The October ลิขิตฟ้า ตามหารัก Season 1

ตอนที่ 39 : ตอนที่ 39 ค่ำคืนสุดท้าย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    2 มี.ค. 62

ตอนที่ 39 ค่ำคืนสุดท้าย 

 

                   ฟ้านั่งรถสามล้อมาทำงานเพียงคนเดียว เมื่อมาถึงที่ร้านเขาก็เข้าไปตอกบัตรทำงานเลย เพราะวันนี้รถติดมากเกือบทำให้เขามาทำงานสาย ฟ้าสวัสดีพี่แสงที่กำลังยกเก้าอี้ลงจากโต๊ะ และรีบเข้าไปในบาร์จัดแจงเตรียมความพร้อมสำหรับการเปิดร้าน

                   เมื่อการเตรียมงานเสร็จสิ้นตอนห้าโมงครึ่ง ทุกคนก็เดินไปรวมกันหลังครัวเพื่อที่จะทานข้าวเย็นกัน พายุที่เดินมาถึงก่อนใคร ก็พูดแซวขึ้นทันทีออกมาว่า

                 “วันนี้พี่น้ำค้างพันปีทำกับข้าวอะไรให้น้องพายุกินบ้างจ๊ะ น้องหิวโซ จนเกือบกินหมีควายทั้งตัวได้เลยนะจ๊ะ”

                   พายุที่ยังกวนๆเหมือนกับทุกๆวันก็เริ่มเปิดมุขขึ้นมาในทันทีที่เดินเข้ามานั่งที่โต๊ะ แต่น้ำค้างกลับไม่ได้พูดอะไรออกมา ยังคงยกผัดคะน้าหมูกรอบถาดใหญ่มาวางไว้บนโต๊ะแล้วก็หันหลังเดินกลับไปในครัวทันที  ในขณะที่มีเสียงพูดดังขึ้นมาว่า

                 “มีตาก็หัดดูเอาเองบ้างสิพายุ หรือว่าแกอยากจะตาบอด จะถามกันทำไมนักหนา น้ำค้างเขาอุตส่าห์ทำมาให้กินแล้ว รู้หรือป่าวว่าน้ำเขาก็เหนื่อยนะโว้ย เหนื่อยกายทีหนึ่งแล้วยังจะมาเหนื่อยใจกับผู้ชายห่วยๆอย่างแกอีก”

                   ใต้ฝุ่นที่เดินตามพายุมาก็กัดพายุในทันที โดยเฉพาะคำว่า “ห่วยๆ” ที่ใต้ฝุ่นได้ย้ำเสียงและมองไปที่พายุแบบเต็มๆ ในขณะที่พายุเองก็มองหน้าใต้ฝุ่นแล้วก็ปลิ้นตาใส่ทำท่าเป็นลิง ก่อนที่จะพูดขึ้นมาว่า

                 “แกบ้าไหมนี่อีใต้ฝุ่น ฉันแค่ถามน้ำค้างมันไปแบบธรรมดา แกจะมาด่าฉันเป็นชุดทำบ้าอะไร ฉันไปขี้บนหัวแกตั้งแต่เมื่อไหร่วะ โห เซ็งวะ ไม่เล่นด้วยแล้ว งอล”

                   พายุพูดออกมาแบบเซ็งๆก่อนที่จะนั่งเป็นหมาหงอยเงียบๆที่บนโต๊ะ และเมื่ออาหารเย็นพร้อม ทุกคนก็เริ่มลงมือทานข้าวกันอย่างอร่อย ฟ้าหันซ้ายหันขวามองหาน้ำค้างที่ไม่ได้ออกมากินข้าวด้วยก็เลยสงสัย แต่ก็ไม่กล้าไปถามใคร จนใต้ฝุ่นที่มองฟ้าอยู่ก็รู้ว่าฟ้ามองหาใครเลยพูดขึ้นไปว่า

                   “น้ำค้างมันกินข้าวมาแล้วพี่ฟ้า  มันเลยไม่หิวคะ”

                   ฟ้าหันไปมองใต้ฝุ่นแล้วก็ยิ้มให้ ในขณะที่ใต้ฝุ่นเองมองหน้าฟ้าแบบแปลกๆเหมือนอยากมีอะไรจะพูดต่อ แต่ก็ไม่ได้พูดออกมา ก่อนที่ทุกคนจะทานข้าวกันต่อไป

