ตอนที่ 13 : ตอนที่ 6 : พันธนาการ (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3951
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 108 ครั้ง
    19 พ.ย. 60


ร่างกายของกีรติยาแข็งค้าง ความเย็นแผ่ซ่านตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า ครั้งนี้ไม่เพียงเห็นภาพ แต่เธอกลับรับรู้ถึงความโกรธแค้น เจ็บปวดทรมาน ราวกับว่าเธอคือผู้หญิงคนนั้น ดวงตาลุกโชนของคนที่นอนอยู่บนพื้นดินแข็ง จับจ้องร่างเงาของผู้ชายตัวสูงใหญ่ดูน่ากลัวที่อยู่ตรงหน้า ราวกับจะฆ่าให้ตายหากทำได้

“แม้เจ้าจะมองเห็นเราได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าเจ้าจะมาต่อรองไม่ให้เราทำหน้าที่ได้” เสียงของคนพูดกังวานก้องเต็มไปด้วยอำนาจ จนกีรติยาที่ยืนอยู่ไม่ไกลยังรู้สึกหวาดกลัว

“ฉันไม่ได้ต่อรอง แต่ก่อนที่จะไป ฉันต้องได้ฆ่ามันเสียก่อน” มีเสียงตอบกลับโดยที่หญิงสาว ไม่แม้จะขยับริมฝีปาก ทั้งสองคนพูดคุยกันผ่านทางสายตา หรือหากให้กีรติยาคิด คงจะเป็นพลังพิเศษหรืออะไรบางอย่าง

“เวลาในชาตินี้ของเจ้าหมดแล้ว”

“ฉันไม่สน หากมันยังอยู่ คุณพี่จะเป็นอันตราย” น้ำเสียงที่ได้ยินยังคงเด็ดขาดไม่ยอมรับ

“เจ้าต้องไปกับเราเดี๋ยวนี้!!” น้ำเสียงของอีกฝ่ายเริ่มหมดความอดทน

“ฉันรู้ว่าท่านพาฉันไปไม่ได้ ไม่อย่างนั้นท่านคงไม่วนเวียน มาพูดคุยอยู่แบบนี้” คิ้วของคนฟังกระตุกเกร็งขึ้นทันที แม้ว่าเขาจะมีอำนาจก็จริง แต่ไฟแค้นที่แข็งแกร่งกลับสามารถดื้อดึงต่อชะตากรรมบางอย่างได้

หญิงสาวคนนี้เป็นเพียงผู้หญิงธรรมดาที่เพียรทำดี อยู่ในศีลในธรรมมาตลอดทั้งชีวิต แม้ไม่ได้มุ่งหวังในการบำเพ็ญตบะ แต่มันกลับแก่กล้าขึ้นมาเอง จนสามารถมองเห็นสิ่งที่อยู่เหนือธรรมชาติเช่นเขาได้ ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อชะตากรรมทำให้โลกที่เคยสดใสของเธอ เปลี่ยนไปราวกับดิ่งลงสู้นรกอเวจีขุมที่ลึกที่สุด ยิ่งทำให้พลังแก่กล้า จนแม้แต่เขาผู้มีอำนาจเหนือผู้ใดต้องลงมาดูด้วยตัวเอง แต่ก็ยังไม่สามารถนำดวงจิตนี้กลับไปชดใช้กรรมตามที่ควรจะเป็นได้

“เจ้าต้องปล่อยวาง ไม่เช่นนั้นแม้จะไปสู่ภพหน้ายังเป็นไปได้ยาก หรือถึงเราจะยอมให้เจ้าอยู่ต่อ สภาพน่าสังเวชเช่นนี้ เจ้าจะไปทำอันใดคนเช่นนั้นได้ เจ้ารู้ดี” แม้หญิงสาวจะพยายามอดกลั้นอย่างถึงที่สุด จนหยดน้ำตาแทบจะกลายเป็นเลือด แต่ความจริงก็คือความจริง ตอนนี้เธออยู่ในสภาพน่าทุเรศไม่มีแม้เรี่ยวแรงจะพูดจา

