ตอนที่ 18 : ตอนที่ 9 : ความเจ็บปวด (50%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3895
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 90 ครั้ง
    13 ธ.ค. 60


เส้นทางเข้าสู่วังขาวปกคลุมด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ เพียงแค่รถเลี้ยวเข้ามาภายใน ก็รู้สึกได้ถึงความสงบร่มเย็น กีรติยามองสองข้างทางด้วยดวงตาเหม่อลอย คนขับแล่นรถไปอย่างช้าๆ เหมือนให้เธอได้ซึมซับบรรยากาศรอบตัวอย่างเต็มที่ เพียงไม่นานที่พ้นโค้งต้นไม้ วังขาวก็ค่อยๆ ปรากฏตรงหน้า ความกว้างใหญ่สวยงาม ไม่ได้ทำให้หญิงรู้สึกตื่นเต้น แต่มันกลับทำให้หัวใจของเธอเต้นช้าลง เป็นจังหวะสม่ำเสมอ ราวกับที่นี่คือที่พักใจ

“ที่นี่สวยจังเลยค่ะ” กีรติยาเอ่ยออกมาราวกับต้องมนต์สะกด ดวงตายังคงมองออกไปที่นอกหน้าต่าง กายมีรอยยิ้มบางบนใบหน้า

“ไปกันเถอะ” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นไม่ดังนัก หลังจากที่รถหยุดลง พร้อมพยักหน้าเล็กน้อยเป็นสัญญาณ เมื่อเห็นหญิงสาวเริ่มกลับมาสนใจคนข้างๆ อีกครั้ง

“ที่นี่คือบ้านคุณกายเหรอคะ” น้ำเสียงของคนพูดเริ่มรู้สึกกล้าๆ กลัวๆ ไม่ใช่กลัวการจะต้องอยู่กับผู้ชายคนนี้ตามลำพัง  แต่การบุกมาถึงบ้านของผู้ชาย ไม่รู้ว่าจะเป็นเรื่องเหมาะสมหรือเปล่า แถมเมื่อคืนคุณกายก็ไม่กลับบ้าน นอนอยู่กับเธอทั้งคืน

“คิดอะไรเพี้ยนๆ อีกหรือเปล่าเนี้ย ที่นี่ไม่ใช่บ้านฉันหรอก ถึงไม่ใช่บ้าน แต่คนในนั้นก็เป็นยิ่งกว่าครอบครัว”

“ไหนว่าหิวข้าวไงคะ นี่ก็เลยเที่ยงไปมากแล้ว กีร์กลัวว่าเราจะมารบกวนหรือเปล่าคะ”

“ไปเถอะ อย่าถามมาก ถ้าไม่เข้ามาก็เดินกลับไปก่อน” คนถูกถามตัดบทแล้วออกจากรถไป เมื่อเห็นลูกชายเจ้าของบ้านอุ้มลูกสาวตัวน้อยออกมาหา ขณะที่กีรติยาก็มองมองตามคนทั้งคู่ที่กำลังพูดคุยกัน คุณกายลืมหรือเปล่า ว่าเธอไม่สามารถเข้าใกล้ผู้ชายได้

“ออกมาได้แล้ว” ยังไม่ทันจะบ่นจบ ประตูรถฝั่งเธอก็ถูกเปิดออก

“เพื่อนคุณกายไปไหนแล้วล่ะคะ”

“เข้าไปบอกคุณพ่อกับแม่บัวน่ะว่าฉันหิว”

ไม่รอให้ตอบรับหรือปฏิเสธ ชายหนุ่มก็เดินนำหน้าเข้าไปภายในวังขาวที่กว้างใหญ่ เพียงแค่ก้าวพ้นประตูเข้าไปภายใน กีรติยาก็รู้สึกได้ถึงลมเย็นที่กระทบใบหน้า แต่ก่อนที่เธอจะเอ่ยความรู้สึกหลากหลายให้กับชายหนุ่มรู้ สายตาก็เหลือบไปเห็นเจ้าของบ้านที่ยืนรออยู่อย่างพร้อมหน้า จนตอนนี้เธอรู้สึกเกรงใจอย่างบอกไม่ถูก

