ลิขิตรัก...อันตราย [สนพ. อรุณ]

ตอนที่ 9 : แปด : ตั้งกฏ (แก้ไข 100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2530
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    17 ก.ย. 59


 รถคันใหญ่สีดำแล่นเข้ามาบนถนนนอกเขตชุมชนเส้นหนึ่งด้วยความเร็ว  ขับมาได้ไม่ไกลนักมอเตอร์ไซค์วิบากคันใหญ่ก็ตามมา แต่ตอนนี้ไม่ใช่มีแค่คันเดียว มันมาพร้อมกันไม่ต่ำกว่า 5 คัน ที่แท้เป็นแผนของพวกมันนี่เอง ครั้งนี้คงตั้งใจเอาชีวิตผู้เป็นนายท่านของเธออย่างซึ่งๆ หน้า ในเมื่อการลอบทำร้ายไม่ได้ผล

“หูยยยย...นายท่านคะ ไปทำให้ใครโกรธมาเนี้ย คนตามมากันเต็มไปหมด โดนตามฆ่าทุกวันเลย” นาวาถามผู้เป็นนายด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ แอบบ่นเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้มีอาการหวั่นเกรงกับสิ่งที่เกิดขึ้นเลย

“ไม่รู้สิ เยอะแยะไปหมด” ผู้ป็นนายก็ตอบด้วยน้ำเสียงไม่ยี่หระอะไรเช่นกัน

“พี่นพคะ เดี๋ยวพี่นพขับเร็วๆ แล้วเบรครถหักพวงมาลัยให้ขวางถนนไว้ หันฝั่งของหนูไปทางมอเตอร์ไซค์พวกนั้น เดี๋ยวหนูจะทำให้พวกมันหยุดตาม แล้วพี่นพค่อยรีบขับหนีไปเลยนะคะ หนูว่าพวกมันไม่น่ามีแค่นี้” นาวากล่าวขึ้นกระชับปืนในมือท่าเตรียมพร้อม

 

เพียงไม่นานเสียงเบรครถก็ดังขึ้น พร้อมรถคันใหญ่สีดำเหวี่ยงตัวเป็นวงกลม เสียงปืนในมือของนาวาก็ดังขึ้นตามในจังหวะพร้อมกัน

ปัง ปัง ปัง !!!

รถมอเตอร์ไซค์ 3 คันข้างหน้าที่วิ่งตามมาล้มกระจัดกระจายอย่างรวดเร็ว จนทำให้อีก 2 คันที่ตามมาล้มตามไปด้วย นาวายิงที่ล้อของรถมอเตอร์ไซค์ด้วยความแม่นยำ

 

“รีบไปค่ะพี่นพ” หญิงสาวเร่งมานพที่ขับรถอยู่ ไม่ดีแน่ที่นายท่านของเธอจะอยู่ที่นี่ ไอ้นักฆ่าโรคจิตต้องอยู่ที่ไหนสักแห่งใกล้ๆ แน่ นาวายังไม่พร้อมเผชิญหน้าจนกว่าเธอจะหายกลัวมันให้ได้ก่อน แค่คิดถึงหน้ารุ่นพี่โรคจิตตอนนี้มือของเธอยังสั่นน้อยๆ

“ฉันต้องตั้งกฏ” เสียงดังขึ้นท่ามกลางความเงียบเมื่อผ่านเหตุการณ์ระทึกมาได้ไม่นาน

“ต่อไปเธอเด็กน้อย ห้ามทำตัวเองให้ตกอยู่ในอันตรายอีก จริงๆ วันนี้แค่ขับรถหนีไปก็พอ แล้วรถของฉันก็กันกระสุน ไม่ต้องให้เธอเปิดกระจกไปส่องมัน” วายุเอ่ยขึ้นเสียงแข็ง เขาไม่คิดว่าเด็กน้อยจะคิดเร็วทำเร็วขนาดนี้ ตอนที่ขอปืนเขานึกว่าจะแค่เตรียมพร้อมไว้เฉยๆ

“มีอีกข้อ คือห้ามใช้ปืน และอาวุธทุกอย่างถ้าฉันหรือนพไม่อยู่ด้วย เพราะที่นี่เขาไม่ให้เด็กใช้” วายุสั่งเสียงเข้ม แต่ในใจรู้ดีว่านาวาไม่มีทางทำตามแน่