“ถ้าท่านยืนยันว่าจะเอาวิญญาณของฉันไปจริงๆ ฉันขอบอกเอาไว้ตรงนี้ ไม่ว่าอีกสักกี่ชาติภพ ฉันจะตามไปจองล้างจองผลาญ ไม่ให้มันมีความสุขจนชั่วชีวิตทุกชาติไป...ฉันขอสาบาน” สิ้นสุดคำสาปสาบาน ดวงตาที่อ่อนแรงก็ค่อยๆ ปิดลง แม้มันดูสงบ แต่ดวงจิตที่หลุดออกจากร่างกลับร้อนราวกับไฟด้วยแรงแค้น

“แต่ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าได้ร้อนรุ่มอีก ไม่ว่าชาติภพใดก็ตาม”  ร่างสูงใหญ่ที่มีเงามืดดำทะมึน เอ่ยขึ้นขณะที่ดวงวิญญาณของหญิงสาวได้ล่องลอยไป ณ. ที่แห่งอื่นแล้ว แต่กีรติยาที่ยังยืนดูอยู่กลับได้ยินมันอย่างชัดเจน

ใบหน้าของชายผู้นั้น แม้ในครั้งแรกจะดูน่ากลัว แต่ดวงตากลับเต็มไปด้วยความอารี จนคนนอกที่ยืนมองอยู่ยังรู้สึกได้ เขาจะทำอย่างไรกับวิญญาณดวงนั้นนะ

 

“คุณกีร์คะ คุณกีร์...” เสียงคุ้นเคยของป้าหวานดังที่ข้างหู กีรติยาค่อยๆ ลืมตาขึ้น ทุกอย่างรอบตัวกลับมาปกติอีกครั้ง

“คุณกีร์เป็นอย่างไรบ้างคะ” คนพูดกอดร่างของเธอเอาไว้แน่นด้วยความห่วงใย

“เกิดอะไรขึ้นคะ” กีรติยามองไปรอบๆ ตอนนี้เธอกลับมาอยู่ที่โซฟารับแขกของบ้านหลังเล็กแล้ว

“คุณกีร์เป็นลมไปคะ ดูสิคุณกีร์ของป้าหน้าซีดเชียว” มือเหี่ยวย่นลูบที่ใบหน้าของหญิงสาวด้วยความห่วงใย ขณะที่ศีรษะของเธอหนุนอยู่บนตัก

“แล้วคุณกายล่ะคะ” คนที่นอนถามหาชายหนุ่มที่เธอเพิ่งเดินออกไปส่ง เมื่อไม่เห็นเขาอยู่ภายในห้อง

“คุณกายอุ้มคุณเข้ามา แล้วก็ขอตัวกลับไปแล้วค่ะ” หากกีรติยาตาไม่ฝาด ดวงตาของป้าหวานในตอนนี้ มีทั้งความห่วงใย กึ่งโมโหอย่างเห็นได้ชัด

“ป้าหวานยังไม่พอใจคุณกายอยู่อีกเหรอคะ” กีรติยาค่อยๆ ลุกขึ้นนั่ง โดยมีป้าหวานประคองเอาไว้ไม่ห่าง

“ป้าไม่อยากให้คุณกีร์ของป้าอยู่ใกล้เขาเลยค่ะ ป้าห่วงจริงๆ”

“ป้าหวานอย่าห่วงเลยนะคะ มีแต่กีร์ที่ไปวุ่นวายกับเขา ตัวเขาเองก็ผลักไสกีร์จะตาย”  กีรติยาลูบเบาๆ ที่หลังมือของป้าหวานอย่างปลอบใจ ก่อนที่จะนึกอะไรได้บางอย่าง

