ลิขิตรัก...อันตราย [สนพ. อรุณ]

ตอนที่ 10 : เก้า : การตัดสินใจที่ยากลำบาก (แก้ไข 100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2871
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 28 ครั้ง
    18 ก.ย. 59

      

          ห้องทำงานบนที่พักชั้นบนสุดของโรงแรมในเครือ อัครเดช กรุ๊ป วายุกำลังนั่งดูเอกสารที่ถูกส่งเข้ามา เป็นเอกสารย้อนหลังเกือบ 20 ปีที่ยังพอมีเหลืออยู่บ้างพ่อของเขาเก็บไว้ในเซฟห้องทำงานในบ้านใหญ่ ก่อนอัครเดช กรุ๊ป จะเติบโตมาได้ขนาดนี้ เอกสารมีไม่มากนักในช่วงก่อนที่พ่อของนาวาจะถูกฆาตกรรม ตามด้วยแม่ของเขาและแม่ของนาวา และครั้งล่าสุดคือ พ่อและคุณชัช 

วายุมั่นใจว่าต้องมีเอกสารหลงเหลืออยู่ที่ไหนสักแห่ง จากที่คุณชัชจะนำมามอบให้เขาแต่เสียชีวิตไปก่อน และเหตุการณ์การฆาตกรรมทั้งหมดมีความเกี่ยวข้องกัน คนที่อยู่เบื้องหลังต้องเป็นคนกลุ่มเดียวกันที่มีปัญหาเรื่องผลประโยชน์ จากการเปิดบ่อน และการค้าของเถื่อน จนพ่อของเขาหันมาทำธุรกิจถูกกฎหมาย และจะเลิกงานใต้ดินทั้งหมด

 

การหาเบาะแสทำได้ไม่ง่ายนัก เพราะผู้บงการป้องกันตัวเองเป็นอย่างดี เน้นการฆ่าตัดตอนเป็นหลัก ตอนนี้หลักฐานที่มีทั้งหมดเหมือนจิ๊กซอว์ที่ยังขาดหาย คนที่เป็นหุ้นส่วนของพ่อสมัยก่อนก็ล้มหายตายจากไปเป็นจำนวนมาก บุคคลปริศนาคนนั้นเป็นใคร คนที่มีความโกรธแค้นขนาดอยากให้ อัครเดช กรุ๊ปล่มสลาย ชายหนุ่มนั่งคิดเรื่องทั้งหมดด้วยใบหน้าเคร่งเครียด จนเสียงเคาะประตูดังขึ้น

ก๊อก ก๊อก ก๊อก .....

“เข้ามา” วายุตอบทั้งที่ยังหลับตา

“ผมเอาของสดมาเตรียมไว้ให้แล้วนะครับ” ชัย มือซ้ายคนสนิทรายงานนายที่มีท่าทางอ่อนล้า

“พี่นพฝากผมมาบอกนายว่า มือปืนที่ลอบยิงนายเมื่อคืนไม่ใช่ธรรมดา กระสุนที่มันใช้เป็นกระสุนเจาะเกราะที่ทำขึ้นเอง เป็นมืออาชีพที่มีฝีมือมากครับ ตอนที่มันยิงมันยิงในท่ายืน นิ่งแบบมือไม่สั่นเลย ตำแหน่งกระสุนทั้ง 2 นัดเข้ามาที่จุดเดียวอย่างแม่นยำ ผมว่าคนเก่งขนาดนี้ไม่น่าจะมีมาก” ชัยรายงานนายกับสิ่งที่มานพได้สืบมา

“พอจะหาตัวมันได้รึเปล่า” วายุถามขึ้น

“สมัยที่ผมเป็นมือปืน มีคนที่จัดหาของหายากอยู่คนนึงครับ สามารถหาของได้ทุกอย่าง คนคนนั้นอาจจะรู้ว่ามีมือปืนฝีมือดีที่ไหนบ้าง เพราะอุปกรณ์ที่ทำปืนที่ยิงได้แรงขนาดนี้ไม่ได้หาได้ทั่วไปตามท้องตลาด แต่คนๆ นี้หาตัวยากมากครับ ผมจะลองไปสืบกับเพื่อนเก่าๆ ดู” ชัยบอกผู้เป็นนาย