“แต่.....นายท่านตกอยู่ในอันตรายนะคะ” ร่างเล็กเริ่มเถียงอย่างไม่ยอม

“ไม่ต้องเถียง ฉันสั่งคำไหนก็คำนั้น” วายุลอบถอนใจ เค้าจะทำให้นาวาใช้ชีวิตเหมือนเด็กปกติได้จริงๆ เหรอ

“แล้วถ้ามีแบบนี้อีกล่ะคะ หนูหมายถึงตั้งแต่หนูรู้จักนายท่านมา นายท่านถูกลอบฆ่ามาแล้วตั้งหลายครั้งนะคะ” นาวารีบเถียงอีกครั้งอย่างเผลอตัว

“หลายครั้งที่ไหน ฉันจำได้ว่าแค่ครั้งนี้ กับครั้งที่เธอตะโกน” วายุแกล้งแหย่ลองเชิง เด็กนี่ทำอะไรที่เขาไม่รู้อีก ขนาดที่แอบรู้มาก็ไม่ต่ำกว่า 4 ครั้งแล้ว

“เอ่อ ไม่มีอะไรค่ะ หนูก็แค่รู้สึกว่ามันเยอะเกินไป” นาวาตอบเสียงอ้อมแอ้ม ไม่นานนักแผงคอก็รู้สึกเย็นวาบ เธอรีบหันหน้ากลับไปมองอย่างรวดเร็ว สายตาของหญิงสาวมองผ่านผู้เป็นนายไปยังกระจกหลัง มอเตอร์ไซค์คันใหญ่สีดำทะมึนจอดอยู่พร้อมเล็งปืนมาที่นายของเธอในระยะไกล แม้จะมืดแต่เธอก็มองเห็น  โดยไม่ทันได้คิดอะไรนาวากระโจนไปที่เบาะหลังทันที

 

“นายท่าน...ระวัง”  ร่างเล็กเอาตัวโถมเข้ากอดผู้เป็นนายไว้อย่างรวดเร็ว พร้อมพลิกตัวบังกระสุนที่มาจากทางด้านหลัง ตอนนี้วายุที่อยู่ในอ้อมแขนรู้สึกได้ทันทีว่านาวากอดเขาไว้แน่น แน่นมาก เหตุการณ์ครั้งนั้นที่เขาเอาตัวปกป้องน้องกลับมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้น้องเป็นคนปกป้องเขา

เปรี้ยง เปรี้ยง!!!! เสียงปืนไรเฟิลดังสนั่น ติดกัน 2 นัด นัดแรกกระจกแค่ร้าว แต่นัดที่ 2 ทะลุกระจกกันกระสุนเข้ามาทางด้านหลังอย่างแม่นยำ 

โอ้ย!!! เสียงเล็กๆ ของนาวาดังลอดผ่านไรฟัน รู้ว่าโดนแน่แต่ก็ยังพยายามกัดฟันกลั้นเอาไว้

“ไปต่อเลยค่ะพี่นพ หนูไม่เป็นไร” เสียงผ่านริมฝีปากอีกครั้งอย่างรวดเร็ว ขณะที่มานพชะลอรถเพราะตกใจในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่คิดว่าจะมีมือปืนฝีมือดีขนาดนี้ ยิง 2 นัดติดกันในตำแหน่งเดิม แถมระยะไกลมากด้วยท่ายืน

“โดนตรงไหน” วายุตะโกนขึ้นอย่างขาดสติ เมื่อคิดว่าจะต้องสูญเสียอีกครั้ง มือก็คลำตัวเด็กน้อยไม่หยุด จนมาสะดุดตรงแขนที่เปียกชื้นไปด้วยเลือด

“นพ ไปหาหมอเอกเร็ว” ชายหนุ่มโอบกอดร่างในอ้อมแขนไว้แน่นด้วยมือสั่นเทา เขาสูญเสียไม่ได้อีกแล้ว

“หนูไม่เป็นไรค่ะ นายท่านปล่อยก่อนนะคะ หนูเจ็บแผล” เสียงของนาวาทำให้วายุตื่นจากภวังค์ พร้อมคลายมือออกจากร่างเล็กอย่างอ่อนโยน แต่ไม่ได้ปล่อยมือ

