จนกว่าเรา...จะพบกัน

ตอนที่ 11 : ตอนที่ 5 : ต่อรอง (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3984
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 101 ครั้ง
    1 พ.ย. 60


เส้นทางออกจากสุสานในเวลานี้ พระอาทิตย์เริ่มลดต่ำลงทุกที บรรยากาศรอบข้างกำลังจะมืดสลัวมีแสงสว่างน้อยลง รถสปอร์ตสีดำขับออกมาไม่เร็วนัก เพราะถนนทางออกค่อนข้างห่างจากถนนใหญ่ที่จะเข้าตัวเมือง สองข้างทางมีต้นไม้รกทึบไม่มีผู้คนสันจร

ชายหนุ่มหันไปมองกระจกหลังบ่อยกว่าปกติ มีรถเต่าสีฟ้าขับตามออกมาด้วยความเร็วตามสภาพของมัน โดยตัวเขาเองทิ้งช่วงห่างพอสมควร เพื่อไม่ให้หญิงสาวเข้าใจผิดว่าเขาห่วงใย ซึ่งจริงๆ แล้วมันเป็นแค่เรื่องของมนุษยธรรมเล็กๆ น้อยๆ ถนนเปลี่ยว รถเก่าซอมซ่อ ถ้ามาเสียกลางทาง ผู้หญิงคนเดียวคงจะอันตรายเกินไป

ไม่นานรถก็มาถึงถนนใหญ่ ชายหนุ่มมองกระจกหลังอีกครั้งก่อนที่จะเลี้ยวรถ ขับไปได้สักระยะเมื่อเห็นว่ารถเต่าสีฟ้าเลี้ยวเข้าถนนใหญ่แล้วเช่นกัน จึงได้ถอนหายใจออกมาเล็กน้อยรู้สึกขัดใจตัวเอง อยากจะเร่งตามความแรงของเครื่อง ก็ห่วงหน้าพะวงหลัง แต่ไม่นาน สายตาของกายก็ไปสะดุดกับมอเตอร์ไซค์คันใหญ่สีดำ ที่กำลังขับเข้ามาใกล้ ทั้งๆ ที่ตามปกติรถคันใหญ่แบบนี้ ไม่น่าจะขับช้าถึงขนาดไม่ยอมแซงเขา

กายเหยียบคันเร่งของรถให้แรงขึ้น เพื่อทดสอบว่ากำลังถูกตามอยู่หรือเปล่า และเป็นจริงอย่างที่คาด ผู้ชายชุดดำสองคนที่ใส่หมวกกันน็อกแน่นหนาไม่ปล่อยให้เขาอยู่ห่างจนเกินไป มันเร่งเครื่องตามมาอย่างรวดเร็ว พร้อมคนข้างหลังที่เตรียมควักอะไรบางอย่างออกมาจากทางด้านหลัง

“ไม่ปล่อยให้อยู่อย่างสงบเลยนะ” กายสบถออกมาด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่าย ก่อนที่จะเร่งความเร็วรถเพิ่มขึ้น เพื่อให้มันออกห่างจากรถเต่าสีฟ้าที่กำลังขับตามหลังมา มือก็ล้วงเข้าไปที่ใต้เบาะรถเตรียมอาวุธคู่กายที่ปกติไม่ได้พกติดตัว เพราะเห็นว่าไม่จำเป็นออกมา

ปัง ปัง ปัง!! เสียงปืนดังขึ้นสามนัด แม้ว่าคนในรถจะรู้ตัวอยู่ก่อน แต่ก็ยังช้าเกินไป กระสุนปืนทำลายล้อรถสปอร์ตที่ขับด้วยความเร็ว ทำให้คนขับต้องประคองรถอย่างสุดฝีมือ แต่ก็ต้านความแรงไว้ไม่อยู่ รถเสียหลักพุ่งลงข้างทางด้วยความเร็ว แต่คนขับคุ้นเคยกับการขับในสนามแข่งอยู่แล้ว การเสียหลักเช่นนี้จึงเป็นเรื่องค่อนข้างปกติ กายหักพวงมาลัยเล็กน้อย ดึงเบรกมือเพื่อให้รถหมุนเป็นวงกลม ก่อนที่ด้านข้างของมันจะหยุดเพราะชนต้นไม้ แต่รถถูกลดแรงเหวี่ยงจากการหมุนแล้ว จึงทำให้ไม่รุนแรงนัก

