ลิขิตรัก...อันตราย [สนพ. อรุณ]

ตอนที่ 3 : สอง : เบาะแส (แก้ไข 100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3102
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 33 ครั้ง
    24 ส.ค. 60


ภายในห้องชุดของคอนโดหรูใจกลางกรุงเทพฯ เสียงหอบหายใจครางกระเส่าของหญิงสาวดังไม่หยุดบอกถึงความอิ่มเอมใจอย่างอดกลั้นไว้ไม่ไหว  บรรยากาศที่เย็นเฉียบภายในห้องกลับร้อนระอุ  ชายหนุ่มหญิงสาวดำเนินกิจกรรมอยู่นาน จนเสียงครวญครางของหญิงสาวเริ่มเบาบางลงคล้ายจะหมดแรง เสียงหอบหายใจเริ่มแผ่วเบาคละเคล้ากับเสียงเครื่องปรับอากาศ ทุกอย่างภายในห้องสงบนิ่งลงแล้ว  เสียงฝักบัวขนาดใหญ่ในห้องน้ำดังขึ้น สักพักประตูห้องน้ำก็เปิดออกพร้อมชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมสีขาว หยดน้ำยังเกาะอยู่ที่แผงอกเดินเช็ดผมออกมา 

"วายุ คืนนี้คุณไม่ค้างที่นี่เหรอคะ" หญิงสาวใบหน้าสวยเฉียบถามขึ้น ขณะที่ยังนอนหมดแรงอยู่บนที่นอนยับยู่ยี่ 

"ผมเคยค้างเหรอ" ชายหนุ่มพูดขึ้น ในน้ำเสียงเฉยชาจนไม่มีความรู้สึก ขณะเดินเข้าไปที่ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า 

"เมื่อไหร่คุณจะพานีน่าไปที่บ้านคุณบ้างคะ" หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงกระเง้ากระงอด ลุกขึ้นให้เห็นสัดส่วนที่งามระหง  

"คงไม่มีวันนั้น เราเคยคุยกันไปแล้ว" น้ำเสียงยังคงนิ่งเฉยอยู่เช่นเดิม 

"แต่นีน่าเป็นของคุณคนเดียวนะคะ คุณไม่รักนีนาบ้างเลยเหรอ" ความอดทนของเธอมาถึงขีดสุดแล้ว ความคิดที่จะเป็นเจ้าของ ความต้องการ ความอยากเอาชนะ ทำให้ลืมข้อตกลงที่เคยมีมา 

"งั้นข้อตกลงเราคงจบแค่นี้" พูดจบวายุก็เดินออกจากห้องไป ไม่มีแม้จะเหลียวหลังกลับมามอง 

"ไม่นะคะ ไม่ค่ะ นีน่าแค่ล้อคุณเล่น" หญิงสาวตะโกนร้อง ด้วยใบหน้าตกใจอย่างห้ามไม่อยู่ น้ำตาเริ่มไหลริน 

ไม่คาดคิดว่าผู้ชายที่เธอทุ่มเทความรักให้ ตลอดระยะเวลา 1 ปี จะบอกตัดเธอง่ายๆ ถึงเพียงนี้ แม้จะมีข้อตกลงกันว่ามีความสุขแค่ทางกาย แลกกับเงินทองมากมาย  แต่ความอยากได้ ความท้าทายที่จะพิชิตชายหนุ่มผู้เป็นที่หมายปองของสาวๆ ทำให้เธอยอมทิ้งศักดิ์ศรี ทิ้งอาชีพนางแบบเพื่อมาเก็บตัวอยู่เงียบๆ ห้ามพูดเรื่องความผูกพันใดๆ หากพูดข้อตกลงถือว่ายุติ เธอรู้ว่าชายหนุ่มไม่ได้มีเธอแค่คนเดียวที่อยู่ในตำแหน่งนี้ แต่เธอก็ยังคิดว่าความสวยที่มีจะสามารถเอาชนะใจได้ เธอสวยงามกว่าทุกคน เธอเป็นถึงนางแบบชั้นแนวหน้า แต่มันไม่ใช่เลย หญิงสาวรีบวิ่งตามออกไปที่ประตู ก็พบคนสนิทร่างสูงใหญ่ 2 คนมาขวางไว้ 

"อย่าทำแบบนี้ครับคุณนีน่า นายอาจจะไม่ได้หมายความถึงขนาดนั้น" ชัย มือซ้ายคนสนิทตอบอย่างให้ความหวัง ขณะที่มานพ มือขวามองด้วยสายตาเฉยชาจนน่าขนลุก หญิงสาวได้แต่มองตามแผ่นหลังที่กำลังจะจากไป เธอไม่สามารถทำอะไรได้เลย การเข้าถึง วายุ อัครเดช เป็นเรื่องที่ยากมาก การรักษาความปลอดภัยผู้เป็นนายใหญ่แห่งตระกูล อัครเดช คือสิ่งที่สำคัญที่สุด เธอจะทำอย่างไร คงทำได้เพียงเฝ้ารอเท่านั้น 

"นายจะให้ผมจัดการเหมือนเคยหรือเปล่าครับ" มานพถามผู้เป็นนาย อย่างที่เคยทำมาก่อนกับผู้หญิงของนายเมื่อเรียกร้องมากเกินไป คือให้เงินก้อนใหญ่ และทำให้อยู่ห่างนายมากที่สุด 

