The October ลิขิตฟ้า ตามหารัก Season 1

ตอนที่ 45 : ตอนที่ 45 วิ่งไปให้ทันนะฟ้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    6 มี.ค. 62

ตอนที่ 45 วิ่งไปให้ทันนะฟ้า 

 

                 “มีคนฝากฝนมาบอกพี่ฟ้า บาร์เทนเดอร์สุดหล่อของร้านเราว่า……………..

                 ฝนพูดค้างเอาไว้แค่นั้น แล้วเธอก็หยิบถุงบางอย่างจากคุณอาทิตย์ แล้วก็ยื่นออกไปทางฟ้าที่ยืนอยู่แล้วพูดต่อไปว่า

                 ดื่มน้ำเต้าหู้แล้ว จะได้มีแรงหายเหนื่อยจากจากการทำงานนะคะ”

                   แล้วฝนก็เดินลงจากเวทีไปหาฟ้าที่หน้าเคาน์เตอร์บาร์ โดยที่ทุกสายตาของคนภายในร้านได้จดจ้องมองตามฝนด้วยความสนใจและอยากรู้เรื่องราวว่ามันเกิดอะไรขึ้น

                   ฝนเอาถุงน้ำเต้าหู้ยื่นไปให้ฟ้าที่กำลังยืนแบบงงๆอยู่ว่า นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ และฝนก็ยื่นลูกกุญแจสีฟ้าหนึ่งดอกให้กับฟ้า ก่อนที่ฝนจะบอกกับฟ้าไปว่า

                 “มีคนเค้าฝากเอามาให้พี่ กุญแจดอกนี้จะไขทุกเรื่องราวของเธอ ถึงเวลาแล้วที่พี่จะต้องตามหาคนที่รักพี่จริงๆ ลาก่อนนะคะพี่ฟ้า โชคดีค่ะ”

                 พอพูดจบฝนก็ยิ้มให้กับฟ้าแล้วก็เดินกลับไปหาคุณอาทิตย์ก่อนที่จะสวมกอดกันอีกครั้ง ในขณะที่วงเคลียร์ก็เริ่มเล่นเพลง คำยินดี ขึ้นในทันที

 

“ขอให้ความรักมีแต่ความสุขใจ

ไม่ว่าสิ่งไหนเข้ากันหมดทุกอย่าง

ขอให้ความรักเขาและเธอไม่มีจืดจาง

มีเขาเคียงข้างไม่มีความทุกข์ใด

 

ขอให้ความรักดีกว่าที่ฝัน

ไม่มีเปลี่ยนผันรักกันหมดหัวใจ

ขอให้เธอนั้นได้คู่เคียงกันตลอดไป

ถึงแม้ฉันยังไม่เปลี่ยนใจ

และรักได้เพียงแต่เธออยู่เหมือนเดิม

 

                     ในขณะที่วงเคลียร์กำลังเล่นเพลงคำยินดีอยู่นั้น ฟ้าก็เปิดดูในถุงน้ำเต้าหู้และก็เจอกับกระดาษที่เขียนข้อความเอาไว้ เขาจึงหยิบกระดาษแผ่นนั้นที่เขียนข้อความออกมาอ่าน แล้วฟ้าก็มีน้ำตาซึมออกมาอีกครั้ง

                   ในขณะที่วงเคลียร์เล่นเพลงคำยินดีจบ คุณแพทก็พูดขึ้นมาว่า

                   “เพลงเมื่อกี้ขอมอบให้สำหรับทุกๆคนที่สมหวังในความรักนะคะ ขอให้รักกันนานนานและมีความสุขตลอดไป

                 แต่ถ้าหากคุณมีความรักที่ดีๆแล้ว ไม่ได้บอกให้เขารู้ว่าคุณรักเขามากแค่ไหน มัวแต่เก็บมันเอาไว้ในใจ สักวันนึง เมื่อความรักนั้นหลุดลอยไป คุณก็จะมานั่งเสียใจและทำได้แค่เพียงร้องเพลงนี้ให้กับตัวเองฟังค่ะ”

                   พอคุณแพทพูดจบเท่านั้นแหล่ะ ฟ้าก็เอามือปาดน้ำตาออกจากแก้มแล้ววิ่งออกไปนอกบาร์ทันที เพื่อไปหาพี่แสงที่ยืนอยู่กับพายุและก็ใต้ฝุ่น แล้วฟ้าก็บอกกับพี่แสงออกไปว่า

                   “พี่แสงครับ ผมต้องไปแล้วจริงๆ รบกวนฝากบาร์ด้วยนะครับ”

                    พี่แสงหันมามองหน้าฟ้าด้วยสีหน้าที่เคร่งขรึม แต่ไม่นานนักพี่แสงก็ยิ้มออกมา ก่อนที่จะบอกกับฟ้าไปว่า

