด้วยความรู้สึกคุ้นเคย ห้องครัวของที่นี่ ไม่ได้อยู่ภายในตัวบ้านเช่นที่อื่น มันถูกสร้างแยกออกมาเพื่อให้เป็นสัดเป็นส่วน

เมื่อก้าวเข้ามาภายในของห้องกว้าง เครื่องครัวทุกชิ้นที่นี่มีทั้งแบบที่คุ้นตาพบเห็นได้ในครัวขนาดใหญ่ทั่วไป และบางชิ้นพบเห็นได้น้อยมากในสมัยปัจจุบัน เช่นเตาไฟโบราณซึ่งถูกจัดตั้งอยู่อีกมุมหนึ่ง เครื่องโม่แป้งหินแบบโบราณที่วางอยู่บนแคร่ไม้สักขนาดใหญ่ ห้องครัวทางด้านซ้ายและขวาถูกตกแต่งเอาไว้ราวกับอยู่คนละยุคสมัย เพียงแค่มอง กีรติยายังรู้สึกได้ถึงกลิ่นอาหาร และควันไฟจากเตาถ่าน

“น้องกีร์ทำอาหารเป็นหรือไม่ลูก” แม่บัวเอ่ยขึ้นพร้อมสัมผัสเบาที่แขนของหญิงสาว

“กีร์ก็ไม่ทราบเหมือนกันคะ ตั้งแต่หายป่วยกีร์ก็ยังไม่เคยได้ลองทำอาหารเลย” คนพูดก้มหน้าเล็กน้อยอย่างรู้สึกผิด ไม่รู้มีสาเหตุ แต่อาจจะเป็นเพราะ เธอไม่อยากให้ผู้หญิงตรงหน้ารู้สึกผิดหวังในตัวเธอ

“น้องกีร์ป่วยเป็นอันใด คุณแม่ถามได้หรอไม่” ไม่มีความผิดหวังในสายตาของคนถาม มีเพียงความห่วงใยเท่านั้นที่ถูกถ่ายทอดออกมา เธอไม่รู้ว่าทำไมกายถึงพากีรติยามาที่นี่ และไม่รู้ว่ามีสิ่งใดที่จะแปลกประหลาดตามที่กายบอก รู้เพียงแต่ว่า เมื่อได้เห็นผู้หญิงคนนี้ครั้งแรก บางอย่างที่เคยหมองมัวในความรู้สึกมันเลือนหายไป

“กีร์ประสบอุบัติเหตุค่ะ นอนไม่ได้สติอยู่หนึ่งปี พอฟื้นมาก็จำอะไรไม่ได้เลย แต่แม่บัวไม่ต้องห่วงนะคะ กีร์สบายมาก” รอยยิ้มกว้างสดใสราวกับเด็กเล็กๆ ถูกส่งกลับมา

“วันนี้แม่บัวจะทำอะไรให้คุณกายทานคะ ให้กีร์ช่วยนะคะ” หญิงสาวเปลี่ยนเรื่องทันที เมื่อเธอรู้ตัวว่าได้นำความทุกข์ของตัวเองมาให้กับผู้หญิงแสนดีตรงหน้า

“คุณแม่ว่าจักทำน้ำพริก แลอาหารอีกสักสองสามอย่าง มิรู้ว่าวันนี้พี่กายเป็นอันใด ถึงนึกอยากผักแกะสลัก ปกติคุณแม่เห็นเพียงเขี่ยออกไว้ข้างจาน” แม่บัวมองไปที่หญิงสาว พร้อมหรี่ตาเล็กน้อย น่าประหลาดมากที่กีรติยาไม่สนใจประโยคโบราณผิดแปลกที่แม่บัวจัดเต็มให้เมื่อสักครู่ มาอยู่ยุคปัจจุบันนานเข้า คำพูดของเธอก็เริ่มผันแปรไปตามเวลา ปกติใครได้ยินครั้งแรกต้องมีสีหน้าสงสัย แต่ไม่ใช่ใบหน้าเป็นธรรมชาติเหมือนหญิงสาวเช่นนี้