"อืม..." ผู้เป็นนายตอบ พร้อมเดินขึ้นรถคันหรูฝั่งคนขับ 

"พวกนายกลับไปก่อน" พูดเพียงแค่นั้นรถก็เคลื่อนตัวออกไปด้วยความรวดเร็ว 

นายน้อยของพวกเขาเป็นแบบนี้เสมอ ตั้งแต่นายใหญ่ผู้เป็นพ่อเสียชีวิตจนตนเองมาเป็นนายใหญ่ของ อัครเดช กรุ๊ป สองครั้งแล้วที่ความสูญเสียเกาะกินจิตใจผู้เป็นนาย โดยที่ถึงตอนนี้ยังไม่รู้ว่าใครคือผู้ที่อยู่เบื้องหลังการฆ่าแม่เมื่อ 10 ปีก่อน ผู้เป็นแม่ตายเพราะปกป้องนายน้อยจากการถูกลอบสังหาร  ครั้งนี้ผู้เป็นพ่อก็มาตายอย่างเป็นปริศนา ความหวังที่จะรู้ความจริงก็มาสูญสิ้นไปอีก เหลือเพียงเด็กผู้หญิงที่กำลังตามหาเท่านั้น ที่เป็นเพียงความหวังเล็กๆ หวังว่าจะได้รู้อะไรบ้างกับการสูญเสียในครั้งนี้ 

ภายใต้หน้ากากที่แข็งแกร่ง มานพรู้ดีว่านายน้อยกังวลเสมอ นายน้อยไม่เคยนอนหลับสนิทมานานแล้ว ภาพที่แม่ตายยังคงฝังอยู่ในความทรงจำ หลับตาครั้งใดภาพนั้นก็ตามมาหลอกหลอน นอกจากธุรกิจของพ่อ และการตามหาคนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ นายน้อยไม่เคยสนใจเรื่องอื่นอีกเลย ผู้หญิงมีไว้เพียงเพื่อให้ร่างกายเหนื่อยล้าเพียงเท่านั้น แต่มันก็ไม่เคยได้ผล 

OOOOOOOOOO

รถหรูวิ่งด้วยความเร็วบนถนนนอกเมืองที่ไม่รู้ว่าอยู่ที่ใด ผมทำแบบนี้เสมอเมื่อมีเรื่องที่กังวลใจ ดวงไฟนับร้อยๆ ดวงที่เสาไฟวิ่งผ่านไปเรื่อยๆ มันทำให้ผมสงบ  วันนี้ผมเจอมาหนัก ความหวังที่จะได้เจออาชัชคนสนิทของพ่อ คนที่คอยดูแลผมมา สลายไปต่อหน้าเมื่อทราบว่าท่านต้องมาตายเพราะจะมอบหลักฐานชิ้นสำคัญให้ผม ความสูญเสียมันหนักหนา คนที่ผมรักล้มตายไปต่อหน้าคนแล้วคนเล่าโดยที่ผมไม่สามารถช่วยเหลือได้ ผมไม่ได้เสียดายหลักฐาน เพราะไม่ว่าอย่างไรวันหนึ่งผมก็ต้องรู้ ตอนนี้พวกกลุ่มที่อยู่เบื้องหลังเริ่มไหวตัวถี่มากขึ้น ไม่วันใดก็วันหนึ่งมันต้องพลาด แต่ตอนนี้คนที่ผมรัก และไว้ใจเหลือน้อยลงทุกทีแล้ว ผมปกป้องใครไม่ได้เลย 

ใช่สิ...ดวงตาคู่นั้น คนที่ช่วยผมไว้เมื่อตอนเย็น ดวงตาที่สงบแม้อยู่ในเหตุการณ์อันตรายตรงหน้า ดวงตาคู่นั้นยังไม่มีแววสั่นไหว ดวงตาที่ทำให้ผมรู้สึกสงบได้ชั่วขณะ  แม้ในตอนนี้ตอนที่ผมนึกถึง ใจผมก็ยังสงบลง....เธอเป็นใครกัน

OOOOOOOOOO

เช้าที่วุ่นวายกลางเมืองใหญ่ นาวาเดินไปอย่างไร้ทิศทาง ความสับสนวุ่นวายแบบนี้ชีวิตเธอยังไม่เคยเจอกับมันเลย ในขณะที่มองดูผู้คนที่เร่งรีบสมองเธอก็ตั้งสมาธิรวบรวมสิ่งที่จะต้องทำอย่างที่วางแผนไว้เมื่อคืน  

"ใช่แล้ว เริ่มที่นามบัตร" นาวาคิดพร้อมหยิบนามบัตรรูปร่างแปลกตา เป็นพลาสติกแผ่นเล็กสีดำ มีตราสัญลักษณ์บางอย่าง พร้อมเบอร์โทรศัพท์มือถือรหัสของประเทศไทย มีแค่นั้นจริงๆ  

"ต้องหาโทรศัพท์" นาวาออกเดินไปตามถนนในแหล่งชุมชนใกล้ที่พัก มองหาบางอย่างพักใหญ่

"อืมมมมม....เดี๋ยวนี้คนเค้าไม่ใช้โทรศัพท์สาธารณะกันแล้วหรือไงนะ" คิดพลางคิ้วน้อยๆ ก็ขมวดเข้ม  

