The October ลิขิตฟ้า ตามหารัก Season 1

ตอนที่ 6 : ตอนที่ 6 เสื้อกันฝนของพายุ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    1 มี.ค. 62

ตอนที่ 6 เสื้อกันฝนของพายุ

 

                   สงสัยคืนนี้ฟ้าฝนจะยังไม่อยากให้พวกเขากลับห้องที่พักกันง่ายๆ ฝนถึงได้ตกลงมาอีกระลอกหนึ่ง พวกเขาจึงนั่งกันอยู่อย่างเงียบๆด้วยความเซ็งที่ยังไม่ได้กลับบ้านกัน

                   แล้วทั้งหมดก็นั่งเงียบๆมองดูฝนที่กำลังตกไปสักพักหนึ่ง ไม่นานนักก็มีแสงไฟจากหน้ารถยนต์ที่ขับเข้ามา ส่องไปยังที่พวกเขาที่กำลังนั่งกันอยู่หน้าร้าน เมื่อรถคนนั้นจอดสนิทก็มีชายหนุ่มรูปร่างหน้าตาดีแถมยังกล้ามใหญ่ใจดีไฟกระพริบเปิดประตูรถลงมา แล้วกางร่มคันใหญ่เดินตรงเข้ามาหาที่พวกพายุนั่งกันอยู่แล้วก็พูดขึ้นว่า

                   ไปครับที่รัก กลับบ้านกัน

                   ชายหนุ่มเสียงหวานนุ่มละมุนพูดจบแล้ว ก็ยื่นมือของเขาออกมาข้างหน้า เพื่อที่จะช่วยจับมือใครสักคนให้ลุกขึ้นไปกับเขา พายุกับฟ้ารีบมองหน้ากันก่อนที่จะหันไปทางน้ำค้าง ที่นั่งอยู่ตรงนั้นพอดี และน้ำค้างเองก็กำลังจ้องมองหน้าผู้ชายคนนั้นอยู่เหมือนกัน

                 ไปค่ะ สามีขา กลับก่อนนะคะทุกคน ผัวมารับแล้ว

                   ใต้ฝุ่นที่นั่งอยู่ข้างหลังน้ำค้างก็พูดขึ้น พร้อมกับจับมือของสามีกล้ามใหญ่ที่ยื่นออกมารับ ลุกขึ้นสะบัดก้นแล้วเดินเชิดหน้า เดินโอบเอวควงแขนหนุ่มหล่อที่กางร่มให้ ขึ้นรถและแล่นออกไป ท่ามกลางความช็อกตกตะลึงของทุกคน ที่ในตอนนี้กำลังอ้าปากหวอและทำหน้าเหวอกับสิ่งที่ได้เห็น ทุกคนแทบจะไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองเลยจริงๆว่า ใต้ฝุ่นจะมีแฟนหล่อล่ำได้ถึงขนาดนี้

                 โอ้แม่เจ้า อีโกลเด้นซากูระไปจ้างใครให้เขามารับมันกลับบ้านวะ ไม่รู้ว่าจ่ายไปเท่าไหร่นะนั่น หรือไม่….ผู้ชายก็คงชอบของแปลก ของพิศวงจำพวกคนอวดผีแน่ๆเลย

                   พายุเริ่มพูดวิจารณ์ใต้ฝุ่น แบบออกแนวอิจฉาที่เพื่อนเขามีแฟนหล่อซะมากกว่า

                   บ้า ไปว่าเขาพายุ ใต้ฝุ่นเธอออกจะสวยเริดขนาดนั้น

                   น้ำค้างรีบแก้ตัวให้เพื่อน ทั้งๆที่ตัวเองก็แทบไม่อยากจะเชื่อสายตาด้วยเหมือนกัน

                 สวยเริดอะไรน้ำ ตัวถึกทุยซะขนาดนั้น ล้มควายได้ทั้งตัวด้วยมือเปล่าเพียงข้างเดียวเนี้ยนะ หน้าก็เหมือนมิสแกรนด์กระบือทองแห่งบ้านหนองปลาดุกอุย แล้วดูหน้าผัวมันสิ อย่างกะ ณเดช คูคตนะยะชัดๆ

                   ยัง.. ยังอีก พายุมันยังไม่หยุดวิจารณ์เพื่อนอีก พายุพูดไปพลางก็ทำท่าตบควายตายด้วยมือข้างเดียวพลาง ทำเอาฟ้าที่มองอยู่ถึงกับอดขำไม่ได้ก่อนที่เขาจะบอกกับทุกคนว่า