“ดี ฉันต้องการรู้เร็วที่สุด” วายุเอ่ยขึ้นพร้อมสายตากังวลบางอย่าง

“ครับนาย” ชัยบอกแล้วเดินหันหลังจากห้องไป

OOOOOOOOOO

ชายหนุ่มเดินเข้ามาภายในห้องพร้อมถาดอาหารขณะที่ตอนนี้หญิงสาวยังคงนอนหลับอยู่  มือใหญ่เอื่อมไปอังที่หน้าผากอย่างห่วงใย ไม่มีไข้แล้ว วายุเอ่ยกับตัวเองเบาๆ ดวงตาของคนป่วยเริ่มขยับเพราะรู้สึกได้ถึงสัมผัสนั้น

“นายท่าน” เสียงไม่ดังนักของคนที่เพิ่งตื่น

“ลุกมากินข้าวก่อนนะ จะได้กินยา" ใบหน้าเล็กๆ พยักตอบกลับอย่างว่าง่าย

“หนูไม่เป็นไรแล้วค่ะ ไม่ปวดหัวเหมือนเมื่อเช้า” หญิงสาวเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มสดใส

“ไข้ลดแล้ว เดี๋ยววันนี้เช็ดตัวอีกรอบก็พอ” วายุเอ่ยขึ้นขณะที่ป้อนข้าวต้มให้คนป่วย

“แย่จังเลย สงสัยหนูจะหายไม่ทันเปิดเทอมอาทิตย์หน้า” นาวาพูดไปพร้อมรับข้าวจากช้อน

“ฉันให้นพไปแจ้งทางมหาวิทยาลัยให้แล้ว เดี๋ยวปลายๆ อาทิตย์ค่อยเข้าไป” มือยังป้อนข้าวต้มไม่หยุด

“ว้า...จริงเหรอคะ” สีหน้านาวาสลดลงเล็กน้อย ปากยังรับข้าวต้มอย่างต่อเนื่อง

“ต่อให้หายไม่ทันฉันก็จะเอาครูมาสอน” ป้อนข้าวหมดแล้ว วางถ้วยข้าวต้มพร้อมหยิบยา

“แล้วเรื่องมือปืนว่าไงคะ จับตัวได้รึเปล่า” มือถือแก้วน้ำพร้อมกินยา

“ยังเลย มานพบอกมันใช้กระสุนที่ทำแบบพิเศษสามารถเจาะกระจกกันกระสุนได้น่ะ” เดินไปเอาอ่างน้ำสำหรับเช็ดตัวในห้องน้ำ

“เป็นกระสุนแบบไหนคะ หนูอยากเห็น เผื่อว่าจะพอช่วยได้” ขยับแขนให้วายุถอดเสื้อให้

“เดี๋ยวฉันจะให้มานพเอามาให้ดู” บิดผ้าเตรียมเช็ดตัว

“หนูพอจะรู้จักคนที่หาของยากๆ แบบนี้ได้ เดี๋ยวหนูลองถามให้ดีรึเปล่าคะ” ยกมือข้างที่ไม่ถูกยิงให้วายุเช็ด

“ไม่ต้อง ฉันจัดการเอง บอกแล้วไงว่าไม่ให้เสี่ยงอีก” เช็ดที่ด้านหน้าจนถึงแผ่นหลัง

“แต่หนูอยากช่วยนะคะ” นาวายังพูดเจื้อยแจ้วไม่หยุด

“ยกขาขึ้นซิ” วายุสั่ง  ขาเล็กๆ ข้างซ้ายยกขึ้นไปวางไว้ที่ตักของวายุ

“ทำไมถึงชอบเอาตัวเองไปเสี่ยงนักนะ” วายุเช็ดที่ช่วงล่างเรื่อยไปจนถึงเท้าน้อยๆ

“ก็หนู.....”นาวายังพยายามจะเถียง

“ยกขาอีกข้าง” วายุสั่ง นาวายกขาข้างซ้ายออกไปด้านหลังวายุ และยกขาด้านขวาขึ้นมาวางแทน

“บอกว่าไม่ก็คือไม่” วายุเช็ดขาข้างที่เหลือเสร็จแล้ว เดินไปเอาเสื้อตัวใหม่มาสวมให้ พร้อมทำแผลใหม่ เปลี่ยนผ้าพันแผล “แผลแห้งใช้ได้” วายุคิด

“นอนได้แล้ว” วายุสั่งพร้อมเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ ไม่นานก็ออกมา  สอดตัวเข้าไปในผ้าห่มอย่างแผ่วเบา ร่างเล็กๆ ขยับเข้ามาหาอย่างเป็นธรรมชาติ วายุหอมลงบนหน้าผาก พร้อมกอดกระชับแน่น

“ฝันดีนะเด็กน้อย”

