The October ลิขิตฟ้า ตามหารัก Season 1

ตอนที่ 43 : ตอนที่ 43 วันโลกาวินาศของฟ้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    4 มี.ค. 62

ตอนที่ 43 วันโลกาวินาศของฟ้า

 

                   พอฝนได้พูดจบลง ในตอนนี้หัวใจของฟ้าเหมือนได้แตกสลายไปในทันที ทุกอย่างที่ฝนบอกยิ่งกลับทำให้ฟ้ารู้สึกสับสน งง และสงสัยมากจนพูดอะไรไม่ออกแม้แต่เพียงคำเดียว

                   ฝนคนที่ฟ้ารักและคิดว่าฝนก็รักฟ้าเพียงคนเดียว กลับไม่ได้เป็นอย่างที่เขาคิดไว้ และคืนสำคัญคืนนั้นก็กลับไม่ใช่ฝนที่เป็นคนอยู่กับฟ้า แล้วจะเป็นใครไปได้ล่ะ เขานั่งเหม่อลอยเหมือนวิญญาณได้หลุดออกจากร่างของเขาไปและไม่มีเรี่ยวแรงพอที่จะทำหรือพูดอะไรทั้งสิ้น ในขณะที่ฝนมองหน้าฟ้าด้วยความรู้สึกผิด แล้วเธอก็พูดขึ้นมาว่า

                 “แล้วเรื่องน้ำเต้าหู้อะไรนั่นที่พี่คิดว่าเป็นของฝน ฝนก็ไม่ได้เอาไปให้พี่จริงๆนะคะ ฝนไม่รู้ด้วยว่าพี่อยู่ห้องไหนด้วยซ้ำไปทั้งที่อยู่ที่โรงแรมหรือเมื่อเร็วๆนี้

                 แล้วตอนอยู่ที่โรงแรมในวันที่พี่บอกที่ซ่อนกุญแจห้องกับให้ฝนน่ะ  ฝนเองก็ไม่ได้ไปนอนพักตามที่พี่บอกหรอกนะคะ ฝนบอกให้เพื่อนคนอื่นไปนอนพักที่ห้องพี่แทนฝนเอง”

                   ฟ้าได้ยินฝนพูดแบบนั้นก็ถึงกับงงเพิ่มมากขึ้นไปอีกจนเอามือกุมขมับที่หัว  เขานึกอะไรขึ้นได้เลยล้วงนาฬิกาที่ไม่สายข้อมือออกมาจากกระเป๋ากางเกง แล้วถามฝนไปว่า

                   “แล้วนาฬิกาเรือนนี้ฝนได้ซื้อให้พี่หรือเปล่า”

                   ฝนมองดูนาฬิกาที่ฟ้าเอาออกมาโชว์ให้ดู แล้วก็ตอบกับฟ้าไปว่า

                 “พี่ฟ้าขอโทษนะคะ ฝนไม่เคยซื้อของอะไรให้พี่เลยสักชิ้น รวมถึงนาฬิกาเรือนนี้ที่พี่ถือก็ด้วย ฝนไม่รู้จริงๆคะ”

                   ฝนพูดจบสติสตังของฟ้าก็ถึงกับกระเจิง เพิ่มความงงและสับสนเข้าไปกันใหญ่ นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรกันแน่กับเขา เรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับเขาคืออะไรกัน ทำไมถึงได้ผิดไปจากที่เขาเข้าใจไปทั้งหมดทุกอย่าง ทุกเรื่องที่เขารู้มันไม่ใช่อย่างที่เขาคิดเลย ตอนนี้ฟ้านึกอะไรไม่ออกเลยสักนิดว่ามันเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ได้ยังไง 

                   จนกระทั่งฟ้านึกถึงเรื่องกรุ๊ปเลือดที่ฝนเคยบริจาคให้กับเขาตอนที่เกิดอุบัติเหตุได้ เลยถามฝนไปอีกทีว่า

