The October ลิขิตฟ้า ตามหารัก Season 1

ตอนที่ 41 : ตอนที่ 41 คืนงานคอนเสิร์ต

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    3 มี.ค. 62

ตอนที่ 41 คืนงานคอนเสิร์ต

 

                   วันรุ่งขึ้น ฟ้าตื่นนอนเอาเมื่อตอนบ่ายโมงกว่าๆ  เขารีบอาบน้ำแต่งตัวให้เสร็จไวกว่าปรกติ เพราะว่าวันนี้เขามีเรื่องสำคัญที่จะต้องทำ ฟ้าแต่งตัวเสร็จก็เดินออกมาที่หน้าห้องของน้ำค้าง เขาหยุดยืนอยู่ที่หน้าห้องเธอแล้วถอนหายใจหนึ่งครั้งก่อนที่จะเคาะประตูห้องห้องเพื่อเรียกน้ำค้าง โดยหวังว่าวันนี้จะไปทำงานพร้อมกับน้ำค้างให้ได้

                 “น้ำๆๆ อยู่ไหมน้ำ เปิดประตูให้พี่หน่อย น้ำนี่พี่เอง”

                   ฟ้าตะโกนเรียกน้ำค้างอยู่นานสองนาน แต่ก็ไม่มีใครออกมาเปิดประตูให้ แล้วฟ้าก็ยังผิดหวังอีกครั้งในวันนี้ เขามองดูรองเท้าทำงานของน้ำค้างที่ยังคงวางไว้อยู่บนชั้นที่เดิมแสดงว่าเธอยังไม่ได้ออกไปทำงาน ฟ้าเห็นอย่างนั้นแล้วจึงพูดขึ้นกับตัวเองว่า

                 “ไม่เป็นไร น้ำคงยังโกรธเราอยู่ งั้นค่อยไปเจอน้ำที่ทำงานก็ได้”

                   ฟ้าพูดจบก็หันหน้ากลับออกมา แล้วเขาก็ต้องตกใจอย่างสุดขีดเมื่อได้เจอหน้าของพี่เมฆ ที่แอบมาอยู่ข้างหลังเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ และแกเองก็กำลังจ้องมองหน้าของฟ้าอยู่อย่างไม่กระพริบตา เล่นทำเอาฟ้าถึงกับตกใจมาก

                 “เฮ้ย!!!! พี่เมฆ บอกกี่ทีแล้วอย่ามาเงียบๆ ผมตกใจหมด แล้วนี่เล่นจ้องหน้าผมซะสยองเลยครับ”

                   ฟ้าตกใจเลยพูดออกไปอย่างเสียงดัง ในขณะที่พี่เมฆเองก็กำลังทำหน้าบึ้งใส่ฟ้าก่อนที่แกจะพูดออกมาอย่างอารมณ์เสียว่า

                  “ตกใจทำไม คนใจร้าย หน้าตาก็ดี ใจร้าย ไม่คุยด้วยแล้ว”

                   พี่เมฆพูดจบแกก็เดินลงบันไดไปเฉยเลย ทิ้งให้ฟ้ายืนงงๆอยู่คนเดียวซะงั้น แต่ก่อนที่จะลงบันไดไปแกก็หันมามองฟ้าอีกครั้ง และส่งนิ้วกลางให้ทั้งสองข้าง ทำให้ฟ้ายิ่งงงเข้าไปมากขึ้น

                 “อะไรของแกวะ อยู่ดีๆก็อวยพรให้นิ้วกลางซะงั้น ช่วงนี้สงสัยแกน่าจะไม่ค่อยได้กินยามั้ง เพี้ยนทั้งพี่ทั้งน้อง เฮ้ออะไรกันนี่วันนี้ เริ่มต้นวันได้ไม่ดีเลย”

                   ฟ้าพูดอย่างอารมณ์เสียที่โดนพี่เมฆบอกรักด้วยนิ้วกลางทั้งสองข้าง เขาส่ายหัวตัวเองแบบเซ็งๆ ก่อนที่ฟ้าจะลงบันไดไปเรียกรถสามล้อที่หน้าปากซอย

                   ในระหว่างที่ฟ้ายืนรอรถสามล้ออยู่นั้น เขาก็ได้ยินเสียงคนร้องตะโกนโหวกเหวกออกมาว่า

                   “ช่วยด้วยคะ ช่วยด้วย คนโดนรถชน ช่วยด้วยคะ”