                 พี่ว่าจะฝ่าฝนไปรอที่ป้ายรถเมล์เลยอ่ะ ไม่งั้นคืนนี้คงไม่ได้กลับห้องพักผ่อนแน่ๆ

                   ฟ้ารีบเปลี่ยนเรื่องคุยแล้วบอกกับทุกคน

                   พี่ฟ้า พี่พักอยู่แถวไหนล่ะ

                   น้ำค้างรีบถามฟ้าที่จะออกไปนั่งนถเมล์ทันที

                   หอพี่อยู่แถวสี่พระยา ทำไมเหรอน้ำ

                   ฟ้าออกอาการสงสัย ขณะที่น้ำค้างยิ้มและบอกออกไปว่า

                 ดีเลยพี่ เดี๋ยวน้ำต้องจะไปแถวนั้นอยู่แล้ว เพื่อที่จะไปเอามะเขือเทศที่สั่งเอาไว้ พรุ่งนี้จะได้ไม่ต้องรีบตื่นไปเอาเร็วๆ งั้นพี่หารค่าแท็กซี่กับน้ำคนละครึ่งเนอะ จะได้ไปทางเดียวกัน ส่งพี่ที่ห้องก่อน แล้วน้ำจะเลยไปเอามะเขือเทศต่อที่ร้านเลย

                   น้ำค้างเสนอไอเดีย ทางเดียวกันรถคันเดียวประหยัดตังค์ให้กับฟ้า

                   ในขณะที่ฟ้ายืนคิดอยู่แปบนึง ก็เห็นว่าฝนยังตกหนักอยู่ ไปรถแท็กซี่ก็ดีจะได้ไม่ต้องรอรถเมล์นานด้วย นี่ก็ดึกมากแล้ว ก็เลยตอบตกลงไป

                  ไป ไปก็ไป ขี้เกียจรอรถเมล์เหมือนกัน น่าจะรอนานกว่ารถจะมา ดีเหมือนกันน้ำ พี่จะได้มีคนหารค่ารถแท็กซี่ด้วย น้ำค้างรออยู่ตรงนี้นะ เดี๋ยวพี่ไปเรียกรถแท็กซี่ก่อน แล้วจะนั่งรถเข้ามารับนะ

                   พูดจบฟ้าก็วิ่งฝ่าฝนออกไปรอเรียกรถแท็กซี่ที่หน้าถนนใหญ่ ซึ่งมีกันสาดของร้านสะดวกซื้อที่อยู่ตรงปากซอยยื่นออกมาพอที่จะให้เขาเข้าไปหลบฝนรอเรียกแท็กซี่ได้

                 อะไรว้า จะทิ้งพายุตัวน้อยๆน่าสงสารให้รอฝนหยุดตกอยู่คนเดียวเหรอไง

                   พายุเพิ่งจะรู้ตัวเองว่าในตอนนี้ไม่มีใครเขาอยากจะอยู่ด้วย ก็เลยเริ่มตีโพยตีพายโวยวายใส่

                 ที่ร้านแฟมีลี่มาร์ทเขามีเสื้อฝนขายย่ะเธอ คุณชายพายุ ไปซื้อแล้วใส่ขี่มอเตอร์ไซค์กลับห้องไปสิ จะมาโวยวายทำไม

                     น้ำค้างพูดแล้วก็ชี้มือไปทางร้านสะดวกซื้อที่อยู่ใกล้ๆ ซึ่งในตอนนี้ฟ้ากำลังยืนรอเรียกรถแท็กซี่อยู่

                 อ้าว ทำไมเพิ่งมาบอกล่ะน้ำ ปล่อยให้นั่งรอฝนหยุดตกทำไมเนี้ย

                   พายุเริ่มโวยวายขึ้นอีกครั้งตามประสาแล้วมองหน้าน้ำค้างที่กำลังมองไปทางร้านสะดวกซื้อ

                 ก็พายุไม่ได้ถามนี่ น้ำจะไม่รู้เหรอ นึกกว่าอยากจะรอเป็นเพื่อนพี่ฟ้า

                   น้ำค้างรีบแก้ตัว ก่อนที่จะวิ่งฝ่าฝนไปหาฟ้าที่กำลังยืนรอเรียกรถแท็กซี่อยู่ ปล่อยให้พายุผู้คร่ำครวญอยู่พร่ำเพ้อไปคนเดียว