"ต้องซื้อโทรศัพท์สินะ ไม่เห็นใจคนที่ต้องรีบใช้กันบ้างเลย เกิดฉุกเฉินขึ้นมาจะทำยังไงกันเนี้ย ไม่ใช่ทุกคนต้องมีสักหน่อย" บ่นไปพลาง นึกถึงร้านสะดวกซื้อที่พ่อเธอเคยพาไปซื้อครั้งที่แล้วขึ้นมา เธอเห็นเปิดกันให้ทั่วไปหมด น่าจะมีแถวๆ นี้บ้าง 

"ต้องซื้อแบบใช้แล้วทิ้ง พ่อบอกว่าปลอดภัยในประเทศนี้" นาวายังบ่นพึมพำไปเรื่อยๆ การอยู่โรงเรียนประจำที่โดดเดี่ยว ทำให้นาวามักจะคิด และทำอะไร โดยการพูดกับตัวเองเสมอ เธอรู้สึกเหมือนมีเพื่อน ในโรงเรียนจะไม่มีการสนิทกับนักเรียนคนอื่นอย่างจริงจัง ทุกคนถูกแยกให้ไปฝึกสลับกันในที่ต่างๆ จะเจอกันเพียงแค่ตอนที่ทดสอบเท่านั้น นาวาเคยถูกทดสอบการใช้ชีวิตในป่านานถึง 30 วัน ความเงียบเหงาทำให้เธอหลอนจนเลิกขลาดกลัวอะไรไปนานแล้ว  

"เจอพอดีเลย" ร่างเล็กเดินเข้าไปในร้านสะดวกซื้อ และได้ของที่ต้องการ 

ตรู๊ดดดดดดดดดดดดด ตรู๊ดดดดดดดดดดดด ตรู๊ดดดดดดดดดดดดด  

"............." เสียงรับ แต่ไม่มีคนพูด 

"สวัสดีค่ะ ใช่เบอร์ที่เขียนในนามบัตรสีดำรึเปล่าคะ" นาวาเองก็ไม่รู้ว่าตัวเองต้องพูดกับใคร 

"ใช่" เสียงผู้ชายลักษณะมีอายุตอบกลับมาห้วนๆ 

"เอ่อ...พอดีคุณพ่อชัชทิ้งนามบัตรไว้ให้หนูค่ะ แต่หนูไม่รู้ว่าต้องติดต่อใคร และไม่รู้ว่าจะถามเรื่องอะไร" นาวาตอบกลับไปซื่อๆ เพราะเธอก็ไม่รู้จริงๆ  

"ชัชไปไหน" เสียงตอบกลับมายังคงนิ่งสงบ 

"พ่อ...พ่อตายแล้วค่ะ โดนคนบุกมาฆ่า แม่ของหนูด้วย ตอนนี้หนูไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง สิ่งที่พ่อทิ้งไว้มีแค่นามบัตรใบนี้" เธอตอบตามความเป็นจริง แม้จะไม่ครบทั้งหมด 

"มาหาฉันที่...........พ่อเธอทิ้งบางอย่างไว้ให้" 

"หนูจะรีบไปเดี๋ยวนี้เลยค่ะ" นาวาตอบอย่างตื่นเต้น พร้อมวิ่งหารถเพื่อเดินทางไปหาชายแปลกหน้า 

OOOOOOOOOO 

ห้องทำงานบนตึกหรู อัครเดช กรุ๊ป  มานพมือขวาคนสนิทเดินเข้ามาหาผู้เป็นนายด้วยสีหน้าเคร่งเครียดแบบที่ทำอยู่เสมอ  

"นายครับ ที่บ้านหลังนั้นเรายังไม่เห็นเด็กผู้หญิงกลับมาเลยครับ ผมคิดว่าเธออาจจะถูกพวกนั้นจับตัวไปด้วย" มือขวาคนสนิทรายงาน 

"ได้ข่าวรึยังว่าเด็กผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร" ผู้เป็นนายถาม 

"สายทางญี่ปุ่นรายงานมาว่า น่าจะเป็นลูกบุญธรรมของคุณชัช ที่อุปการะไว้เมื่อ 10 ปีที่แล้วครับ" มานพกล่าวพร้อมมองผู้เป็นนายด้วยสายตาคิดหนัก 

ผู้เป็นนายมีอาการชะงักในแววตาที่ปกติไม่เคยแสดงความรู้สึกใดมาก่อน

10 ปีที่แล้ว เขาจำได้ดี ในตอนนั้น วายุมีอายุ 15 ปี แม่พาเขาไปหาเพื่อนสนิทของแม่ที่ญี่ปุ่น วันนั้นเขาได้พบเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ แม่บอกว่าเขาเป็นคนตั้งชื่อน้องเมื่อ 5 ปีที่แล้ว  ครั้งนั้นแม่พาเขาไปในวันที่น้องเกิด วายุบอกว่า ให้น้องสาวชื่อน้ำ เพราะตอนนั้นน้องนอนน้ำลายไหลยืด เพื่อนแม่ชอบใจใหญ่เลย เลยตั้งชื่อน้องว่า นาวา เพื่อให้คล้องกับวายุ  พอแม่ไปหาเพื่อนอีกครั้งเลยพาวายุไปหาน้องด้วย เป็นครั้งแรกในรอบ 15 ปีที่เขามีน้องเพราะเขาเป็นลูกคนเดียวมาตลอด แม้ว่าจะไม่ใช่สายเลือดเดียวกัน แต่ก็ทำให้รู้สึกมีความสุขอย่างมาก และวันนั้นเอง เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น  

