The October ลิขิตฟ้า ตามหารัก Season 1

ตอนที่ 37 : ตอนที่ 37 ถึงเวลาที่ต้องตั้งสติ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    1 มี.ค. 62

ตอนที่ 37 ถึงเวลาที่ต้องตั้งสติ

 

                   เมื่อรถสามล้อมาส่งพวกเขาที่ตลาดวงเวียนใหญ่ น้ำค้างและฟ้าก็ลงไปหาซื้อดอกไม้ที่ร้านข้างทาง ฟ้าเลือกดูดอกไม้อยู่นานสองนานก็ยังเลือกไม่ได้ว่าจะเอาดอกไม้อะไรไปให้ฟ้า จนน้ำค้างที่นั่งรออยู่ด้านนอกทนไม่ไหวจึงต้องเดินเข้าไปหาและถามฟ้าไปว่า

                 “โหพี่ฟ้า เลือกดอกไม้ยังไม่ได้อีกเหรอคะคุณชายนี่มันจะบ่ายสองโมงแล้วนะเจ้าคะ”

                   เมื่อฟ้าได้ฟังน้ำค้างพูดก็หันมายิ้มแบบเขินๆแล้วบอกน้ำค้างไปว่า

                   “ยังเลือกไม่ได้เลย ไม่รู้ว่าจะเอาดอกอะไรไปให้ดี เออ ลืมไปเลย น้ำเป็นผู้หญิงนี่หน่า เลือกให้หน่อยสิ”

                 ฟ้ารีบหาตัวช่วยโดยให้น้ำค้างมาช่วยเลือกดอกไม้ให้กับฝน

                 “เพิ่งเห็นหรือคะว่าน้ำเป็นผู้หญิง  เชอะ!! น้ำเองก็ไม่เก่งเรื่องดอกไม้พวกนี้หรอก ไม่เคยมีใครเอามาให้ ทำไมพี่ฟ้าไม่บอกให้ที่ร้านเขาจัดดอกไม้สวยๆรวมๆกัน เพื่อไปเยี่ยมคนป่วยให้สักช่อนึงละพี่”

                   น้ำค้างเสนอความคิดดีๆแต่ออกจะพูดงอลๆฟ้าเล็กน้อย ในขณะที่ฟ้ามองหน้าน้ำค้างแล้วยิ้มออกมาก่อนที่จะเห็นด้วยและพูดออกมาว่า

                 “น้ำนี่ฉลาดจังเลยเนอะ สงสัยจะแอบกินปลาในครัวบ่อยแน่เลย ฮ่ะๆๆ”

                    ฟ้าพูดไปแล้วก็หัวเราะออกมา ในขณะที่น้ำค้างไม่ขำกับมุขตลกของฟ้าด้วย แถมยังทำหน้างออยู่ข้างๆ ฟ้าอีกด้วย และในส่วนของฟ้าเองก็คงจะตื่นเต้นไม่น้อยที่จะได้ไปเยี่ยมฝนจนทำอะไรไม่ถูกเสียมากกว่า แม้กระทั่งกับการซื้อดอกไม้ง่ายๆ ถึงแม้ว่าฟ้าจะไม่ได้เอาดอกไม้ช่อนี้ขึ้นไปให้กับฝนเองกับมือ แต่นี่ก็นับว่าเป็นดอกไม้ช่อแรกที่เขาจะมอบให้กับฝน

                   เมื่อทั้งคู่ได้ดอกไม้ที่ต้องการแล้ว ก็พร้อมที่จะพากันไปที่โรงพยาบาลกันต่อเลย เพราะในตอนนี้ก็เป็นช่วงบ่ายแก่ๆแล้วแถมเมฆฝนก็เริ่มตั้งเค้ามากันแล้วด้วย

                    น้ำค้างเห็นรถสามล้อคันเดิมที่จอดส่งพวกเขายังรออยู่ที่เดิม ก็เลยเรียกให้ไปส่งที่โรงพยาบาลต่อ พร้อมทั้งต่อรองราคาเอาซะถูกเลยตามความถนัดของน้ำค้าง

                   เมื่อรถสามล้อมาส่งพวกเขาทั้งคู่ที่หน้าโรงพยาบาล ฟ้าก็ให้น้ำค้างลงไปก่อน เพราะว่าเขาจะเป็นคนจ่ายเงินค่ารถเอง (เพิ่งได้จ่ายนี่แหล่ะ) ส่วนน้ำค้างก็ถือดอกไม้ลงมารออยู่ที่ด้านหน้า  ฟ้าจ่ายเงินเสร็จก็เดินขึ้นไปถามเบอร์ห้องที่ฝนนอนพักฟื้นอยู่ที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ของโรงพยาบาลพร้อมกับน้ำค้าง เมื่อได้เบอร์ห้องฝนมาแล้ว ฟ้าก็พูดกับน้ำค้างไปว่า

                 “งั้นพี่นั่งรออยู่ที่สวนหย่อมด้านโน้นนะ ยังไงต้องรบกวนน้ำแล้ว พี่ฝากด้วยนะน้ำ”