                 “ฝน แล้วที่ฝนเคยบริจาคเลือดให้พี่ตอนที่พี่โดนรถชนล่ะ”

                   ฝนทำท่างงสักพัก แล้วก็บอกฟ้าไปว่า

                 “ใครนะคะบริจาคเลือด ฝนเหรอ ไม่ใช่เลยค่ะ ฝนกลัวเข็มจะตาย และอีกอย่างเลือดฝนน้อยไม่พอที่จะบริจาคให้ใครหรอกค่ะ ส่วนวันที่พี่โดนรถชน มีคนเขียนโน้ตไว้ให้ฝนที่ล็อกเกอร์ว่า พี่โดนรถชนตอนนี้อยู่ที่โรงพยาบาลอยากให้ฝนไปเยี่ยม รบกวนไปเยี่ยมพี่ฟ้าหน่อย แล้วเขาก็เขียนเบอร์ห้องแล้วฝากน้ำเต้าหู้ไว้ให้ด้วยค่ะ

                 ฝนก็เลยไปเยี่ยมพี่แค่ครั้งเดียว และตอนที่ไปเยี่ยมพี่ ฝนก็เอาน้ำเต้าหู้ถุงนั้นไปฝากพี่ด้วย ทีแรกกะจะบอกว่ามีคนซื้อมาให้พี่ แต่ฝนดันไม่ได้ซื้ออะไรติดมือไปเยี่ยมพี่ และพี่ก็ไม่ได้ถามด้วยก็เลย เลยตามเลย”

                   ฝนปฏิเสธทุกสิ่งที่ฟ้าเคยคิดว่าฝนเป็นคนทำให้เขา แต่กลับกลายเป็นว่า มันไม่ใช่เลยฝนไม่เคยทำอะไรให้เขาเลย หัวฟ้าแทบระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ ฟ้านั่งนิ่ง มองหน้าฝนและอาทิตย์ก่อนที่ยิ้มและบอกว่า

                   “ยังไงก็ขอบคุณมากนะครับ ที่เล่าเรื่องนี้ให้ฟัง ถึงมันจะงงๆ สับสนและก็ไม่เข้าใจอะไรบางอย่าง แต่อย่างน้อยพี่ก็รู้ความจริง งั้นขอให้ฝนกับคุณอาทิตย์โชคดีนะครับ”

                   ฟ้าขอบคุณฝนก่อนที่จะค่อยๆลุกขึ้นยืน และเดินออกมาจากโต๊ะ ฟ้าเดินกลับไปที่บาร์อย่างเศร้าๆและหมดเรี่ยวแรง

                   ฟ้าแทบจะเดินไม่ไหว เขากำลังคิดว่าเมื่อฝนไม่ใช่คนที่อยู่กับเขาในคืนนั้นแล้วใครกันล่ะคือผู้หญิงคนนั้นที่อยู่กับฟ้าและทำอะไรให้กับเขา ฟ้าทบทวนเรื่องราวต่างๆที่ฝนเล่าแล้วก็สะดุดกับคำที่ฝนได้บอกว่า

                   น้ำค้างขอร้องให้ฝนเล่าเรื่องของคืนวันงานเลี้ยงประจำปีของพนักงานที่โรงแรมเมื่อสามปีก่อนให้พี่ฟ้าฟัง จนทีแรกฝนเองก็แปลกใจและสงสัยว่าทำไมน้ำค้างถึงรู้เรื่องนี้ได้ ซึ่งในตอนหลังฝนจึงรู้ แต่อันนี้ฝนขอไม่บอกนะคะว่าทำไมเพราะน้ำค้างขอร้องฝนเอาไว้