“เมื่อไหร่จะถึง ขับให้เร็วกว่านี้อีกนพ” เสียงจากด้านหลังเอ่ยขึ้นอย่างร้อนใจ เขาไม่ไว้ใจใครนอกจากหมอเอกเท่านั้น ถ้าพานาวาไปที่โรงพยาบาล แผลถูกยิงจะทำให้เรื่องใหญ่ เขาไม่ต้องการให้ใครรู้จักนาวาทั้งสิ้น การมีตัวตนของนาวาคือความลับที่สำคัญของเขา

“ฮือออออ...” เสียงครางแผ่วเบาดังมาจากริมฝีปากเล็ก เหงื่อเริ่มซึมออกมาอย่างคนที่อดกลั้นความเจ็บปวด ริมฝีปากเม้มไว้แน่น

“ไม่เป็นไรนะ จะถึงแล้ว” วายุปลอบเสียงเบาลูบไปที่หน้าผาก เสยผมม้าของนาวาเพื่อเช็ดเหงื่อ มือใหญ่สัมผัสถึงรอยบางอย่างที่เป็นแนวยาว ใต้ผมม้านั้น แผลเป็น วายุขมวดคิ้วอย่างข่มอารมณ์ไว้อีกครั้ง

OOOOOOOOOO

ในห้องพยาบาลของคลินิคแห่งหนึ่ง วายุอุ้มนาวาเข้ามาหาหมอเอกเพื่อนสนิทที่เขาไว้ใจ

“ไอ้เอกเร็วๆ” หมอเอกเหลือบสายตามองหน้าวายุช้าๆ พร้อมเบ้ปาก

“เอาไปที่เตียงสิ จิกหัวใช้หยั่งกับทาส วันก่อนก็เอาซากอะไรมาให้ไม่รู้สภาพยังกะขยะเปียก” หมอเอกบ่นเพื่อนสนิทของเขาไม่จริงจังนัก

“ไปโดนอะไรมาเนี้ย เก็บได้จากข้างถนนเหรอ” น้ำเสียงพูดแกมหยอกเพื่อนที่ดูท่าทางกังวลตรงหน้า หมอเอกไม่เคยเห็นวายุท่าทางร้อนใจแบบนี้ตั้งแต่ตอนพ่อเสียเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ครั้งนั้นวายุให้หมอเอกแอบเข้าไปชันสูตรศพของพ่อ ถึงได้รู้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่อุบัติเหตุ ส่วนอีกศพที่ถูกไฟไหม้ก็ไม่ใช่คุณชัชและไม่มีทางที่คุณชัชจะทรยศ เหตุการณ์ยังมีเงื่อนงำ คุณชัชหายไปไหน ศพที่เห็นเป็นของใคร

“โดนยิงมา อย่าถามมากรีบๆ รักษาเร็ว” วายุพูดขึ้นอย่างร้อนใจ

“แผลลึกพอดู กระสุนฉีกเนื้อไปบางส่วนดีที่ไม่ฝังใน ไม่น่าเลยแขนเล็กๆ แบบนี้หมดสวยกันพอดี” หมอเอกดูแผลไปพลาง บ่นไปพลาง

“หมดสวยก็ไม่เป็นไร ขอให้มีชีวิตก็พอ” วายุบ่นพึมพา มองที่ร่างเล็กๆ ตรงหน้าที่ตอนนี้สลบไปแล้วเพราะเสียเลือดมากเกินไป แต่ก็ไม่ถึงขั้นต้องให้เลือดเพิ่ม

“เดี๋ยวฉันเย็บแผลให้สุดฝีมือเลย จะพยายามให้เป็นรอยน้อยที่สุด” หมอเอกพูดพร้อมยักคิ้วมองไปที่หน้าเพื่อนสนิทอย่างล้อเลียน

เขารู้ว่าเด็กคนนี้สำคัญ ไม่อย่างนั้นนายใหญ่คนปัจจุบันแห่ง อัครเดช กรุ๊ปคงไม่มาด้วยตัวเอง แต่ก็ไม่ถามอะไรมากไปกว่านั้น เขารู้ว่าวายุไม่ตอบแน่ หากต้องการบอกวันนึงวายุจะบอกเขาเอง เพราะนิสัยของหมอเอกเป็นแบบนี้ จึงทำให้คบกันได้นาน ต่างคนต่างไม่ยุ่งเกี่ยวเรื่องส่วนตัว จนกว่าอีกฝ่ายจะต้องการความช่วยเหลือ

 