                   ฟ้าพูดเสร็จก็ชี้ไปที่สวนหย่อมเล็กๆข้างลานจอดรถมอเตอร์ไซค์ เพื่อใช้เป็นที่นั่งรอน้ำค้างระหว่างที่เธอขึ้นไปเยี่ยมฝน น้ำค้างถือดอกไม้และมองหน้าฟ้าก่อนที่จะพยักหน้ารับปากและเดินขึ้นไปเยี่ยมฝนเพียงลำพัง โดยที่ฟ้าก็ได้เดินออกมารอที่สวนหย่อม      

                   ระหว่างที่ฟ้านั่งรอน้ำค้างอยู่นั้น เขาก็นั่งคิดไปว่าจะทำยังไงดีที่เขาจะได้รู้เรื่องราวทุกๆอย่างที่มันเกิดขึ้น จนเขาเหลือบมองไปเห็นประโยคธรรมมะที่เขียนบนป้ายที่ติดอยู่ตามต้นไม้ในสวนหย่อมว่า

                 “จงคิดด้วยสติ และไม่ยึดติดกับสิ่งที่คิดไปเอง ก็จะเห็นความจริงทุกอย่างด้วยปัญญาเอง”

                   เขาจึงค่อยๆคิดย้อนเรื่องราวต่างๆระหว่างเขากับฝนอย่างมีสติและไม่คิดไปเองข้างเดียว ตั้งแต่วันแรกที่ได้เจอกับฝน

                   และแล้วภาพเมื่อตอนสามปีก่อนจึงค่อยๆลอยเข้ามาในหัวของฟ้า และภาพนั้นก็ชัดเจนขึ้นเมื่อตอนที่หัวหน้าของฟ้าพานักศึกษาฝึกงานหลายคนมาแนะนำให้รู้จักที่แผนกที่ฟ้าทำงานอยู่

                   ซึ่งฝนเองเป็นคนที่ฟ้าเห็นแล้วก็ชอบจนปิ๊งสะดุดตาสะดุดใจ จนตกตะลึงในความน่ารัก ฟ้าก็เลยจ้องมองแต่ฝน จนฝนเองก็หันมามองฟ้าแล้วก็ยิ้มให้เพราะความเขินที่ถูกฟ้ามอง และก่อนที่ฝนจะเดินกลับออกไป เธอก็หันกลับมามองฟ้าอีกครั้งว่ายังมองเธออยู่อีกหรือเปล่า และก็ยังคงเป็นอย่างนั้นจริงๆ ที่ฟ้าเองยังไม่ยอมที่จะละสายตาจากเธออีก จนเธอต้องยิ้มให้กับฟ้าอีกครั้งหนึ่งก่อนที่จะเดินจากไปแล้วภาพก็จางหาย

                   ภาพโผล่มาอีกครั้งในตอนที่ฟ้ากำลังเดินอยู่คนเดียวและจู่ๆฝนก็เดินเข้ามาทักทายและแนะนำตัวเองให้รู้จักแบบสายฟ้าแลบไม่ได้ทันตั้งตัว พอรู้ว่าเขาชื่อฟ้าเธอก็ชมว่าชื่อน่ารักดีจนฟ้าเขินและยืนแข็งทื่อด้วยความอาย ฝนก็เลยเข้ามามองแบบใกล้ๆว่าฟ้าเป็นอะไรหรือเปล่า จนฟ้าวิ่งหนีฝนไปเพราะความเขินอาย ฝนก็เลยยืนหัวเราะและแอบชอบฟ้าที่เป็นผู้ชายนิสัยขี้อายตั้งแต่นั้นมา

                   ภาพในช่วงเวลาต่อมาก็เกิดขึ้นในแผนกบาร์ตอนที่ฝนมาฝึกงานกับฟ้า ฟ้ามักจะสนใจและดูแลฝนอย่างใกล้ชิดกว่านักศึกษาฝึกงานคนอื่นๆที่เข้ามาฝึกงานกับฟ้าด้วย จนเหมือนกับว่าโลกใบนี้ที่เขาอยู่จะมีแค่ฟ้ากับฝนเพียงสองคนเท่านั้น

                   และการที่ฟ้าคอยเอาใส่ใจดูแลฝนเป็นอย่างดีนี่เองเลยทำให้ฝนรู้สึกประทับใจในตัวของฟ้า และพอฟ้าเข้ามาขอคบฝนเป็นแฟนด้วย ฝนก็เลยตอบตกลงฟ้าไป

                   คืนที่ฟ้าเกิดอุบัติเหตุ ฟ้าได้ยินเพื่อนๆของฝนพูดคุยกันว่า พวกเธอรวมทั้งฝนจะไปเที่ยวกันต่อที่ถนนข้าวสารหลังจากที่เลิกงานกันตอนห้าทุ่ม และในตอนนี้ฝนได้ไปรออยู่ที่ห้องของแฟนซึ่งอยู่ตรงข้ามโรงแรมแล้ว เพื่อรอเวลาที่เพื่อนๆเลิกงาน ฟ้าจึงดีใจรีบเดินตากฝนกลับไปที่ห้องจนโดนรถชน

