The October ลิขิตฟ้า ตามหารัก Season 1

ตอนที่ 7 : ตอนที่ 7 คืนฝันหวานของชายขี้อาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    1 มี.ค. 62

ตอนที่ 7 คืนฝันหวานของชายขี้อาย


                   หลังจากที่พายุขี่มอเตอร์ไซค์ด้วยความเซ็งออกไปแล้ว ก็มีรถแท็กซี่แล่นผ่านมาทางฟ้าพอดีหลังจากที่เขายืนรออยู่นาน ฟ้าจึงทำหน้าที่ของสุภาพบุรุษเดินออกไปยืนโบกรถแท็กซี่ที่แล่นมาอยู่ข้างถนน ในขณะที่ฝนได้ตกลงมาเพียงเล็กน้อยแล้ว  เมื่อแท็กซี่หยุดฟ้าจึงเปิดประตูทางเบาะหลัง เพื่อชะโงกหน้าเข้าไปบอกโชเฟอร์แท็กซี่ว่า

                   พี่ ไปสี่พระยาครับ

                   ฟ้าไม่รอฟังคำตอบจากโชเฟอร์รถแท็กซี่ว่าไปหรือเปล่า เขาก็รีบควักมือเรียกน้ำค้างที่รออยู่หน้าร้านสะดวกซื้อขึ้นรถทันที เพราะเขาคิดว่าถ้าหากรอคำตอบจากโชเฟอร์แท็กซี่บางคัน เขาก็อาจจะถูกปฏิเสธอ้างโน้นอ้างนี่อีกไม่ยอมไป ทั้งที่มีกฎหมายห้ามให้แท็กซี่ปฏิเสธผู้โดยสารอยู่แล้วแท้ๆ

                     ฟ้าเปิดประตูให้น้ำค้างเข้าไปนั่งข้างในรถก่อน เพราะจุดหมายที่จะไปของฟ้าจะถึงก่อนน้ำค้าง ฟ้าจะได้ลงจากรถแท็กซี่ได้สะดวกและรวดเร็ว เมื่อขึ้นรถกันเรียบร้อยแล้วรถแท็กซี่ก็แล่นออกไปในทันที

                   ไปทางสะพานตากสินเน้อพ่อหนุ่ม

                   พี่โชเฟอร์แท็กซี่เสียงเหน่อบอกกับฟ้าที่นั่งอยู่ตรงเบาะหลัง พร้อมกับที่แกเปิดเครื่องเสียงและหาคลื่นวิทยุเพื่อเปิดเพลงฟังเบาๆในรถ เพื่อสร้างบรรยากาศไม่ให้เงียบจนเกินไป

 

กาลครั้งหนึ่ง การพบใครคนหนึ่งทำให้ฉันสุขใจ

กาลครั้งหนึ่ง ทุกช่วงเวลาเราเคยมีกันใกล้ๆ

แต่กาลครั้งหนึ่ง สุดท้ายไม่จบตรงชั่วนิรันดร์เสมอไป

กาลครั้งหนึ่ง ชีวิตเลือกเส้นทางให้เรามีอันต้องไกล 

      

                   เพลงกาลครั้งหนึ่งของแสตมป์ฟิทเจอริ่งกับปาล์มมี่ ดังขึ้นภายในรถที่ทั้งสองคนกำลังนั่งกลับไปด้วยกัน สำหรับน้ำค้างแล้วเมื่อได้ยินเพลงนี้ก็รู้สึกเฉยๆไม่มีอาการอะไรที่พิเศษ ต่างกับอีกคนที่นั่งอยู่ข้างๆ เมื่อฟ้าได้ฟังเพลงนี้ ตาของเขาก็เริ่มเหม่อลอยเหมือนถูกมนต์สะกดขึ้นมาอีกครั้ง (เป็นเพลงที่สองแล้วที่มีอาการ) ฟ้าหันหน้าออกไปมองวิวข้างทางนอกรถแท็กซี่ที่กำลังแล่น โดยที่เขาลดกระจกรถฝั่งตัวเองลงแล้วมองออกไปนอกหน้าต่าง เหมือนตัวเองกำลังเป็นพระเอกเอ็มวี (มิวสิควีดีโอ) ที่กำลังนั่งเหม่อลอยคิดถึงคนรักที่พลัดพรากจากกันมานานหลายปี โดยที่มีสายตาของน้ำค้างที่แอบมองดูฟ้าอยู่แอบขำเบาๆอยู่ในใจคนเดียว

