The October ลิขิตฟ้า ตามหารัก Season 1

ตอนที่ 48 : ตอนที่ 48 การฝากครั้งสุดท้าย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    10 มี.ค. 62

ตอนที่ 48 การฝากครั้งสุดท้าย

 

                   ฟ้า พายุและดาว ทั้งสามนั่งรออยู่ที่หน้าห้องฉุกเฉินประมาณชั่วโมงกว่าๆ คุณหมอก็เดินออกมาจากห้องฉุกเฉิน ฟ้าเห็นดังนั้นจึงรีบลุกขึ้นเข้าไปถามอาการของน้ำค้างกับคุณหมอในทันที

                   “คุณหมอครับ คนไข้เป็นยังไงบ้างครับ”

                   คุณหมอหันมามองหน้าฟ้าแบบเครียดๆ ก่อนที่จะบอกกับฟ้าว่า

                 “คนไข้เสียเลือดมากครับ และสมองได้รับความกระทบกระเทือนอย่างหนัก  ตอนนี้กำลังรอผลของการเอ็กซเรย์อยู่ มีกระดูกหักสองสามซี่ด้วย ตอนนี้อาการโดยรวมยังไม่พ้นขีดอันตราย และก็ยังน่าเป็นห่วงอยู่ หมอคงต้องเฝ้าดูอาการคนไข้อย่างใกล้ชิดต่อไปครับ”

                   คุณหมอพูดจบก็เดินออกไป ฟ้าได้ยินอย่างนั้นถึงกับนั่งก้มหน้าลงที่เก้าอี้แล้วเอามือทั้งสองจับหัวตัวเองไว้และพูดกับตัวเองเบาๆว่า

                   “โธ่น้ำ…….พี่ขอโทษนะ”

                   ในขณะที่ดาวได้ฟังที่คุณหมอพูดแล้วก็ร้องไห้โฮออกมาและซบลงตรงอกของพายุด้วยความสงสารเพื่อนรัก ทั้งสามยังนั่งรออยู่ที่หน้าห้องฉุกเฉินกันอย่างเงียบๆ ไม่มีใครพูดอะไรเลยสักคำเพราะเป็นห่วงน้ำค้างที่ยังไม่พ้นขีดอันตราย จนเวลาใกล้จะตีหนึ่ง บุรุษพยาบาลก็เข็นเตียงที่มีน้ำค้างนอนอยู่ออกมาจากห้องฉุกเฉิน พร้อมด้วยสายต่างๆระโยงระยางเต็มตัวน้ำค้างไปหมด โดยมีนางพยาบาลเดินอยู่ข้างๆเตียง และคุณหมอก็เดินออกมาเป็นคนสุดท้าย

                   ทุกคนรีบลุกขึ้นและฟ้าก็เดินเข้าไปหาคุณหมอทันที โดยที่คุณหมอได้บอกมาว่า

                 “ตอนนี้คนไข้พ้นขีดอันตรายแล้ว แต่เธอปอบช้ำภายในมากและยังไม่รู้สึกตัว คุณหมอเลยให้คนไข้ไปพักฟื้นที่ห้องพิเศษเพื่อรอดูอาการเธออย่างใกล้ชิดครับ”

                   พายุยกมือไหว้ขอบคุณคุณหมอ และถอนหายใจด้วยความโล่งใจนิดนึงที่น้ำค้างพ้นขีดอันตรายแล้ว เขาหันมามองพายุกับดาว โดยที่ดาวพูดขึ้นมาว่า

                 “เอาน่ะพี่ อย่างน้อยเราก็ดีใจขึ้นมาบ้างที่รู้ว่าน้ำค้างมันพ้นขีดอันตรายแล้ว และในตอนนี้พวกเราเองก็คงจะทำอะไรได้ไม่มากนัก คงทำได้แค่ให้กำลังใจให้น้ำสู้ๆ และฟื้นขึ้นมาเร็วๆ”