                   วันนี้ลูกค้าที่ร้านเยอะมาก เพราะว่ามีโปรโมชั่นใหม่ที่ทางร้านทำร่วมกับบัตรเครดิต และจับมือกับดอนโดที่ตั้งอยู่ใกล้ๆแถวนี้ทั้งหมด ให้ได้รับส่วนลดยี่สิบเปอร์เซ็นและได้รับของหวานฟรีเมื่อมาใช้บริการแล้วแชร์โลเคชั่น ตามแผนการตลาดที่ฝนได้เป็นคนทำให้กับที่ร้านก่อนที่เธอจะเข้าโรงพยาบาล เลยทำให้ทุกคนในร้านทำงานวุ่นกันมากจนถึงเวลาปิดร้านเลย ซึ่งเมื่อร้านปิดทุกคนก็ทยอยกันเดินออกมาด้วยความเหนื่อยล้า เพื่อที่จะกลับบ้านกัน ซึ่งตอนนี้ก็เป็นเวลาตีสองกว่าแล้ว

                 “เออดีจัง คืนนี้ฝนไม่ตกแฮะ จะได้กลับบ้านเร็วๆบ้างก็ดีนะ เหนื่อยมาก วันนี้ลูกค้าเกือบห้าสิบโต๊ะได้มั้ง”

                   พายุเองก็บ่นไปตามประสา ในขณะที่เข็นรถมอเตอร์ไซค์ออกมาจากที่จอดรถข้างร้าน จนมีบางคนพูดขึ้นว่า

     “กลับบ้านเร็วบ้าบออะไรของแก นี่มันตีสองกว่าแล้วย่ะ”

                   ใต้ฝุ่นบ่นพายุ ในขณะที่ฟ้าก็มองหาน้ำค้างแต่ก็ไม่เจอ ก็เลยถามใต้ฝุ่นไปว่า

                   “ใต้ฝุ่นเห็นน้ำไหม”

                 “ อ๋อ น้ำค้างกลับไปแล้วนี่พี่ เห็นขึ้นรถสามล้อไปตั้งแต่ตอนที่ปิดครัวเสร็จแล้ว เห็นบอกว่ามีธุระค่ะ”

                   ใต้ฝุ่นตอบฟ้า และมองหน้าฟ้าแบบแปลกๆ ก่อนที่ฟ้าจะขอบคุณ และซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์พายุกลับห้องไป

                   เมื่อฟ้าขึ้นมาที่ห้องก่อนที่จะไขกุญแจเข้าห้องไป ก็หันไปมองที่ห้องของน้ำค้าง ที่ตอนนี้ได้ปิดไฟอยู่ ฟ้าคิดในใจว่าทำไมน้ำค้างปิดไฟนอนเร็วจัง หรือว่าเธอยังไม่กลับมาจากธุระ เขาก็เลยเข้าห้องตัวเองไปอาบน้ำ ก่อนที่จะเปิดทีวีดูและหลับไปในที่สุด

                   ตั้งแต่วันนั้นมาฟ้าก็ไม่ได้คุยกับน้ำค้างอีกเลย  ทุกๆวันฟ้าจะออกมาเคาะประตูห้องของน้ำค้างเพื่อที่เรียกเธอไปทำงานด้วยกัน แต่น้ำค้างก็ออกไปทำงานเร็วก่อนฟ้าทุกวันเหมือนกัน

                   ที่ทำงานในช่วงนี้ลูกค้าก็เยอะมาก ฟ้าก็เลยไม่มีเวลาได้คุยกับน้ำค้างเลย ตอนเลิกงานช่วงนี้ฝนก็ไม่ตกเลย ก็เลยทำให้ไม่มีใครอยู่นั่งคุยกันตอนเลิกงาน แฟนของใต้ฝุ่นเองก็อยู่ในช่วงของการลาพักร้อน ก็เลยมารอรับใต้ฝุ่นตั้งแต่ตอนก่อนตีหนึ่ง

                   และน้ำค้างเองก็รีบเดินไปขึ้นรถสามล้อกลับห้องไปคนเดียวโดยที่ไม่ได้รอฟ้าเลยสักคืน พอฟ้ามาถึงที่ห้องและมองเข้าไปที่ห้องของน้ำค้างก็เห็นว่าที่ห้องของน้ำค้างปิดไฟแล้วทุกคืนไป จนกระทั่งคืนก่อนวันงานที่ร้านจะมีคอนเสิร์ต

 