                   “ทำให้ได้นะฟ้า เดี๋ยวพี่เป็นบาร์ให้เอง”

                    ฟ้ายิ้มแล้วก็รีบวิ่งออกไปทางหน้าร้านทันในที ในขณะที่พายุและใต้ฝุ่นก็ส่งเสียงเชียร์ดังออกไปว่า

                   “สู้ๆนะพี่ฟ้า เอาน้ำค้างกลับมาให้ได้นะ”

                   ใต้ฝุ่นเธอกระโดดกอดและหอมแก้มพายุด้วยความดีใจจนลืมตัวไปว่าทั้งคู่เคยกัดกันแค่ไหน จนเมื่อนึกขึ้นได้พายุก็เลยทำท่าแหวะออกมา ในขณะที่พี่แสงที่มองฟ้าวิ่งออกไปก็พูดออกมาลอยๆว่า

                 “เฮ้อ ความรักของคนหนุ่มสาวนี่มันเข้าใจยากจริงๆ ดีนะที่กูไม่มีเมีย เอาวะ เป็นบาร์อีกวันก็ได้”

                 “โหพี่แสง พี่นี่เป็นสุดยอดหัวหน้าจริงๆเลย มามะพายุขอจูบสักที”

                 พายุพูดแล้วก็หอมแก้มพี่แสงไปหนึ่งที แล้วก็รีบวิ่งหนีไปเลยเพราะกลัวโดนพี่แสงเตะเอา

                   พี่แสงก็ยิ้มออกมาก่อนที่จะเดินเข้าไปในบาร์เพื่อทำหน้าที่แทนฟ้า ในขณะที่วงเคลียร์ก็เริ่มเล่นเพลง ส่งใครมารักฉันทีของอินสตริ้ง ที่เอามาโคฟเวอร์ใหม่ทันที

 

“โปรดส่งใครมารักฉันที

อยู่อย่างนี้มันหนาวเกินไป

อยากจะรู้รักแท้มันเป็นเช่นไร

มีจริงใช่ไหม โว้....

โปรดส่งใครมาเป็นคู่กัน

ที่ไม่ทำให้ฉันเดียวดาย

ช่วยมาทำให้ฉันเข้าใจ

และได้รักใครกับเขาสักครั้ง...

 

มันอ้างว้างจนทนไม่ไหว

พยายามห้ามใจไม่ได้สักวัน

อยากจะรู้จริงตอนคนเขารักกัน

มันเป็นเช่นไร ฮู้...

 

                   ฟ้าวิ่งออกไปที่หน้าปากซอยไม่นาน ฝนก็ดันตกหนักลงมาซะงั้น ฟ้ายืนรอรถเพื่อจะไปที่ห้องอยู่สักแปบ แต่ก็ไม่มีรถแล่นผ่านมาทางนั้นเลย ฟ้าก็เลยตัดสินใจวิ่งฝ่าฝนกลับไปที่ห้องทันที ในใจฟ้าก็ขอภาวนาให้น้ำค้างช่วยรอเขาก่อน ซึ่งข้อความที่เขียนไว้อยู่ถุงน้ำเต้าหู้ที่ฝนยื่นมาให้เขาก็คือ……………….

 

                     ดื่มน้ำเต้าหู้แล้ว จะได้มีแรงหายเหนื่อยจากการทำงานนะคะ J

                   พี่ฟ้าคะ น้ำต้องขอโทษด้วย ที่น้ำลาออกไปโดยที่ไม่ได้บอกพี่ แต่น้ำคงต้องไปจริงๆแล้วเสียที ขอบคุณนะคะสำหรับทุกสิ่งและทุกอย่างที่พี่ทำให้น้ำมีความสุข ไม่ว่าพี่จะรู้หรือไม่ก็ตาม แต่น้ำมีความสุขมากๆจริงๆนะคะ

                 คืนนี้น้ำคงต้องขนของย้ายห้องกลับบ้านที่ต่างจังหวัดและก็คงไม่ได้กลับมาที่นี่อีกแล้ว  กุญแจที่น้ำฝากให้พี่ไป ถึงห้องพี่แล้วพี่ก็จะรู้เรื่องทุกอย่างของน้ำเอง ขอโทษด้วยนะคะ ขอให้พี่โชคดี  น้ำรักพี่ฟ้านะคะ น้ำค้าง”

 

                   ลายมือที่น้ำค้างเขียนข้อความถึงเค้าในถุงของน้ำเต้าหู้ คือลายมือเดียวกับที่อยู่ในถุงน้ำเต้าหู้เมื่อวันก่อนและเมื่อสามปีที่แล้ว และยังเป็นลายมือเดียวกันกับข้อความที่อยู่ในบนการ์ดของขวัญของนาฬิกาไม่มีสายอันนี้ด้วย