เวลาผ่านไปไม่นานนักการรักษาก็เสร็จ ตอนนี้นาวานอนหลับสนิท พร้อมผ้าพันแผลสีขาวสะอาดที่พันไว้รอบแขน รอยเลือดยังปรากฏอยู่ที่เสื้อยืด และกางเกง

“น่าจะให้นอนพักที่นี่ก่อนนะ ไม่งั้นพรุ่งนี้แผลระบมไข้ขึ้นแน่ ตอนนี้พยาบาลกลับหมดแล้วแต่เดี๋ยวฉันเฝ้าให้เอง” หมอเอกพูดพร้อมรอยยิ้มมุมปาก พยักหน้าอย่างเห็นด้วยกับความคิดตัวเอง

“ไม่ต้อง ฉันจัดการเอง แกเตรียมยาไว้ให้ด้วย” วายุกระชากเสียงพร้อมทำตาดุไปที่เพื่อน

“ขี้หวง” คนเป็นหมอพูดจบก็เดินออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว

สักพักวายุก็อุ้มนาวาออกมาจากห้องรักษา โดยมีนพถือกระเป๋ายาที่หมอเอกเตรียมไว้ให้ เดินมายืนข้างๆ นาย

“ยาลดไข้ กับยาแก้อักเสบฉันเตรียมไว้ให้แล้ว คืนนี้อาจจะไข้ขึ้น นายก็คอยให้คนดูไว้ เช็ดตัวสม่ำเสมอจะช่วยได้ ส่วนนี่ยาฆ่าเชื้อ นายอาจจะต้องฉีดเองเข้าทางสายน้ำเกลือนะถ้าอาการหนักกว่านี้ แล้วฉันจะรีบไปดูตอนเช้า ทำเป็นอยู่แล้วนี่” หมอเอกบอกวายุ เรื่องการรักษาเบื้องต้นเช่นการฉีดสายน้ำเกลือ หรือการให้ยา ทำแผลเล็กๆ น้อยๆ หมอเอกเคยสอนวายุไว้ แลกกับการหัดใช้ปืนจะได้ไม่ต้องมาหาเขาบ่อยๆ แต่สุดท้ายวายุก็ส่งคนมาให้เขารักษาอยู่ดี ไม่รู้จะสอนไปทำไม

“อืม...ขอบใจ” ชายหนุ่มตอบกลับแบบไม่สนใจฟังเท่าไหร่แล้วเดินจากไป

“ไอ้นี่..” หมอเอกสบถตามหลังเพื่อนสนิท

OOOOOOOOOO

บนห้องพักผู้บริหารชั้นบนสุดของโรงแรม วายุอุ้มร่างคนป่วยเข้ามาที่ห้องพร้อมมานพที่ถือกระเป๋ายาและเป้ใบเล็กของนาวาตามผู้เป็นนายมา

“ทำไมนายไม่พาไปที่บ้านใหญ่ครับ ที่นั่นมีแม่บ้านอยู่จะได้ช่วยดูแลคุณนาวาได้” มานพพูดขึ้นเมื่อวางข้าวของทุกอย่างไว้บนโต๊ะรับแขก

“ที่นั่นอาจจะไม่ปลอดภัยฉันอยากดูแลเอง นายกลับไปได้แล้วล่ะ พรุ่งนี้ให้คนเตรียมอาหารอ่อนๆ ไว้ด้วยนะ” วายุสั่งพร้อมอุ้มร่างเล็กๆ เดินหายเข้าไปในห้องนอนใหญ่

“ครับนาย” มานพรับคำสั่งผู้เป็นนายพร้อมเดินออกจากห้องไป

OOOOOOOOOO

ภายในห้องน้ำขนาดใหญ่ในห้องนอน  วายุอุ้มร่างนาวาไว้ในอ้อมแขนอย่างระมัดระวังนั่งอยู่ที่ขอบอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ ค่อยๆ ถอดเสื้อผ้าที่เปื้อนเลือดออกอย่างระมัดระวังไม่ให้กระทบกระเทือนแผล ตัวเล็กเหลือเกินเหมือนว่าจะแตกหักลงง่ายๆ ถ้าเขาขยับแรงเกินไป