ขณะที่นั่งรถจะไปทานข้าวที่นอกเมือง  โดยมีเพื่อนแม่นั่งข้างคนขับ ด้านหลังเป็นน้องน้ำตัวน้อยนั่งตรงกลางกำลังเล่นกับวายุที่นั่งชิดด้านฝั่งคนขับ ส่วนแม่นั่งติดกับน้องน้ำอีกฝั่งหนึ่ง และรถบอดี้การ์ดประกบหน้าหลัง อยู่ๆ ก็มีมอเตอไซค์ขับเข้ามาขนาบที่ขบวนรถของเขา และครอบครัว ชั่ววินาทีนั้นเองที่คนขับตะโกนบอกว่า  

"ระวังครับ"

วายุได้ยินเพียงแค่นั้นก็โถมตัวลงกอดน้องน้ำ โดยที่แม่โน้มตัวลงมากอดวายุอีกชั้น เสียงปืนดังสนั่นติดต่อกันหลายนัดจนไม่อาจนับได้ วายุกอดน้องแน่น แต่ก็ยังรู้สึกได้ว่า แม่กอดเค้าแน่นยิ่งกว่า รถเสียหลักวิ่งลงข้างทางชนกับต้นไม้เสียงดังลั่น  คนขับและเพื่อนแม่โดนลูกกระสุนสังหารเข้าไปแล้ว เหตุการณ์ผ่านไปรวดเร็ว แต่เหมือนนานมากในความรู้สึกของวายุ เขารู้แล้วว่าแม่ไม่มีทางรอดแน่เพราะแม่โอบกอดเขาอยู่  เค้ากอดน้องน้ำแน่นขึ้นพร้อมตัวที่สั่นเทา น้ำตารินไหลออกมาอย่างห้ามไม่ได้  ไม่รู้ว่านานเท่าใดทุกสิ่งทุกอย่างจึงสงบลง พร้อมเสียงของกลุ่มชายมากมายก็ดังเข้ามา 

 "นายหญิง นายน้อย เป็นอย่างไรบ้างครับ....เรียกรถพยาบาลซิ เร็วเข้า...ไม่ต้องแล้ว รีบเอารถมา ไปส่งนายน้อยกับนายหญิงเร็ว" เสียงใครสักคนดังขึ้น จากนั้นสติของเค้าก็ดับวูบไป 

OOOOOOOOOO 

อากาศภายนอกเย็นจนเขาเริ่มรู้สึกได้ ดวงตาที่หนักอึ้งค่อยๆ ขยับอย่างยากลำบาก ที่นี่ที่ไหนกัน แม่ของเขาเป็นอย่างไรบ้าง แล้วน้องล่ะ น้องที่เขาโอบกอดเอาไว้ เขาสามารถช่วยน้องได้หรือไม่ แม้ต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการลืมตาที่หนักอึ้งคู่นี้ แต่เขาก็พยายามทำมัน

"ลม ...ลม ลมฟื้นแล้วเหรอลูก เป็นยังไงบ้าง" เสียงพ่อ เขาจำได้ดี 

"ลมสลบไปเกือบ 2 วัน พ่อนึกว่าจะไม่ได้เจอลูกอีกแล้ว" 

"พ่อ....." เสียงแหบแห้งผ่านริมฝีปากอย่างยากลำบาก

“แม่  แม่ล่ะครับ” เสียงแผ่วเบานัก

“แม่ไม่อยู่แล้วลูก แม่ใช้ความรักปกป้องลม” พ่อผู้เป็นดั่งฮีโร่ของเขาตอบกลับมาด้วยเสียงสั่นเครือ  เขารู้ดีว่าพ่อจะไม่มีทางโกหก เขาโตแล้วพ่อสอนให้เขาแข็งแกร่ง ให้ยอมรับทุกเรื่องที่เกิดขึ้นให้ได้ เพราะครอบครัวของเราไม่ปกติเหมือนครอบครัวอื่น

“แล้ว ...น้องล่ะครับ” เสียงยังคงแผ่วเบา

“ตอนนี้น้องยังอยู่ในไอซียู น้องจะไม่เป็นไรนะลม” เมื่อได้ฟังผู้เป็นพ่อพูด ผลจากยาแก้ปวดที่หมอฉีดเข้าสายน้ำเกลือยังมีผลทำให้เขาง่วงงุน และค่อยๆ หลับลงไปอีกครั้ง

OOOOOOOOOO

“นายครับ” เสียงเรียกเบาๆ ของมือขวาคนสนิททำให้วายุตื่นขึ้นมาจากภวังค์

“อืม..เล่าต่อไปสิ” ผู้เป็นนายกล่าวเสียงเย็น

“สายทางญี่ปุ่นรายงานว่า คุณชัชออกมาจากญี่ปุ่น พร้อมเด็กสาวอายุ 17 และคนที่อ้างว่าเป็นภรรยาครับ ทางนั้นเลยสงสัยว่าน่าจะเป็นลูกบุญธรรมที่อุปการะไว้เมื่อ 10 ปีที่แล้ว”