 

OOOOOOOOOO

บรรยากาศแสนสบายในยามเช้าภายในห้องนอนหรูหราบนชั้นสูงสุดของโรงแรม เสียงโทรศัพท์บนหัวเตียงดังขึ้นทำลายความเงียบ

RRRRRRRRR

“นายครับ” เสียงมานพมือขวาคนสนิทดังผ่านเข้ามาทางโทรศัพท์

“อืมมมม...” เสียงงัวเงียจากการตื่นนอนทำให้มานพประหลาดใจ ปกตินายของเขาแทบจะไม่เคยได้นอนหลับสนิท แต่ตอนนี้ สายขนาดนี้ยังไม่ตื่น

“เอ่อ...ที่นายให้ผมไปดูที่บ้านหลังนั้น ผมไปดูมาแล้วนะครับ” เสียงมือขวารายงานเข้ามา ชายหนุ่มจึงหันไปมองบนเตียงที่ว่างเปล่า เอามือลูบบนเตียงที่เคยมีใครบางคนนอนอยู่

“ว่ามา” วายุพูดพร้อมลุกขึ้นจากเตียงเดินไปดูที่ห้องน้ำ ซึ่งปกติเขาจะต้องอุ้มเด็กน้อยไปทำธุระ

“ที่ห้องใต้ดินมีอาวุธเต็มไปหมดเลยครับ ที่สำคัญเป็นอาวุธหายากที่ไม่มีขายทั่วไป ผมว่าคุณวายุต้องลองหลอกถามคุณนาวาแล้วล่ะครับว่าได้ของพวกนี้มายังไง บางทีอาจจะสามารถเชื่อมโยงกับมือปืนคนนั้นได้” มือขวาคนสนิทรายงานผู้เป็นนายอย่างรวดเร็ว ขณะที่ได้ยินเสียงเดินไปเดินมาของนาย

“ได้ ฉันจะลองดู” พูดยังไม่ทันจบ ก็มีเสียงบางอย่างตกลงที่พื้น ดังสนั่นไปทั่ว

“เกิดอะไรขึ้นครับนาย” มานพรีบถามนายอย่างเป็นห่วง

“ไม่มีอะไร แค่นี้ก่อน” วายุวางสายลงอย่างรวดเร็ว ทิ้งโทรศัพท์ไว้บนเตียงหลังใหญ่ แล้ววิ่งตามเสียงนั้นไป

ภาพที่เห็นในห้องครัวตอนนี้ไม่รู้จะทำให้เขารู้สึกแบบไหนดี ทั้งโกรธที่เด็กน้อยลงมาเดินข้างล่างโดยที่ยังไม่หายดี ทั้งตลกกับสภาพที่เห็น ตอนนี้นาวาในเสื้อเชิ้ตสีขาวทั้งหัว และตัวเต็มไปด้วยแป้ง หันมามองเขาอย่างหงอๆ

“คือหนูแค่อยากลงมาทำอาหารเช้าให้นายท่าน แต่...แต่ หนูเอื้อมไม่ถึง แขนมันเจ็บ แป้ง...เลย..เลย หล่นลงมาค่ะ” นาวาก้มหน้าก้มตาพูดอย่างคนมีความผิด

ชายหนุ่มยกมือขึ้นมากอดอกแล้วก็อดที่จะขำไม่ได้ “ฉันจะทำยังไงกับเธอดีเนี้ย จับทอดเลยดีมั้ย” วายุพูดปนขบขัน

“หนูขอโทษค่ะ เดี๋ยวหนูเก็บกวาดให้นะคะ” คนทำผิดยังก้มหน้าก้มตาพูดอู้อี้อยู่

“ไม่ต้อง ไปรอฉันที่ห้องน้ำ เดินเบาๆ ด้วย อย่าให้แป้งหล่นลงมาที่พื้น” วายุเอ่ยขึ้นพร้อมกับค้นหาอะไรบางอย่างในตู้เก็บของในครัว

“นพ เดี๋ยวช่วงบ่ายให้แม่บ้านขึ้นมาทำความสะอาดห้องหน่อยนะ หาเสื้อผ้าเด็กผู้หญิงมาด้วยหลายๆ ชุดหน่อย” วายุโทรสั่งงานมือขวาคนสนิท แล้วเดินตามนาวาไปที่ห้องน้ำใหญ่ภายในห้องนอน

OOOOOOOOOO

ภายในห้องน้ำขนาดใหญ่  เด็กน้อยยังอยู่ในสภาพมอมแมม ยืนก้มหน้าอยู่อย่างคนที่พร้อมรับการถูกทำโทษ