                 “อืม  เดี๋ยวคืนนี้พี่จะเฝ้าน้ำค้างเอง พวกเธอกลับไปพักผ่อนกันก่อนเถอะ พรุ่งนี้พี่รบกวนพายุเอาเสื้อผ้ามาเปลี่ยนให้พี่หน่อยนะ พี่จะเปลี่ยนแล้วจะเฝ้าน้ำต่อ”

                 “โห พี่จะเฝ้าน้ำทั้งวันทั้งคืนคงไม่ไหวหรอกพี่ เอาอย่างนี้แล้วกันพรุ่งนี้เช้าผมจะมาเปลี่ยนพี่เอง พี่จะได้กลับไปอาบน้ำเปลี่ยนผ้า นอนพักที่ห้องก่อน แล้วช่วงบ่ายๆค่อยมาเฝ้าน้ำใหม่นะ”

                 พายุพูดกับฟ้า ก่อนที่ฟ้าจะพยักหน้าและกล่าวขอบคุณ แล้วก็รีบเดินไปตามทางที่พยาบาลเข็นน้ำค้างไป

 

…………………………………….

                   วันรุ่งขึ้นพายุและดาว มาเยี่ยมน้ำค้างที่โรงพยาบาล พวกเขาเดินขึ้นลิฟต์มาที่ห้องเฝ้าดูอาการพิเศษ ก็เจอกับฟ้าที่ยังคงนั่งเฝ้าอยู่หน้าห้องในสภาพที่อิดโรยมากและเสื้อผ้าที่สวมใส่ก็เลอะเทอะมอมแมม พอดาวเดินมาถึงก็ถามฟ้าขึ้นมาว่า

                 “พี่ฟ้า น้ำค้างอาการเป็นไงบ้างคะพี่ แล้วพี่ได้นอนบ้างหรือเปล่านี่”

                   ฟ้าหันไปมองหน้าดาวช้าๆและทำหน้าเศร้าๆแล้วบอกกับดาวออกไปว่า

                   “อาการน้ำค้างยังทรงตัวอยู่เลยดาว คุณหมอยังไม่อนุญาตให้เข้าไปเยี่ยมน้ำได้ พี่ก็เลยหลับตานอนไม่ลงหรอก เป็นเพราะพี่แท้ๆน้ำถึงเป็นแบบนี้”

                   ดาวและพายุมองหน้ากันก็สงสารฟ้ามาก ในขณะที่คุณหมอก็เดินออกมาจากห้อง ตรงมาที่ฟ้าและพูดขึ้นมาว่า

                 “ตอนนี้ย้ายคนไข้ไปที่ห้องฟักฟื้นได้แล้วนะครับ อาการโดยรวมดีขึ้น แต่เธอยังไม่รู้สึกตัว หมอแกรงว่า……สมองคนไข้อาจจะมีปัญหา แต่ต้องรอดูอาการสักวันสองวันแล้วจะสแกนสมองดูอีกครั้งนึงนะครับ”

                   คุณหมอตอบแล้วก็เดินออกไป โดยมีเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเข็นเตียงที่น้ำค้างนอนอยู่ออกมาเพื่อย้ายไปที่ห้องพักฟื้น เมื่อฟ้าได้ยินคำที่หมอพูดที่มีสีหน้าที่ไม่สบายใจออกมา เพราะน้ำค้างเองยังอยู่ในอาการที่ไม่ค่อยดีถึงแม้ว่าเธอจะดีขึ้นแล้วแต่สมองได้รับการกระทบกระเทือนมาก

                   เมื่อทั้งหมดมาที่ห้องพักฟื้น ดาวก็บอกให้ฟ้ากลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าและนอนพักผ่อนก่อน พวกเธอจะเฝ้าน้ำค้างเอง แล้วให้ฟ้าค่อยมาเฝ้าน้ำค้างในตอนบ่ายๆ