                   อ้าว ไปไหนกันหมดแล้ว เห้ย รอพายุคนหล่อด้วย

                   พายุพูดจบก็รีบขี่รถมอเตอร์ไซค์ที่จอดอยู่ ซิ่งฝ่าฝนไปซื้อเสื้อกันฝนที่ร้านสะดวกซื้อทันที

                 อ้าวน้ำค้างมาตรงนี้ทำไม เดี๋ยวก็เปียกฝนกันพอดี ชอบเล่นน้ำฝนเหรอเรา ไม่บอกไม่รู้นะเนี้ย ฮ่ะๆๆๆ

                   ฟ้าเห็นน้ำค้างวิ่งเข้ามาหาก็เลยแซวด้วยความสงสัยพร้อมกับหัวเราะออกไป

                   บ้าหรือพี่ใครจะชอบเล่นน้ำฝนตอนตีสองกว่า แค่น้ำขี้เกียจอยู่ฟังพายุมันพูดเพ้อเจ้อไร้สาระน่ะ

                   น้ำค้างพูดแล้วก็ยิ้มขยับเข้ามายืนหลบฝนข้างๆฟ้า

                   ในขณะที่พายุก็ขี่รถมอเตอร์ไซด์คันเล็กเข้ามาจอดหน้าร้านสะดวกซื้อ และจอดรถแบบชนิดที่ว่าอีกนิดเดียวรถก็จะเข้าไปข้างในร้านเขาแล้ว ทำเอาฟ้าและน้ำค้างที่ยืนคุยกันอยู่ข้างหน้าร้านหันไปมองหน้ากัน แล้วก็ถอนหายใจเบาๆ ก่อนที่จะรีบหันหน้ากลับไปทำเหมือนไม่เคยรู้จักกับพายุ ในขณะที่พนักงานในร้านสะดวกซื้อก็รีบหันไปมองพายุด้วยความตกใจแล้วก็ยิ้มให้กับพายุแบบยินดีต้อนรับและให้บริการมาก (คงงั้นมั้ง)

                 พี่ พี่ ทำไมไม่เอาเข้ามาจอดข้างในร้านเสียเลยล่ะครับ ที่ว่างออกจะเยอะแยะ เดี๋ยวพวกผมจะได้ช่วยกันถอดล้อรถไปเช็ดน้ำฝนให้

                   พนักงานในร้านสะดวกซื้อคนหนึ่งส่งเสียงตะโกนแซวออกมา พายุมองเข้าไปข้างในแล้วก็ทำหน้าเข้มใส่เจ้าของเสียงก่อนที่จะทำท่าทางแบบนักเลงโต (ที่ส่วนมากในหนังจะโดนกระทืบตาย) แล้วเดินวางมาดนักเลงเข้าไปในร้าน ก่อนที่จะตะโกนด้วยเสียงอันดังว่า

                เอ้ยใคร!! ไหนใครมีปัญหา พูดจากวนตีนพี่เมื้อกี้ พี่อยากจะจอดรถตรงไหนมันก็เรื่องของพี่ พี่โตแล้วจะทำอะไรก็ได้

                   พายุพูดเลียนแบบนักเลงโตที่เขาเคยดูในหนังบู้มา โดยที่ไม่ยอมดูอะไรรอบๆตัวให้ดีก่อน ว่าสถานการณ์มันไม่เหมือนกับในหนังที่เขาเคยดู เพราะในขณะนี้พนักงานที่อยู่ในร้านสะดวกซื้อกำลังเดินกรูกันออกมาจากเคาน์เตอร์ และจากหลังร้านทั้งหมดรวมกันห้าคน และที่สำคัญสุดๆ ที่พายุพลาดอย่างแรง ก็คือพวกเขาแต่ละคนหน้าตายังกับโจร ตาโต เครายาว ตัวสูงดำกล้ามโตและตัวใหญ่มาก ขนาดพายุนี่กลายเป็นคนแคระไปเลย และในมือของพวกเขาก็ถือพวกไม้กวาด ไม้ถูพื้นกันอีกด้วย