“แต่ป้าหวานคะ ก่อนที่จะเป็นลมไปกีร์เห็นภาพอีกแล้วค่ะ ตอนแรกที่คุณกายมาที่นี่ กีร์เกือบถอดใจไปแล้ว เพราะไม่ว่าจะจับมือหรือว่า...อะไร ก็ไม่เห็นภาพเลย แต่พอออกไปส่งคุณกายที่หน้าบ้าน อยู่ๆ ภาพก็วูบเข้ามาอีก” น้ำเสียงตื่นเต้นราวกับเด็กเล็กๆ ที่ได้ของถูกใจ ทำให้หญิงชราคิ้วกระตุกขึ้นเล็กน้อย

“ป้าว่าคุณกีร์อย่าไปใกล้ผู้ชายคนนั้นอีกเลยนะคะ ป้าเป็นห่วง ดูสิถึงกับเป็นลม ทั้งๆ ที่คุณกีร์ของป้าแข็งแรงมาตลอด” มือของป้าหวานลูบแขนบอบบางอย่างห่วงใย

“กีร์ว่าวันนี้คงแค่เหนื่อยค่ะ เจอเรื่องอะไรมาเยอะ ป้าหวานไม่ต้องเป็นห่วงนะคะกีร์ดูแลตัวเองได้ ตอนนี้ดึกแล้ว ป้าหวานคนดีของกีร์ไปนอนนะคะ” หญิงสาวซบหน้าลงบนไหล่อย่างออดอ้อน ซึ่งหากเป็นก่อนหน้านี้ เธอคงไม่ทำแบบนี้แน่ นิสัยจริงๆ บางอย่าง เริ่มปรากฏให้เห็นเพิ่มขึ้นทีละน้อย

“ได้ค่ะ” ป้าหวานมองหน้าหญิงสาวที่ยังอยู่ในอาการเคลิ้มฝัน ก่อนที่จะเดินออกจากบ้านหลังเล็ก

 

ปัง!!!  เสียงทุบต้นไม้ใหญ่รุนแรงจนใบสีเขียวที่ติดแน่น ยังร่วงหล่นลงมา

“ทำไมเจ้าจึงดื้อดึงเช่นนี้ รู้หรือไม่ว่าหากฟื้นสำนึกได้ มันจะเจ็บปวดสักเท่าใด” เสียงจากร่างสูงใหญ่กว่าคนปกติ น่ากลัวประหนึ่งท้องฟ้าพิโรธ ใบหน้าเคร่งขรึมที่เคยหล่อเหลาราวกับรูปสลักไม่มีความรู้สึก ตอนนี้มันแปรเปลี่ยนไปเพราะความโกรธ

 

ภายในรถยนต์คันใหญ่ คนที่นั่งด้านหลังคนขับยังคงเงียบนิ่ง มองมือของตัวเองด้วยความไม่เข้าใจ ก่อนที่กีรติยาจะหมดสติอยู่ในอ้อมแขนของเขา มือที่สัมผัสถูกมือเธอร้อนลุ่มราวกับสิ่งนั้นเป็นของต้องห้ามที่ไม่ควรแตะต้อง แต่ยังไม่ทันที่เขาจะพูดอะไรเพื่อเรียกหญิงสาวให้ฟื้นคืนสติ ร่างเล็กของหญิงมีอายุก็มาดึงเธอออกจากอ้อมแขน

“เดี๋ยวป้าดูแลคุณกีร์เองค่ะ คุณกลับไปเถอะ” คนที่เพิ่งเอาหญิงสาวไปไว้ในอ้อมกอดบอกออกมา ทั้งๆ ที่ไม่มีทางเลยที่ผู้หญิงมีอายุรูปร่างเล็กแค่นั้น จะพาเจ้านายของเธอเข้าไปภายในบ้านเองได้

“ป้าหวานใช่หรือเปล่าครับ นี่คุณกายเจ้านายผม คนที่ซื้อที่ดินจากคุณกีรติยา เราไม่ได้มาร้ายครับ ให้ผมช่วยพาเธอเข้าไปในบ้านเถอะ ป้าคนเดียวคงพาเข้าไปไม่ไหวหรอก” บอย มือขวาคนสนิทเอ่ยขึ้น ขณะที่เพิ่งเดินมาถึงตัวเจ้านาย

“ไม่เป็นไร พวกคุณกลับไปเถอะ” หญิงสูงอายุตอบกลับเสียงห้วน

“แต่...”