                   พายุได้โทรศัพท์ไปบอกพี่แสงให้ทราบเรื่องแล้ว และพี่แสงเองก็โทรหาคุณหมอกแล้วด้วย พอคุณหมอกรู้เข้าก็บอกให้ฟ้าอยู่ดูแลน้ำค้างไปได้เลยไม่ต้องห่วงทางร้าน เพราะพี่แสงได้ให้น้องที่มาช่วยบาร์เมื่อวานนี้ ทำงานแทนฟ้าไปก่อนจนกว่าฟ้าจะพร้อมมาทำงาน ส่วนคนอื่นๆก็ฝากความห่วงใยและกำลังใจมาให้กับทั้งคู่ด้วยและบอกว่าจะค่อยเข้ามาเยี่ยมน้ำค้าง

                   เมื่อฟ้ากลับมาที่ห้องและเข้าไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าที่สกปรกแล้วก็ล้มตัวลงนอนพักหลังจากที่เมื่อวานเขาเจอแต่เรื่องที่หนักๆและเสียใจมาตลอดทั้งวัน จนสมองของฟ้าเริ่มเบลอ ถึงแม้ว่าใจจะเป็นห่วงน้ำค้างมากแค่ไหน แต่ร่างกายฟ้าก็คงจะสู้ต่อไปไม่ไหว เพราะเมื่อหัวของฟ้าถึงหมอนเขาก็ได้นอนหลับเหมือนกับคนสลบไปด้วยความอ่อนเพลียไปเลย

 

……………………zzzzzz……………………

                  

“กริ้ง!!!!!ๆๆๆๆ”

                   เสียงนาฬิกาดังขึ้นเพื่อปลุกฟ้าให้ตื่นตอนเวลาบ่ายโมง เพื่อให้เขาลุกขึ้นไปเฝ้าน้ำค้างที่โรงพยาบาลต่อ ฟ้ารีบลุกขึ้นจากที่นอนแล้วก็รีบอาบน้ำแต่งตัวจนเสร็จเรียบร้อยและเดินออกไปจากห้องตัวเองไป

                   ฟ้ากำลังที่จะปิดประตูห้องก็เหลือบไปเห็นไดอารี่สีฟ้าของน้ำค้างที่เธอเอามาให้เขาวางตกอยู่ข้างเตียง ฟ้าจึงรีบเดินเข้าไปหยิบและจะเอามันไปที่โรงพยาบาลด้วย ฟ้าเดินไปที่กางเกงและเสื้อตัวเก่าแล้วก็ล้วงหาลูกกุญแจเพื่อที่จะเอามาไขไดอารี่เล่มนั้น แต่หาเท่าไหร่เขาก็หาไม่เจอ (เพราะมันได้ตกจากกระเป๋าเสื้อฟ้าและไหลลงท่อระบายน้ำไปแล้วตอนที่เขารีบขึ้นรถพยาบาล) ฟ้าถอนหายใจขึ้นอีกครั้งในความสะเพร่าที่ทำกุญแจดอกนั้นหายและตัดสินใจที่จะเอาไดอารี่เล่มนั้นไปที่โรงพยาบาลโดยที่ไม่มีลูกกุญแจ

                   ฟ้าเดินลงมาด้านล่างหอแล้วเขาก็ได้ยินบรรดามนุษย์ป้าแม่บ้านคุยกันเสียงดังราวกับว่าอยู่ห่างกันหลายสิบเมตรทั้งที่พวกเธอยืนเม้าท์อยู่ข้างๆกันแท้ๆ

                 “นี่หล่อน เมื่อคืนนี้ตอนที่ผัวฉันมารับกลับบ้านน่ะ มีคนบ้าวิ่งตามรถกระบะที่ผัวฉันขับไปด้วยแหล่ะ มันวิ่งฝ่าฝนไปที่สี่แยกจนจวนจะถึงรถฉันแล้วนะ แต่โชคดีที่ไฟเขียวซะก่อน ผัวฉันก็เลยรีบเยียบคันเร่งหนีมันไปเลย”

