The October ลิขิตฟ้า ตามหารัก Season 1

ตอนที่ 5 : ตอนที่ 5 ชื่อจริงของฟ้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    1 มี.ค. 62

ตอนที่ 5 ชื่อจริงของฟ้า

 

                   หลังจากการฉลองวันเปิดร้านวันแรกได้สิ้นสุดลง  โดยที่ลูกค้าก็ไม่ใช่ใครอื่นที่ไหน ก็คือพนักงานทุกคนภายในร้านกับเจ้าของร้านนั่นเอง คุณหมอกสั่งเครื่องดื่มและให้ฟ้าทำค็อกเทลมาแจกให้กับทุกๆคน และให้ป้าคะนิ้งทำกับแกล้มอร่อยๆมาร่วมฉลองกัน แล้วก็เปิดเพลงเต่างอยของใต้ฝุ่นออกมาเต้นรำกันอย่างสนุกสนาน ก่อนที่งานเลี้ยงจะเลิกกันตอนตีหนึ่ง

                   ถึงเวลาที่จะต้องปิดร้านแล้ว มีเพียงแค่ฝนเท่านั้นที่ยังตกอยู่ไม่เลิก แต่ทว่าตอนนี้ฝนข้างนอกก็ตกไม่หนักมากเท่าไหร่แล้ว

                    สภาพของน้ำฝนที่เริ่มท่วมเอ่อขังอยู่บนถนนในซอย บ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่า ป่านนี้ถนนสายหลักที่อยู่ด้านนอกในตอนนี้ คงจะโดนน้ำท่วมไปแล้ว ทั้งๆที่ถนนมันอยู่ห่างจากแม่น้ำเจ้าพระยาไม่เกินสองร้อยเมตรแค่นี้เอง แต่น้ำกลับระบายลงไม่ทัน

                   คุณหมอกขอตัวกลับบ้านไปนอนตั้งแต่ตอนเที่ยงคืนกว่าแล้ว เพราะแกเริ่มจะมีอาการเมาค็อกเทลของฟ้าที่ทำให้ และคงเหนื่อยจากการเต้นรำเพลงเต่างอยที่ใต้ฝุ่นเอามาเปิดและเป็นคู่เต้นด้วยในคืนนี้ ปล่อยให้พี่แสงอยู่ดูแลปิดร้านกับพวกเด็กๆที่เหลือ

                   ทุกคนเริ่มมีอาการมึนเมาเล็กน้อยจากฤทธิ์ของค็อกเทลและเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ที่ฟ้าทำให้ จะมีก็แต่เพียงป้าคะนิ้งกับน้องจันทร์เจ้า สาวน้อยชาวเหนือวัยละอ่อนสองคนป้าหลานเท่านั้นที่ไม่ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ส่วนคนอื่นๆนั้นไม่ต้องพูดถึง  โดยเฉพาะอย่างยิ่งไอ้คุณพายุ ที่ตอนนี้กำลังร้องเพลงเต้นรำกันอย่างสนุกสนานรื่นเริงอยู่ไม่ยอมเลิกรา ราวกับว่าวันนี้เป็นงานเลี้ยงฉลองวันเกิดของตัวเองก็ว่าได้ พี่แสงบอกให้ทุกคนเก็บข้าวของในร้านให้เรียบร้อยเป็นระเบียบและแยกย้ายกลับบ้านกันได้แล้ว

                   เมื่อทุกคนเคลียร์งานเก็บของตามหน้าที่ของตัวเองเสร็จแล้ว พี่แสงก็เดินดูความเรียบร้อยในร้านอีกครั้งหนึ่ง ดูการปิดแอร์ ปิดไฟ ปิดแก๊สในครัวปิดประตูหลังบ้าน และล็อคประตูร้านเป็นอันเสร็จสิ้นงานในวันนี้ ก่อนที่จะให้ทุกคนตอกบัตรเลิกงานแล้วออกกันทางประตูหลังร้าน