ดวงตาของกายในตอนนี้แข็งกร้าวจนน่ากลัว ปืนในมือกระชับแน่นขึ้นด้วยโทสะ ขณะที่ปลายหางตาก็เหลือบไปมองมอเตอร์ไซค์ที่จอดดูผลงานตัวเองอยู่บนถนน ซึ่งสูงกว่าตำแหน่งที่รถเขาตกลงไป คนซ้อนที่มีปืนในมือ และคงเป็นคนเดียวกับคนที่ยิงล้อรถของเขาเดินลงมา ส่องปลายกระบอกปืนมายังคนขับ ที่ตอนนี้ก็เตรียมปืนเอาไว้ไม่ต่างกัน

ไม่ง่ายที่จะฆ่าเขาเมื่อนั่งอยู่ในรถที่ระบบความปลอดภัยดีเยี่ยมขนาดนี้ ต่อให้มันเอาปืนกลมาระดมยิง ก็ยังทำลายกระจกนิรภัยได้ยาก แต่ด้วยนิสัยของกาย ไม่มีทางที่จะนั่งรอให้คนมาเหยียดหยามอยู่ในรถเฉยๆ  มือของชายหนุ่มเอื้อมไปที่ประตูรถ ก่อนที่จะได้ยินเสียงของแตรรถบีบดังสนั่น

 

คนในรถเต่าสีฟ้ามองท้ายรถสปอร์ตสุดหรูสีดำที่ขับอยู่ด้านหน้าด้วยความหงุดหงิด ผิดหวัง ท้อแท้ หลากหลายจนไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไร หลังจากที่คุณกายเดินหนีเธอออกมาจากหลุมศพ เธอก็ได้แต่ตามออกมาห่างๆ ไม่กล้ามีปากเสียง หงอยิ่งกว่าน้องหมาเวลาโดนเจ้านายดุ ตอนนี้ก็ได้แต่มองไฟสีแดงท้ายรถที่นำอยู่ไม่ไกล พอเร่งเครื่องตาม เจ้าของรถก็เร่งหนีให้มีระยะเท่าเดิมจนกีรติยาหงุดหงิดอยากจะกรีดร้อง

“จะรอก็ไม่รอ จะทิ้งก็ไม่ทิ้ง โอ้ยยย...คนใจร้าย” คนขับตามได้แต่บ่นระบายความอึดอัด ที่ไม่สามารถทำอะไรได้ จะเร่งเครื่องไปด่าก็ไม่ได้ พอชะลอรถจะให้เขาทิ้งห่าง รถคันนั้นก็ชะลอตาม จนได้แต่ทำใจ

ในขณะที่เลี้ยวรถเข้ามาสู้ถนนใหญ่ได้ไม่นาน รถที่เธอบ่นถึงก็เร่งเครื่องออกไปด้วยความเร็ว กีรติยาเอื้อมมือออกไปอัตโนมัติ เหมือนพยายามไขว่คว้าไว้ แต่มันกลับเร็วจนเธอตามไม่ทัน จนได้แต่ถอนหายใจ 'ยากเหลือเกินกับการตามผู้ชายคนนี้อยู่ทางด้านหลัง' หญิงสาวได้แค่ทำใจ เพราะไม่ว่าอย่างไร เขาก็เป็นเพียงคนเดียวบนโลกใบนี้ที่เป็นแสงสว่างสำหรับเธอ 