ตอนนี้ร่างบางบนตักเปลือยเปล่าแล้ว วายุเอื้อมมือไปหยิบผ้าขนหนูขาวสะอาดผืนเล็กที่เตรียมไว้ จุ่มในอ่างที่เติมน้ำอุ่นไว้จนเต็ม บิดผ้าหมาดแล้วค่อยๆ เช็ดลงที่ใบหน้าของหญิงสาวอย่างแผ่วเบาผ่านไปที่หน้าผาก เปิดดูแผลเป็นรอยยาวที่เขาคลำเจอบนรถ รอยแผลผ่าตัดอยู่ใต้ลูกผมบนหน้าผากเล็กๆ คงเป็นแผลที่ไปผ่าตัดสมองมาหลังจากอุบัติเหตุครั้งนั้น ชายหนุ่มมองดูแผลด้วยสายตาที่คาดเดาไม่ออก

ตอนนี้วายุเริ่มเช็ดไปที่แขนตรงที่มีแผลอย่างระมัดระวังมากที่สุด ร่างเล็กๆ ในอ้อมกอดสะดุ้งขึ้นด้วยความเจ็บปวด วายุโอบร่างเปลือยเปล่านั้นเบาๆ อย่างปลอบขวัญ “ไม่เป็นไรนะเด็กน้อยเดี๋ยวก็หาย” ร่างของนาวาเบียดชิดหาความอบอุ่น ไม่นานนักวายุก็เริ่มเช็ดตัวของนาวาต่อ ขณะที่สายตาก็สอดส่องไปทั่วทั้งร่างกาย แผลเป็นเยอะเหลือเกินเด็กน้อยต้องเจอกับอะไรมาบ้าง ร่างที่บอบบางถึงได้มีแผลเป็นมากมายขนาดนี้

“ฮือออออ...” นาวาครางออกมาเบาๆ พร้อมซุกร่างของตัวเองเข้าหาชายหนุ่มอย่างต้องการความอบอุ่น

“เสร็จแล้วนะ ทนอีกเดี๋ยวเดียว” วายุเช็ดทุกส่วนของร่างกายอย่างละเอียดแล้ว เหลือเพียงแค่เช็ดทำความสะอาดที่เท้าทั้ง 2 ข้าง

“เอาล่ะเสร็จแล้ว จะได้สบายตัว” ขณะที่พูดบอกมือก็เอื้อมไปหยิบผ้าขนหนูผืนใหญ่ แล้วนำมาห่อร่างเล็กบนตักของเขาอุ้มเดินออกไป

วายุนำร่างในอ้อมแขนวางลงบนที่นอนอย่างช้าๆ ไม่เร่งรีบ แล้วเดินไปที่ห้องเสื้อผ้าหยิบเสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีขาวสะอาดออกมา นำมาสวมให้กับร่างเล็กที่นอนขดอยู่บนเตียง เสื้อตัวใหญ่กว่ารูปร่างนาวามากทำให้การใส่ไม่ยากเย็นเท่าไรนัก เมื่อใส่เสื้อเสร็จก็ห่มผ้านวมผืนใหญ่ให้อย่างแผ่วเบา

จากนั้นก็เดินเข้าไปที่ห้องน้ำเพื่อทำความสะอาดร่างกายตัวเอง เพียงไม่นานก็เดินออกมาพร้อมน้ำร้อนที่เตรียมไว้ในอ่างใบไม่ใหญ่นักเผื่อว่าเกิดไข้ขึ้น น้ำอาจจะยังอุ่นอยู่ ร่างสูงใหญ่สอดตัวเข้าไปในผ้าห่ม แม้จะเบามาก แต่ร่างบางที่หนาวสั่นกลับรู้สึกและขยับเข้าหาอย่างรวดเร็วเหมือนว่าต้องการความอบอุ่นที่อยู่ใกล้ จนชายหนุ่มต้องโอบกอดร่างนั้นไว้อย่างระมัดระวัง ชั่วเวลาไม่นานเสียงหายใจของทั้งคู่ก็ดังเป็นจังหวะอย่างสม่ำเสมอ

OOOOOOOOOO 

ก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูที่หน้าห้องดังขึ้น วายุลืมตาตื่นอย่างยากลำบาก นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่เขานอนหลับได้สนิทขนาดนี้ สนิทเสียจนไม่อยากจะตื่น เขาหันไปมองร่างเล็กๆ ในอ้อมแขนที่ตอนนี้กำลังหลับสบายอยู่ จึงจับมือเล็กที่โอบกอดเขาไว้ออกอย่างอ่อนโยนแล้วจึงเดินไปเปิดประตู