“ถ้าอย่างนั้นกีร์เตรียมผักให้นะคะ” พูดจบ ร่างสูงบางก็เดินตัวปลิวเข้าไปในครัว เปิดตู้เย็นขนาดใหญ่ที่เอาไว้สำหรับใส่ผัก ใบหน้าครุ่นคิดถึงผักแต่ละชนิดที่ต้องใช้ เมื่อได้ครบ เธอก็เดินเปิดลิ้นชักที่มีนับสิบ สำหรับแยกใส่ของตามประเภท เพื่อเอามีดแกะสลักขนาดเล็กออกมา และมีดที่เธอเลือกจากมีดที่เรียงอยู่มากมาย คือมีดที่อยู่ในกล่องสวยงาม

มือของคุณบัวเริ่มสั่นเล็กน้อย ดวงตายังจับจ้องการกระทำที่เป็นธรรมชาติของหญิงสาวไม่วางตา ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันเพื่อเก็บกลั้นความรู้สึกบางอย่าง เธอกำลังมีความหวัง แต่ก็กลัวที่จะหวัง

“ขอโทษค่ะที่กีร์วุ่นวายไปหน่อย” กีรติยาเอ่ยขึ้นเมื่อเธอเห็นเจ้าของบ้านมองไม่วางตา ขณะที่เธอเองก็วุ่นวายกับข้าวของไม่เกรงใจ

“มิเป็นไรเลยลูก คุณแม่เพียงเห็นว่าน้องกีร์แคล่วคล่องว่องไว น่าจักเป็นงานครัว” คุณบัวยิ้มละมุนให้หญิงสาว

“จริงด้วยค่ะ” กีรติยามองไปยังสิ่งของที่ตนเองเตรียมไว้เต็มแคร่ไม้สักใหญ่ แล้วยิ้มออกมาอย่างภูมิใจ

“ถ้าเช่นนั้น คุณแม่มอบหมายหน้าที่แกะสลักให้น้องกีร์เลยนะคะ จากการเลือกมีด คุณแม่ว่าน้องกีร์ต้องเป็นงานสลักโดยมิต้องสงสัย” คุณบัวมองหญิงสาวตื่นเต้นกับความสามารถใหม่ที่เพิ่งได้ทราบ แล้วมีรอยยิ้มที่มุมปาก ดีใจกับความสามารถเรื่องการทำอาหาร แต่กลับไม่เอะใจเรื่องการรู้ว่าข้าวของอยู่ที่ใด ช่างเป็นเด็กน่าเอ็นดูเสียนี่กระไร

เมื่อกีรติยาได้รับมอบหมายงานสำคัญ สีหน้าก็เปลี่ยนไปเป็นตั้งใจเต็มที่ แล้วก็เปลี่ยนเป็นมึนงงสงสัยสลับกันไป จนคนที่แอบมองอยู่ต้องคอยลุ้นตามไปด้วย ว่าเมื่อไหร่มือเรียวบางจะจับผักที่เตรียมเอาไว้แกะสลักเสียที วันนี้คุณบัวไม่ได้เรียกบ่าวรับใช้มาช่วยงาน เพราะเห็นว่าเป็นเพียงสำรับง่ายๆ ยิ่งมีบางอย่างที่อยากคอยสังเกตโดยลำพัง ยิ่งไม่ต้องการให้ใครเข้ามาเห็น

ในขณะที่ลูกมือไม่ลงมีดเสียที ทางคุณบัวก็ทำสำรับรออย่างใจเย็นไม่เร่งรีบ ไม่สอบถามใดๆ ปล่อยให้คนที่นั่งจ้องผักมีสมาธิ แต่ก็คอยจับสังเกตอยู่ไม่ให้หลุดรอดสายตา กว่าที่กีรติยาจะเอื้อมมือไปหยิบ ก็ใช้เวลานานพอสมควร แต่ที่น่าประหลาดใจ คือเพียงแค่สัมผัสฟักทองลูกขนาดย่อม ดวงตาของหญิงสาวก็เปลี่ยนไปทันที จนคุณบัวที่คอยลุ้นอยู่ แทบจะหยุดหายใจ