                   ฟ้าหันไปมองที่สามแยกไฟแดงก็เจอผู้หญิงวัยกลางคน ร้องเอะอะเรียกตะโกนขอให้คนที่อยู่แถวนั้นช่วย เธอกำลังนั่งลงประคองศีรษะของเด็กหญิงวัยประมาณสักสิบกว่าขวบ ซึ่งน่าจะเป็นลูกสาวของเธอ ที่ตอนนี้กำลังนอนหมดสติอยู่ที่ข้างถนนและก็มีเลือดไหลออกมาด้วย

                   ฟ้าตกใจก็เลยวิ่งเข้าไปดู ก็พบว่าเด็กผู้หญิงได้หมดสติไปแล้ว โดยที่แม่ของเธอพยายามร้องขอความช่วยเหลือ และกำลังโบกรถแท็กซี่ที่ผ่านไปผ่านมาให้ช่วยพาลูกสาวของเธอไปส่งที่โรงพยาบาลซึ่งก็ไม่ไกลนักจากจุดที่เกิดเหตุ แต่ก็ไม่มีรถแท็กซี่คันไหนที่ผ่านมาแล้วจอดรับเธอเลย จนฟ้าเลยวิ่งเข้าไปช่วยเรียกรถแท็กซี่ให้ด้วยอีกคน แต่ก็มีค่าเท่าเดิมเพราะว่าไม่มีใครจอดรับเด็กสาวเลยแม้แต่สักหนึ่งคัน

                    จนกระทั่งมีรถสามล้อคันหนึ่งแล่นผ่านมาแล้วก็เห็นเหตุการณ์เข้า เขาก็เลยแล่นมาจอดแล้วบอกรีบให้พาเด็กขึ้นบนรถของเขาด่วน ผู้หญิงที่เป็นแม่ถึงกับดีใจมากและรีบอุ้มลูกของเธอขึ้นรถสามล้อที่ใจดีคันนั้นไปโรงพยาบาลในทันที

                   ฟ้าเดินเข้ามาอยู่ที่ฟุตบาทข้างถนน เขามองดูเหตุการณ์ของเมื้อกี้แล้ว ก็ทำให้นึกถึงคำพูดของน้ำค้างขึ้นมาในทันที ภาพของน้ำค้างโผล่เข้ามาในหัวของฟ้า ในวันที่เธอตบหน้าฟ้าอย่างแรง ตอนที่ฟ้าอุ้มฝนแล้วจะวิ่งออกไปเพื่อเรียกรถแท็กซี่ที่หน้าปากซอยให้ได้ โดยที่ไม่ยอมสนใจคนที่ห้ามเขาเอาไว้เลย

                 “รู้นะว่าพี่ห่วงฝน เข้าใจนะว่าอยากให้ฝนปลอดภัย  แต่พี่พาฝนไปเรียกแท็กซี่แบบนี้ใครจะจอดรับพี่ อีกอย่างโรงพยาบาลก็อยู่ใกล้ๆแถวนี้เองเดี๋ยวรถเขาก็มา ที่รถเค้ามีเครื่องมือปฐมพยาบาลที่พร้อม เราต้องห้ามเลือดที่ไหลให้ฝนก่อน มีสติบ้างสิพี่”

                   “น้ำพูดถูกจริงๆ น้ำ…….พี่คิดถึงแกวะ”

                   ฟ้าพูดกับตัวเองเบาๆ ในตอนนี้เขาเริ่มที่จะรู้ตัวแล้วว่าเขาเองก็คิดถึงน้ำค้างเหมือนกัน ฟ้าคิดแล้วก็ยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะเรียกรถสามล้อเพื่อที่จะให้ไปส่งที่ร้านและจะได้เจอน้ำค้างเร็วๆ

                   เมื่อรถสามล้อมาจอดที่ร้าน ฟ้าก็รีบลงจากรถสามล้อและเข้าไปตอกบัตรเลย ที่ร้านในวันนี้มีคนอยู่เยอะแยะเต็มไปหมด มีช่างเสียงของทางร้านที่เข้ามาลองเครื่องเสียงสำหรับงานคอนเสิร์ตในคืนนี้ และก็ยังมีนักดนตรีอีกวงที่เล่นก่อนวงเคลียร์ขึ้น มาซ้อมเพลงอยู่บนเวทีอีกด้วย