                 “เหรอ โชคดีไปเนอะ ระวังตัวด้วยล่ะแก ช่วงนี่คนบ้ามันเยอะเมื่อคืนฉันก็เจอ มันไม่รู้มาจากไหนเสื้อผ้านี่เปียกฝนไปหมดมายืนเคาะประตูห้องแล้วก็ยืนยิ้มให้ฉันแล้วมันก็เปลี่ยนเป็นร้องไห้เฉยเลย และก็เอามือมันนะทุบประตูห้องบนชั้นสามด้วยแหล่ะ ฉันนี้นะ กลั้ว กลัวมาก เลยรีบวิ่งลงมาก่อนเลย”

                   บทสนทนาของมนุษย์ป้าทั้งสองคนที่คุยกัน ทำให้ฟ้าได้รู้ว่าเมื่อคืนนี้ เขากลายเป็นคนบ้าในสายตาของพวกเธอไปแล้ว ที่วิ่งตามรถผิดคันและร้องไห้ทุบประตูห้องอย่างคนไร้สติ ฟ้าก็เลยรีบก้มหน้าแล้วเดินออกไปอย่างรวดเร็ว

                   พอฟ้าเดินออกมาจากซอยเจริญรัถสิบเก้าแล้วเขาก็ข้ามถนนไปยังฝั่งตรงกันข้าม ภาพของน้ำค้างที่โดนรถชนยังคงติดตาเขาอยู่ตรงจุดที่เขากำลังเดินผ่านข้ามถนนไป เขาก็เลยคิดถึงและเป็นห่วงน้ำค้างขึ้นมาอีกครั้งในทันที

                   เขาก้มหน้าลงหานาฬิกาเรือนนั้นที่น้ำค้างเคยซื้อให้ เรือนที่ไม่มีสายข้อมือที่เมื่อคืนได้ทำหลุดมือตอนที่น้ำค้างโดนรถชน ฟ้าหาไปหามาและเขาก็หาเจอ

                   ฟ้าหยิบนาฬิกาวิเศษที่ตอนนี้หน้าปัดแตกและเข็มของนาฬิกาก็ไม่เดินแล้วขึ้นมาปัดฝุ่นแล้วเก็บใส่เข้าไปในกระเป๋ากางเกงเอาไว้เหมือนเดิม โชคดีมากที่ยังไม่โดนใครเก็บเอาไปทิ้งในถังขยะ แล้วฟ้าก็เรียกรถสามล้อเพื่อให้ไปส่งที่โรงพยาบาล

                   เมื่อฟ้ามาถึงที่โรงพยาบาลเขาก็ตรงดิ่งขึ้นไปเยี่ยมน้ำค้างในทันที เมื่อฟ้ามาถึงที่ห้องก็พบว่าฝนกับคุณอาทิตย์ได้มาเยี่ยมน้ำค้างอยู่ก่อนที่ฟ้าจะมานานแล้ว ฟ้าก็เลยเดินเข้าไปเพื่อที่จะทักทายทั้งคู่

                 “สวัสดีครับคุณอาทิตย์ คุณฝน มาเยี่ยมน้ำเหรอครับ”

                 “ค่ะ พี่เรียกฝนเฉยๆเหมือนเดิมดีกว่าคะ พี่ฟ้า เมื้อกี๊คุณหมอมาตรวจน้ำค้างแล้วบอกว่าตอนนี้อาการเธอดีขึ้นแล้วนะ แต่ยังคงไม่ได้สติอยู่เหมือนเดิม คุณหมอจะพาเธอไปสแกนสมองดูอีกครั้งในวันนี้ คงต้องให้กำลังใจเธอเยอะๆหน่อย”

                   ฝนบอกอาการล่าสุดของน้ำค้างให้กับฟ้า เพราะคิดว่าฟ้าคงอยากจะรู้เป็นสิ่งแรกเมื่อมาถึง ก่อนที่ฝนจะยิ้มให้ฟ้า แล้วเธอก็ยังพูดต่อไปอีกว่า