“กลับ” ยังไม่ทันที่มือขวาคนสนิทจะตอบกลับ เจ้านายของเขาก็โพล่งขึ้นมาโดยไม่สนใจใดๆ พร้อมเดินไปยังรถที่จอดอยู่

“งั้นผมไปก่อนนะป้า” เมื่อเจ้านายไม่สนใจ เขาก็ไม่จำเป็นต้องสนใจเช่นกัน

ขณะที่รถเริ่มแล่นออกจากบ้าน กายหันกลับไปมองคนทั้งสองอีกครั้ง ภาพที่เห็นทำให้ต้องตกใจ ผู้ชายร่างสูงใหญ่กำลังอุ้มหญิงสาวเอาไว้แนบอก ดวงตาที่มองใบหน้านั้นอ่อนโยนทะนุถนอมราวกับว่าหากรุนแรง ร่างนั้นจะแหลกสลายลงไป แต่ที่เขาไม่เข้าใจ คือผู้ชายคนนั้นเป็นใคร ไม่มีทางเลยที่ระยะเวลาเพียงแค่รถเพิ่งเคลื่อนตัว คนคนนี้จะปรากฏตัวขึ้นได้

คิ้วของกายขมวดเข้มขึ้นมากกว่าเดิม จากชุดที่ใส่ ร่างกายกำยำสูงใหญ่กว่าคนทั่วไป รอบตัวปกคลุมด้วยเงาดำที่มองไม่เห็นแต่รู้สึกได้ถึงความไม่ปกติ เรื่องเหลือเชื่ออย่างนั้นเหรอ  คิ้วที่ผูกกันเริ่มกลับมาเป็นเหมือนเดิมอีกครั้ง พร้อมรอยยิ้มน่ากลัวที่มุมปาก

“มีอะไรหรือเปล่าครับนายน้อย” คนสนิทเอ่ยถามมาจากที่นั่งคนขับ เมื่อมองกระจกหลังเห็นรอยยิ้มแปลกๆ

“ไม่มีอะไรหรอก ว่าแต่เรื่องที่ให้ทำเป็นยังไงบ้าง”

“เป็นอย่างที่นายน้อยคิดเลยครับ สายที่อยู่ภายในของเราบอกว่า เสี่ยวิชิตเป็นคนอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้”

“อืม...มันคงอยากได้ที่ดินตรงนั้นจริงๆ” กายกอดอกถอนใจ ที่ดินตรงนี้เขาเพิ่งซื้อเอาไว้เมื่อไม่กี่เดือน แต่กลับโดนวางเพลิง และถึงขนาดให้คนมาลอบทำร้าย แต่ทำไมกีรติยากลับรอดมาได้ ทั้งๆ ที่ทนายบอกว่า เสี่ยวิชิตติดต่อขอซื้อมาตั้งนานแล้ว แค่ผู้หญิงตัวเล็กๆ น่าจะจัดการง่ายกว่าเขาเป็นไหนๆ

“แล้วนายน้อยจะจัดการอย่างไรต่อครับ”

“เดี๋ยวพอถึงบ้าน แกขึ้นไปหาฉันที่ห้องทำงาน พรุ่งนี้เอาเอกสารที่เตรียมไว้เข้าไปให้มัน แล้วบอกมันว่า ถ้าไม่หยุด เอกสารเรื่องการทุจริต และของผิดกฎหมายที่มันทำจะส่งถึงตำรวจ แต่ถ้ามันยังยึกยัก บอกให้มันดูรายชื่อเมียน้อยที่มันเลี้ยงเอาไว้ แล้วก็เตรียมตัวรับมือเมียของมันดีๆ แต่ถ้ามันรับข้อเสนอ ไม่เข้ามาวุ่นวายกับฉันอีก เราอาจจะมีผลประโยชน์ร่วมกันในอนาคต”