รถเต่าสีฟ้ายังคงขับเชื่องช้าบนถนนที่มืดมิด สายลมเย็นปะทะหน้าทำให้คลายจากความตึงเครียดได้บ้าง แต่ก็เพียงไม่นาน เมื่อสายตาของเธอเหลือบไปเห็นอะไรบางอย่าง ที่ทำให้ต้องเย็นวาบไปถึงกระดูกสันหลัง แสงสว่างของเธอตกลงไปอยู่ที่ข้างถนนเสียแล้ว แต่นั่นก็ยังไม่ทำให้เธอรู้สึกโกรธเท่าผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังส่องปืนไปยังรถคันนั้น และอีกคนคร่อมมอเตอร์ไซค์เตรียมจะหนี

มือของกีรติยากำพวงมาลัยแน่น ก่อนที่จะบีบแตรรถเสียงดังสะนั่น จนคนทั้งสองต้องหันมาดูด้วยความตกใจ รถเต่าสีฟ้าแม้จะขับไม่เร็วนัก แต่ไม่มีทีท่าว่าจะเบรกเลย มันมุ่งตรงมายังคนที่ถือปืน จนปลายกระบอกปืนเปลี่ยนทิศมายังเธอ แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้หญิงสาวกลัวแม้แต่น้อย มือยังคงกำพวงมาลัยแน่น พร้อมปากก็ตะโกนด่า

“ไอ้บ้า แกจะทำอะไรคุณกายของฉัน ไอ้เลว ไอ้คนนิสัยไม่ดี...” แม้จะไม่มีใครได้ยิน เพราะเสียงแตรน่ารำคาญ แต่นั่นก็ทำให้มือปืนเริ่มลังเล เพราะรถไม่มีทีท่าว่าจะหยุด มันมุ่งตรงมาเพื่อชนเพียงอย่างเดียว และคนที่จะชนคือพยานปากสำคัญ

“ไป!!.. เสียงคนที่คร่อมอยู่บนมอเตอร์ไซค์ตะโกนบอก จนคนที่เล็งปืนไปทางรถเต่าน่ารำคาญสบถออกมาอย่างหัวเสีย ทั้งๆ ที่วางแผนมาเป็นอย่างดี อุตส่าห์ยิงล้อเพื่อให้เหมือนอุบัติเหตุ แต่มันก็ไม่ตาย พอจะซ้ำ ก็มีมารมาผจญ มือปืนชี้มือไปยังรถเต่าที่กำลังเคลื่อนมาถึงตัว ก่อนที่จะทำท่าปาดคอย่างเคียดแค้น แล้วซ้อนรถที่จอดอยู่หายไปอย่างรวดเร็ว

ทั้งหมดที่เกิดขึ้นใช้เวลาเพียงชั่วอึดใจ แต่มันเหมือนนานมากสำหรับกีรติยาที่เป็นห่วงแสงสว่างเดียวของเธอ ไม่รู้ว่าจะเป็นหรือตาย เธอแทบไม่มีความรู้สึกกลัวกับปืนที่จ่อเข้ามาหา ในเวลานั้นคิดเพียงอย่างเดียวว่า ถ้าคุณกายตาย มันก็เหมือนเธอได้ตายไปกับเขาด้วย แต่มันคือการตายทั้งเป็น เพราะโลกของเธอจะกลับมามืดอีกครั้ง

“คุณกาย คุณกาย....” หญิงสาวตะโกนร้องตั้งแต่จอดรถ จนเริ่มวิ่งลงเนินที่รถของชายหนุ่มจอดอยู่อย่างทุลักทุเล ล้มบ้าง ลุกบ้าง พลาดไถลบ้าง แต่ไม่มีอะไรหยุดเธอได้

“จะเสียงดังทำไม” คนที่เพิ่งออกมาจากรถเอ่ยขึ้นไม่ดังนัก แต่ก็มีรอยยิ้มบางๆ สังเกตยากที่มุมปาก