นิ้วมือเรียวสวยเริ่มขยับอย่างเชื่องช้า เพื่อสัมผัสรายละเอียดของสิ่งที่อยู่ในมือ ขณะที่มืออีกข้างเอื้อมไปหยิบมีดแกะสลักที่เตรียมเอาไว้ เพียงแค่ปลายมีดเริ่มทำงาน ก็ทำให้คนที่จ้องอยู่ต้องหันมามองอย่างตั้งใจ ดวงตาที่เคยเอ็นดูเมื่อสักครู่แปรเปลี่ยนเป็นจับจ้องทุกรายละเอียด

ปลายมีดที่เคยขยับช้าๆ เปลี่ยนเป็นเร็วขึ้นไม่ติดขัด มีจังหวะสม่ำเสมอพลิ้วไหว หากไม่ใช่คนที่เคยฝึกฝนมาอย่างยาวนาน ไม่มีทางเลยที่จะสามารถใช้ข้อมือได้ดีเช่นนี้ แต่ที่ทำให้คุณบัวยืนนิ่งค้าง ดวงตาสั่นไหวจนเริ่มมองภาพไม่ชัดเจนเช่นเดิม คือภาพผู้หญิงที่เห็นตรงหน้า ตอนนี้เป็นภาพซ้อนของลูกสาวอันเป็นที่รักของเธอ ไม่ว่าจะการนั่งพับเพียบ องศาการเอียงตัว มือที่จับมีดแกะสลักขยับคล่องแคล่วราวกับเป็นอวัยวะส่วนหนึ่งของร่างกาย แม้แต่นิ้วก้อยที่คอยพยุงมือเอาไว้ไม่ให้สั่นไหวยังมีตำแหน่งการขยับเหมือนกัน ทุกๆ อย่างคือใบตองไม่มีผิดเพี้ยน

 “แม่บัวคะ พอจะเป็นถ้วยน้ำพริกได้หรือเปล่าคะ” กีรติยาเงยหน้าขึ้นจากฟังทอง ที่ตอนนี้ถูกสลักเสลาสวยงามเป็นถ้วยใส่น้ำพริก ทุกกลีบเด่นชัดแข็งอ่อน พลิ้วไหว

คนที่เพิ่งรู้สึกตัว เอื้อมมือสั่นเทาไปหาถ้วยน้ำพริกฟักทองที่สลักเสลาเสร็จแล้ว เพียงแค่คุณบัวพลิกถ้วยเพื่อดูใต้ฐาน น้ำตาที่พยายามกักเก็บเอาไว้เนิ่นนาน ก็รินไหลออกมาราวกับความหวังและความฝันที่เก็บเอาไว้ในหัวใจ ได้ถูกเติมเต็มจนไม่มีอะไรค้างคาอีกต่อไป

“แม่บัวเป็นอะไรหรือเปล่าคะ” กีรติยาโถมตัวเข้าไปหาร่างบอบบางที่กำลังทรุดตัวอย่างรวดเร็ว กอดเอาไว้แน่นด้วยความตกใจทำตัวไม่ถูก

คุณบัวเชื่อเต็มหัวใจแล้วว่ากีรติยาคือใบตองโดยไม่ต้องสงสัย ทุกรายละเอียด ทุกสิ่งทุกอย่างที่แสดงออกมา ไม่ใช่แค่เหมือนกัน แต่จิตวิญญาณของคนทั้งคู่คือคนเดียวกัน สัญลักษณ์ดอกบัวแย้มกลีบที่ใต้ฐานถ้วยสลัก เป็นสิ่งที่ใบตองออกแบบเพื่อเป็นเครื่องหมายแสดงความรัก ระหว่างใบตองและเธอผู้เป็นครู ซึ่งเป็นสิ่งที่คนนอกไม่เคยรับรู้ ใบตองมีฝีมือเรื่องนี้อย่างมากก็จริง แต่ก็ไม่สามารถไปแสดงที่ไหนได้ เพราะโรคกรรมที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด แต่นั้นก็ยังน้อยกว่าความเกียจคร้านของลูกสาวตัวดีของเธอ  