กายมองออกไปนอกหน้าต่าง ไม่ได้รู้สึกยินดียินร้ายกับสิ่งที่กำลังพูด การขัดแย้งเรื่องผลประโยชน์ทางธุรกิจเป็นเรื่องปกติ อยู่ที่ว่าใครจะมีข้อมูลอยู่ในมือมากกว่ากัน แล้วครั้งนี้ก็ถือว่าเสี่ยวิชิตโชคร้าย ที่เขาหวาดระแวงเรื่องนี้ ตั้งแต่ตอนที่สืบเรื่องที่ดินของกีรติยา

“ครับนายน้อย” ความเงียบเข้ามาปกคลุมภายในรถอีกครั้ง นานพอสมควรก่อนที่จะมีเสียงไม่ดังนัก จากทางด้านหลัง

“บอย..แกหาบ้านของกีรติยาไม่เจอจริงๆ เหรอ”

“ใช่ครับ หลังจากที่ผมแวะไปดูรถตามที่นายน้อยสั่ง จนได้รับพิกัด ผมก็ขับมาตามทางที่บอก พอไปถึงหน้าบ้าน กลับมองไม่เห็นอะไรเลยครับ ข้างทะเลสาบมีแค่ป่าหญ้า วนดูหลายรอบจนมั่นใจว่าหลงทาง ถึงได้โทรหา ปรากฏว่าตรงที่นายน้อยยืนอยู่กับคุณกีรติยา ผมขับผ่านมาแล้วไม่ต่ำกว่าสามรอบ แต่กลับไม่เห็นเลย ทั้งที่บ้านหลังใหญ่ขนาดนั้น”

“อืม..แล้วตอนที่เราออกมาจากหน้าบ้าน นายได้มองกระจกหลังหรือเปล่า” เสียงถามกลับยังคงเรียบนิ่ง คาดเดาอารมณ์ได้ยาก

“มองครับ เพราะคิดว่าป้าที่อายุมากแล้ว จะพาตัวคุณกีรติยาเข้าไปในบ้านได้ยังไง สงสัยจะมีคนอื่นอยู่ด้วย”

“แล้วเห็นอะไรแปลกๆ หรือเปล่า”

“ไม่นี่ครับ ก็เห็นแค่ป้าคนนั้น กับคุณกีรติยาที่นั่งอยู่บนพื้น ทำไมเหรอครับ” บอยดูกระจกหลัง มองหน้าผู้เป็นนายอย่างสงสัย

“ไม่มีอะไรหรอก” น้ำเสียง แววตาของคนพูดยังคงไม่เปลี่ยนแปลง

 

ภายในห้องนอนใหญ่ หลังจากให้เอกสารกับลูกน้องเพื่อไปจัดการกับเรื่องน่ารำคาญเสร็จ ชายหนุ่มก็เอนตัวทอดกายอยู่บนโซฟาดังเช่นทุกวัน แต่ครั้งนี้ความรู้สึกในใจกลับแตกต่างออกไป

“พี่กาย พี่กาย” คำพูดของกีรติยาที่อยู่ในสุสานหลายวันก่อน ถูกเปล่งออกมาราวกับละเมอไม่รู้สึกตัว ยังวนเวียนก้องอยู่ในหัว ความทรงจำบางช่วงที่ขาดหายไปของเธอ ซึ่งมีเพียงเขาเท่านั้น ที่เธอสามารถรู้สึกถึงมันได้ อุบัติในวันนั้นที่เธอไม่มีวันรู้ว่าเขาอยู่ในที่เกิดเหตุ ผู้ชายที่เหมือนไม่ใช่คนปกติที่เขาเห็น หลายสิ่งหลายอย่างที่เขารู้สึกถึง มันเชื่อมโยงกันอย่างไม่น่าเป็นไปได้ แม้แต่วามอบอุ่นหัวใจที่หายไปนาน