                    ฟ้ามองดูสะพานตากสินในขณะที่รถแท็กซี่กำลังแล่นผ่านไป ซึ่งในตอนนี้เป็นเวลาตีสองกว่าใกล้จะตีสามแล้ว บนสะพานตากสินที่เชื่อมระหว่างฝั่งพระนครและฝั่งกรุงธนบุรีจึงมีรถวิ่งอยู่ไปมาไม่มากนัก ยิ่งทำให้ทิวทัศน์บนสะพานตากสินที่มองเห็นแม่น้ำเจ้าพระยาในเวลาตอนกลางคืน ตัดกับแสงไฟส่องทางและแสงไฟจากโรงแรมที่ตั้งอยู่ทั้งสองฝากฝั่งดูสวยและงดงามมาก มากจนทำให้เขาหวนคิดถึงภาพเก่าๆที่ฝังใจ

                   ในใจของฟ้าในตอนนี้กำลังคิดถึงใครบางคนอยู่ ซึ่งใครคนนั้นก็เป็นผู้หญิงสาวคนเดิมที่เคยอยู่ในหัวของเขาตอนที่ได้ฟังเพลงฤดูที่ฉันเหงา ผู้หญิงในความทรงจำคนนั้นเธอใส่ชุดนักศึกษากำลังเดินเข้ามาทักทายสวัสดีฟ้าและคนอื่นๆ ซึ่งในภาพคงเป็นที่ทำงานเก่าของฟ้า ก่อนที่จะมาทำงานอยู่ที่ร้านของคุณหมอกนั่นเอง

                   ผู้หญิงคนนั้นเธอดูน่ารักมาก จนฟ้าเองละสายตาจากเธอไม่ได้เลยจริงๆ  ชั่วชีวิตของฟ้าเขาไม่เคยเจอใครที่ทำให้หัวใจเขาสั่นไหวแทบอ่อนแรงได้ถึงเพียงนี้มาก่อน และจู่ๆเธอก็เห็นมามองทางฟ้าและก็ยิ้มให้เขาแบบเขินๆ มันเป็นภาพที่ฟ้าประทับใจและไม่เคยจะลืมเลยตราบจนถึงทุกวันนี้

                   รอยยิ้มของเธอช่างหวานมาก หวานเข้ากับใบหน้าของเธอที่ดูน่ารักน่าเอ็นดูน่าทะนุถนอม โดยที่เธอมีลักยิ้มข้างเดียวเสียด้วย ไม่นานนักเธอก็เดินออกไปกับหัวหน้าของฟ้า โดยที่เธอได้หันกลับมามองและยิ้มให้ฟ้าอีกครั้งหนึ่ง ก่อนที่ภาพจะเบลอๆหายไป

                   และภาพก็ถูกตัดมาตอนที่เธอถือร่มสีเหลืองคันเดิมยิ้มให้ฟ้าและเดินหันหลังกลับไปในคืนที่ฝนตก พร้อมกับเพลงกาลครั้งหนึ่งที่เปิดในรถได้จบลงพร้อมๆกัน

                   พี่ฟ้า พี่ฟ้า พี่แท็กซี่เขาถามว่าเข้าซอยไหนคะ

                    น้ำค้างส่งเสียงดังถามพร้อมกับเอามือเขย่าตัวให้ฟ้ารู้สึกตัว

                   เอ่อ เอ่อ อ๋อ เลี้ยวซ้ายซอยหน้าเลยครับพี่

                   ฟ้าดึงสติสตังตัวเองกลับมาก่อนที่จะรีบตอบกลับไป (เกือบจะเลยซอยไปแล้วไหมล่ะ) ในขณะที่น้ำค้างมองหน้าฟ้าเหมือนจะมีคำถาม แต่เธอก็ได้แค่ยิ้มและก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป

                   รถแท็กซี่เลี้ยวเข้ามาในซอยที่ฟ้าบอก ไม่นานนักรถแท็กซี่ก็แล่นมาถึงตึกเก่าๆที่มีป้ายบอกว่า สี่พระยาเพลส แอนด์ แมนชั่น โดยที่ด้านล่างของป้ายได้เขียนเอาไว้ว่า ตั้งแต่ปี  . 2508 (โห เก่าแก่เกือบหกสิบปี) ฟ้าจึงบอกให้จอดรถพร้อมทั้งยื่นเงินค่าแท็กซี่ให้น้ำค้างตั้งสามสิบบาท (โอ้โห สปอร์ตสุดๆ ทั้งที่มิเตอร์แท็กซี่ตอนนี้ขึ้นไปถึง เจ็ดสิบหกบาทแล้ว)