“คุณพ่อ แม่บัวครับ นี่กีรติยา” กายแนะนำหญิงสาวให้กับเจ้าของวังรู้จักทันที ทั้งสองคนมีสีหน้าแปลกใจเล็กน้อย แต่ก็ยิ้มให้กับหญิงสาวด้วยความเมตตา

“สวัสดีค่ะคุณลุง คุณป้า” หญิงสาวไหว้อย่างสวยงาม ย่อขาเล็กน้อยเต็มไปด้วยมารยาท

“เรียกคุณพ่อ กับแม่บัว” มีเสียงเข้มแทรกขึ้น จนหญิงไทยมารยาทงามต้องค้อนตาคว่ำ เพราะเธอกำลังโชว์ความเป็นกุลสตรีให้กับคนที่อยู่ในรั้วในวังดู

ตอนนี้สายตาของคนทั้งหมดมองไปที่กาย ทั้งคุณพ่อ แม่บัว ใบข้าว อดที่จะแปลกใจไม่ได้ กายที่เคยเคร่งขรึมไม่สนใจโลก ตั้งแต่ใบตองเสียชีวิต ตอนนี้กลับพาหญิงสาวแปลกหน้าเข้ามาภายในบ้าน

“นี่ใบข้าว เป็นเพื่อนสนิทของฉัน” กายแนะนำชายหนุ่มที่ยืนอยู่ไม่ไกลนัก

“สวัสดีค่ะคุณใบข้าว”

“จับมือสิ” เสียงของกายดังขึ้นอีกครั้งอย่างเรียบง่าย เหมือนไม่รู้เลยว่าเธอมีปัญหาอะไร

“เอ่อ...” ไม่ใช่แค่กีรติยาที่พูดอะไรไม่ออก แม้แต่เพื่อนสนิทที่อยู่ข้างๆ ก็มีสีหน้าแปลกใจ กับการทักทายในวังผู้ดีเก่าแห่งนี้ด้วยการจับมือ แต่ก็ยื่นมือออกไปหาหญิงสาว

มือเล็กที่สั่นเทา ค่อยๆ ยื่นไปหาคนตรงหน้า ตั้งแต่ที่คุณกายยอมให้เธอมาอยู่ข้างตัว เธอรู้ได้ทันทีว่าแต่นี้ต่อไป ตัวเธอจะไม่ใช่ของเธออีกแล้ว ชายหนุ่มรู้ว่าเขาสำคัญอย่างไร และรู้ว่าสามารถออกคำสั่งเธอได้มากแค่ไหน หากเธอไม่ทำ เขาเพียงแค่เดินจากไป เธอก็ไม่เหลืออะไรแล้ว

ชั่ววินาทีที่มือของเธอสัมผัสมือของใบข้าว ความกลัวสารพัดที่เคยกังวล มันพลันสลายไปราวกับว่าความรู้สึกนี้ไม่เคยมีมาก่อน มีพียงความอบอุ่นที่ไม่เหมือนที่ไหน มันไม่เหมือนที่เธอสัมผัสมือกับคุณกาย กีรติยามองมือของเธอและใบข้าวอยู่เช่นนั้น จนไม่ทันได้สังเกตสีหน้าของคนที่เธอจับมืออยู่

“กาย..ย.” คนพูดเสียงสั่นด้วยความรู้สึกที่ไม่สามารถอธิบายได้ ใบข้าวมองหน้าเพื่อนสนิทดวงตาตกตะลึง กายเพียงพยักหน้าให้ช้าๆ พร้อมยิ้มให้กับเพื่อน

“แม่บัวครับ ผมหิวจัง” กายพูดขึ้นเพื่อทำลายความเงียบ และความสงสัยทั้งหมด

“กายรอคุณแม่สักประเดี๋ยวนะลูก มาเวลานี้ไม่บอกกล่าว รับสำรับง่ายๆ ไปก่อนแล้วกัน” เสียงหวานของแม่บัวเอ่ยตอบ พร้อมรอยยิ้มเยาะเล็กๆ แต่ถึงจะเป็นอาหารง่ายๆ ของแม่บัว สำหรับคนทั่วไปก็ยังพิเศษอยู่ดี