“นายท่านอย่าโกรธหนูนะคะ หนูไม่ได้ตั้งใจ” นาวารีบเอ่ยขึ้น ในขณะที่ผู้เป็นนายเดินตามเข้ามาภายในห้องน้ำหน้าตาเคร่งขรึม

“รู้รึเปล่าว่าทำอะไรผิด” วายุเอ่ยถาม ขณะเปิดน้ำอุ่นลงไปในอ่าง

“หนูทำบ้านสกปรก ทำข้าวของเสียหายค่ะ” หญิงสาวเงยหน้าขึ้น ขณะที่มือใหญ่กำลังปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตออกให้

“ไม่ใช่ ...ที่โกรธเพราะแผลยังไม่หายดี ถ้าเกิดแผลฉีกขึ้นมาจะทำยังไง” วายุพูดพร้อมกับถอดเสื้อเชิ้ตตัวนั้นออก

“ขอโทษค่ะ” นาวาในร่างเปลือยเปล่ามองดูมือที่ลูบอยู่ที่ผ้าพันแผลของตน

“แผลไม่ฉีก” วายุเอ่ยขึ้น พร้อมดึงแรปพลาสติกที่ใช้คลุมอาหารออกมาพันที่ผ้าพันแผลให้

“คงพอจะกันน้ำได้บ้าง” วายุเอ่ยขึ้นขณะที่พันแรปพลาสติก

“ลงมานั่งในอ่าง” วายุบอกเด็กน้อยที่ยืนอยู่ข้างๆ นาวาค่อยๆ เอาตัวเล็กๆ ของเธอจุ่มลงไปในน้ำ

“เอาแขนข้างนั้นพาดไว้ขอบอ่าง อย่าให้โดนน้ำ” วายุสั่งหญิงสาวพร้อมตัวเขาเองก็เอาขาทั้ง 2 ข้างแช่น้ำแล้วนั่งลงบนขอบอ่างด้านหลังของนาวา

“เอาหัวมาตรงนี้ ดูซิแป้งเลอะไปหมด ถ้าน้ำเข้าแผลจะทำยังไงอาบน้ำก็ยังไม่ได้” วายุบ่นไปพลาง มือก็เอื้อมไปหยิบฝักบัว

“หลับตา” วายุบอกนาวาพร้อมเอาฝักบัวมาจ่อที่หัวของนาวาอย่างระมัดระวัง

“ก็หนูไม่มีไข้แล้ว เห็นนายท่านนอนหลับสบายอยู่กลัวว่าตื่นมาจะหิว ไม่คิดว่าแผลจะยังเจ็บอยู่ค่ะ” นาวาตอบพร้อมกับเล่นฟองของยาสระผม

“ทีหลังไม่ต้องทำ ตอนนี้แผลยังไม่หายดีเดี๋ยวฉันทำเอง” วายุพูดพลางขยี้ลงบนหัวเล็กๆ อย่างเบามือ

“พรุ่งนี้หนูลงไปข้างล่างได้รึยังคะ” นาวาถามอย่างเริ่มเป็นกังวล กลัวว่าอุปกรณ์ที่เธอเตรียมมาจะติดตั้งไม่ทันแขกวีไอพีเข้าพัก

“ได้ แต่ห้ามทำงาน เดี๋ยวแผลฉีกขึ้นมาจะลำบาก ...หลับตา” วายุตอบพร้อมล้างผมของนาวา เขาไม่อยากห้ามปราม เพราะรู้ดีว่าถ้าเขาห้ามนาวาก็จะหาทางออกไปอยู่ดี ซึ่งไม่ยากเลยสำหรับหนูตัวเล็กๆ ตัวนี้

“นายท่านคะ ทำไมถึงมีคนอยากทำร้ายนายท่านล่ะคะ” นาวาถามขึ้นมาเพื่อความแน่ใจอีกครั้งว่าเธอกำลังช่วยเหลือถูกคน

“สมัยก่อนที่พ่อฉันเป็นนายใหญ่ของที่นี่ เราทำธุรกิจหลายๆ อย่างที่ไม่ค่อยถูกต้องและมีการขัดผลประโยชน์กัน ศัตรูก็เลยมาก” วายุตอบพร้อมขยี้ผมเบาๆ อีกรอบ นาวามีสีหน้าครุ่นคิด