                   ฟ้าถึงรู้ว่าแล้วว่าน้ำค้างคือคนที่ทำเพื่อเขามาโดยตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นซื้อน้ำเต้าหู้มาให้ ซื้อนาฬิกาเรือนนี้ด้วย เพียงแต่แค่ว่าฟ้าไม่รู้จริงๆว่าน้ำค้างเธอเข้ามาในชีวิตของเขาเมื่อสามปีก่อนได้ยังไงเพราะฟ้าจำน้ำค้างไม่ได้จริงๆ

                    ฟ้าก็เลยต้องรีบวิ่งไปหาน้ำค้างให้ทันก่อนที่เธอจะย้ายของเสร็จในคืนนี้ เพราะน้ำค้างเป็นคนเดียวที่จะไขเรื่องราวทุกๆอย่างของเขาให้กระจ่าง คงเป็นเพราะคำพูดของฟ้าเองที่ไม่ยอมฟังคำของน้ำค้าง และยังพูดแรงๆกลับไปอีกด้วย น้ำค้างเธอก็เลยเสียใจมากและคงจะถอดใจที่จะรักคนที่ไม่ยอมฟังเหตุผลจนต้องลาออกและขอยอมแพ้ไปโดยที่ไม่ได้ร่ำลาฟ้า น้ำค้างคงกลัวเจอฟ้าตอนกลางวัน เธอจึงเลือกเวลากลางคืนขณะที่ฟ้าไปทำงาน

                   “น้ำ อย่าเพิ่งไปนะ รอพี่ก่อนนะ”

                   ฟ้าพูดกับตัวเอง ในขณะที่กำลังวิ่งไปที่ห้อง ฝนก็ได้กระหน่ำตกลงมาอย่างหนักเหมือนช่วยเพิ่มอุปสรรคให้เขาลำบากยิ่งขึ้น ฟ้าวิ่งอย่างไม่รู้จักเหน็ดรู้จักเหนื่อย ซึ่งระยะทางจากที่ทำงานถึงห้องพักประมาณหกป้ายรถเมล์ได้ซึ่งมันก็ไม่ใกล้เลยทีเดียว

                   ฟ้าวิ่งไปก็คิดถึงน้ำค้างไป เพราะเขากลัวไปไม่ทันที่น้ำค้างจะย้ายห้องออกไปก่อน เขาคิดถึงคำพูดของพี่เมฆได้

                    “ตกใจทำไม คนใจร้าย หน้าตาก็ดี ใจร้าย ไม่คุยด้วยแล้ว”

                    มิน่าล่ะวันนี้พี่เมฆถึงได้บอกว่าฟ้าใจร้าย เพราะเขารู้ว่าน้ำค้างจะย้ายออกไปแน่ๆ ในขณะที่เขาคิดถึงเรื่องน้ำค้างอยู่ เขาก็สะดุดกิ่งไม้ใหญ่ที่ตกลงมาขวางอยู่บนทางฟุตบาท ฟ้าล้มกลิ้งลงกับพื้น เสื้อผ้าเปรอะเปื้อนดินและน้ำไปหมด แต่ฟ้าก็ยังรีบลุกขึ้นยืนและวิ่งต่อไปในทันที จนกระทั่งเขาวิ่งมาถึงหอจนได้

                   ฟ้าเปียกไปหมดทั้งตัวและเหนื่อยมาก เขาทรุดตัวลงกับพื้นอีกครั้ง แต่ก็ฝืนใจลุกขึ้นยืนและวิ่งขึ้นบันไดไปที่ห้องของน้ำค้างทันที

                   เมื่อมาถึงหน้าห้องของน้ำค้าง เขาก็ยืนก้มเอามือยันเข่าตัวเองเอาไว้เพราะความเหนื่อยที่วิ่งมาตั้งไกลไม่ยอมหยุด ก่อนที่ฟ้าจะหันไปมองตรงที่หน้าต่างห้องของน้ำค้างที่ยังมีผ้าม่านสีฟ้าและในห้องก็ยังเปิดไฟไว้อยู่ ฟ้าก็เลยยิ้มออกมาเพราะคิดว่าว่าน้ำค้างคงจะยังอยู่ที่ห้อง เขาจึงเดินไปที่ประตูและเคาะเรียกน้ำค้างทันที

                   “ก็อก!!!ๆๆๆ น้ำ นี่พี่เองเปิดประตูให้หน่อยครับ”

                   ฟ้าเคาะประตูแล้วก็ยืนด้วยใจจดจ่อเพื่อที่จะได้เจอกับน้ำค้าง  ไม่นานนักก็มีคนมาเปิดประตูห้อง แล้วฟ้าก็เจอ……………………………..

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

2 ความคิดเห็น