“เลือด คุณเลือดออก” กีรติยาใบหน้าซีดเผือด มือสั่นน้อยๆ ขณะที่เห็นเลือดบนหน้าผากของชายหนุ่ม ตอนนี้เธอกลัวจริงๆ แล้ว กลัวยิ่งกว่าที่มือปืนคนนั้นเอาปืนมาเล็งใส่เสียอีก

“สงสัยไปกระแทกตอนที่ชนต้นไม้น่ะ ไม่เป็นไรแค่นิดหน่อย”

“ไปกับฉันค่ะ ไปโรงพยาบาลกัน” หญิงสาวพยายามเอื้อมมือเข้าไปหาแผล แต่เธอก็กล้าๆ กลัวๆ กลัวว่าเธอจะทำให้เขาเจ็บ

“แผลเล็กนิดเดียว จะตกใจทำไม” คนพูดก้มตัวลงไปมองกระจกข้างของรถ พร้อมส่ายหัวกับความแตกตื่นของหญิงสาว

“ถ้าอย่างนั้นไปบ้านฉันค่ะ เดี๋ยวฉันทำแผลให้”

“เธอกลับไปเถอะ ฉันไม่เป็นอะไร” เสียงเขายังคงเรียบเฉย ไม่สมกับความตื่นเต้นของเธอเลย

“แล้วคุณจะกลับยังไง รถพังขนาดนี้ แถมโหลดต่ำจนฉันคิดว่ามันคงขึ้นไปอยู่บนถนนเองไม่ได้แล้วล่ะ อีกอย่างที่นี่ไกลจากตัวเมืองมาก ไม่ค่อยมีรถผ่านไปมา” น้ำเสียงของคนห่วงใยเริ่มเปลี่ยนไป เมื่อรู้สึกว่าขนาดคนที่โดนลอบทำร้ายยังไม่แยแส แล้วเธอจะแสดงความห่วงใยทำไมเยอะแยะ สู้หลอกล่อเขาให้ไปกับเธอจะดีกว่า

“เดี๋ยวฉันโทรเรียกลูกน้องมา เธอไปเถอะ มันอันตรายเผื่อพวกนั้นกลับมา”

“นี่ไงที่ฉันกำลังพูด คุณก็โทรบอกลูกน้องมาดูรถ ส่วนคุณไปกับฉัน เผื่อว่าพวกมันย้อนกลับมาคุณจะทำยังไง” กีรติยาเริ่มหาเหตุผลในการล่อลวงชายหนุ่มขึ้นรถ ทำไมยากเย็นแบบนี้นะ

“ก็เก็บมันให้หมด” คำพูดยังคงเฉยชา ความรู้สึกเธอตอนนี้มันอึดอัดจนบอกไม่ถูก มันเหมือนเมื่อตอนออกมาจากสุสาน ที่ตามก็ไม่ทัน พอชะลอเค้าก็กลับชะลอตามเพื่อให้เธอเห็น

“แล้วถ้ามันไม่ตามคุณ แต่ตามฉันแทนล่ะ เมื่อกี้มันก็เพิ่งขู่ฉันด้วย ถ้าคุณไม่ห่วงฉัน อย่างน้อยก็เห็นความดีความชอบที่ฉันช่วยคุณบ้างสิ พวกนั้นน่ากลัวจะตาย ดูสิ มือฉันยังสั่นไม่หายเลย” หญิงสาวเริ่มก้มหน้าช้อนตามองชายหนุ่มดูน่าสงสาร จนกายต้องหลุดหัวเราะออกมา กับความเสแสร้งนี้

“ผมว่าคุณน่ากลัวกว่าพวกมันอีกนะ” พูดจบ ร่างสูงใหญ่ก็เปิดเข้าไปภายในรถ เพื่อหยิบของบางอย่าง ก่อนที่จะปิดกลับคืน แล้วเดินขึ้นไปบนเนิน ตรงที่รถเต่าจอดอยู่