“เรื่องเหลือเชื่ออย่างนั้นเหรอ” กายพูดแผ่วเบาผ่านริมฝีปาก ขณะดวงตายังมองใบหน้าของผู้หญิงอันเป็นที่รัก

“พี่หวังได้หรือเปล่าใบตอง...หวังว่ามันจะมีปาฏิหาริย์ ...หวังว่าเราจะได้เจอกันอีกครั้ง” กายกำมือแน่นเพื่อระงับความเจ็บร้าวในหัวใจ แต่ดวงตากลับพร่าเลือนมองภาพตรงหน้าไม่ชัดเจน เพราะน้ำตาพยายามจะไหลออกมา แทนความเจ็บปวดที่เกินกว่าจะทนไหว


 °·.¸.·°●°·.¸.·°●°·.¸.-> (100%) <-.¸.·°●°·.¸.·°●°·.¸.·° 


อ่านอย่างมีความสุขนะคะ ^__^

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 108 ครั้ง

460 ความคิดเห็น

  1. #440 Jellydolphin (@Jellydolphin) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2561 / 22:09
    ขนลุกกว่าดูหนังผีอีกง่ะ
    #440
    0
  2. #152 watinee-meo (@watinee-meo) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2560 / 19:44
    เรื่องราวพันผูกกันหลายคนหลา ยชาติภพใช่มั้ยเนี่ย? รึใบตองตามล้างตามแค้นดร.ฆาตกรมานานอย่างรุนแรงเลยกลายเป็นเจ้ากรรมนายเวรกันไป กลับมาตายเพราะมันกันนะ?!?
    #152
    0
  3. #148 Pummycherry (@Pummycherry) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 14:51
    พี่กาย กับใบตอง แล้วคุณป้า เป็น ยมบาล กลายร่ายหรือผู้พิทักษ์กันแน่
    #148
    0
  4. #147 Sugus (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 10:22
    น่าติดตามมาก เนื้อเรื่องมีปมมาให้สานต่อไปเรื่อยๆ
    #147
    0
  5. #146 jitrapornprasit (@jitrapornprasit) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 10:22
    สนุกค่ะ รอไรต์มาต่ออีก
    #146
    0
  6. #145 Sugus (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 10:20
    ซับซ้อนกว่าที่คิด
    #145
    0
  7. #144 พรรณวษา (@NPrittaya) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 08:41
    โอ๊ย ลุ้น!! พี่กายรู้สึกถึงใบตองแล้ววว
    #144
    0
  8. #143 สู้ๆไรเตอร์ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 07:14
    ซับซ้อนจริงๆ ชายเงาดำเหนือธรรมชาติเขาคือไผ ???

    สงสัยคงย้อนไปหลายภพหลายชาติแล้วมั้งเนี้ย



    #143
    0
  9. #142 Dororo Kai (@dororokai) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 06:00
    รอติดตามค่ะ สนุกมากๆ อยากอ่านจนจบ
    #142
    0
  10. #141 สายไหมฤดูหนาว (@kunyanut18) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 04:48
    ลึกลับซับซ้อนเดาทางยากมากแต่ก็สนุกชวนติดตามค่ะ
    #141
    0
  11. #140 izyberry (@izyberry) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 04:28
    สนุกกกก
    #140
    0
  12. #139 izyberry (@izyberry) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 04:28
    สนุกกกก
    #139
    0
  13. #138 Pompom06 (@Pompom06) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 03:31
    น่าสงสารและน่าติดตาม
    #138
    0
  14. #137 satamsomtua (@satamsomtua) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 03:18
    น่าสงสารจริง พี่กาย อดทนรอ
    #137
    0
  15. #136 Oipaka (@Oipaka) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 00:46
    รออีบุ๊คค่ะ
    #136
    0
  16. #135 lmlew (@lmlew) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 00:37
    ในระหว่างนี้พี่กายมาซบอกน้องก่อนก็ได้นะคะ อิอิ
    #135
    0