“นาวา” เสียงแผ่วเบาผ่านลอดริมฝีปากของวายุ นาวา เด็กที่ตัวเขาเองไม่เคยได้ข่าวคราวอีกเลยหลังจากอุบัติเหตุครั้งนั้น พ่อของเขาบอกเพียงแต่ว่าน้องต้องไปรักษาตัวเพื่อผ่าตัดสมองที่ต่างประเทศ เพราะได้รับความกระทบกระเทือนจากการกระแทกของรถที่พุ่งชนต้นไม้ ทำให้ไม่ได้สติ ทางเดียวคือต้องผ่าตัดสมองโดยด่วน

นาวาเป็นลูกเพื่อนรักของพ่อ ที่โดนลอบสังหารไปก่อนที่นาวาจะเกิดได้ไม่นาน และตอนนี้แม่ของนาวาก็มาตายตามไปอีกคน  เพื่อให้ง่ายต่อการเดินทาง และทำให้เรื่องนี้เป็นความลับมากที่สุด เด็กหญิงตัวน้อยจึงได้ถูกจดทะเบียนเป็นบุตรของคุณชัช อย่างลับๆ เพราะถ้าจดเป็นบุตรบุญธรรมของพ่อเขาก็จะเป็นอันตรายยิ่งกว่านี้อีกมาก หลังจากนั้นคุณชัชก็ได้หาคนไปดูแลนาวาที่นั่น คิดว่าน่าจะเป็นภรรยาในนามคนนี้ แล้ววายุก็ไม่ได้ข่าวน้องน้ำ หรือนาวาอีกเลย

“ใช่ครับนาย คุณนาวา สายข่าวของเรารายงานว่าที่ได้ข้อมูลมาเพราะคนในของเราที่สนามบินเช็คมาให้ ซึ่งชื่อคุณนาวาไปตรงกับทะเบียนประวัติของคุณชัช ครับ”

หายไป 10 ปี ทำไมเขาไม่เคยรู้ข่าวของนาวาเลย ถามใครก็ให้คำตอบเรื่องนี้ไม่ได้ บอกแค่ว่ารักษาตัวที่ต่างประเทศหายไปอยู่ไหนมา แล้วทำไมเพิ่งปรากฎตัวออกมาตอนนี้ วายุคิดทบทวนเรื่องนี้ในใจ คิ้วขมวดแน่น เขาไม่สามารถถามหาความกระจ่างจากใครได้เลย ตอนนี้ทุกคนที่รู้เรื่องก็ได้ตายจากไปหมดแล้ว เงื่อนงำของคนรอบข้างเริ่มมากมายจนตัวเขาเองก็กังวล

“มีภาพถ่ายปัจจุบันของนาวารึเปล่า” ผู้เป็นนายถาม

“ไม่มีเลยครับนาย มีแต่ภาพในพาสปอร์ตที่อาจจะเป็นของปลอม เพราะคนในของเราจัดการเรื่องนี้ให้คุณชัชเอง” มานพตอบนายด้วยน้ำเสียงที่ยังคงนิ่งสงบ เพราะรู้แน่ว่าคนในที่ว่าไม่มีทางจะกล้าถามคุณชัชที่เป็นคนสนิทของนายใหญ่มากนัก  รู้แค่ที่ต้องรู้

“ลองเช็คกล้องวงจรปิดที่สนามบิน หาภาพมาให้ได้” ผู้เป็นนายสั่งเสียงเฉียบขาด

“ครับนาย ผมจะสั่งให้ดูกล้องทุกตัวที่คิดว่าคุณชัชน่าจะเดินทางผ่าน”

“แล้วเรื่อง รปภ. ที่โกดังว่ายังไงบ้าง”

“ไม่ได้อะไรเลยครับ พวกมันบอกว่าไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีการตัดกระแสไฟเพราะสัญญาณที่หน้าจอก็ยังทำงานปกติ มีเพียงแค่ช่วงเย็นที่พนักงานเข้ามาส่งของ หายไปไม่นานก็ออกมา แต่มันตรวจบัตรแล้วก็มีบัตรมาตามปกติ ตอนนี้ผมให้พนักงานเช็คชื่อของคนที่เข้ามาส่งของอยู่ครับ” มือขวาคนสนิทกล่าว

“ไม่ต้อง บัตรคงเป็นบัตรปลอม ชื่อก็คงชื่อปลอม ให้คนตรวจกล้องวงจรปิดรึยัง”

“ให้ตรวจดูแล้วครับ แต่มองไม่เห็นหน้าเลย มันใส่หมวกปิดไว้ เหมือนรู้มุมกล้องด้วย เพราะกล้องเราจับภาพหน้ามันไม่ได้เลย และเหมือนรู้ทางหนีทีไล่เป็นอย่างดี มันสามารถเข้าห้องควบคุมไฟฟ้าโดยอาศัยจังหวะเปลี่ยนกะยาม แล้วจัดการกับระบบเร็วมาก  คาดว่าพวกมือปืนบุกเข้ามาหลังจากนั้นไม่นาน ตรงรั้วที่ถูกตัดไฟไปครับ” มานพรายงานนาย