“ผมขอสำรับยากๆ เลยครับ เอาน้ำพริก ผักแกะสลักด้วยยิ่งดี” ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นพร้อมเดินไปหาผู้หญิงที่ยังดูอ่อนเยาว์ไม่สมอายุ กระซิบบางสิ่งบางอย่าง ที่ทำให้คนเป็นแม่ต้องหันไปมองหญิงสาวแปลกหน้า ด้วยความสงสัย

“กีรติยา เดี๋ยวเธอไปช่วยแม่บัวในครัวนะ”

“แต่คุณกาย ฉันมีอะไรอยากคุยกับคุณก่อนค่ะ” น้ำเสียงตื่นเต้น พร้อมดวงตาคู่สวยยังมองที่มือของตัวเอง เธอยังไม่หายจากอาการตื่นเต้นที่สามารถสัมผัสมือของใบข้าวได้

“หลังทานข้าวแล้วกัน ฉันมีธุระต้องคุยกับคุณพ่อ และใบข้าวก่อน” กีรติยาทำได้เพียงพยักหน้ารับ แม้ว่าจะอยากบอก อยากคุยกับชายหนุ่มก็ตาม

 “ไปกันเถอะครับ” กายหันไปบอกผู้ชายทั้งสองคนที่ยืนอยู่ไม่ไกลนัก พร้อมยิ้มให้กับแม่บัว ที่กำลังมองดูหญิงสาวด้วยความสงสัย แต่ก็ปนกับความรู้สึกเอ็นดู

 

ภายในห้องทำงานของวังขาว บรรยากาศปกคลุมด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งเหลือเชื่อ ดีใจ เศร้าใจ เมื่อได้ยินสิ่งที่กายกำลังเล่าให้ฟัง ตั้งแต่วันที่พบหญิงสาวครั้งแรก ความลำบากที่เธอเคยได้รับหลังประสบอุบัติเหตุ ทำให้เธอหายไปถึงสามปี อุปนิสัยที่เหมือนกับใบตอง ราวเป็นคนๆ เดียวกัน ทุกเรื่องมีความเชื่อมโยงอย่างไม่น่าเชื่อ แต่การที่กายให้ใบข้าวสัมผัสมือกับกีรติยาเพื่อให้รู้สึกถึงใบตอง คือเครื่องยืนยันชั้นดี ที่ทำให้มีน้ำหนักความเป็นไปได้เพิ่มมากขึ้น

“คุณพ่อเชื่อเรื่องนี้หรือเปล่าครับ” กายเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเบา แต่มั่นคง หากไม่ใช่กับครอบครัวนี้ ไม่มีทางเลยที่เขาจะเล่าเรื่องที่น่าเหลวไหลนี้ออกไป

“พ่อเชื่อ” กวินภพตอบกลับง่ายๆ แต่มันมีความเชื่อมั่น ความหวัง และความดีใจอยู่ในนั้น

“แกล่ะ” กายหันไปถามเพื่อนสนิท

“ยิ่งกว่าเชื่อ แค่ฉันได้จับมือ ฉันก็รู้แล้วว่าใช่” ใบข้าวยิ้มเต็มใบหน้า กับเรื่องไม่น่าเชื่อที่เกิดขึ้น น้องสาวเขากลับมาแล้วจริงๆ  

“แต่ใบตองจำอะไรไม่ได้เลยครับ ผมถึงมีเรื่องอยากปรึกษา และอยากขอร้อง” สิ่งที่กายเอ่ย เป็นเรื่องยากสำหรับคนเป็นพ่อ และเป็นพี่ชายฝาแฝดอย่างมาก แต่ใบตองคือภรรยาของกายอย่างถูกต้องทุกอย่าง เมื่อทุกคนยกหญิงสาวคนสำคัญของบ้านให้ผู้ชายคนนี้ไปแล้ว การตัดสินใจย่อมเป็นของกายที่เป็นคู่ชีวิต