มือของคุณบัวยกขึ้นสัมผัสที่แก้มของหญิงสาว ลูบไปมาอยู่เช่นนั้นไม่มีคำพูดใดจะกล่าว แม้ว่าดีใจสักเพียงไหน แต่สิ่งที่กายบอกเอาไว้ก่อนหน้านี้ต้องเป็นเรื่องสำคัญอย่างมาก ไม่เช่นนั้น คนที่รักใบตองยิ่งกว่าชีวิต เศร้าโศกจนไม่สามารถทำอะไรได้ คงไม่ห้ามเธอเอ่ยถึงเรื่องที่น่ายินดีนี้ คุณบัวหลับตาลงพร้อมสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด เพื่อเรียกสติที่หลงเหลืออยู่เพียงน้อยนิดให้กลับมา

 “คุณแม่มิเป็นอันใด เพียงแค่น้องกีร์ทำให้คุณแม่คิดถึงลูกสาวที่เสียชีวิตไป” คุณบัวยังคงลูบใบหน้าของหญิงสาวแผ่วเบา

“กีร์ขอโทษนะคะ” ถึงอยากจะถามมากว่าลูกสาวของแม่บัวเสียชีวิตเพราะอะไร แต่กีรติยาก็กลัวเกินกว่าจะกล้าถาม จึงทำได้เพียงขอโทษที่ทำให้แม่บัวนึกถึงเรื่องที่น่าเศร้าขนาดนี้

“น้องกีร์มิได้ทำอันใดผิดเลยลูก คุณแม่ดีใจที่น้องกีร์มาที่แห่งนี้ ดีใจที่เราได้เจอกัน” คุณบัวมองใบหน้าของหญิงสาวพร้อมน้ำตาที่ตอนนี้เริ่มหยุดแล้ว เหลือเพียงร่องรอยเล็กน้อยเท่านั้น ที่กีรติยาพยายามเช็ดออกให้

“กีร์ดีใจค่ะที่แม่บัวเอ็นดู เพราะกีร์อยู่คนเดียวมานานแล้ว ตั้งแต่พ่อและแม่เสียชีวิต” กีรติยาตอบกลับ ขณะที่มือทั้งสองข้างบีบกันเอาไว้แน่น เธอดีใจมากจริงๆ ที่แม่บัวเมตตา แต่ก็ไม่กล้าเรียกร้องอะไรไปมากกว่านั้น เพียงแค่ได้รับรู้ถึงความเป็นครอบครัวที่เธอไม่เคยสัมผัส ก็ดีมากจนไม่กล้าหวังอะไรอีกแล้ว

“น้องกีร์มาเป็นลูกสาวของคุณแม่อีกคนได้หรือไม่” คำถามที่ไม่คิดว่าชีวิตนี้จะมีโอกาสได้ยิน ดังออกมาจากปากผู้หญิงที่เมตตาอารีขนาดนี้ มันเกินกว่าที่กีรติยาคาดหวังเอาไว้มาก โอกาสแบบนี้ ต่อให้เธอทำบุญมากขนาดไหน ก็อาจจะไม่มีทางเป็นไปได้ ดีเหลือเกินที่เธอมาเจอกับคุณกาย เขาคือแสงสว่างของเธอจริงๆ

“ได้จริงๆ เหรอคะแม่บัว” เรื่องแบบนี้มันอาจจะเป็นเรื่องเล็กน้อยสำหรับคนอื่น แต่ไม่ใช่สำหรับกีรติยาเลย คำพูดของแม่บัวราวกับเป็นเสียงสวรรค์ เธอรู้สึกเหมือนกับแม่บัวคือแม่แท้ๆ ที่ผูกพันมากกว่าพ่อและแม่ของเธอเสียอีก

ไม่มีเสียงใดเอื้อนเอ่ยออกมา มีเพียงอ้อมแขนที่อบอุ่นโอบกอดเธอเอาไว้แน่น

 

รถสปอร์ตสีดำคันหรูแล่นเข้ามาภายในคฤหาสน์เก่ามอซอ ที่ไม่ได้รับการดูแลจากเจ้าของ ด้านข้างคนขับเป็นหญิงสาวเจ้าของที่แห่งนี้ และยังคงยิ้มสติล่องลอยไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ตั้งแต่ออกมาจากวังขาว บรรยากาศการทานอาหารร่วมกัน พูดคุยหยอกล้อราวกับว่ารู้จักกันมายาวนาน ทำให้กีรติยามีความสุขจนแทบจะลืมสิ่งรอบตัวไปหมด มันเหมือนฝันที่เธอเคยวาดเอาไว้