“ไม่ได้อะไรเลยซินะ  ลองตรวจกล้องอีกครั้งตรงรั้ว และตรงจุดหลังโกดังที่ฉันออกไปเมื่อวาน หาภาพมาด้วยว่ามีใครอยู่ที่นั่นรึเปล่า” วายุสั่งงานมือขวาคนสนิท ผู้หญิงคนนั้นเป็นใครกัน ไปอยู่ตรงนั้นได้อย่างไร แล้วฝีมือปาก้อนหินนั่นอีก คงไม่ใช่นักฆ่าที่จะมาจัดการกับเขาแน่ๆ เพราะไม่อย่างนั้นจากก้อนหินคงเปลี่ยนเป็นปืน

“ครับนาย”

OOOOOOOOOO

หน้าตึกแถว 2 ชั้นเก่าๆ ในเขตชุมชนแห่งหนึ่ง นาวาเดินทางมาถึงตามที่ได้นัดหมายกับบุคคลนิรนามทางโทรศัพท์ ตึกแห่งนี้ดูไม่แตกต่างจากตึกข้างๆ ด้านหน้าเป็นประตูไม้แบบบานพับ หญิงสาวเดินอย่างชั่งใจไปที่หน้าประตู

“หวังว่าคงจะได้อะไรเพิ่มขึ้นนะ” นาวาพูดกับตัวเอง

ยังไม่ทันที่จะเคาะประตู เสียงดังกุกกักก็ลอดผ่านมาให้ได้ยิน แล้วประตูบานนั้นก็เปิดออก มือนาวายังค้างอยู่ในท่าเคาะ

“เข้ามา” ผู้ชายอายุน่าจะประมาณ 50 ปี หน้าตาดูดีแบบคนมีอายุ ใส่ชุดแบบคนจีนสีดำทั้งชุด ผมสีดอกเลาถูกมัดรวบไว้ด้านหลัง  รูปร่างไม่อ้วนไม่ผอมเอ่ยขึ้นพร้อมยื่นหน้าออกมาจากประตูเล็กน้อย

“ค...ค่ะ” นาวาเอ่ยขึ้น ทั้งที่ยังตกใจอยู่ รู้ได้ยังไงว่าเรามาแล้ว นาวาเอ่ยกับตัวเองเบาๆ

“ไม่ต้องสงสัย เข้ามา” ชายมีอายุบอกอีกครั้ง

“พ่อหนูทิ้งนามบัตรไว้ หนูเข้าใจว่าพ่อคงอยากให้หนูมาหาคุณ” หญิงสาวกล่าวพร้อมเดินเข้าไปภายในบ้าน

“ฉลาด” ชายคนนั้นเอ่ย

“ฉันเป็นคนที่คอยจัดหาของให้พ่อเธอ เมื่อนานมาแล้ว เป็นพวกของหายากที่ไม่มีทั่วไป”

“คุณชื่ออะไรคะ หนูจะได้เรียกถูก”

“เรียกฉันว่า...นักค้นหา แล้วกัน” ชายคนนั้นบอก

“ชื่อคุณแปลกดี นักค้นหาเหรอคะ คุณนักค้นหา พ่อของหนูฝากอะไรเอาไว้ให้เหรอคะ” นาวากลับตอบไปอย่างซื่อๆ ไม่สงสัยใคร่รู้อะไรกับชื่อที่ชายคนนั้นบอกมา อาจเพราะเธอไม่รู้ว่านั่นไม่ใช่ชื่อที่คนปกติใช้กัน

“ก็ไม่มีอะไรมาก พวกขนมหวานเล็กๆ น้อยๆ ฉันยังแปลกใจอยู่เลยตอนพ่อเธอติดต่อมา หลายปีแล้วที่ฉันไม่ได้ทำงานแบบนี้ให้กับพ่อเธอ” นักค้นหากล่าว

“ขนมหวานแบบไหนคะ หนูชอบกินของหวานๆ โดยเฉพาะเค้ก” นาวาตอบ ด้วยดวงตาใสซื่อ

“ตามมาสิ” เสียงตอบกลับพร้อมอารมณ์ขบขันในน้ำเสียง

 

ทางเดินในบ้าน ไม่มีสิ่งใดแปลกใหม่ มีโต๊ะเก้าอี้ไม้แบบโบราณทั่วไป เหมือนบ้านคนจีนในหนังสือที่นาวาเคยเห็น คุณนักค้นหาพาเดินลึกเข้าไปที่ห้องห้องหนึ่ง ภายในห้องมีเครื่องครัวเก่าๆ ซึ่งก็คงเป็นห้องครัวนั่นแหละ แต่ที่ไม่ธรรมดาคือด้านใต้ของตู้ที่คุณนักค้นหาเพิ่งเลื่อนออกไป มีแผ่นไม้ขนาดไม่ใหญ่มาก เหมือนทางเข้าห้องใต้ดิน

“ใช้แผ่นไม้จากพื้นเหมือนพ่อของหนูเลยค่ะ” นาวาเอ่ยขึ้นเบาๆ

“ก็แน่ล่ะ เราเคยทำงานด้วยกัน แม้ฉันจะอยู่เบื้องหลังของพ่อเธอก็เถอะ” คุณนักค้นหาเอ่ยขึ้น

 