                   ทุกคนเมื่อออกมาจากหลังร้านก็เดินเลียบทางข้างๆมายืนรอหลบฝนกันอยู่ที่หน้าร้านซึ่งมีกันสาดยื่นยาวออกมาพอให้หลบฝนที่ตกกันได้บ้าง ป้าคะนิ้งพาหลานสาวจันทร์เจ้าใส่เสื้อกันฝนที่เตรียมมาแล้วขี่มอเตอร์ไซค์แฟมท่อมชอปเปอร์คันใหญ่กลับไปก่อน ตามมาด้วยพี่แสงที่ขับรถกระบะตามไปติดๆ เพราะบ้านแกอยู่ไกลถึงพระรามสองเลยบางขุนเทียนไปโน้นเลย ส่วนพี่อากาศที่เมาไม่น้อยหน้าพายุก็นั่งซ้อนท้ายรถมอเตอร์ไซค์ที่แฟนแกได้ขี่มารอรับพร้อมกับเอาเสื้อกันฝนมาด้วยแล้วกลับบ้านไป ส่วนทะเลหนุ่มน้อยชาวพม่ามันก็วิ่งฝ่าฝนไปยังซอยที่อยู่ตรงข้าม เพราะที่พักอยู่ไม่ไกลจากร้านมากนัก ก็ยังคงเหลือแค่ ฟ้า พายุ ใต้ฝุ่นและน้ำค้างเท่านั้นเอง ที่คงยังรอฝนหยุดตกอยู่ที่หน้าร้านไม่ได้กลับบ้าน

                   ฟ้าเองต้องรอรถเมล์รอบดึกเพราะห้องพักอยู่แถวๆสี่พระยาซึ่งจะต้องข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาไปทางสะพานตากสิน เขากลับทางเดิมที่มาตอนบ่ายไม่ได้แล้ว เพราะดึกขนาดนี้เรือข้ามฝากคงปิดให้บริการกันหมดแล้ว

                    ส่วนพายุเองที่ยังไม่กลับก็เอาเบียร์ที่เหลือจากงานเลี้ยง ซึ่งคุณหมอกจ่ายเงินให้หมดแล้ว ออกมาดื่มแก้หนาวรอฝนซาอยู่ข้างนอก เพราะเขาคงไม่ได้เอาเสื้อกันฝนมา ส่วนใต้ฝุ่นเธอรอสามีมารับซึ่งตอนนี้ยังไม่เลิกงาน ก็เลยต้องนั่งดื่มเบียร์อยู่กับทุกคน และคนสุดท้ายน้ำค้างผู้หญิงแท้คนเดียวของกลุ่มซึ่งพักอยู่หอเดียวกันกับพายุ คงจะรอซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ของพายุกลับหอ ที่อยู่แถวถนนเจริญรัถ ใกล้ๆกับตลาดวงเวียนใหญ่ ซึ่งไม่ไกลจากที่ทำงานเท่าไหร่นัก

                 เฮ้ยมึง!! ไอ้พี่ฟ้า มา มา มาดื่มเบียร์สักแก้วหน่อยแก้หนาวพี่ จะได้กลับไปกอดเมียอุ่นๆที่บ้านแล้วนอนให้สบายอุรา ให้สมกับเป็นคืนที่พวกกบมันผสมพันธุ์กัน

                   พายุเริ่มเมาแล้วปากแมว(เบากว่าปากหมาเล็กน้อย)พร้อมกับยื่นแก้วพลาสติกที่รินเบียร์ส่งให้ฟ้า

                 ทีหลังถ้าขึ้นมึงแล้ว ก็ไม่ต้องเรียกพี่ต่อท้ายก็ได้นะพายุ พี่เกรงใจวะ แล้วก็อีกอย่างพี่กลับไปก็นอนคนเดียว ไม่มีแฟนให้กอดโว้ย

                   ฟ้าพูดเสียงเนิบๆแบบเซ็งๆใส่พายุพร้อมกับรับแก้วเบียร์ที่พายุยื่นมาให้ ดื่มนิดๆพอเป็นพิธี

                 อ้าวพี่ ไม่มีเมียก็หาเอาสิพี่ นี่ไงนั่งหน้าปลวกอยู่กันตั้งสองคน ทั้งอีใต้ฝุ่นโกลเด้นซากูระ กับน้ำค้างมิสคานทองสองพันปีก็อยู่ข้างๆ เลือกเอาเลยพี่ ว่าจะเอาแบบแปลกมากหรือแปลกน้อย ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ

                   พายุที่เริ่มเมาแล้วยังคงไม่หยุดพูด ตอนนี้ปากของมันน่าจะถึงขั้นปากหมาได้แล้วมั้ง

                 ทะลึ่งแล้วมึง ทะลึ่งล่ะ เมาแล้วลามปามเลยนะ เดี๋ยวจะไปฟ้องดาวเลย ดูด้วยนี่ใคร

                   น้ำค้างที่พยายามนั่งอยู่เฉยๆ คงจะห้ามใจอยู่เฉยต่อไปไม่ได้ เลยหันไปด่าพายุในทันที

                 เห้ย กูลืมไป เพื่อนเมียที่เคารพยิ่ง ขอโทษครับ คุณน้ำค้าง ผมผิดไปแล้วครับ

                   พายุนึกขึ้นได้จึงรีบพนมมือขึ้นมาไหว้น้ำค้างทันที ท่ามกลางเสียงหัวเราะของทุกคน

                   บรรยากาศของข้างนอกในตอนนี้มีเพียงเสียงฝนตกเท่านั้นที่ดังอยู่เป็นเพื่อน พายุก็เลยอาสาหยิบมือถือออกมาจากกระเป๋ากางเกงแล้วเปิดเพลงจากยูทูป เพื่อให้มีเสียงเพลงสร้างความคึกครื้นยามฝนตกบ้าง แต่พายุมันก็ยังกวนตีนไม่เลิก เพราะมันดันเลือกเปิดเพลงหนึ่งขึ้นมา