“แล้วที่มือปืนบอกว่า ฆ่าคุณชัช คืออะไรเหรอคะ” นาวาเอ่ยขึ้นอย่างลืมตัว วายุแอบยิ้มในใจกับสิ่งที่นาวาหลุดออกมา ยังเหมือนเดิม ถึงจะเก่งแต่ก็ยังเป็นเด็กที่อยากรู้อยากเห็นและไม่ระวังตัว

“คุณชัชกำลังจะเอาหลักฐานบางอย่างมาให้ พ่อของฉันเป็นเจ้านายของคุณชัชมาก่อน แล้วประสบอุบัติเหตุไปพร้อมกันพวกเราหาคุณชัชไม่เจอ จนคุณชัชติดต่อมาแต่ฉันก็ช่วยไว้ไม่ทัน” วายุเอ่ยขึ้นน้ำเสียงยังมีความโกรธแค้น

นาวาตกตะลึงในสิ่งที่ได้ยิน และหันไปมองหน้าผู้เป็นนายอย่างรวดเร็ว นายท่านคือนายน้อยที่พ่อชัชของเธอ ให้เธอช่วยเหลือนาวาคิด

“มีอะไร ยาสระผมเข้าตารึเปล่า” วายุถามขึ้นเพราะตกใจที่ใบหน้าของเด็กน้อยนั้นหันมาแบบกะทันหัน

“ไม่มีอะไรค่ะ” นาวายิ้มอย่างดีใจจนปิดไม่มิด เธอหานายน้อยเจอแล้ว

“ยิ้มอะไร  ยืนขึ้นได้แล้ว” คนเสียงเข้มแสร้งดุ

“ยกแขนขึ้น ระวังโดนน้ำ” บอกพลางก็เอาฝักบัวรดไปรอบๆ ร่างเล็กตรงหน้า มืออีกข้างก็กดสบู่เหลวออกจากขวด

“เป็นเด็กผู้หญิงทำไมปล่อยให้แผลเป็นเยอะแบบนี้” วายุพูดไปพลางก็ลูบสบู่เหลวลงบนร่างกายที่เต็มไปด้วยรอยแผล

“ก็พ่อส่งหนูไปเรียนที่โรงเรียนในป่านี่คะ เค้าสอนการลุยป่า การป้องกันตัว การใช้อาวุธ และอะไรอีกหลายอย่าง หนูเคยต้องไปอยู่ในป่าเป็นเดือนคนเดียวด้วยนะคะ น่ากลัวมากเลย หนูร้องไห้จนเลิกร้องแผลเลยเยอะแบบนี้แหละค่ะ” นาวาพูดขึ้นอย่างไม่ปิดบัง เธอไม่มีอะไรที่ต้องปิดบังวายุอีกแล้ว นอกจากเรื่องที่คุณชัชเป็นพ่อของเธอ และเธอต้องปกป้องผู้เป็นนายน้อยตามที่พ่อสั่ง  เพราะวายุคงไม่ยอมให้เธอทำง่ายๆ แน่ นายท่านเพิ่งออกกฎกับเธอมา

“ไปอยู่แบบนั้นตั้งแต่กี่ขวบ” วายุเริ่มถามมากขึ้นคิ้วก็เริ่มขมวดเข้มตาม

“ประมาณ 5-6 ขวบนี่แหละค่ะหนูก็จำไม่ได้แต่มันนานมากๆ” นาวาพูดพร้อมยกแขนขึ้นเพื่อให้วายุถูสบู่ให้เธอได้สะดวก

“แล้วก่อนหน้านั้นล่ะ” เขาอยากรู้ว่าน้องสาวตัวน้อยต้องเจอกับอะไรมาบ้าง

“ก่อนหน้านั้นหนูจำอะไรไม่ได้เลยค่ะ” สีหน้าของชายหนุ่มเครียดขึ้นกว่าเดิม  เขาจะทำยังไงดี การไม่รื้อฟื้นอะไรอีก อาจจะดีกับเด็กน้อยของเขามากกว่าก็ได้ ถ้ายังรื้อฟื้นสืบหาเรื่องต่างๆ เรื่องพ่อนาวาที่ถูกลอบสังหาร กับแม่ที่ตายก็จะกลับมาหลอกหลอนเด็กน้อยอีกครั้ง  และการที่คุณชัชไม่ใช่พ่อแท้ๆ ของเธอจะทำให้เธอเป็นอย่างไร