                   ไม่เป็นไรคะพี่ น้ำค่อยเอาวันหลังคะ พี่ไปนอนเถอะ

                   น้ำค้างรีบปฏิเสธ (คงจะคิดว่าเก็บเอาไว้เถอะตั้งสามสิบบาท จ่ายเองก็ได้ถ้าให้มาเท่านี้) และไล่ฟ้าให้ลงจากรถแท็กซี่ไป

                 อืม อย่างนั้นก็ได้ งั้นค่อยเอาวันพรุ่งนี้นะ เออ น้ำให้พี่ไปช่วยยกของให้หรือป่าว พี่ลืมถามเลยว่าไปเอาผักเยอะไหม

                   ฟ้าถามน้ำค้างในขณะที่ตัวเองลงมาจากรถเรียบร้อยแล้ว (ไม่เก็บไปถามวันพรุ่งนี้ทีเดียวเลยล่ะคุณพี่)

                 ไม่ต้องพี่นิดเดียวเอง ไปนอนเถอะ เจอกันพรุ่งนี้ค่ะพี่ฟ้า

                   น้ำค้างรีบปฏิเสธอีกครั้งและให้แท็กซี่ออกรถไปทันที

                   ฟ้ามองแท็กซี่ที่น้ำค้างนั่งไป จนรถเลี้ยวออกจากซอยแล้วจึงเดินขึ้นห้องพักที่อยู่บนชั้นสามของตึก ในขณะที่โชเฟอร์รถแท็กซี่คุยกับน้ำค้างเมื่อขับรถออกมาจากซอยที่ฟ้าอยู่ว่า

                   “ดีนะที่หนูให้พี่รีบขับออกมาก่อนเมื้อกี้”

                   น้ำค้างได้ฟังโชเฟอร์พูดก็ทำท่างงๆและก็ไม่เข้าใจความหมายที่พูดมา เลยถามกลับออกไปว่า

                   “ทำไมเหรอคะพี่ หนูไม่เข้าใจ”

                   โชเฟอร์แท็กซี่จึงหันมามองหน้าน้ำค้างแล้วบอกออกมาว่า

                   “อ้าว หนูไม่เห็นหรอกหรือ แฟนน้องคนเมื้อกี้เขามายืนรอข้างรถตั้งแต่ตอนที่พี่จอดรถแล้ว ตานี่แดงเชียวล่ะ คงจะโกรธแน่ สงสัยคงคิดว่าหนูเป็นกิ๊กกับน้องผู้ชายมั้ง พี่นี้นั่งลุ้นอยู่เชียวกลัวจะมีเรื่องกัน แต่เห็นหนูรีบไล่น้องผู้ชายลง พี่เลยโล่งใจ ฮ่ะๆๆ นึกว่าจะได้ดูคนตบกันซะแล้วคืนนี้”

                   โชเฟอร์พูดจบแล้วก็หัวเราะแบบขำๆ แต่น้ำค้างเองคงจะไม่ขำด้วย เพราะเธอไม่เห็นใครสักคนอยู่ข้างๆฟ้าเลยตามที่พี่โชเฟอร์บอก จนเธอได้แต่อึ้งและช็อกไปเลย

                     กลับมาทางฟ้าที่เดินขึ้นบันไดมาคนเดียว และไม่รู้อีโหน่อีเหน่ว่ามีคนมารออยู่ข้างล่างเมื้อกี้ ก็หยิบกุญแจห้องขึ้นมาไขประตูและเดินเข้าห้องไป ฟ้าเปิดไฟในห้องจึงทำให้เห็นว่าห้องที่เขาอยู่นั้นมีขนาดไม่กว้างมาก เป็นห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆที่มีห้องน้ำส่วนตัวตั้งอยู่ด้านหลังห้อง และมีระเบียงที่ยื่นออกไปอยู่นิดหน่อยไว้ให้เขาพอตากผ้าได้ไม่กี่ตัว

                   ในห้องของฟ้ามีทีวีเครื่องเก่าๆอยู่หนึ่งเครื่อง มีตู้เสื้อผ้าและเตียงของแมนชั่นที่มีให้ตอนย้ายเข้ามาอยู่ มีพัดลมอันใหญ่หนึ่งตัว และของใช้ส่วนตัวเท่านั้นเอง นอกนั้นไม่มีอะไรเลย