“ดีใจมากเลยเหรอ” เสียงของคนด้านข้างเอ่ยถามไม่ดังนัก

“มากที่สุดเลยค่ะ กีร์ไม่กล้าแม้แต่ฝันว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นมาได้” รอยยิ้มของคนตอบ ทำให้รอบตัวที่มืดมิดสามารถส่องแสงสว่างให้กับคนด้านข้างได้มากมาย จนไม่อาจเอ่ยได้ ถึงแม้ว่าจะอยู่ภายใต้ใบหน้าที่นิ่งเฉยก็ตาม

“เอาล่ะ เข้าบ้านได้แล้ว พรุ่งนี้ฉันจะมารับไปทำงาน ห้ามนอนดึกมัวแต่ฝันหวานจนตื่นไม่ทัน”

“คุณกาย กีร์ขอถามอะไรได้หรือเปล่าคะ”

“มีอะไร”

“คุณกายสนิทกับวังขาวมากหรือเปล่าคะ” กีรติยาหลบตาเล็กน้อย เธอคาดหวังว่าคุณกายจะพาเธอไปหาแม่บัว คุณพ่อ และพี่ข้าวบ่อยๆ ยิ่งกับพี่พราวและหลานสาวตัวน้อยน่าหมั่นเขี้ยว ยิ่งทำให้อยากเจอ

“สนิทมาก จนเหมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน” กายถอนหายใจเล็กน้อย เรื่องบางเรื่องมันอาจจะถึงเวลาของมันแล้ว ได้อย่างก็ต้องเสียอย่าง หากต้องการปิดบังเรื่องหนึ่ง ก็จำเป็นที่จะต้องเปิดเผยอีกเรื่องเป็นการแลกเปลี่ยน ตอนนี้เขาและกีรติยายังไม่ลึกซึ้งกันมาก เป็นเวลาที่ต้องให้หญิงสาวรับรู้ความจริงบางอย่าง ก่อนที่จะเดินหน้าต่อไป

“ใบตองลูกสาวคนเดียวของวังขาวที่เสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุ คือภรรยาฉันเอง” ดวงตาคมจับจ้องดูความเปลี่ยนแปลงบนใบหน้าของหญิงสาว มันเป็นอย่างที่คาดเอาไว้จริงๆ มีความตกใจที่ปิดไม่มิดอยู่ในแววตา นี่เพียงแค่เรื่องเล็กๆ ที่เขาพาผู้หญิงคนใหม่ไปเหยียบถึงบ้านของภรรยาเท่านั้น ถ้ากีรติยารู้ถึงสาเหตุการตายของใบตอง เธอจะเป็นอย่างไรบ้าง หากคิดว่าตัวเองเป็นสาเหตุทำให้ลูกสาวของแม่บัว คนที่เพิ่งตกลงเป็นแม่ลูกกันเสียชีวิต

“แล้วคุณกายพากีร์เข้าไป แม่บัวจะไม่เข้าใจผิดเหรอคะ” มีความหวาดวิตกกังวลในน้ำเสียง ตอนนี้เธอไม่ห่วงแล้วว่าผู้ชายตรงหน้าจะต้องอยู่เคียงข้างเธอหรือไม่ สิ่งที่กลัวมากที่สุดตอนนี้คือกลัวแม่บัวของเธอจะเกลียดมากกว่า

“ถ้าเข้าใจผิดคงไม่ขอเธอเป็นลูกหรอก”

“คุณกายแน่ใจนะคะว่าแม่บัวจะไม่โกรธที่กีร์เข้าไป แม่บัวอาจจะเข้าใจผิดว่ากีร์ไปแย่งลูกเขยของท่านก็ได้ กีร์จะทำยังไงดีคะ” ท่าทางร้อนรนของกีรติยาทำให้กายต้องถอนหายใจออกมา พร้อมดึงแขนของหญิงสาวเข้ามาใกล้ เพียงชั่ววินาที ริมฝีปากชองชายหนุ่มก็แนบชิดกับริมฝีปากบางของคนที่ยังอยู่ในอาการร้อนรน