เดินลึกลงไปจากบันไดไม้ไม่มาก ก็ถึงห้องใต้ดินที่มืดสนิท คุณนักค้นหาเปิดไฟดวงเล็กๆ ที่อยู่บนเพดาน เป็นไฟห้อยลงมาแบบมีที่เปิดปิดถ้าคนไม่เคยมาคงหาเจอได้ยาก ทันทีที่ห้องสว่าง นาวามองเห็นอาวุธจำนวนมากที่ริมผนัง รวมถึงอุปกรณ์ต่างๆ ที่รูปร่างคุ้นตา

“ขนมหวานจริงๆ ด้วย” หญิงสาวพึมพำเหมือนตกในภวังค์

“นี่คือสิ่งที่พ่อเธอเตรียมไว้ให้ บอกว่าเธออาจจะต้องใช้ แต่ฉันยังสงสัยอยู่ว่าพ่อเธอเลิกดูแลในส่วนนี้ไปแล้ว ทำไมอยู่ๆ ถึงอยากใช้ของพวกนี้ขึ้นมา”

“พ่อหนูเคยทำอะไรเหรอคะ” นาวารีบถามขึ้นอย่างสงสัย

“ฝึก และคัดเลือกนักฆ่านิดๆ หน่อยๆ น่ะ”

“พ่อฝึกไปให้ใครเหรอคะ” เธอยังคงถามต่อด้วยแววตาใสซื่อ เรื่องแบบนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่สำหรับเธอเลย โรงเรียนที่เคยไปอยู่ก็เป็นแบบนั้น เธอแค่อยากรู้ว่าพ่อทำงานให้ใคร เผื่อบางทีอาจจะรู้ว่ากำลังตามหาอะไรอยู่ ที่สำคัญ นายน้อยที่เธอต้องปกป้องคือใคร

“ฉันก็ไม่รู้อะไรมากหรอก รู้แค่ว่าพ่อเธอต้องการอะไรฉันก็ต้องจัดหามาให้ได้ ครั้งนี้ก็เหมือนกัน พ่อเธอแค่โทรมาสั่ง และห้ามสงสัยถ้าคนที่มาเอาของไม่เป็นอย่างที่คิด” นักค้นหาบอกพร้อมมองร่างเล็กๆ ของหญิงสาวตรงหน้า  ครั้งนี้คุณชัชให้เงินมามากมายทีเดียวในการหาของพวกนี้ ทุกอย่างอานุภาพแรงสูง หายาก และเหมาะสำหรับมืออาชีพ เขายังมองไม่ออกเลยว่าเด็กผู้หญิงตัวเล็กแบบนี้จะสามารถใช้ของพวกนี้ได้อย่างไร

“เอาล่ะ หมดหน้าที่ของฉันแล้ว นี่กุญแจบ้าน บ้านหลังนี้พ่อเธอให้ฉันซื้อไว้ให้อย่างลับๆ ด้วย ถือว่าเป็นกระเป๋าใส่ของแล้วกันนะ ถึงจะเก่าไปสักหน่อย แต่อำพรางได้ดีเชียว” พูดจบแค่นั้น คุณนักค้นหาก็ทำท่าจะเดินจากไป

“แล้วถ้าหนูต้องการของเพิ่มล่ะคะ” นาวารีบถามก่อนที่คุณนักค้นหาจะเริ่มเดิน

“ดีล...ถือว่าเราทำธุรกิจกันแล้วนะ ดีเหมือนกันฉันก็กำลังเบื่อๆ ของที่ให้หาขอยากๆ หน่อยนะ ส่วนเรื่องราคาเอาตามที่เคยให้พ่อเธอ โทรมาตามเบอร์นั้นแหละ” คุณนักค้นหาตอบกลับมาทันทีที่ถูกถาม

“ง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอคะ” นาวาเริ่มสับสนกับคุณนักค้นหา ตอนคุยกันครั้งแรกเธอวาดภาพไม่ออกเลยว่าจะเป็นคนแบบนี้

“ง่ายๆ แบบนี้แหละ ฉันไปล่ะ” คราวนี้นักค้นหาเดินจากไปโดยไม่เหลียวกลับมามองอีกเลย

 

ตอนนี้บ้านทั้งบ้านเงียบเชียบ นาวาเริ่มสำรวจอาวุธต่างๆ  มีปืนพกหลายขนาด ไรเฟิลยิงระยะไกลสำหรับลอบสังหาร ระเบิด เสื้อกันกระสุน   อุปกรณ์สอดแนมมากมาย รวมไปถึงอุปกรณ์สำหรับปีนเขา เครื่องคอมพิวเตอร์ แม้แต่อุปกรณ์สำหรับทรมานเหยื่อก็ยังมี  อืมมม..พ่อเธอจะให้เธอไปทำสงครามกับใครเนี้ย  นาวา ทดสอบการทำงานของสิ่งต่างๆ นานพอสมควร ของทุกชิ้นเป็นของดี พร้อมใช้งานได้

เมื่อตรวจสอบอุปกรณ์เสร็จแล้วนาวาก็เลือกปืนพก FN five-seven  ออกมาเพียงกระบอกเดียว ปืนพกน้ำหนักไม่มากนัก กระสุนหัวเล็กเหมาะสำหรับการเจาะเกราะอ่อน ที่เธอเลือกปืนกระบอกนี้ เพราะไม่คิดประหัดประหารกับใครให้ถึงชีวิต เธอไม่มีความจำเป็นต้องใช้ปืน แต่ถ้าต้องใช้หมายความว่า แม้แต่เสื้อกันกระสุนก็ไม่อาจต้านได้ หรือหากใช้ระยะใกล้มาก นาวาต้องการให้เหยื่อของเธอแค่บาดเจ็บ กระสุนหัวแหลมขนาดเล็กจะทะลุผ่านตัวไปได้ ไม่ทำให้เหยื่อของเธอตาย