                   พายุพอได้เห็นดังนั้นแทบจะเป็นลม ในใจเขาคิดว่าจะเอายังไงดีจะรีบวิ่งหนีก็กลัววิ่งหนีไปไม่ทัน จะแกล้งตายก็กลัวพวกมันจะกระทืบซ้ำเพราะพวกมันไม่ใช่หมี ในขณะที่พนักงานเหล่านั้นกำลังเดินมาใกล้ถึงตัวเขาแล้ว พายุเห็นท่าไม่ดีดังนั้นจึงไม่รีบที่จะรอช้า ทิ้งตัวลงคุกเข่าลงกับพื้นพนมมือขึ้นและบอกด้วยเสียงที่น่ารักน่าชังออกไปว่า

                 พี่ๆครับ น้องขอโทษ พี่อย่าทำอะไรน้องเลยนะครับ น้องแค่ล้อเล่นนิดเดียวเอง กลัวพี่ๆทำงานเครียดและเหงากันในคืนที่ฝนตกหนัก ก็เลยแซวเล่นให้หนุกหนานขำๆ สงสารลูกไฮยีน่าตัวน้อยๆ ตาดำๆ เถอะนะครับ พวกพี่คนหล่อมาก หล่อแบบฝุดๆ หล่อและใจดีแบบไม่บันยะบันยัง

                 โธ่!! นึกว่าจะแน่ ทีหลังอย่าทำอีกนะ ดีนะที่พวกพี่หล่อและใจดีมากไม่งั้นแก…..เละแน่

                   หัวหน้าพนักงานร้านสะดวกซื้อที่ตัวใหญ่พูดกับพายุ ก่อนที่จะบอกให้พนักงานคนอื่นๆแยกย้ายกันกลับเข้าไปทำงานต่อตามปรกติ

                   พายุเป่าปากโล่งใจคงคิดในใจว่าเกือบซวยแล้วไหมล่ะ (คงจะสร่างเมาเลย) เขาจึงลุกขึ้นแล้วค่อยๆทำท่าเจี๋ยมเจี้ยมเดินเข้าไปที่เคาน์เตอร์ แล้วบอกด้วยเสียงอันไพเราะเสนาะจับรูหูว่า

                 พี่ครับน้องจะมาซื้อเสื้อฝนครับ

                   จะเอาแบบไหน ผิวเรียบ ผิวขรุขระ หรือแบบบางดีล่ะ

                    พนักงานมองหน้าพายุแล้วตอบกลับไปด้วยเสียงที่ดุดัน ในใจพายุคิดว่า สมัยนี้เขามีขายเสื้อกันฝนแบบมีผิวขรุขระ หรือผิวเรียบอะไรแบบนี้ด้วยแล้วเหรอ จึงตอบกลับไปด้วยความไม่รู้จริงๆว่า

                 น้องไม่เคยใช้ครับ ขอแกะเอาออกมาทดลองใส่ดูก่อนได้ไหมครับ ว่าแบบไหนที่ลองใส่แล้วดูดีหรือเข้ากับหน้าตาน่ารักๆของน้อง น้องจะได้ซื้อครับพี่

                   พายุตอบออกไปซื่อๆแบบนอบน้อม พร้อมทำตากระพริบๆแบบรัวๆ เพื่อขออ้อนวอน ในขณะที่พนักงานหันมามองหน้าพายุ

                 เอ้ย มึงกวนตีนกูเหรอ ใครจะให้ลองใส่วะ ลองไม่ได้ต้องซื้อก่อนสิ บ๊ะไอ้นี่

                   พนักงานร้านสะดวกซื้อที่อยู่ที่เคาน์เตอร์รีบตวาดเสียงดังบอกพายุที่ตอนนี้กำลังยืนงงอยู่จริงๆ เขาจึงรีบบอกกลับไปว่า

                 งั้นน้องไม่ลงไม่ลองแล้วก็ได้ครับ พี่อยากเอาอะไรมาให้น้องใส่ น้องใส่ได้หมดครับ

                   พายุรับตอบอย่างไว เพราะคงเริ่มไม่อยากจะอยู่ที่นี่นานมากไปกว่านี้อีกแล้ว ก่อนที่พนักงานร้านสะดวกซื้อจะชี้นิ้วไปที่ชั้นวางของด้านหน้าเคาน์เตอร์และบอกกับพายุว่า

                 นั่นไงล่ะ วางอยู่หน้าชั้นข้างเคาน์เตอร์ไง มีทั้งดูเร็กซ์ วันทัช จะเอายี่ห้ออะไรก็เลือกเอาเองสิ