“เป็นยังไงบ้างครับนาย ผมเอาอาหารขึ้นมาให้” มานพถามผู้เป็นนาย

ที่พักของวายุไม่อนุญาตให้ใครขึ้นมานอกจากมานพ กับชัย ส่วนคนที่ทำความสะอาดจะเป็นเพ็ญหัวหน้าแม่บ้าน และต้องให้ชัยเป็นคนเข้ามาเฝ้าด้วยขณะกำลังทำงาน ซึ่งปกติก็ไม่ได้มานอนที่นี่นัก จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเข้ามาทำความสะอาดบ่อยๆ

“ไม่เป็นไรแล้วล่ะ ดีที่ไม่มีไข้” ผู้เป็นนายกล่าวขึ้นพร้อมยกอาหารจากมือของมานพ ไปวางไว้ที่เคาน์เตอร์

“นายต้องการอะไรเพิ่มรึเปล่าครับ เดี๋ยวผมสั่งแม่บ้านไว้ให้” มือขวาคนสนิทถามอย่างรู้ใจนาย วันนี้นายคงไม่ออกจากห้องแน่ๆ

“คงไม่มีอะไรหรอก บอกชัยให้แวะซื้อของสดมาไว้ให้ฉันหน่อยแล้วกันเผื่อว่าจะทำอะไรง่ายๆ แล้วนพนายไปดูความเรียบร้อยที่สำนักงานใหญ่ด้วยนะ ตรวจสอบระบบว่าไปถึงไหนแล้ว เช็คมาด้วยว่าเมื่อคืนมันใช้ปืนอะไรยิงกระจกกันกระสุนถึงเอาไม่อยู่” ผู้เป็นนายสั่งงานเสียงเครียด

“ครับนาย เดี๋ยวตอนเย็นผมแวะไปดูความเรียบร้อยที่ผับด้วย เผื่อเกิดปัญหาขึ้นตอนชัยเอาของมาส่งนายที่นี่” มานพรายงานนาย ตอนนี้เหตุการณ์ไม่ค่อยปกติการรักษาความปลอดภัยจึงเข้มงวดขึ้น

“ดี ก่อนไปที่ผับแวะไปดูบ้านหลังนั้นด้วยนะว่ามีอะไรที่ห้องใต้ดิน บอกให้พวกนั้นจัดการระบบระบายอากาศด้วย อย่าให้หนูตัวไหนรอดเข้ามาได้อีก” วายุสั่งการเมื่อนึกถึงหนูตัวเล็กๆ ที่นอนอยู่บนเตียงของเขาในตอนนี้ เคยมุดมาแล้ว

“เอ่อ แล้วอีกอย่าง โทรบอกหมอเอกด้วยว่าไม่ต้องมา”

“ครับนาย” มานพรับคำสั่งนายพร้อมรอยยิ้มที่มุมปาก ก่อนเดินออกจากห้องไป

วายุเดินไปที่ถาดอาหารที่มือขวาคนสนิทเพิ่งนำมาให้ เดินไปเตรียมน้ำและเตรียมยาจากนั้นก็เดินหายเข้าไปในห้องนอนใหญ่

OOOOOOOOOO

ภายในห้องบนเตียงขนาดใหญ่หญิงสาวยังนอนหลับสนิทหายใจสม่ำเสมอ วายุจึงวางถาดอาหารไว้ที่โต๊ะหัวเตียง แล้วเอื้อมมือไปลูบที่ใบหน้าของนาวาเบาๆ หน้าเล็กหันเข้ามาคลอเคลียกับมือของวายุ

“กลายเป็นแมวไปแล้ว” เจ้าของมือเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้ม

“เด็กน้อย ลุกมากินข้าวก่อนจะได้กินยาแล้วค่อยนอนต่อ” ชายหนุ่มกระซิบข้างหูของนาวาอย่างแผ่วเบา ดวงตาของคนที่นอนอยู่ลืมขึ้นอย่างช้าๆ

“นายท่าน” นาวาเอ่ยขึ้นด้วยเสียงแผ่วเบา มือใหญ่ค่อยๆ โอบช้อนหลังคนป่วยขึ้น ให้อยู่ในท่านั่ง