“กายไม่อยากได้น้องคนเดิมกลับมาเหรอ” คุณภพเอ่ยถาม เพราะสิ่งที่กายขอเมื่อเล่าเรื่องทุกอย่างจบ คือขออยู่แบบนี้โดยไม่ต้องการให้หาวิธีฟื้นความจำ หรือบอกเรื่องราวในอดีต

“ไม่ว่าจะเป็นร่างไหน คนๆ นั้นก็คือใบตองที่ผมรักครับ ผมกลัวว่าถ้าเราไม่สามารถทำให้น้องฟื้นความจำเก่าได้ จะยิ่งทำให้กังวล และอยู่กับความเศร้า แล้วถ้าน้องไม่เชื่อในสิ่งที่เราพูด อาจจะทำให้ห่างจากพวกเราไปก็ได้ ผมกลัว...” คนที่เข้มแข็ง เย็นชามาโดยตลอด  ตอนนี้เขามีความหวาดกลัวที่เห็นได้ชัด

“แล้วความทรงจำเก่าๆ ล่ะ กายไม่เสียดายเหรอ เรายังไม่ได้ลองกันเลยนะ น้องอาจจะจำได้ สิ่งที่กายกลัวอาจจะไม่เกิดขึ้น” คุณภพถามย้ำอีกครั้ง

“ความทรงจำเก่าๆ อยู่ที่ผมคนเดียวก็พอครับ ส่วนน้อง ผมจะสร้างความทรงจำใหม่ๆ ที่สวยงามให้เอง”

“กายมีเหตุผลอื่นใช่หรือเปล่า” แม้ว่าเหตุผลของลูกเขยที่เหมือนลูกแท้ๆ ของคุณภพจะเอามาใช้อ้างดูน่าเชื่อถือ แต่มีบางอย่างที่ไม่อาจหลุดรอดสายตาของคนที่เป็นพ่อไปได้

“ผมอาจจะคิดมากเกินไปก็ได้ มันมีเรื่องบางอย่างที่ยังติดค้างอยู่ในใจ แม้ว่าจะดูเหมือนผ่านไปแล้ว แต่ทำไมผมยังกังวลอยู่ก็ไม่รู้” กายหลับตาลงด้วยความขมขื่น กัดฟันแน่นจนกรามขึ้นเป็นสันที่แก้ม เพื่อระงับความโกรธ ภาพเหตุการณ์ที่ใบตองอยู่ในรถ พร้อมบอกลาเขายังฝังอยู่ในความทรงจำ 

“เรื่องของไอ้ภาณุใช่ไหม” ใบข้าวเอ่ยขึ้นมาทันที กายพยักหน้าให้

“มันมีบางเรื่องที่แกยังไม่รู้ วันที่ฉันพบกับกีรติยาเพื่อซื้อที่ดิน คือวันและเวลาเดียวกับที่ไอ้ภาณุหนีออกมา” เรื่องนี้หากเป็นคนอื่นอาจจะคิดไปไม่ถึง แต่ไม่ใช่กาย ผู้ที่มีข้อมูลเป็นอาวุธ เขาไม่เคยปล่อยให้เรื่องเล็กน้อยหลุดรอดสายตาไปได้ ยิ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับใบตอง เขายิ่งขุดมันจนลึก โดยไม่เคยบอกให้ใครรู้

“มันอาจจะบังเอิญ” แม้คำพูดดูเหมือนจะขัดเพื่อน แต่ใบข้าวเชื่อในสิ่งที่กายคิดเต็มหัวใจ กายเป็นคนละเอียดรอบคอบ คงไม่ใช่เหตุผลแค่นี้แน่ๆ ที่ทำให้เพื่อนสนิทของเขาถึงกับกลัว ไม่กล้าเปิดเผยตัวตนจริงๆ ของใบตอง

“บนโลกใบนี้ไม่มีความบังเอิญหรอกข้าว ทุกอย่างถูกกำหนดมาแล้ว เพียงแค่จะออกมาในลักษณะไหน โดยเฉพาะอย่างยิ่งไอ้ความบังเอิญนี้ฆ่าผู้หญิงไปแล้วหกศพ ทุกศพอยู่รอบตัวฉัน” กายมองหน้าคุณพ่อ และใบข้าวด้วยสายตาจริงจัง แม้ตอนที่สารวัตรทินโชติเล่า เขาจะทำเป็นไม่สนใจ แต่จริงๆ แล้วก็ยังตามเรื่องนี้อยู่