                    ส่วนพี่แสงเองก็มาทำงานอยู่ที่ร้านแล้ว ฟ้ามาถึงก็เอากระเป๋าเป้ไปเก็บไว้ข้างหลังเคาน์เตอร์บาร์ตามปรกติ และก็เดินไปเข้าในครัวเพื่อที่จะไปดูว่าน้ำค้างมาทำงานแล้วหรือยัง แต่ระหว่างทางฟ้าได้กับเจอคุณหมอกที่นั่งดูนักดนตรีกำลังซ้อมเพลงกันอยู่ ฟ้าเลยหยุดทักทายและสวัสดีคุณหมอกก่อนที่จะเดินไปในครัว

                   “คุณหมอก สวัสดีครับ”

                 “เออ หวัดดีฟ้า มาก็ดีแล้ว พี่รบกวนเปิดตู้แช่เอาน้ำเย็นๆไปแจกพวกนักดนตรีกับช่างเครื่องเสียงให้หน่อยสิ”

                   ฟ้ายิ้มและก็พยักหน้า ก่อนที่จะเดินกลับไปที่ในบาร์ ฟ้าก็เลยยังไม่ได้เข้าไปหาน้ำค้างที่ในครัวอย่างที่ตั้งใจ

                   ฟ้าเดินกลับไปที่บาร์ตัวเอง และหยิบน้ำเปล่ามาเกือบสิบสองขวดเอามาวางไว้บนเคาน์เตอร์ ในขณะที่พายุก็กำลังเดินเข้ามาหยิบน้ำที่ฟ้าวางขึ้นมาไว้ให้แล้วก็พูดขึ้นว่า

                 “โห วันนี้ดูวุ่นวายกันดีจังเลยเนอะพี่ฟ้า ใครต่อใครมาเต็มกันไปหมดที่ร้าน สงสัยพวกเราคงจะเหนื่อยกันตั้งแต่หัววันแน่ๆเลย”

                   ฟ้าหันไปมองพายุที่กำลังมาช่วยยกน้ำไปเสิร์ฟให้แก่นักดนตรีก็ดีใจ เลยถามพายุขึ้นมาว่า

                   “นี่พายุ แล้วน้ำล่ะ เห็นบ้างหรือเปล่า ไม่รู้ว่าวันนี้จะมาทำงานสายหรือเปล่า เพราะตอนที่พี่มายังเห็นอยู่ที่ห้องอยู่เลย”

                   พายุทำหน้าแปลกๆ เหมือนจะลำบากใจอะไรบางอย่าง ก่อนที่จะตอบกับฟ้าออกไปว่า

                 “อ๋อ!!  น้ำ…..   น้ำค้างมันน่าจะไปซื้อของที่ตลาดนะครับพี่ วันนี้เห็นในครัวยุ่งมากเลยนี่ พวกป้าคะนิ้งวิ่งกันให้หัวหมุนกันหมดแล้วในครัว”

                   พายุพูดจบก็รีบเอาน้ำไปเสิร์ฟให้กับพวกนักดนตรีในทันที ส่วนฟ้าเองเมื่อเห็นสีหน้าของพายุที่ดูแปลกๆแล้วก็ไม่ไว้ใจ ก็เลยเดินเข้าไปในครัวอีกครั้งด้วยตัวเอง แต่พอฟ้าเดินเข้ามาถึงที่ในครัวแล้ว ก็เจอกับสภาพที่ทุกคนกำลังวุ่นวายอยู่กับการเตรียมทำอาหารสำหรับในค่ำคืนนี้

                    ฟ้าหันไปมองน้ำค้างที่กำลังยุ่งอยู่กับการหั่นผัก โดยที่ไม่รู้เลยว่า มีคนแอบยิ้มและมองอยู่ข้างหลังน้ำค้างอยู่ไกลๆ เมื่อฟ้าเห็นว่าในครัวยุ่งมากและน้ำค้างก็มาทำงานทันเวลาแล้ว เขาก็เลยคิดว่าค่อยไปทักและคุยกับน้ำค้างตอนที่เลิกงานน่าจะเหมาะสมมากกว่า คิดอย่างนั้นแล้วฟ้าก็เดินยิ้มกลับไปเตรียมงานที่ในบาร์ต่อ

                     วันนี้ที่ร้าน พี่แสงได้จ้างพนักงานชั่วคราวรายวันจากข้างนอกให้มาเพิ่มในส่วนของพนักงานเสิร์ฟอีกห้าคน ในบาร์ช่วยฟ้าอีกหนึ่งคน และช่วยในครัวอีกสี่คน เพื่อให้งานในคืนนี้ออกมาอย่างเรียบร้อยและไม่มีปัญหา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

2 ความคิดเห็น