นาวาเก็บของทุกชิ้น ใช้ผ้าคลุมกันฝุ่นไว้ เดี๋ยวคงต้องหากล่องดีๆ มาใส่แล้วล่ะ ทำไมคนถึงเชื่อว่าการเอามาห้อยกำแพงไว้จะดีนะฝุ่นเมืองไทยเยอะจะตาย เธอคิดในใจพร้อมส่ายหัว  เมื่อทุกอย่างเข้าที่เข้าทางแล้ว ก็เดินกลับขึ้นมาชั้นบน ปิดประตูห้องใต้ดิน สำรวจทุกอย่างเรียบร้อยก็เลื่อนตู้มาปิดไว้ดังเดิม นาวาเดินสำรวจไปทั่วบ้านทั้ง 2 ชั้นอีกครั้ง จึงได้ข้อสรุปว่าเธอไม่ควรอยู่ที่นี่ เพราะมันอาจนำพาศัตรูที่ฆ่าพ่อมาได้ เธอควรอยู่ให้ห่างจากคลังสรรพาวุธ

“ในเมื่อหาข้อมูลของพ่อเธอจากที่นี่ไม่ได้...ได้เวลาที่เราต้องเจอกันแล้วสินะ” นาวาเอ่ยกับตัวเองเสียงทุ้มต่ำ พร้อมแววตาอาฆาตสะพายเป้คู่ใจเดินออกจากบ้าน


    ·•●゙❤·.,¸.·❤゙●•· (100%·•●゙❤·.,¸.·❤゙●•·

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 33 ครั้ง

457 ความคิดเห็น

  1. #409 MinikoSong (@MinikoSong) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 มกราคม 2560 / 10:14
    ขอบคุณนะค่าา
    #409
    0
  2. #267 เหงาอยู่ตัว (@nartnong22) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 กันยายน 2559 / 20:28
    ห้องของชุดของ - ห้องชุดของ
    อดกลั่น - กลั้น
    เสียงหายใจหอบ - หอบหายใจ
    คราเคล้า - คละเคล้า

    เสียงประชดประชัน เพิ่งถามน่าจะแค่ กระเง้ากระงอด/ออดอ้อน พอถูกปฏิเสธถึงโกรธไม๊อ่ะ

    ความผูกพันธ์ - พัน

    นางแบบแนวหน้า - ชั้นแนวหน้า/ นางแบบแถวหน้า

    จะมามอบ - จะมอบ
    ใช้ตู้โทรศัพท์ - ใช้โทรศัพท์สาธารณะ
    เข้ามาผู้เป็นนาย - เข้ามาหา

    สายตาคิดหนักมองผู้เป็นนาย - มองผู้เป็นนายด้วยสายตา....(อ่านทั้งประโยคจะเคลียร์กว่านะ

    แม่พาวายุมา - วายุไป

    วันนั้นแม่มาหาเพื่อนเลยพาวายุมา - พอแม่จะไปหาเพื่อนเลยพาวายุไป

    แม่นั่งอีกฝั่งตรงข้ามวายุ - แม่นั่งติดน้องน้ำอีกฝั่งหนึ่ง

    มอเตอร์ไซต์ - ไซค์
    ทุกสิ่งที่ทุกอย่าง - ทุกสิ่งทุกอย่าง
    ลูกบุญธนนม - ธรรม
    ผ่านรอดริมฝีปาก - ผ่านลอด
    ลอดผ่านเข้ามา - ออกมา
    นั้นไม่ใช่สิ่ง - นั่น
    อนุภาพ - อานุภาพ
    #267
    3
  3. #159 Praewwaa (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2559 / 23:32
    ยู้ฮูวววว ตามมาป่วนค่าาาา ฮะๆๆๆ หนูบัวจบแล้ว มาต่อหนูน้ำ ทำไมมันคนละขั้วเลยล่ะ เรื่องนู้นก็ละมุ๊นละมุน เรื่องนี้ก็ลึกลับซับซ้อน ชอบนางเอกนะ อายุ 17 จริงๆเหรอ หรือเราอ่านสับสน ฮะๆๆ ชอบอ่ะ ว่าจะเม้นทีเดียวเลย แต่อดไม่ได้ 5555

    แอบเจอคำผิดหล่ะ

    ''สายทางญี่ปุ่น...........คาดว่าเป็นลูก'บุญธนนม'..." 'บุญธรรม'

    รึเปล่าตัวเองงงง ^^

    ไปอ่านต่อและ ><
    #159
    0
  4. #98 มากิริจัง (@mikiri) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2559 / 04:26
    หนูนาวาเหมือนเป็น ระเบิดขนาดจิ๋ว แต่ฤทธ์มาก
    ดูออกซื่อๆ แต่ฉลาด กลัวจะไปเป่าหัวคุณวายุ
    ก่อนจะรู้ความจริงไหมหนอ
    #98
    0