“หรือมันขู่แก”

“ฉันยังไม่รู้เหมือนกัน ถึงยังไม่อยากให้เราบอกอะไรใบตอง ฉันอยากให้น้องปลอดภัยที่สุด แกลองคิดดูว่ามันตามน้องมาเป็นสิบปี จะเป็นไปได้เหรอที่มันจะตัดใจง่ายๆ ถ้ารู้ว่ากีรติยาคือใบตอง ฉันว่ามันก็คงเหมือนฉัน คือไม่ได้รักใบตองเพียงแค่หน้าตา ต่อให้เป็นคนใหม่ ถ้ามันรู้ มันต้องมา ความรู้สึกบางอย่างทำให้ฉันเชื่อแบบนั้น” คนพูดคิดไปถึงเงาร่างสีดำ และฝันแปลกประหลาดเมื่อคืน ที่ไม่ได้เล่าให้ใครฟัง

“ขนาดข้าตัดลิ้นของเจ้าจนไม่สามารถเอ่ยชื่อมันได้ ดวงตาของเจ้าก็ยังแสดงความรักมันอยู่เช่นนั้น เจ้าต้องการให้ข้าควักนัยน์ตาออกมาด้วยหรืออย่างไร หยุดคิดถึงมันเดี๋ยวนี้ หากเจ้าไม่รักข้า ก็อย่าหวังว่าชั่วชีวิต จะมีโอกาสสมรักกับใครได้อีก”

เหตุการณ์ในฝันจะไม่ทำให้เขากลัวเลย หากว่าใบหน้าของผู้หญิงที่เต็มไปด้วยเลือดจะไม่ใช่ใบหน้าใบตอง และใบหน้าของผู้ชาย คือไอ้ภาณุ

“เอาอย่างนี้ เรื่องนี้เราทำตามที่กายบอก คือปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติไปก่อน จนกว่าจะมีเหตุการณ์อะไรมาเปลี่ยนแปลง” กวินภพผู้เป็นพ่อเอ่ยขึ้น ในเมื่อเขาได้ลูกสาวสุดที่รักกลับมาแล้ว เรื่องอะไรก็ไม่มีความสำคัญอีกต่อไป ขอแค่อยู่ตรงนี้ ให้รู้ว่าลูกสาวตัวน้อยที่เขาหวงแหนมีความสุขก็พอ

“แล้วเราควรบอกแม่บัวดีหรือเปล่าครับ ข้าวกลัวแม่บัวจะกลับมาเศร้าอีก หากรู้ว่าน้องจำอะไรไม่ได้”

“แม่บัวเข้มแข็งกว่าพวกเราเยอะ” คนเป็นพ่อยิ้มที่มุมปาก ใครไม่รู้จักกุลสตรีที่อ่อนโยนคนนี้ เขานี่แหละรู้ถึงความเด็ดเดี่ยวเป็นอย่างดี

“ป่านนี้แม่บัวคงรู้แล้วล่ะ” กายบอกคนทั้งสอง พร้อมยิ้มที่มุมปาก นึกถึงฝีมือการแกะสลักของใบตอง ซึ่งเป็นอีกเรื่องที่เขาต้องการพิสูจน์ การแกะสลักเป็นงานศิลปะ ที่มีลายเซ็นหรือรูปแบบที่เป็นเอกลักษณ์ ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ทุกการลงมีดมีลักษณะเฉพาะบุคคล หนักเบา พลิ้วไหว มีหรือครูที่สอนมาเองกับมือจะไม่รู้ งานฝีมือก็เหมือนการปั่นจักรยานนั่นแหละ ถึงจะไม่ได้ทำมาเป็นสิบปี แต่เมื่อลงมือ จิตใต้สำนึก ความทรงจำภายใน จะยังคงจดจำความสามารถทุกอย่างได้