                   “ฝนไม่เคยเจอใครที่ทำเพื่อคนที่รักได้อย่างที่น้ำทำเลย พี่ฟ้ารู้ไหมคะ เมื่อวานตอนค่ำหลังจากที่ฝนได้คุยกับพี่แล้ว น้ำค้างเธอก็โทรเข้ามาหาฝนด้วย เธอบอกว่าขอคุยกับฝนลำพังที่ข้างหลังร้านสักครู่ ตอนแรกฝนก็แปลกใจว่าเธอรู้เบอร์โทรฝนได้ยังไงและมาหาฝนทำไมกัน

                 พี่ฟ้ารู้ไหมคะ น้ำค้างมาขอให้ฝนช่วยเธอหนึ่งอย่างค่ะ นั่นก็คือ เธอเอาน้ำเต้าหู้และลูกกุญแจมาฝากให้ฝนเอาไปให้พี่ฟ้าค่ะ เพราะเธอบอกว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาหลายปี เธอเองได้ฝากความรักของผู้ชายคนหนึ่งไว้ที่ฝน เพราะว่าผู้ชายคนนั้นเขารักฝนมาก มากจนไม่เคยมองคนอื่นที่อยู่ข้างๆตัวของเขาเลย ไม่ว่าเธอจะทำดีแค่ไหน ผู้ชายคนนั้นก็จะคิดว่าฝนเป็นคนที่ทำให้ จนเธอรู้สึกเสียใจและไม่อยากที่จะบอกความจริงกับผู้ชายคนนั้นออกไปว่าเธอนี่แหล่ะเป็นคนที่ทำให้

                 และมีอีกหนึ่งอย่างที่เธอไม่กล้าที่จะบอกความจริง เพราะว่าผู้ชายคนนั้นยังไม่พร้อมที่จะรับรู้และยอมรับความจริงว่าฝนไม่ได้รักเขาแล้ว และนี่จะเป็นการฝากครั้งสุดท้ายของเธอที่มีให้กับผู้ชายคนนั้น และพี่ฟ้า….. ก็คือ…..ผู้ชายที่โชคดีคนนั้นค่ะ”

                     ฝนพูดจบฟ้าก็เงียบและเซไปข้างหลังจนตัวเองพิงกับข้างฝาและหันไปมองหน้าน้ำค้างที่ยังคงหลับตาอยู่ ก่อนที่ฝนจะพูดขึ้นอีกครั้งว่า

                 “จริงๆแล้วฝนอยากจะเล่าให้พี่ฟังอีกตั้งหลายเรื่อง แต่ฝนคิดว่าให้เธอเป็นคนเล่าพี่จะดีกว่า และอีกอย่างฝนต้องเตรียมตัวบินไปสิงคโปร์กับพี่อาทิตย์แล้วด้วย ดูแลน้ำค้างให้ดีนะคะ และอย่าลืมทำตามสัญญาที่พี่ให้ไว้ให้ดีด้วยล่ะพี่ฟ้า ลาก่อนค่ะ”

                 “ฝนครับ คำสัญญาอะไรเหรอครับ”

                   ฟ้าสงสัยในคำพูดสุดท้ายของเธอเลยถามฝนออกไป ในขณะที่ฝนทำท่าไม่อยากจะพูด แต่เธอก็อมยิ้มก่อนที่พูดกับฟ้าไปว่า

                 “ก็คำพูดที่ว่า พี่จะรักคนที่อยู่ด้วยในคืนนั้นเป็นคนสุดท้ายไงคะ”

                   ฝนพูดจบก็เดินไปหาน้ำค้างที่นอนอยู่บนเตียงแล้วพูดขึ้นว่า

                   “รีบฟื้นขึ้นมาเร็วๆนะ น้ำค้าง”

                   แล้วฝนก็ลาทุกคนก่อนจะเดินออกไปกับคุณอาทิตย์โดยปล่อยให้ฟ้ายืนคิดถึงคำพูดสุดท้ายของเธอ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

2 ความคิดเห็น