                   พอดนตรีของเพลงที่พายุเปิดขึ้นท่อนอินโทรมาเท่านั้น (ดนตรีตอนก่อนเริ่มขึ้นเนื้อร้อง) ฟ้าก็หันไปมองมือถือของพายุที่กำลังเล่นเพลงนี้อยู่ เขาตกอยู่ในภวังค์ของเพลงนี้อีกครั้ง ก่อนที่เพลงจะเริ่มร้องขึ้นว่า

 

“ ในชีวิต จะมีหนึ่งฤดู

ทำให้ฉันนั้นรู้สึกคิดถึงคนหนึ่งคน ใครคนนั้น

เราพบกัน และต้องไกลในวันที่ฝนพรำ

เช่นวันนี้

 

ฝนตกยิ่งนึกถึงทีไร ก็ยิ่งชุ่มฉ่ำ อุ่นในหัวใจ

แม้ว่าคืนนี้อากาศจะหนาวซักเท่าไร

ก็ขอฝากลมฝนช่วยเป็นสื่อให้เธอรู้

 

                   ภาพของหญิงสาวคนเดิมปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง ในครั้งนี้เธอยืนถือร่มคันสีเหลืองเดินเข้ามาแล้วยิ้มให้เขาท่ามกลางสายฝนที่กำลังตกอยู่ รอยยิ้มของเธอช่างน่ารักงดงามมาก เขาแน่นิ่งไปก่อนที่จะ….เฟ๊ลวววว….แบบสุดสุด (อาการการเซ็งสุดขีดที่สุดในสามโลก)

                   ทำไมนะเหรอ ก็เพราะพายุที่หันมาจ้องมองเขาด้วยสายตาและใบหน้าที่ยิ้มแบบกรุ้มกริ่มกวนเส้นประสาทเบื้องล่างเป็นที่สุด แบบที่ว่าเฮ้ยรู้นะโว้ยว่าแอบทำมิวสิควีดีโออีกแล้วใช่ไหมอะไรประมาณนั้น ก่อนที่ฟ้าจะรีบหันหน้ากลับไปแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่ แล้วดื่มเบียร์ที่ถืออยู่ยกทีเดียวจนหมดแก้วไปแบบเซ็งๆ

                 โห้ พี่ฟ้า ไปเครียดอะไรมาอ่ะ ยกทีเดียวหมดแก้วเลย เปลืองนะนั่น มีปมกับเพลงนี้เหรอ เดี๋ยวผมเปลี่ยนเพลงให้ก็ได้นะพี่

                   ยัง ยังอีก พายุมันยังไม่สำเหนียกตัวเองอีกว่ามันเองนั่นแหล่ะที่ทำให้ฟ้าเครียด ก่อนที่ฟ้าจะหันมาบอกพายุแบบเซ็งๆว่า

                   เอาเลยครับน้อง เอาที่มึงสบายใจได้เลยครับ

                 โห มีน้ำโหด้วย มา มะ เดี๋ยวน้องพายุรูปหล่อแฟนสวยคนนี้จะบริการเติมเบียร์เย็นๆให้กับคุณพี่ฟ้าสุดเท่ห์พระเอกเอ็มวีฤดูที่ฉันเหงาให้เองนะครับ

                   พายุมันยังไมเลิกกวน พร้อมกับหยิบแก้วมาเติมเบียร์ให้ฟ้า แต่โดนฟ้าแย่งขวดเบียร์ไปแล้วยกขวดที่มีเบียร์เหลืออยู่เกือบเต็มขวดกระดกทีเดียวหมด จนทำให้พายุถึงกับอ้าปากค้างพร้อมทั้งเปลี่ยนเพลงใหม่ในทันทีเพราะกลัวเบียร์จะหมดอีกขวด

                   ใต้ฝุ่นกับน้ำค้างที่นั่งดูอยู่ก็หัวเราะออกมาเบาๆ

                 เออพี่ฟ้า ถามจริงเถอะพี่ชื่อจริงชื่ออะไรอ่ะ สายล่อฟ้าฟ้าสั่งเมืองหรือฟ้าสางที่อกสาวร้านคาราโอเกะ