“แล้วแม่บัวจะไม่บอกน้องเหรอ” แล้วใบข้าวก็นึกขึ้นมาได้ ที่กายบอกว่าอยากกินน้ำพริก ผักแกะสลัก จึงเริ่มห่วงถึงเรื่องที่ตกลงกัน

“ฉันแอบบอกแม่บัวแล้วล่ะ ว่าถ้าเห็นอะไรแปลกๆ ไม่ต้องทัก คงจะงงนิดหน่อย แต่แม่บัวจะเข้าใจ”

ตอนนี้ทุกคนตกลงทำตามที่กายเสนอ มันไม่ใช่การหลอกลวง หรือคิดร้ายกับใบตองเลย ในเมื่อหญิงสาวยังจดจำอะไรไม่ได้ ก็ปล่อยให้ใช่ชีวิตปกติอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ต้องเปลี่ยนแปลงอะไรจากสิ่งที่คุ้นเคยแล้ว ที่เหลือก็ค่อยๆ ศึกษานิสัยใจคอกันใหม่ เรียนรู้เรื่องต่างๆ กันใหม่ มันก็น่าสนุกดีไม่น้อย

 

เสียงเปิดของประตูเลื่อนอัตโนมัติแบบกระจกดังขึ้น พร้อมชายหนุ่มในชุดคลุมและผ้าปิดจมูก ถุงมือยางที่มีคราบเลือดถูกถอดออกทิ้งลงถังขยะที่เตรียมไว้ ด้านนอกห้อง มีคนที่ยืนรอรับชุดที่ถูกถอดออกเช่นทุกครั้ง เสียงดนตรีคลาสสิกดังคลอเคล้าอยู่ภายในดังเล็ดลอดออกมา แต่ใบหน้าของชายหนุ่มกลับนิ่งเฉย ไม่ได้รู้สึกกับสิ่งแวดล้อม หรือสิ่งที่ตนกำลังทำ

“แกชอบผู้หญิงคนนั้นเหรอ” นานแล้วที่คุณณุไม่เคยเอ่ยปากสนทนา หรือพูดคุยกับใคร แต่วันนี้กลับถามเรื่องที่ไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดขึ้นได้

“เอ่อ..ครับ” เสียงตอบกลับกล้าๆ กลัวๆ

“ถ้าอย่างนั้นคืนนี้ฉันจะให้แกเป็นคนจัดการขั้นสุดท้าย” ดวงตาเรียวเล็กดุจเสือร้ายที่กำลังสงบ มองไปยังคนรับใช้ที่อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก

“แต่คุณณุเพิ่งพาเธอมาเองนะครับ”

“ฉันอยากให้คนเจอเร็วๆ” พูดจบเพียงแค่นั้น ชายหนุ่มก็เดินหายไปจากห้องใต้ดิน ปล่อยให้คนรับใช้ที่โตมาด้วยกัน ยืนมองร่างหญิงสาวที่ถูกพันธนาการ ใบหน้ามีความสุข

 

เสียงถอนหายใจยาวดังขึ้นภายในห้องนอนที่ถูกตั้งอุณหภูมิเย็นจัด มือขาวซีดลูบแผ่วเบาบนภาพถ่ายขนาดเล็กใหญ่หลายภาพที่ติดผนังทั้งผืน ที่แห่งนี้คือที่ที่เตรียมเอาไว้ให้เจ้าหญิงที่เขารัก แต่เธอก็ไม่มีโอกาสได้มาอยู่ เพราะผู้ชายมากรักคนนั้น

“พี่คิดถึงเจ้าหญิงเหลือเกิน” ภาพความทรงจำต่างๆ วิ่งเข้ามาภายในสมอง เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ไม่รู้เรื่องราวอะไร วิ่งถือไม้มาช่วยเขาเอาไว้จากสุนัขที่ดุร้ายตัวหนึ่ง โดยไม่สนใจว่ามันจะคำรามใส่น่ากลัวสักเท่าไร และนั่นเองที่เขาเริ่มติดตามเด็กผู้หญิงคนนี้อยู่ห่างๆ เพราะไม่อยากทำร้ายเธอ มันเป็นความรู้สึกแรก และเป็นผู้หญิงคนแรกที่เขาไม่เกลียด