                   ฟ้าจัดการถอดเสื้อผ้าแล้วอาบน้ำในทันทีเพราะวันนี้เขาโดนฝนมาทั้งวันเดี๋ยวจะไม่สบายได้ เมื่อฟ้าอาบน้ำเสร็จก็เดินออกมาตากผ้าเช็ดตัวที่ระเบียง เขามองออกไปข้างนอก มองดูฝนที่ตกลงมาซึ่งมีเพียงเล็กน้อยแล้วในตอนนี้ และเดินเข้ามาในห้องนอนดูทีวีสักพักก่อนที่ทีวีจะดูเขาที่หลับไปเพราะความเหนื่อยมาทั้งวัน

                   สวัสดีค่ะ พี่ชื่อฟ้าเหรอคะชื่อน่ารักดีนะ น้องชื่อ รริดา อัศวะพิริยากร ชื่อเล่นชื่อฝนนะค่ะ เป็นนักศึกษาเทรนนี (นักศึกษาฝึกงาน) มาฝึกงานแผนกอาหารและเครื่องดื่มคะ

                   ภาพของหญิงสาวหน้าตาน่ารักคนนั้นยิ้มทักทายและแนะนำตัวเองกับฟ้า ในขณะที่มีเสียงของเพลงเพลงหนึ่งดังขึ้นมา (ใครมาเปิดเพลงแถวนี้วะ)

 

“ฮาฮ้าอาฮา ฮาฮ้าอาฮา ฮ้าฮา

รอยยิ้มของเธอแค่ครั้งเดียว

ทำฉันให้ลืมเรื่องราวที่ผ่านเข้ามา

ทำให้ได้รู้ว่า อะไรที่สำคัญกว่า

สิ่งใดจะมาทดแทน

เสียงของเธอแค่ครั้งเดียว

ทำฉันให้ลอยล่องไปไกลสุดสายตา

มีอะไรมากกว่า

ที่เคยได้พบมา

เกินกว่าคำบรรยาย”

(ขอบคุณเพลง รอยยิ้ม วงสครับ เพลงคุณเพราะมากครับ)

                   ใช่แล้วเธอก็คือสาวน้อยคนนั้นนั่นเอง ผู้หญิงคนเดิมที่ฟ้าจะคิดถึงเธอทุกๆครั้งเมื่อได้ฟังเพลงที่มีเนื้อหาซึ้งๆโดนๆใจ ในขณะที่ฟ้ากำลังตกตะลึงจนยืนตัวแข็งทื่อพูดไม่ออกที่เห็นฝนเดินเข้ามาทักทาย และแนะนำตัวแบบจู่โจมจนไม่ได้ตั้งตัวในขณะที่เขากำลังเดินอยู่คนเดียว จนฝนเองต้องขยับตัวเธอเข้ามาใกล้ๆเพื่อที่จะจ้องหน้าฟ้า ดูว่าฟ้าเป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมถึงได้ยืนตัวแข็งทื่ออยู่อย่างนั้น

                   ฝนขยับตัวเข้ามาใกล้ ใกล้ และใกล้มากจนฟ้า เห็นแววตาที่สดใสของเธอได้อย่างชัดเจน เห็นรอยยิ้มที่ตรึงใจชวนให้ฝันถึง เห็นไรผมที่เคลื่อนไหวดุจนางฟ้าจำแลงมา จนฟ้าทนไม่ไหว เขาจึงเขาจึงเขาจึงรีบวิ่งหนีฝนไปเลย แป่วววว….(อาการของผู้ชายที่โดนคนที่ชอบมากๆจู่โจมแบบฉับพลัน จนเขิน ทำอะไรไม่ถูก ใครไม่เป็นไม่รู้หรอก) โดยที่ฝนได้แต่ยิ้มและมองฟ้าที่วิ่งหนีหายออกไปอย่างรวดเร็ว

                   ใช่แล้วครับทั้งหมดนี้คือเรื่องจริงในฝันของฟ้า ที่ความทรงจำมันได้นำภาพเหล่านั้นกลับมาหาคนที่ยังคิดถึงมันอยู่ ในขณะที่คืนนั้นฟ้านอนยิ้มกรุ้มกริ่มอยู่บนเตียงอย่างมีความสุขเหลือเกิน โดยที่ไม่มีใครมานอนด้วยข้างๆ ตรงข้ามกับใครบางคนที่ตอนนี้ เธอกำลังนอนไม่หลับและเอาผ้าห่มมาคลุมโปง เพราะกลัวแฟนของฟ้าที่คนขับรถแท็กซี่เจอจะมาหา ฮ่ะๆๆๆ

2 ความคิดเห็น