ความอบอุ่นที่มาอย่างรวดเร็ว ทำให้กีรติยานิ่งค้างไปชั่วขณะ แต่เพียงไม่นานร่างกายก็เกิดอาการตอบสนองอัตโนมัติ มือของเธอยกขึ้นกอดที่ลำคอของชายหนุ่มแน่นจนแทบจะเป็นคนๆ เดียวกัน ภายในริมฝีปากกำลังโต้ตอบกันอย่างเป็นจังหวะสลับไปมาราวกับคุ้นเคยมานาน ความกังวลถูกสลัดทิ้งเปลี่ยนเป็นความโหยหา ยิ่งนานยิ่งร้อนแรงขึ้นราวกับจะลุกเป็นไฟ เสียงครางฮือด้วยความพึงพอใจดังออกมาจากคนที่ตัวเริ่มอ่อนแรงเพราะถูกลูบสัมผัส  อารมณ์ภายในถูกจุดติดง่ายอย่างเช่นที่เคยเป็น จนกายมีรอยยิ้มที่มุมปาก

“อารมณ์เย็นขึ้นหรือยัง” เสียงของคนที่ดึงเธอขึ้นสวรรค์ แล้วฉุดลงมาทั้งๆ ที่ยังไปไม่ถึงดังขึ้นพร้อมรอยยิ้มกว้าง แต่ครั้งนี้กีรติยาไม่ได้ยินดีกับรอยยิ้มนั้นเลย อ้อมกอดของเธอยังอยู่ที่คอของเขา ส่วนตัวของเธอปีนไปนั่งอยู่บนตัวเขาที่ข้างคนขับตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้ รู้แต่ว่าเบาะของรถสปอร์ตถูกดันไปจุดสุด ทุกอย่างมันดีมาก จนมาไม่ดีเมื่อผู้ชายคนนี้พูดขึ้นนี่แหละ

“คุณกาย” หญิงสาวแว้ดใส่คนที่เธอขึ้นคร่อมอยู่ โดยไม่ได้รู้สึกอาย หรือเก้อเขินแม้แต่น้อย ขณะที่มือเขาเองก็กอดเอวเธอเอาไว้ เพื่อให้ตัวแนบชิดกันไม่ได้ปล่อยออก

“ฉันเลือกที่จะเดินหน้าต่อไปกับเธอ ถึงได้พาเข้าไปหาแม่บัว หากว่าคุณแม่ไม่เห็นด้วย ฉันคงทำแบบนี้ไม่ได้” กายจูบซับที่ใบหน้าของหญิงสาว เพื่อเช็ดน้ำตาที่ออกมาหลังจากบอกความในใจจนจบประโยค กีรติยาโถมกอดชายหนุ่มเอาไว้แน่น สะอื้นไห้กับสิ่งที่เธอได้ยิน

                เป็นเวลานานที่ทั้งสองคนอยู่ในรถด้วยท่าที่ไม่ปลอดภัยนัก จนหญิงสาวเริ่มสงบลง ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาอีกแล้ว เพราะไม่รู้ว่าจะต้องจากกันตอนไหน ความสุขที่มีเขาจะไขว้คว้า และมอบให้เธอทั้งหมด

“กีร์ไม่ได้ฝันไปใช่หรือเปล่าคะ” เสียงอู้อี้จากใบหน้าเล็กๆ ที่ซบอยู่บริเวณข้างแก้มของชายหนุ่มดังขึ้น จากคนที่เพิ่งสงบ

“อย่ามาหลอกล่อให้ฉันต้องพิสูจน์ เข้าบ้านได้แล้ว พรุ่งนี้เช้าห้ามสาย” คนที่เพิ่งเลือกเธอแบบหวานซาบซ่าเมื่อสักครู่ กลับเข้ามาโหมดเดิมอีกครั้งเหมือนรู้ทัน จริงๆ ตามแบบละคร ผู้ชายคนนี้ควรไปส่งเธอที่ห้องนอน เฝ้าเธอจนหลับไป หรือไปปี๊ดปิ้วกันต่อไม่ใช่หรือไง ขณะที่คิด คนตัวใหญ่ก็จับที่เอวเธอพร้อมดึง หรือควรเรียกยกเธอมากกว่า เพราะเพียงชั่วครู่ เธอก็ลอยหวือไปนั่งอยู่ฝั่งเดิม