เสียงครวญครางกระเส่าที่ไม่ซ้ำกันในแต่ละวัน ทำให้เด็กผู้ชายอายุไม่ถึงสิบขวบรู้สึกหงุดหงิดโดยไม่มีสาเหตุ บ้านใหญ่โตหรูหราชานเมือง แม้มันจะสะดวกสบาย แต่ก็ห่างไกลผู้คน เด็กชายที่เติบโตมาอย่างเป็นความลับ ถูกทิ้งไว้กับแม่วัยรุ่นที่ไม่เคยมีความพอ ในแต่ละวันหิ้วผู้ชายแปลกหน้ามาแทบไม่ซ้ำเพื่อประชดชีวิตที่เงียบเหงา ซึ่งนานๆ คนเป็นพ่อจะมาหาสักครั้ง

วันแล้ววันเล่าที่เขาต้องเล่นเพียงลำพัง โดยการจับลูกแมว ลูกหมาแถวนั้นมาทรมาน ฟังเสียงโอดครวญด้วยความเจ็บปวดของพวกมัน ยังดีกว่าเสียงครางที่น่ารังเกียจของผู้หญิงชั้นต่ำในบ้าน

“ณุทำไมมือถึงได้เปื้อนเลือดแบบนั้น” เสียงดังมาจากด้านหลัง ขณะที่เด็กน้อยกำลังขุดดิน เพื่อหาเพื่อนเล่นที่เขาฝังเอาไว้เมื่อวาน

“รำคาญเสียงผู้หญิงสำส่อน” เด็กชายตัวขาวซีด ใบหน้าหมดจดเอ่ยบอกกับพ่อที่เพิ่งมาถึง ก่อนจะหันกลับไปขุดดินต่อ

นานพอสมควรที่เขานั่งชำแหละเพื่อนเพื่อดูภายใน เสียงของพ่อก็ดังมาจากทางด้านหลัง

“ณุไปเก็บของที่จำเป็น แล้วไปกับพ่อ เรามีเรื่องต้องตกลงกัน” แม้เสียงจะดูน่ากลัว แต่ไม่ได้ทำให้เด็กชายหวาดกลัวแม้แต่น้อย เขารู้ดีว่าพ่อรักเขามากขนาดไหน แม้ว่าสองคนที่นอนเปลือยกายจมกองเลือด จะเป็นครั้งแรกที่เขาทำให้บ้านเลอะเทอะ ก็ไม่น่าจะเป็นเรื่องใหญ่อะไร แต่วันนั้นพ่อกลับทำโทษ โดยส่งเขาไปอยู่ที่โรงพยาบาลในต่างประเทศนานถึงสองปี โชคดีที่เขาพอจะรู้ว่าสิ่งที่ทำ มันทำให้พ่อไม่ชอบ เพื่อเป็นการไถ่โทษ จึงได้ตั้งใจเรียนเล็กน้อยเพื่อให้พ่อภูมิใจกับแผ่นกระดาษเพียงแผ่นเดียว

“ผู้ชายคนนั้นมันไม่ได้รักเจ้าหญิงเหมือนที่เจ้าหญิงรักมัน มันมีผู้หญิงคนอื่นทั้งที่เจ้าหญิงเพิ่งไปจากมันได้แค่สามปี พี่ไม่มีวันให้อภัยคนที่มาทำลายความรักของเจ้าหญิงเด็ดขาด”

ภาพของกายคนที่เจ้าหญิงตัวน้อยๆ ของเขาเลือกยังติดตา เวลาเพียงไม่นาน มันก็มีคนอื่น กอดคนอื่นต่อหน้าดวงวิญญาณของผู้หญิงที่เขารัก และถนอมยิ่งกว่าดวงใจ เขาก็จะทำให้มันเจ็บปวด กับการสูญเสียผู้หญิงทุกคนที่มันใกล้ชิด ตลอดชั่วชีวิตนี้ มันจะไม่มีวันมีความสุขอีกต่อไป มือซีดขาวกำแน่นจนสั่น