                   เมื่อทุกคนเดินออกจากร้านตอนเวลาตีหนึ่งครึ่ง หลังจากที่ปิดร้านเสร็จเรียบร้อยแล้ว ฝนก็ได้ตกลงมาก่อนที่พวกเขาจะได้กลับบ้านกัน ทำเอาทุกคนเซ็งกันไปหมด

                 “อะไรว้า ไม่ตกมาตั้งหลายคืนแล้ว จู่ๆก็มาตกตอนที่จะกลับบ้านนี่นะ โห วัยระเริงอย่างพายุโคตรเซ็งอ่ะ”

                   พายุบ่นงึมงำอยู่คนเดียว ในขณะที่กำลังเดินออกมาจากร้าน แล้วก็ไปนั่งรอฝนหยุดตกที่ตรงจุดเดิม ในขณะที่ฟ้า น้ำค้างและใต้ฝุ่นก็เดินทยอยออกตามกันมา

                   ป้าคะนิ้งที่กำลังไปเอารถมอเตอร์ไซค์ได้เดินเข้ามาหาน้ำค้างแล้วก็กอดน้ำค้างหนึ่งที และมองหน้าเธอก่อนที่จะยิ้มให้และพูดบางอย่างแล้วก็เดินไปขี่มอเตอร์ไซค์ไปออกไปกับจันทร์เจ้า ไม่นานนักพี่อากาศก็เดินมาตบไหล่น้ำค้างเบาๆก่อนพูดอะไรกันแล้วก็ซ้อนมอเตอร์ไซค์แฟนที่มารอรับออกไป ในขณะที่ทะเลเข้ามาสวัสดีทุกคนก่อนจะวิ่งพรวดตากฝนกลับห้องไปอย่างเคย

                   พี่แสงซึ่งออกมาเป็นคนสุดท้าย แกขับรถมาหยุดแล้วก็ลดกระจกลงแล้วพูดออกมาทางที่ทุกคนนั่งอยู่ว่าโชคดีนะ แล้วแกก็ขับรถกระบะออกไป ฟ้าซึ่งมองดูอยู่ก็รู้สึกงงๆและสงสัยว่าทำไมวันนี้ทุกคนจึงมีอาการท่าทางแปลกๆกัน เลยถามขึ้นมาลอยๆว่า

                   “มันเกิดอะไรขึ้นเหรอ ใครเป็นอะไร”

                   ฟ้าพูดจบทุกคนก็เงียบกัน ไม่มีใครตอบอะไรฟ้าเลยทั้งสิ้น ได้แต่มองหน้ากันไปมาเหมือนกับว่าฟ้าถามเกี่ยวกับอะไรไม่เข้าใจคำถาม จนฟ้ายิ่งสงสัยและพูดขึ้นมาอีกครั้งว่า

                   “มีเรื่องอะไรกันหรือเปล่า ทำไมพี่ไม่รู้เลยอ่ะ พายุแกต้องรู้สิ”

                   “มีอะไรหรือพี่ฟ้า ไม่เห็นมีอะไรเลยพี่ คิดมากไปเองหรือป่าว”

                   พายุตอบฟ้าแล้วหันไปมองตาใต้ฝุ่นที่นั่งมองหน้าพายุอยู่ ก่อนที่ฟ้าจะเดินเข้าไปหาน้ำค้างและนั่งลงข้างๆเธอแล้วถามน้ำค้างขึ้นมาว่า

                   “น้ำเป็นอะไร โกรธอะไรพี่หรือเปล่า ทำไมไปหาที่ห้องก็ไม่ค่อยเจอ แถมยังหนีกลับบ้านคนเดียวอีก มีอะไรก็บอกพี่ตรงๆเลยนะ ตอนนี้พี่ก็ไม่เหลือใครแล้ว เพื่อนๆที่มีอยู่ก็มีกันอยู่แค่นี้แหล่ะ”

                   น้ำค้างหันมามองหน้าฟ้าและทำท่าทางเหมือนกับว่าจะพูดอะไรสักอย่าง แต่สุดท้ายแล้วเธอก็เลือกที่จะไม่พูดอะไรออกมา น้ำค้างยังคงนั่งก้มหน้าอยู่เงียบๆ จนพายุที่มองอยู่รีบเปลี่ยนเรื่องคุยเพื่อให้บรรยากาศมันดีขึ้น

                 “เออพี่ฟ้า แล้วคุณฝนเป็นยังไงบ้างพี่ หายแล้วหรือยังครับ ไม่เห็นเข้ามาที่ร้านตั้งแต่ที่เกิดเรื่องวันนั้นเลย”