“ไปได้แล้ว” คนพูดเสียงเข้ม ขนาดเธอยื่นแก้มไปให้เขาหอมก็ยังไม่สนใจ กีรติยาเบ้ปากขัดใจ ก่อนที่จะโน้มตัวไปหอมที่แก้มชายหนุ่มแทนอย่างรวดเร็ว

“นอนหลับฝันดีนะคะ” จบประโยค คนพูดก็หายเข้าไปในความมืด มีเพียงเสียงหัวเราะคิดคักอย่างพอใจลอยผ่านเข้ามา

“สมกับที่เป็นใบตองจริงๆ” กายยิ้มเต็มใบหน้า ก้มลงหัวชิดพวงมาลัยรถกลั้นขำจนไหล่สั่น เมื่อพอใจเขาก็เงยหน้าขึ้น ดวงตากลับมาขึงขังอีกครั้ง เป็นอย่างที่เขาคิดเอาไว้ หากสัมผัสใบตองภายในอาณาเขตบ้าน จะไม่มีความทรงจำแปลกๆ ผ่านเข้ามา

“แกอยู่ที่นี่ใช่รึเปล่า” เสียงพูดไม่ดังนัก หลังออกมาจากรถเพื่อให้คนที่เขาถามหาเห็นชัดขึ้น

“ฉลาดสมแล้วที่เป็นเจ้า” เสียงทรงอำนาจพร้อมร่างเงาสูงใหญ่ของชายหนุ่ม ที่กายเคยเห็นที่หน้าบ้านปรากฏออกมา

“ฉันต้องการรู้เรื่องทั้งหมด” ไม่มีความกลัวในน้ำเสียงแม้แต่น้อย เพราะคนพูดรู้ดีว่าร่างที่ระบุตัวตนไม่ได้ จะไม่ทำร้ายเขาในตอนนี้แน่นอน และที่แน่ใจยิ่งกว่าคือใบตองจะปลอดภัยหากอยู่ที่นี่

“เราบอกเจ้าไม่ได้ทั้งหมด มันเป็นการฝืนชะตากรรม” ภาพร่างเงาเริ่มชัดเจนขึ้น ใบหน้าหล่อเหลาราวกับรูปสลัก และร่างที่สูงใหญ่กว่า ทำให้กายรู้สึกหมั่นไส้เล็กน้อย

“แล้วมีอะไรบอกได้บ้าง” ถามไปก็เท่านั้น สู้เปลี่ยนคำถามที่บอกได้ไปเลยดีกว่าจะได้ไม่เสียเวลา

“เราบอกได้เพียงว่ามันเป็นความผิดพลาดของเรา ซึ่งมันเป็นโอกาสที่สองของเจ้า ไม่เช่นนั้นแม้ปล่อยให้เป็นตามยถากรรม หญิงผู้นี้ก็ไม่มีวันรอดจากเงื้อมือชายผู้นั้นได้”

“แสดงว่าที่แกอยู่ที่นี่ก็เพื่อปกป้องใบตอง และถ้าใบตองอยู่ที่นี่จะปลอดภัยใช่รึเปล่า”

“เราปกป้องหญิงผู้นี้ได้เพียงกับคนที่ไม่มีกรรมร่วมกันเท่านั้น แต่เมื่อเจ้าเข้ามา เจ้าก็ได้ทำให้วงล้อแห่งชะตากรรมเดินอีกครั้ง” มีความโกรธในน้ำเสียง หากชายผู้นี้ไม่โผล่เข้ามา หรือหญิงดื้อดึงเชื่อคำที่เขาพูด ไม่ติดต่อกับผู้ชายคนนี้ เธอก็จะได้ใช้ชีวิตสงบสุขจนสิ้นอายุไข

“เจ้าควรปล่อยหญิงผู้นี้ไป ก่อนที่มันจะตามหาเธอเจอ”

กายกำมือแน่น ด้วยความรู้สึกสับสน ใจหนึ่งก็คิดว่าเขาไม่ควรมาเจอกับกีรติยา แต่อีกใจหนึ่งเขาก็โหยหาใบตองเกินกว่าที่จะยอมถอย