                                        °·.¸.·°●°·.¸.·°●°·.¸.-> (50%) <-.¸.·°●°·.¸.·°●°·.¸.·°


รอนานมั้ยคะ ไม่กล้าแก้ตัวเลยว่างานปลายปีของสาวออฟฟิตที่ทำงาน 6 วันเยอะจริงๆ กลับบ้านแบบหมดสภาพ นี่มีต้นฉบับ "ม่านบังเงา" รอปรู๊ฟรอบสุดท้ายก่อนขึ้น eBook ด้วยนะคะ จะพยายามให้เสร็จก่อนสิ้นปี 55555+ #นี่คือไม่แก้ตัวนะ บอกเล่าเฉยๆ 

เพื่อนๆ ไม่ต้องกลัวเค้าเทนะคะ ยังไงก็จะเขียนให้จบทุกเรื่องแน่นอน เร็วบ้างช้าบ้าง ขอโทษกันบ่อยๆ ก็อย่าเพิ่งเคืองกันเลย ถ้าเห็นหายไปก็ติดตามข่าวคราวได้ที่เพจนะคะ เพราะที่นี่แจ้งข่าวสารลำบาก ตามได้ที่นี่เลยค่ะ  >>>  จันทร์ ธันวา

อ่านอย่างมีความสุขนะคะ ^__^

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 90 ครั้ง

460 ความคิดเห็น

  1. #441 Jellydolphin (@Jellydolphin) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2561 / 09:23
    โรคจิตตตต
    #441
    0
  2. #240 Getthip Hannarong (@getthip) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2560 / 14:39
    อยากเห็นบรรยากาศตอนแม่บัวอยู่กับกีร์
    #240
    0
  3. #239 Pummycherry (@Pummycherry) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2560 / 09:18
    คิดถึง แม่หญิงบัว
    #239
    0
  4. #238 Gingchaaa (@Gingchaaa) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2560 / 08:20
    เราชอบจังเลย มาต่อบ่อยๆได้ไหม ออกเล่มก็ได้ รุ้สึกลุ้นทุกตอน
    #238
    0
  5. #237 สายไหมฤดูหนาว (@kunyanut18) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2560 / 06:47
    นานแค่ไหนก็รอได้ค่ะไรท์ ขอฉากหวานๆบ้างน้าลุ้นตัวโก่งเลยจ้า
    #237
    0
  6. #235 สู้ๆไรเตอร์ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2560 / 23:41
    ในนี้มีความจริงอยู่อย่างว่า คนที่เป็นโรคจิตหรือจิตเภท

    ส่วนใหญ่มักพบหรือได้เจอเหตุการณ์ที่เป็นเหตุมาก่อนเสมอ
    #235
    1
    • #235-1 ชือถัง (@xalawiya) (จากตอนที่ 18)
      22 กรกฎาคม 2561 / 23:49
      ใช่ค่ะ มันมีที่มาที่ไปเสมอ
      #235-1
  7. #233 panadda (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2560 / 23:25
    สนุกค่ะรอติดตามนะคะ
    #233
    0
  8. #232 Fon Proy (@fonproy12) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2560 / 23:17
    ไม่อยากให้มีภาณุเลย สยอง
    #232
    0
  9. #230 satamsomtua (@satamsomtua) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2560 / 22:38
    -ภาณุโคตรโรคจิต เมื่อไหร่พ่อ พี่ใบข้าว พี่กายจะรวมตัวกันจัดการมัน
    #230
    0
  10. #229 พรรณวษา (@NPrittaya) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2560 / 22:32
    จะเข้ามาทวงพี่ข้าวทุกๆสองสามวัน 555
    #229
    1
    • #229-1 จันทร์ ธันวา (@maii-sakiya) (จากตอนที่ 18)
      13 ธันวาคม 2560 / 23:14
      มาสะกิดบ่อยๆ เลยค่ะ เพราะมาตามนี่แหละ เค้าถึงยังเขียนต่อไม่ยอมทิ้ง ^___^
      #229-1