“เอาล่ะ เสร็จแล้ว มานี่มา” วายุบอกพร้อมเตรียมผ้าขนหนูผืนใหญ่ไว้รอท่าอยู่แล้ว

“นายท่านคะ หนูอยากเห็นลูกกระสุนของมือปืนนั่นจริงๆ นะคะ ที่บ้านหลังนั้น พ่อเตรียมของเอาไว้ให้หนูเยอะแยะ หนูรู้จักคนที่หาของพวกนั้น ให้หนูช่วยนะคะ” นาวาอ้อนวอนวายุขณะที่ตัวถูกห่อด้วยผ้าขนหนูผืนใหญ่ ถ้าเธอรู้ว่ามือปืนเป็นใคร เธอก็จะรู้ว่านายน้อยของเธอต้องเจอกับอะไร

คิ้วของวายุขมวดแน่น เรื่องที่เขาสืบมานานไม่มีความคืบหน้าเลย เพราะศัตรูที่มองไม่เห็นต้องการให้เขาตามเรื่องราวต่อไม่ได้ โดยการฆ่าตัดตอนทุกคนที่เกี่ยวข้อง  ถ้าเขาให้เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ เป็นคนสืบหา อาจจะพอมีความคืบหน้าขึ้นมาบ้างเพราะพวกมันคงคาดไม่ถึง เหมือนที่เขาเคยคิดจะทำก่อนที่จะรู้ว่าเด็กคนนี้คือ นาวา แต่ตอนนี้เขาจะยอมให้เด็กคนนี้ไปเสี่ยงได้เหรอ ตอนโดนยิงแค่คิดว่าจะต้องสูญเสียนาวาไปอีกคน ก็แทบจะทนไม่ไหวแล้วทำไมคุณชัชถึงได้เลี้ยงนาวามาแบบนี้นะ

“นะคะ หนูจะระวังตัวเอง จะดูแลตัวเองไม่ให้เสี่ยงเหมือนที่นายท่านเคยออกกฏไว้” นาวาพูดขึ้นขณะที่วายุกำลังเช็ดผมที่เปียกชื้นให้ที่ปลายเตียง

“ต้องรายงานฉันทุกอย่าง” วายุเอ่ยขึ้นเสียงเข้ม

“ทู๊กกกอย่างเลยค่ะ ไม่ปิดบัง” นาวาหันมายิ้มร่า พร้อมชู 3 นิ้ว

“เฉพาะแค่เรื่องกระสุน ห้ามไปตามหามือปืน หรือเข้าใกล้” เสียงสั่งเข้มอีกครั้ง ขณะที่กำลังทาครีมที่ผิวให้

“ลูกกระสุนอย่างเดียวเลยค่ะนายท่าน” ตอนนี้ขอแค่ให้อนุญาตก่อน นาวาคิด

“ห้ามเอาตัวเองไปเสี่ยง มีอะไรให้หนีอย่างเดียวเท่านั้น” วายุยังไม่ค่อยแน่ใจนัก

“ไม่เสี่ยงเลยค่ะ หนีอย่างเดียว” นาวาพูดจบ วายุถอนหายใจพร้อมส่ายหน้า

“ยกแขนขึ้นใส่เสื้อก่อน” วายุบอก นาวาทำตามอย่างว่าง่าย

“ใส่กางเกงด้วย เดี๋ยวเพ็ญ กับมานพจะเข้ามา เอาเสื้อผ้าใหม่ขึ้นมาให้” วายุก้มลงเพื่อให้นาวายกขา แล้วสวมบ็อกเซอร์ได้สะดวกขึ้น หลวมไปนิดแต่ก็พอจะใส่ได้

“ทำไมถึงได้ตัวเล็กแบบนี้นะ” วายุบ่นออกมาเบาๆ

OOOOOOOOOO

ที่ห้องครัว วายุกำลังทำอาหาร โดยมีเด็กน้อยนั่งให้กำลังใจอยู่ที่เคาน์เตอร์ ปากก็ถามเจื้อยแจ้วไม่หยุด

“นายท่านทำอาหารเป็นด้วยเหรอคะ เห็นพ่อบอกว่าที่นี่ผู้ชายรวยๆ ส่วนใหญ่ทำอะไรพวกนี้ไม่ค่อยเป็น” นาวาถามขึ้นอย่างสงสัย