“คุณกาย จะไปไหนคะ” กีรติยาวิ่งตามคนที่เดินนำหน้า ขนาดเธอสูงยาวเข่าดีแล้ว แต่ก็ยังตามยักษ์ที่ก้าวไม่กี่ก้าวก็ขึ้นเนินไปบนถนนได้อย่างรวดเร็ว

“เล็กมาก” คนพูดส่ายหัวกับขนาดของที่นั่งข้างคนขับ จนต้องก้มลงไปปรับเบาะให้กว้างขึ้นจนสุดของมัน แต่ก็ยังทำให้เข่าของเขาชนกับคอนโซนด้านหน้าอยู่ดี

“ไม่ใช่แค่เล็กค่ะ ร้อนด้วย” กีรติยาเอ่ยขึ้นพร้อมเสียงหัวเราะ ไม่ได้มีความอับอายกับรถของเธอแม้แต่น้อย ไม่นานรถเต่าก็เคลื่อนตัวออกจากที่เกิดเหตุด้วยความเชื่องช้า

“บอย ฉันโดนลอบยิง” ชายหนุ่มด้านข้างเอ่ยขึ้น หลังจากที่โทรศัพท์หาใครบางคน

“ฉันไม่เป็นไร ให้คนมาดูรถให้ด้วยแล้วกัน อยู่แถวทางเข้าสุสาน”

“ไม่ต้อง เดี๋ยวแกรอไปรับฉันที่บ้านกีรติยา พอถึงแล้วฉันจะส่งโลเคชั่นไปให้”

“แค่นี้แหละ ไม่ต้องถามมาก” กายวางสายโทรศัพท์ ไม่เปิดโอกาสให้ปลายสายซักถามอะไรมากนัก ซึ่งคนด้านข้างก็เริ่มเคยชินกับการถนอมคำพูดของผู้ชายคนนี้ไปเรียบร้อยแล้ว

“คุณกายขา...” กีรติยาส่งเสียงออดอ้อนพร้อมหน้าตาน่าสงสาร ขณะที่รถติดไฟแดง และชายหนุ่มด้านข้างเริ่มมีเหงื่อซึมที่ใบหน้า คล้ายกำลังระเบิดอารมณ์เพราะทั้งคับแคบ และร้อน

“อะไร...” เสียงเข้มตอบกลับ พร้อมขยับตัวออกห่าง เพราะจำได้เรื่องที่หญิงสาวเคยขอ

“นี่คุณ ไม่ต้องขยับหนีก็ได้ ฉันไม่ทำอะไรคุณหรอก” กีรติยาแว้ดขึ้นทันที เมื่อเห็นคนด้านข้างขยับตัวหนี ทั้งที่รถก็คับแคบจนหนีไปไหนไม่ได้

“ใครจะไปรู้ หน้าเธอหื่นขนาดนั้น” มีรอยยิ้มเล็กน้อยขณะที่พูด ซึ่งเห็นได้ไม่บ่อยนัก แม้แต่ตัวของเขาเองก็รู้สึกสบายใจแปลกๆ เมื่ออยู่ใกล้กับกีรติยา

“คือ...วันนี้ถือว่าฉันช่วยชีวิคคุณใช่รึเปล่า” นิ้วของหญิงสาวขยับไปเขี่ยที่เบาะตรงที่ว่างข้างๆ ขาของชายหนุ่ม

“จริงๆ ถึงเธอไม่ช่วยฉันก็จัดการได้” ใบหน้าคมเข้มหันไปหาอย่างคนที่มีอำนาจต่อรองเหนือกว่า เพราะรู้แน่แล้วว่าต้องมีการขออะไรแปลกๆ เกิดขึ้นอย่างแน่นอน

“ก็หยวนๆ ไปแล้วกัน ถือว่าคุณติดหนี้บุญคุณฉันครั้งหนึ่ง ฉันอยากให้คุณตอบแทนบุญคุณ” นอกจากหน้าด้านหน้าทนแล้ว ผู้หญิงด้านเข้าๆ เขายังไร้ซึ่งความอายในการทำความดีอีกด้วย