                   พอฟ้าคิดขึ้นได้ เขาถึงกับทำตาโตและพูดกับตัวเองว่า

                 “น้ำค้างไง น้ำเป็นคนรู้เรื่องในคืนนั้นของฝน แสดงว่าน้ำจะต้องรู้เรื่องอะไรมากไปกว่านี้แน่ อาจจะรู้ก็ได้ว่าใครคือคนที่อยู่กับเราในคืนนั้นก็ได้”

                   ฟ้าเริ่มที่จะคิดได้แล้วว่า น้ำค้างคงจะรู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับเขาบ้าง ฟ้าก็เลยรีบวิ่งออกจากเคาน์เตอร์บาร์เข้าไปที่ในครัวทันที เมื่อมาถึงในครัวฟ้าก็มองหาน้ำค้าง เขามองไปรอบๆครัวก็ไม่เจอเธอก็เลยร้องตะโกนเรียก

                 “น้ำ น้ำ น้ำอยู่ไหน ขอโทษนะครับ น้ำอยู่ไหมครับ ใครเจอน้ำบ้าง”

                   เสียงของฟ้าที่ตะโกนโหวกเหวกเรียกน้ำค้างดังอยู่สักพัก จนป้าคะนิ้งที่ยืนอยู่ในครัวก็ทนไม่ไหวจึงตะโกนสวนกลับมาหาฟ้าว่า

                 “อะไรกันฟ้า น้ำค้างมันไม่ได้อยู่ที่นี่หรอก น้ำค้างมันลาออกไปแล้วตั้งแต่เมื่อวาน เมื่อคืนนี้คือวันสุดท้ายที่น้ำยังทำงานอยู่ที่นี่ นี่ฟ้ายังไม่รู้อีกเหรอ ป้านึกฟ้าว่ารู้แล้วเสียอีก”

                 “อะไรนะป้า น้ำลาออก เป็นไปได้ไง ไม่มีใครบอกผมเลย แล้วเมื่อกี้ใครกันที่ผมเห็นหั่นผักอยู่ล่ะครับ ไม่ใช่น้ำเหรอ”

                   ฟ้ายังไม่เชื่อคำที่ป้าคะนิ้งบอก จนพี่อากาศที่ฟังอยู่ก็พูดขึ้นมาว่า

                 “ฟ้าเอ้ย น้ำค้างมันไม่อยู่แล้วจริงๆ สงสัยคนที่แกเห็นเป็นเด็กที่จ้างมาช่วยในครัววันนี้ไง ถ้ามองรูปร่างของน้องมันจากด้านหลังก็เหมือนน้ำค้างเปี๊ยบเลย”

                   ฟ้าถึงกับตกตะลึงอีกรอบ เขามองซ้ายมองขวาก็ไม่เจอน้ำค้างจริงๆ ตามที่ทุกคนบอก ตอนนี้เขาแทบไม่มีแรงยืน ฟ้าถอยหลังพิงกับข้างฝาแล้วพูดกับตัวเองว่า

                 “อะไรกันวะนี่ นี่มันวันอะไรกัน มันเกิดอะไรขึ้นกับฉัน แล้วน้ำลาออกทำไม”

                    ฟ้าคิดในใจว่าทำไมน้ำค้างถึงได้รีบลาออกอย่างกะทันหัน แล้วก็ไม่ได้บอกลาเขาเลยสักคำ มันต้องมีคำตอบสิ ฟ้าคิดไปคิดมาก็รีบวิ่งไปที่หน้าร้านทันที โดยที่ทุกคนในครัวมองฟ้าด้วยความสงสัยว่ามันเกิดอะไรกันขึ้น

                 “พายุๆๆ  แกรู้หรือเปล่าว่าน้ำลาออกไปแล้ว ว่าไง แกรู้เรื่องไหม”

                   ฟ้าวิ่งไปหาพายุที่ยืนคุยกับคนอื่นๆอยู่ที่หน้าร้าน แล้วถามพายุด้วยเสียงที่ดุดันและจริงจัง โดยที่พายุถึงกับตกใจขึ้นมาในทันที

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

2 ความคิดเห็น