                   พนักงานบอกกับพายุแล้วก็ชะเง้อหัวออกไปมองพายุ

                 พี่ นี่มันถุงยางนี่ โธ่!.. ผมหมายถึงเสื้อกันฝน เสื้อกันฝนจริงๆไม่ใช่ถุงยางครับ โธ่….ชีวิตน้อยๆของพายุ

                   พายุรีบบอกพนักงานที่เคาน์เตอร์ออกไปแบบเซ็งๆ คิดในใจว่า ไม่น่าเชื่อน้ำค้างเข้ามาซื้อเสื้อกันฝนที่ร้านนี้เลยจริงๆ แค่คิดผิดชีวิตก็เปลี่ยน (แต่ต้องคิดในใจนะไม่งั้นศพไม่สวยแน่)

                 อ้าว ก็ไม่บอกกันดีๆให้ชัดเจนนี่ จะไปรู้เหรอ เอานี่ สามสิบบาท

                   พนักงานร้านสะดวกซื้อที่อยู่ในเคาน์เตอร์รีบพูดสวนกลับมาและหยิบเสื้อกันฝนจริงๆยื่นให้พายุไป ก่อนที่พายุจะรีบจ่ายเงินแล้วหยิบเสื้อกันฝนที่ต้องการ และรีบเดินออกจากร้านไปอย่างไว แต่ไม่ทันที่พายุจะก้าวขาออกมาจากร้านสะดวกซื้อ ก็มีเสียงตะโกนดังมาจากทางด้านหลังของเขาว่า

                   เดี๋ยว!!

                   พายุหยุดเดินแล้วก็สะดุ้งตกใจ เขาคิดในใจว่า

                   “จะเอาอะไรกับกูอีกเนี้ย”

                   ก่อนที่พายุจะค่อยๆหันกลับไปมองเจ้าของเสียงที่พูดออกมาด้วยรอยยิ้มที่หวานเฉ่ง แล้วพนักงานของร้านสะดวกซื้อก็ยังพูดออกมาอีกว่า

                   รับขนมจีบ ซาลาเปาเพิ่มไหมค่ะ

                   พนักงานตัวโตในเคาน์เตอร์ทำเสียงน่ารักไร้เดียงสาถามพายุ พร้อมกับที่พนักงานภายในร้านสะดวกซื้อคนอื่นๆ ก็พากันหัวเราะชอบใจส่งเสียงดังลั่นออกมาถึงหน้าร้าน ในขณะที่พายุได้แต่ยืนยิ้มแห้งๆอยู่คนเดียวแบบเซ็งๆ

                 ผิดร้านเถอะ ไอ้หมีควาย ไม่ใช่เซเว่นสักกะหน่อย ตลกตายแหล่ะพวกมึง

                   เขาคิดในใจ (เงียบมากๆ) เมื่อพายุยิ้มแบบฝืนๆกับมุขที่เขาไม่ขำและฮาด้วยของพนักงานภายในร้านสะดวกซื้อเหล่านั้น เขาจึงรีบเดินออกมาจากร้านโดยไว

                 อ้าว ทำไมเข้าไปซื้อของนานจังพายุ ซื้ออะไรล่ะ เห็นมีเสียงหัวเราะกันด้วย รู้จักกันเหรอ

                   ฟ้าที่ยังยืนรอรถแท็กซี่อยู่หน้าร้านสะดวกซื้อถามพายุด้วยความสงสัย

                   พายุยิ้มแบบเจื่อนๆให้ฟ้า(ยิ้มแบบเซ็งสุดๆ) แต่ก็ไม่ได้ตอบอะไรออกไป แล้วเขาก็ใส่เสื้อกันฝนที่เกือบจะเอาชีวิตไม่รอดซื้อมา พร้อมทั้งกับบอกลาฟ้ากับน้ำค้าง ก่อนที่ซิ่งรถมอเตอร์ไซค์คันเก่งออกไปในทันที ในขณะที่ฝนก็เริ่มจะหยุดตกแล้ว ยิ่งทำให้พายุเจ็บใจยิ่งขึ้นไปอีก เขาคงคิดอยู่ในใจว่า รู้อย่างนี้ไม่เข้าไปซื้อเสื้อกันฝนให้อารมณ์เสียหรอก (เห้อ! อย่างว่าเนอะ ธรรมชาติของฟ้าฝน ใครมันจะรู้ว่าจะหยุดหรือจะตกเมื่อไหร่)

2 ความคิดเห็น