                   ฟ้าจึงหันไปบอกที่พายุและตอบออกไปว่า

                 “พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน ตั้งแต่วันที่พี่วานให้น้ำไปเยี่ยม พี่ก็ไม่ได้ข่าวและไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับฝนเลย  แต่ที่รู้ก็คือ ฝนเขาท้อง”

                   “หา!!!! ฝนท้อง”

                   พายุและใต้ฝุ่นร้องอุทานออกมาพร้อมๆกัน แล้วพายุก็รีบชิงถามฟ้าออกไปว่า

                 “ท้องหรือพี่ ท้องกับใคร กับพี่เหรอ พี่ไปซ่ำกันตั้งแต่ตอนไหนอีกนี่ โห ที่โรงพยาบาลเลยเหรอครับ เจ๋งวะพี่ ทำไมไปแล้วไม่ชวนบ้าง เซ็ง”

                   พายุพูดจบก็หัวเราะออกมาคนเดียว ก่อนที่จะหันไปมองดูคนอื่นรอบๆ ตัว ที่ไม่ได้ขำด้วย พร้อมทั้งเรียกชื่อจริงของพายุขึ้นมาอีกครั้ง อี เชี้ย (กระต่ายตัวเดิมตอนนี้คงกินไก่ในน้ำอิ่มแล้วล่ะ) จนพายุจ๋อยและพูดออกมาดีๆว่า

                   “แหม ผมเห็นว่าบรรยากาศมันดูอึมครึม เลยอยากทำให้มันสนุกและคึกครื้นเท่านั้นเองครับ ไม่น่าต้องชมผมกันขนาดนี้เลย ผมเขินแน่เลยนะเนี้ย เออ นี่พี่ฟ้า ตกลงคุณฝนท้องกับใครหรือครับ”

                   พายุเปลี่ยนเป็นพูดแบบจริงจัง ก่อนที่จะโดนคนอื่นๆรุมกระทืบ

                 “ฝนเขาบอกน้ำค้างมาว่าเขาท้องกับพี่อาทิตย์ ลูกค้าคนแรกของร้านเรา ทุกคนยังจำพี่เขากันได้ไหม ลูกค้าที่ขับรถวอลโว่และคุยกับคุณหมอกน่ะ แต่เขาไปเป็นแฟนกันตั้งแต่เมื่อไหร่อันนี้พี่ไม่รู้จริงๆ และฝนยังฝากน้ำมาบอกพี่ด้วยว่า คืนพรุ่งนี้ฝนจะเล่าเรื่องทุกอย่างให้พี่ฟัง พี่เลยต้องรอคืนพรุ่งนี้อย่างใจจดใจจ่อ และอยากให้ถึงไวๆจัง”

                 ฟ้าจึงเล่าเรื่องที่รู้ให้ทุกคนได้ฟัง

                 “อ้าวแล้วอย่างนี้ คุณฝนมีแฟนแล้วและเธอก็ท้องด้วย แล้วพี่จะเอายังไงต่อดีล่ะ”

                   พายุถามคำถามเดียวกับที่น้ำค้างที่เคยถามฟ้าไปเมื่อวันก่อนเลย ก่อนที่ฟ้าจะบอกออกมาว่า

                 “ไม่รู้สิ ตอนนี้พี่คิดอะไรไม่ออกเลย แต่ถ้าถามใจของพี่ในตอนนี้แล้ว พี่ก็ยังคงยืนยันที่จะรักฝนต่อไป พี่เชื่อในคำสัญญาของพี่ ต่อให้นานแค่ไหน ต่อให้เขาจะเป็นของใคร พี่ก็จะรักเขา พี่จะเป็นคนแรกของเขา และเขาจะเป็นรักสุดท้ายของพี่ด้วยเช่นกัน”

                   ฟ้าพูดจบ น้ำค้างที่นั่งทนฟังอยู่ก็ลุกขึ้นยืนในทันที ในแววตาของเธอมีน้ำตาไหลเอ่อออกมาด้วย น้ำค้างยิ้มให้กับทุกคนก่อนที่จะกลั้นใจบอกไปว่า

                   “งั้นน้ำกลับก่อนนะทุกคน น้ำมีเรื่องที่จะต้องทำ”

                   น้ำค้างพูดจบแล้วก็กำลังจะเดินออกไป แต่ใต้ฝุ่นรีบคว้ามือไปจับน้ำค้างเอาไว้ก่อน แล้วก็ลุกขึ้นพูดออกไปว่า……………………

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

2 ความคิดเห็น