แม้ว่าจะเก่งในเรื่องการต่อสู้ การป้องกันตัว แต่การใช้ชีวิตอย่างคนปกติ การเข้าสังคมถือว่านาวารู้น้อยมาก เพราะถูกเลี้ยงมาในสภาพที่ไม่เคยเข้าสัมคมหรือเจอผู้คนมาเลย คงเพิ่งเคยใช้ชีวิตจริงๆ แค่ 2 ปีเท่านั้น และส่วนใหญ่น่าจะมาจากการบอกเล่าจากคุณชัช  จึงทำให้ยังไร้เดียวสา และความอยากรู้อยากเห็นมีมาก วายุเข้าใจในเรื่องนี้ดีจึงไม่ได้รู้สึกรำคาญอะไร ที่เด็กน้อยของเขาถาม

“เป็นสิ สมัยที่เรียนอยู่ที่เมืองนอก ฉันต้องทำทุกอย่างเอง” วายุตอบพร้อมกับหันหลังไปดูน้ำซุปในหม้อ

“เหมือนหนูเลย หนูก็ต้องทำอะไรเองทุกอย่าง” นาวาตอบกลับมาด้วยดวงตาใสซื่อ

“ไปเอาจานมาสิ” วายุสั่งเด็กน้อยที่พูดเจี้อยแจ้วไม่หยุด

“อ่ะ กินข้าวก่อน” วายุยื่นจานอาหารส่งให้นาวา

 

ติ๊งต่อง ติ๊งต้อง ติ๊งต่อง เสียงกริ่งในห้องพักดังขึ้น

“หนูไปเปิดเองค่ะ” นาวารีบวางช้อนเตรียมวิ่งไปรับแขก

“ไม่ต้อง กินไป” วายุดุเสียงดัง พร้อมชี้นิ้วไปที่จานอาหาร จากนั้นก็เดินไปเปิดประตูห้อง

“นายครับ ผมพาคุณเพ็ญมาทำความสะอาดห้อง แล้วก็เอาเสื้อผ้ามาให้คุณวาวาด้วยครับ” มานพกล่าวขึ้นอย่างไม่อยากให้บุคคลที่สามสงสัยเรื่องชื่อของเด็กน้อย

“อืม เข้ามา เมื่อเช้าเจ้าตัวดีทำครัวเลอะไปหมด” วายุกล่าวขึ้นพร้อมเปิดประตูให้ทั้ง 2 คนเข้ามา

“พี่เพ็ญๆๆๆๆๆๆๆๆ” เสียงของหญิงสาวดังมาจากเคาน์เตอร์หน้าที่ทำอาหาร แต่ยังไม่กล้าวิ่งมาเพราะยังกินข้าวไม่เสร็จกลัวว่านายท่านของเธอจะดุ

“วาวาเป็นยังไงมั่ง คุณมานพบอกว่าวาวาประสบอุบัติเหตุ พี่เป็นห่วงมากเลยรู้รึเปล่าคะ” พี่เพ็ญพูดขึ้นพร้อมวิ่งมาหาลูกศิษย์ตัวน้อยที่เธอถูกใจนักหนา

“ไม่เป็นไรแล้วค่ะ เดี๋ยวพรุ่งนี้วาวาก็ลงไปช่วยพี่เพ็ญได้แล้ว” นาวาตอบกลับพร้อมยิ้มให้พี่เพ็ญ เพ็ญหันไปมองวายุผู้เป็นนาย เห็นนายพยักหน้าให้ ก็หันไปลูบหัวเด็กน้อยแล้วคุยกันต่อเรื่อยเปื่อย

OOOOOOOOOO

ที่ห้องทำงานของวายุในตอนนี้ มานพรายงานเรื่องการเตรียมจัดงานศพของคุณชัช มือขวาคนสนิทของพ่อ

“นายครับ ตอนนี้โรงพยาบาลอนุญาตให้เราเอาศพคุณชัชออกมาได้แล้วครับ ผลการชันสูตรไม่มีอะไรผิดปกติ นายจะบอกเรื่องนี้คุณนาวารึเปล่าครับ” มานพถามผู้เป็นนาย

“ไม่ต้อง เดี๋ยวฉันจะบอกว่าไปงานศพอาชัช คิดว่าเด็กนั่นคงสะกดรอยตามไปเอง ฉันไม่ต้องการให้คนเห็นนาวาออกงานมาด้วยกันกับฉัน มันไม่ปลอดภัย ให้เด็กนั่นซุ่มดูก็พอ”

“แล้วเรื่องอาวุธที่บ้านคุณนาวาล่ะครับ จะให้ผมจัดการอย่างไรดี”