“ได้เหรอ...” กายยกมือขึ้นกอดอก พร้อมปลายตามองไม่เห็นด้วย

“ได้สิ ก็คิดซะว่าถ้าฉันไม่ไปช่วย คุณอาจจะต้องยืนตากยุงรอลูกน้อง หรือตำรวจอยู่ดี” กีรติยาหันมายิ้มหวานให้ชายหนุ่มอีกครั้ง ไม่รู้ว่าเธอเอาความแน่ใจเรื่องที่เขาจะรอดจากมือปืนได้มาจากไหน แต่คิดแล้วว่าไม่มีเธอเขาต้องรอดแน่ๆ ต่างจากตอนนี้ การนั่งอยู่บนรถเธอคือของจริงที่ปฏิเสธไม่ได้

“ให้ตอบแทนยังไง ...แต่มีข้อแม้ว่าห้ามมาขอกอดฉัน” คนตอบยกคิ้วข้างหนึ่งขึ้น พร้อมแสยะยิ้มมุมปากน่าหมั่นไส้

“ฉันไม่ขอกอดหรอก แค่อยากของานคืน” กีรติยากระชากเสียงเล็กน้อย เมื่อคนที่ถูกขอรู้ทัน ถ้าเธอได้กอด งานไม่ต้องรับก็ได้ เพราะนั่นได้แค่จับมือ

“ก็ได้” คำตอบเรียบง่ายถูดส่งกลับมา จนเธอแทบไม่เชื่อหู

“จริงเหรอคะ ถ้าอย่างนั้นฉันขออีกอย่าง นะ นะ ถือว่าเป็นค่าทำแผล” รอยยิ้มสว่างสดใส ทำให้กายต้องถอนหายใจออกมาอย่างปลงๆ นี่เขากำลังคุยกับเด็กสามขวบหรือยังไงกัน

“อะไร”

“คือ วันงานฉันขอจับมือคุณเดินออกมาได้หรือเปล่าคะ เพราะรูปแบบงานที่คิดไว้ ประมาณบอร์ดี้การ์ดกับเจ้าแม่อะไรแบบนี้อ่ะค่ะ เหมือนละครหงส์เหนือมังกรไงคุณ รับรองคุณได้ลูกค้าไฮโซอีกเยอะเลยนะ” ใบหน้าของกีรติยาในตอนนี้ดูเพ้อฝันเต็มที่ จนกายที่กลั้นขำอยู่เกือบจะทนไม่ได้หลุดพรืดออกมา

“นี่คุณใช่ดาราที่เคยขึ้นอันดับหนึ่งจริงๆ หรือให้ผู้จัดการมาย้อมแมวขายผมเนี้ย” รอยยิ้มของกายทำให้หญิงสาวรู้สึกมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก ก่อนหน้านี้เธอเจอคุณกาย ถึงแม้เขาจะดูน่ากลัว เข้าถึงยาก แต่ดวงตาก็เต็มไปด้วยความเศร้า ยิ่งตอนที่เขายืนอยู่หน้าหลุมศพผู้หญิงอันเป็นที่รัก เธอรู้สึกเหมือนว่าโลกทั้งใบจะถล่มลงมา แต่ตอนนี้เขาเริ่มยิ้มแล้ว แม้จะเล็กน้อย แต่ก็รู้สึกดีจริงๆ

“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน จำไม่ได้ คุณก็เชื่อๆ ไปเถอะนะ ฉันยังเชื่อตามที่พี่ม่อนบอกเลย ว่าแต่คุณตกลงหรือเปล่าคะ”

“เดี๋ยวผมให้ลูกน้องเดินแทน”