“โอ้ย...”เสียงอุทานดังขึ้นพร้อมใบหน้าเหยเก

“เจ็บมากรึเปล่า” วายุเอ่ยขึ้นพร้อมเอามืออังที่หน้าผาก

“มีไข้นิดหน่อย เดี๋ยวกินข้าวเสร็จ กินยา เช็ดตัวอีกรอบแล้วค่อยนอนนะไข้จะได้ลด” เสียงเรียบๆ ของคนด้านข้างเอ่ยขึ้น พร้อมสายตาของคนป่วยมองที่ร่างกายของตัวเอง

“เอ่อ....”นาวาไม่รู้จะเอ่ยคำใดออกมาได้ เมื่อเห็นสภาพที่เปลี่ยนใป

“ฉันเป็นคนเช็ดตัวและเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เองเมื่อคืน เพราะฉะนั้นไม่ต้องอาย มันไม่ทันแล้ว ทางที่ดีทำเหมือนเป็นเรื่องธรรมดา ยังไงช่วงนี้ฉันก็ต้องเช็ดตัวให้เธออีกหลายรอบ” วายุพูดขึ้นพร้อมหันไปหยิบถ้วยข้าวต้ม

“นายท่านไม่เห็นต้องดูแลเองเลยค่ะ หนูทำเองได้ หรือให้พี่เพ็ญทำให้ พี่เพ็ญก็คงไม่ว่าอะไร” นาวาเอ่ยขึ้นพร้อมก้มหน้าก้มตาเคี้ยวข้าวต้มที่วายุยื่นมาป้อน

“ไม่!!!” คำสั่งสั้นๆ ง่ายๆ ที่เถียงไม่ได้ เธอจะทำอะไรได้ ตอนนี้เธอปวดร้าวไปทั้งตัวแขนก็ขยับไม่ได้ ทำได้แค่ก้มหน้าก้มตากินข้าวต้มต่อไป

OOOOOOOOOO 

หลังจากที่กินข้าว กินยาเสร็จแล้ว คนเผด็จการก็เดินหายเข้าไปในห้องน้ำ ไม่นานร่างสูงใหญ่ของผู้เป็นนายก็กลับมาพร้อมกับอ่างใบเล็ก และผ้าเช็ดตัว วายุวางอ่างน้ำไว้บนโต๊ะหัวเตียงข้างตัว หลังจากนั้นก็หันมาที่ร่างเล็กๆ ของนาวาที่ตอนนี้มีผ้าห่มคลุมอยู่

“ทนหนาวหน่อยนะ” วายุพูดพลางดึงผ้าห่มออก หญิงสาวตัวสั่นน้อยๆ แต่ไม่อาจต่อต้านได้ อย่าว่าแต่ยกมือมาปัดป้องเลย ตอนนี้แค่ขยับผ้าห่มก็ปวดร้าวไปทั้งตัวทำได้แค่หลับตาปี๋แล้วปล่อยให้เหตุการณ์ผ่านไป

ร่างเล็กเปลือยเปล่าอย่างรวดเร็ว เพราะก่อนหน้านี้มีแค่เสื้อตัวเดียวที่ปกปิดอยู่ วายุเริ่มเช็ดที่ใบหน้าของนาวาอย่างอ่อนโยน และไล่เรียงไปเรื่อยๆ ด้วยความรวดเร็วจนครบทุกส่วนไม่นานนักก็รีบสวมเสื้อตัวใหม่ให้ เปลี่ยนผ้าพันแผล พร้อมกับห่มผ้า

“เสร็จแล้ว นอนหลับซะนะ” วายุเอ่ยขึ้นอย่างแผ่วเบาก่อนเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ พร้อมอ่างที่ใส่น้ำสำหรับเช็ดตัว

วายุปิดประตูห้องน้ำวางอ่างใส่น้ำไว้บนอ่างล้างหน้าพร้อมเอนกายพิงประตู ครั้งนี้ไม่เหมือนเมื่อคืน ร่างเล็กที่ร้อนผ่าวมีปฏิกิริยาตอบสนองทุกครั้งที่ผ้าเปืยกชื้นสัมผัสโดน ตัวของนาวาจากที่ซีดเพราะพิษไข้กลายเป็นสีชมพู ทุกส่วนสั่นเทาเพราะไม่เคยถูกใครสัมผัสมาก่อน มือชายหนุ่มกำแน่นที่ข้างตัว พร้อมสูดหายใจเข้าเต็มปอด

“ไม่ได้ ยังเด็กเกินไป” วายุบอกกับตัวเอง พร้อมกับเดินไปอาบน้ำชำระร่างกายให้ความเย็นช่วยให้อารมณ์สงบ ใช้เวลาไม่นานก็ออกมาจากห้องน้ำ ตอนนี้เด็กน้อยหลับไปแล้วด้วยฤทธิ์ของยาแก้ปวด 