“ยังไม่ต้องทำอะไร ฉันพอมีวิธีแล้วว่าจะหาที่มาของลูกปืนได้ยังไง นายให้คนคอยตามดูเด็กนั่นอยู่ห่างๆ ก็พอ แล้วเอากระสุนมาให้ฉันด้วย” หลังพูดจบวายุเล่าเรื่องที่นาวาบอกเขาให้กับมานพฟัง

“ได้ครับนาย ผมจะกันคุณนาวาออกห่างเรื่องนี้ให้มากที่สุด แค่เรารู้ตัวมือปืนก็น่าจะตามหาคนที่อยู่เบื้องหลังได้ไม่ยาก”

มานพมือขวาคนสนิทรับปากผู้เป็นนาย เขารู้ดีว่านาวาสำคัญกับนายของเขาขนาดไหน เป็นเรื่องเหลือเชื่อที่เด็กผู้หญิงที่นายเคยช่วยชีวิตเมื่อ 10 กว่าปีก่อน คนที่เป็นลูกของเพื่อนรักพ่อและเป็นคนที่อยู่ในเหตุการณ์ที่แย่ที่สุดในเวลานั้น  นาวาเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้นายของเขาไม่รู้สึกผิดมากเกินไป ถึงแม้ว่าแม่ของวายุจะปกป้องวายุจนตัวเองต้องตาย แต่วายุก็ได้ปกป้องน้องสาวตัวน้อยๆ ไว้เช่นเดียวกัน “ชีวิตแลกกับอีกชีวิต ถึงไม่คุ้มค่า แต่ก็มีค่า” มานพรู้ว่าครั้งนี้นายยอมเสี่ยงมากที่ให้นาวาเข้ามาอยู่ในแผน

 

                              ·•●゙❤·.,¸.·❤゙●•· ( 100% ·•●゙❤·.,¸.·❤゙●•

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 28 ครั้ง

457 ความคิดเห็น

  1. #416 MinikoSong (@MinikoSong) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 มกราคม 2560 / 10:31
    คุณวายุจะอดทนไหวไหมนะ
    #416
    0
  2. #386 เหงาอยู่ตัว (@nartnong22) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 กันยายน 2559 / 23:06
    มีการเปลี่ยนแปลงคำใหม่ๆบางจุดด้วย อ่านลื่นขึ้นเยอะเลย
    #386
    2
    • #386-1 จันทร์ ธันวา (@maii-sakiya) (จากตอนที่ 10)
      18 กันยายน 2559 / 23:14
      คำซ้ำเยอะมากอ่ะตะเอง อันนี้เล่มแรกที่เขียน ภาษายังเกรียนอยู่เลย 55555+

      พยายามแก้หัวปั่น ปวดตับมาก ดีขึ้นหน่อยนึง >_<
      #386-1
  3. #276 เหงาอยู่ตัว (@nartnong22) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 กันยายน 2559 / 22:08
    ชั้นดาดฟ้า - ชั้นบนสุด
    ในเครื่อ - เครือ
    จิกซอล - จิ๊กซอว์
    อาทิตย์จะเข้าไป - ค่อยเข้า
    ที่มาแบบ - ที่ทำแบบ
    ขึ้นวางมาแทน - ขึ้นมาวางแทน
    บนดาดฟ้า - บนชั้นสูงสุด

    กรอกเสียงผ่าน - กรอกผ่าน(ข้างหน้ามี "เสียง"แล้ว)

    เดินตามไปในห้องน้ำ - ตามเข้ามาใน..
    แรพพลาสติก - แรป

    ด้านหลังแล้วนั่งลงขอบอ่าง - แล้วนั่งลงบนขอบอ่างด้านหลังนาวา

    กระทันหัน - กะ
    เรื่องที่เรื่องที่คุณชัช - เรื่องที่คุณ..
    ก่อนหน้านี้ - นั้น
    เคาเตอร์/เคาร์เตอร์ - เคาน์(2จุด)
    ไปเปิดห้อง - เปิดประตู
    ต้องหาที่มา - จะหาที่มา
    มือปืนน่าจะตาม - มือปืนก็น่า...
    น้อยๆได้เช่นเดียวกัน - น้อยๆไว้เช่น..
    #276
    0
  4. #147 Vagabond Picha (@vagabondnue) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2559 / 00:44
    คือซื่อแบบซื้อซื้อ
    #147
    0
  5. #102 มากิริจัง (@mikiri) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2559 / 05:51
    ท่านผู้เฒ่าลวนลามเด็กน้อยตลอดอะ
    เขินแทร อ่านไป เขินไป หนูวาซื่อจริงๆ
    ถ้าโดนจับกินคงไม่รู้ตัว
    #102
    0