                   พายุมันยังไม่เลิกกวนตีนฟ้าอีกระลอก สงสัยคืนนี้มันคงจะเมาแล้ว จึงพูดจาแกว่งปากหาเท้าชาวบ้านเขาเล่น (สุภาษิตใหม่ที่มอบให้พายุคนเดียว)

                 ถามจริงเถอะพายุ อยู่ที่ห้องดาวมันไม่ให้แกพูดเลยเหรอไง ถึงได้เก็บกดแซวแต่พี่ฟ้าอยู่ได้

                   น้ำค้างที่นั่งอยู่ถามพายุด้วยความสงสัย

                 เออๆใช่น้ำ สงสัยอยู่ที่ห้อง เมีย..(โปรดออกเสียงย้ำและลากเสียงช้าๆคำว่าเมียด้วย) มันใช้แต่ให้ซักผ้า ถูแต่บ้าน จนไม่ได้พูดมั้ง

                   ใต้ฝุ่นได้ทีก็เสริมขึ้นบ้าง นานนานทีจะมีโอกาสได้พูดขึ้นมาสักครั้งบ้าง

                 โห ได้ทีรุมกัดกูกันใหญ่เลยนะ ยังกะชิวาว่าหมู่แน่ะ (น่ารักเชียว) ก็แค่อยากรู้อ่ะ ว่าผู้ชายแมนๆที่ไหนเขาชื่อฟ้ากัน เห็นจะมีแต่ผู้หญิงที่ชื่อฟ้า ห๊ะ……หรือว่าพี่ฟ้าจะเป็น….ฟ้า….”

                   พายุหยุดพูดและอ้าปากค้างเอาไว้แบบนั้นพร้อมกับทำตาโต แล้วค่อยๆหันไปมองฟ้าแบบสโลโมชั่นที่ ในตอนนี้ฟ้าได้จ้องหน้าของพายุอยู่ก่อนแล้วด้วยสีหน้าแบบประมาณว่า จะหาอะไรมายัดปากพายุดี ให้มันหยุดพูดได้บ้าง และเมื่อหยุดพายุให้หยุดพูดไม่ได้ ฟ้าจึงพูดแทรกขึ้นก่อนที่พายุมันจะมโนตั้งชื่อให้เขาไปมากกว่านี้ว่า

                 พอเลยพอไม่ต้องมโนตั้งชื่อให้เลย พี่ชื่อจริงชื่อนภากฤษ (นะพากิด) อภิสิทธิ์ชยะกุล ชื่อเล่นชื่อฟ้า พ่อแม่ตั้งให้มาตั้งแต่เกิด หรือถ้ามีปัญหาอะไรหรือข้องใจอะไรก็ไปถามกับพ่อแม่พี่เอาเอง แต่อยู่ที่จังหวัดภูเก็ตนะ

                   ฟ้าเริ่มรำคาญเลยตอบไปแบบจัดเต็มให้พายุไปหนึ่งชุด

                 โห พี่ฟ้าพี่เป็นคนภูเก็ตเหรอ เป็นเด็กใต้อ่ะหลาวนิ ดีจังอยากไปเที่ยวบ้านพี่จังฮู้

                   พายุพยายามที่จะพูดสำเนียงใต้ใส่ฟ้า แต่ดูเหมือนว่ามันจะคล้ายๆคนต่างด้าวที่เพิ่งหลบหนีเข้าประเทศไทยมาเสียมากกว่า ก่อนที่ฟ้าจะพูดออกไปอีกว่า

                   อย่าไปเลยพายุ เดี๋ยวปะการังแถวทะเลบ้านพี่จะตายหมด

                    ฟ้าพูดแบบทำหน้านิ่ง ในขณะที่พายุกำลังยืนงงกับมุขปะการังถึงกับอ้าปากค้างไปเลย

                   ตอนนี้เวลาใกล้จะตีสองแล้ว ฝนที่ตกลงมาก็เริ่มเบาลงมากแล้ว  ทุกคนจึงคิดว่า น่าจะเตรียมตัวแยกย้ายกันกลับห้องดีกว่า พวกเขาเลยช่วยกันเก็บขวดเบียร์ไปทิ้งลงในถังขยะ แต่แล้วฝนเจ้ากรรมก็ดันเทตกหนักลงมาอีกระลอกหนึ่ง เล่นเอาทุกคนเซ็งกันไปเป็นแถวๆ โดยเฉพาะฟ้าที่อยากจะไปจากพายุเต็มแก่แล้ว

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

2 ความคิดเห็น