   ·•●゙❤·.,¸.·❤゙●•· (100%·•●゙❤·.,¸.·❤゙●•





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

457 ความคิดเห็น

  1. #415 MinikoSong (@MinikoSong) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 มกราคม 2560 / 10:28
    สนุกมากกก
    #415
    0
  2. #392 fahrugnam (@fahrugnam) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 กันยายน 2559 / 16:08
    วายุเริ่มหวั่นไหวล่ะสิ

    #392
    0
  3. #382 เหงาอยู่ตัว (@nartnong22) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 กันยายน 2559 / 17:02
    หันฝั่งของหนูไปทางมอเตอร์ไซต์ - ไซค์

    เสียงจากด้ายหลังเอ่ย - ด้าน
    เหงื่อของเริ่มซึม - เหงื่อเริ่มซึม
    ไม่อนุญาติให้ใครขึ้น - อนุญาต
    ด้วยฤทธ์ของยาแก้ปวด - ฤทธิ์
    #382
    2
  4. #275 เหงาอยู่ตัว (@nartnong22) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 กันยายน 2559 / 21:14
    ซักแห่ง - สัก(ถ้าไม่ได้เป็นคำพูด ควรใช้ภาษาเขียนมากกว่าไม๊จ๊ะ)

    เออ ไม่มีอะไร - เอ่อ

    เธอรีบหันกลับไปมองสายตาของ - หลังคำว่ามอง ควรเว้นวรรคสักนิด ประโยคจะเคลียร์กว่าค่ะ

    ไม่ทันไม่คิดอะไร - ไม่ทันคิด...
    พะวัง - ภวังค์
    อย่างที่คนอดกลั้น - คนที่อด..
    คลีนิค - คลินิก
    ชิวิต - ชี
    ร้อยยิ้ม - รอย
    ชั้นดาดฟ้า - ชั้นบนสุด
    เชิร์ต - เชิ๊ต
    ก็ค่อยๆขยับ - ค่อยๆขยับ
    ความจะเป็น - จำเป็น
    เคาเตอร์ - เคาน์
    สั่งความ - สั่งการ
    มุดไปมุดมาได้ - ...มุดมาแล้ว
    พึ่งนำมาให้ - เพิ่งนำ(ไม่ใช่คำพูด)
    เอ่อขึ้น/เอ่อขึ้นที่ - เอ่ย(2จุด)
    ถียงไม่ได้ - เถียง
    พูดพลางแล้วก็ดึง - พลางดึง
    แค่ผ้าห่มขยับ - ขยับผ้าห่ม

    บทนี้บทเดียวมีคำว่า "แผ่วเบา" อยู่ 10 กว่าแห่ง รู้แล้วว่าเป็นคำติดปากไรท์จริงๆจ้า 55555
    #275
    5
    • #275-1 จันทร์ ธันวา (@maii-sakiya) (จากตอนที่ 9)
      10 กันยายน 2559 / 21:40
      ควรแก้ก่อน หรือแต่งให้จบก่อนดีเนี้ย กลัวเพื่อนๆ ที่เข้ามาอ่านด่าจริงๆ ผิดเยอะม๊ากกกกกก 555555+
      #275-1
    • #275-5 จันทร์ ธันวา (@maii-sakiya) (จากตอนที่ 9)
      10 กันยายน 2559 / 23:02
      แก้ทีหลังรวดเดียวไปเลยดีกว่าเนอะ จะได้ไม่อัพบ่อยๆ เดี๋ยวคนอ่านด่า ไหนๆ ก็โชว์ผิดมานานมากแล้ว 55555

      ปล. ละเอียดเลยตะเอง เค้าชอบบบบบ >_<
      #275-5
  5. #101 มากิริจัง (@mikiri) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2559 / 05:39
    พระเอกของคนเขียนเป็นมนุษย์อมตะ
    กินเด็กเป็นอาหารหลักทุกคน 555555
    #101
    0
  6. #60 jeab_jolie (@jeab_jolie) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2559 / 19:25
    หุๆๆๆฟินเวอร์
    #60
    0
  7. #48 Evil Deep (@h-yok) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2559 / 11:53
    ชอบบบ น่ารักมากค่ะ
    #48
    0