“ขอเวลาคิดก่อน ช่วงนี้ก็ดูแลใบตองให้ดีๆ ก็แล้วกัน” คำพูดหน้าตาเฉย ไม่รับผิดชอบออกมาจากปากกายอย่างง่ายดาย จนทำให้คนฟังถึงกับลมออกหูด้วยความโกรธ

“เจ้านี่มันบ้าสิ้นดี”

“เอ่อ..ว่าแต่ใบตองสลบไปเป็นปี หายไปอยู่ที่ไหนมา” คำถามที่ค้างคาใจมานาน จนไม่คิดว่าจะมีใครตอบได้ ถูกเอ่ยขึ้น เมื่อเขาเจอคนที่รู้เยอะที่สุด

“นั่งไม่ลุกไปไหนที่ทะเลสาบแห่งชีวิต เพื่อจดจำเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย” 

คำตอบที่ได้ยิน ทำให้กายต้องหันกลับไปมอง รอบตัวตอนนี้เหลือเพียงความว่างเปล่า และเสียงคำตอบที่ยังดังก้องอยู่ในหัว


                          °·.¸.·°●°·.¸.·°●°·.¸.-> (100%) <-.¸.·°●°·.¸.·°●°·.¸.·° 

 

มาส่งความหวานยามดึกค่ะ เค้าอาจจะหายไปหลายวันไม่ต้องรอนะคะ ขอไปแก้ต้นฉบับม่านบังเงาปรู๊ฟสุดท้ายก่อน เดี๋ยวลง eBook ไม่ทันก่อนปีใหม่ ตอนนี้ไม่ค้างแน่นอนค่ะ อิอิ  >__<


อ่านอย่างมีความสุขนะคะ ^_^

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 87 ครั้ง

460 ความคิดเห็น

  1. #456 tonaorthin (@tonaorthin) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:58
    สงสารแม่บัวจังค่ะ
    #456
    0
  2. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  3. #254 Getthip Hannarong (@getthip) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2560 / 14:55
    ร้องไห้ตามแม่บัววววว
    #254
    0
  4. #253 Fon Proy (@fonproy12) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2560 / 00:42
    ไม่ให้รอก็จะรอค่ะ. อ่านแบบแอบมีน้ำตา สงสารแม่บัว
    #253
    0
  5. #252 ผ่าน (@jubjangprathana) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2560 / 23:10
    อ่านไปตื่นเต้นไป &#128512;&#128521;&#128521;
    #252
    0
  6. #251 Poope Athi (@athiya2527) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2560 / 17:27
    พี่กายนี่สุดยอดจริงๆแหมแต่สิ่งเร้นลับก็ไม่กลัว....
    #251
    0
  7. #250 watinee-meo (@watinee-meo) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2560 / 16:51
    พี่กายอย่าปล่อยให้โอกาสที่2หลุดมือไปนะคะ
    #250
    0
  8. #249 panadda (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2560 / 13:17
    ได้ใบตองกลับมาแล้วกายอย่าปล่อยไปอีกเด้อ
    #249
    0
  9. #248 พรรณวษา (@NPrittaya) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2560 / 10:03
    ว่างจากอีบุ๊คพี่ข้าวก็อย่าลืมพี่กายนะคะ ตอนนี้น่ารักมากเลย
    #248
    0
  10. #247 สู้ๆไรเตอร์ (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2560 / 07:49
    พี่กายปกป้องน้องให้ได้นะ
    #247
    0
  11. #245 สายไหมฤดูหนาว (@kunyanut18) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2560 / 06:21
    กายอย่าปล่อยมือจากใบตองนะ และต้องจัดการ-โรคจิตให้ได้เร็วๆใบตองจะได้ปลอดภัย
    #245
    0
  12. #243 satamsomtua (@satamsomtua) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2560 / 02:28
    จะไม่มีใครจัดการ-บ้านั่นได้เลยเหรอ ปล่อยให้มันทำอยู่ฝ่ายเดียว
    #243
    0
  13. #242 Oipaka (@Oipaka) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2560 / 01:12
    รออีบุ๊คนะคะ
    #242
    0