“ไม่ได้หรอกคุณ งานนี้ต้องเจ้าของเดิน ยิ่งคุณหล่อขนาดนี้ หุ่นฟิตขนาดนี้ รับรองได้ลูกค้าสาวๆ มาเพียบเชื่อฉัน อย่าไปเปิดเลยเล็กๆ ถ้าทำต้องให้ยิ่งใหญ่ปังๆ” มือไม้ของคนพูดวาดลีลาในอากาศเต็มไปด้วยอินเนอร์ จนกายต้องส่ายหัวอย่างปลงๆ ถึงความไม่ปกติของคู่สนทนา

จริงๆ ไม่ใช่ว่าธุรกิจนี้เขาเปิดแบบไม่หวังกำไร แต่ลูกค้าส่วนใหญ่ในตอนนี้ ก็เต็มแน่นจนแทบจะหาคนส่งไปไม่ทันอยู่แล้ว เฉพาะนักธุรกิจ กับนักการเมืองก็มีอะไรมากมายแบบลับๆ ที่ต้องการคนอย่างเขา ซึ่งเป็นงานที่เปิดเผยตัวไม่ได้ ส่วนธุรกิจรักษาความปลอดภัยที่มาเปิดในตอนนี้ เพียงแค่ทำเพื่อบังหน้าและเอาไว้ส่งคนเข้าไปสืบข่าวเท่านั้น

“แค่ข้อมือ” เสียงตอบกลับที่ทำให้กีรติยาต้องหันไปมองหน้าเขาอีกครั้ง อย่างไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน

“โอเคค่ะ” รอยยิ้มออกมาเต็มใบหน้ามากที่สุดเท่าที่มันจะออกมาได้ ก่อนที่มันจะเปลี่ยนเป็นเจ้าเล่ห์ เมื่อเธอหันกลับไปมองทาง ตอนนี้เอาแค่นี้ก่อน เดี๋ยวเจอกันคุณกาย


                                °·.¸.·°●°·.¸.·°●°·.¸.-> (100%) <-.¸.·°●°·.¸.·°●°·.¸.·° 


อ่านอย่างมีความสุขนะคะ ^__^

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 101 ครั้ง

460 ความคิดเห็น

  1. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  2. #151 Miin_Miin (@maewnoiover) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 20:28
    เฮ้ย ชอบอ่ะไรท์
    #151
    0
  3. #150 Miin_Miin (@maewnoiover) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 20:28
    เฮ้ย ชอบอ่ะไรท์
    #150
    0
  4. #131 namkanglemon (@namkanglemon) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2560 / 16:23
    คิดถึงไรท์จังงงงงง
    #131
    1
  5. #126 พรรณวษา (@NPrittaya) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2560 / 12:25
    โอ๊ยยยย รอไรท์มาลงเยอะๆแต่ห้ามใจตัวเองไม่ไหวต้องมาอ่าน เมื่อคืนอ่านตอนที่ไรท์บอกว่าระวังค้างไว้ที่เรื่องของใบข้าว เผลอไปเข้า วันนี้เลยต้องลากยาวอ่านเรื่องนี้จนถึงตอนปัจจุบัน บีบใจเหลือเกิน สงสารใบตอง พี่กายก็นะ น่าสงสารไม่ต่างกันเลย อยากได้เล่มตอนนี้แล้วววว ไม่อยากทน ฮืออออ ไรท์รีบกลับมาอัพด่วนๆเลย รู้ไว้ด้วยว่ามีคนค้างรออยู่ตรงนี้!!!
    #126
    0
  6. #125 View (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2560 / 01:52
    Please come back
    #125
    0
  7. #121 แมววัวลาย (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2560 / 05:50
    เลี้ยวรถเข้ามาสู้ถนน-สู่ถนน

    เสียงดังสะนั่น-สนั่น

    ฉันช่วยชีวิค-ชีวิต

    ผู้หญิงด้านเข้าๆ-ด้านข้างๆ

    #121
    0
  8. #120 สู้ๆไรเตอร์ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2560 / 02:35
    เริ่มใกล้กันไปอีกนิดแล้ว
    #120
    0
  9. #119 Pompom06 (@Pompom06) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 / 23:32
    ขอบคุณคร้า
    #119
    0