                   และในคืนงานเลี้ยงสังสรรค์ประจำปีของพนักงานที่โรงแรม ฝนแต่งชุดราตรีเพื่อเข้าประกวดมิสโฮเท็ล ในคืนนั้นฝนสวยและเด่นกว่าทุกๆคนในงาน จนมีหนุ่มๆเข้ามาจีบฝนกันทั้งนั้น และฝนเองก็รู้สึกดีที่มีหนุ่มหล่อๆมารุมล้อมเธอ จนไม่ได้สนใจฟ้าที่รออยู่ด้านล่างเลย จนทำให้ฟ้าที่นั่งมองอยู่เกิดความหึงหวง และเมื่อดื่มเหล้าจนเริ่มเมาเขาก็เลยเข้าไปกระชากมือฝนให้ลงมาจากเวที จนทะเลาะกับฝนและหนุ่มๆที่มาจีบเธอ จนเกือบหวิดจะมีเรื่องชกต่อยกันเกิดขึ้นในงาน จนในที่สุดพนักงานรักษาความปลอดภัยของงานเลี้ยงก็มาช่วยกันหิ้วฟ้าที่เมาแทบไม่ได้สติออกไปนอกงาน ในขณะที่ฝนเองในตอนนั้นก็ไม่ได้สนใจฟ้าที่โดนหิ้วออกไปข้างนอกและยังคงเต้นรำอยู่ที่เวทีเหมือนเดิม

                   ถึงตอนนี้ฟ้าก็เริ่มปวดหัวจี๊ดขึ้นมา เขาก็เลยหยุดคิดแล้วนั่งมองต้นไม้เพลินๆเพื่อพักสมอง

                    สรุปแล้วไม่ว่าเขาจะคิดยังไงก็ยังไม่รู้สาเหตุหรือความจริงของเรื่องต่างๆอยู่เหมือนเดิม ฟ้านั่งเล่นอยู่สักพักก็หันไปเจอน้ำค้างที่กำลังเดินก้มหน้ามาทางเขาอย่างช้าๆพอดี ฟ้าจึงโบกมือให้น้ำค้างรู้ว่าเขาอยู่ตรงนี้ ก่อนที่จะถามน้ำค้างออกไปว่า

                 “เป็นไงบ้างน้ำ ทำไมขึ้นไปนานจังเป็นชั่วโมงเลย ได้คุยอะไรบ้างไหมและฝนฟื้นหรือยัง”

                   ฟ้ารีบถามคำถามกับน้ำค้างเป็นชุด ก่อนที่เธอจะหันมองหน้าฟ้าและบอกกับเขาว่า

                 “พี่ฟ้าเราไปกินไอศกรีมกันเถอะนะ ที่ร้านข้างๆโรงพยาบาล แล้วค่อยคุยกันนะคะ”

                   ฟ้าเริ่มสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมอยู่ดีๆน้ำค้างถึงได้ชวนกินไอศกรีม แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป ก่อนที่จะยิ้มให้น้ำค้างแล้วก็เดินตามเธอไป

                   เมื่อทั้งคู่มาถึงที่ร้านและก็สั่งไอศกรีมไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ฟ้าก็ยิ้มให้กับน้ำค้างที่ยังคงนั่งนิ่งอยู่  ฟ้ามองหน้าของเธอที่เหมือนว่าจะกำลังมีเรื่องอะไรบางอย่างที่ทำให้ลำบากใจอยู่ ฟ้าก็เลยถามขึ้นมาว่า

                 “มีอะไรหรือเปล่าน้ำ  เกิดอะไรขึ้นถึงทำหน้าแบบนี้”

                   น้ำค้างถอนหายใจเบาๆก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมาอย่างช้าๆและมองหน้าฟ้าสักพักนึง ก่อนที่จะบอกว่า

                 “พี่ฟ้า ตั้งใจฟังให้ดีนะคะ ตอนที่น้ำขึ้นไปพบฝนที่ห้อง คุณแม่ฝนกับคุณอาทิตย์ก็อยู่ที่นั่นด้วย น้ำเลยบอกไปว่าน้ำเป็นตัวแทนพนักงานที่ร้านพี่หมอกมาเยี่ยมคุณฝน เขาก็เลยไม่ได้สงสัย และปล่อยให้น้ำอยู่กับฝนเพียงลำพัง เพราะคุณแม่ของฝนขอตัวออกไปทานข้าวกับคุณอาทิตย์แปบนึงที่ข้างล่าง และวานให้น้ำอยู่เป็นเพื่อนกับฝนก่อน

                 เมื่อทุกคนออกไปแล้ว น้ำก็พูดคุยถามอาการฝนว่าเป็นยังไงบ้าง ซึ่งเธอบอกว่าดีขึ้นแล้วแค่ปวดหัวกับปวดที่บาดแผลที่เย็บนิดหน่อย น้ำจึงถือวิสาสะพูดเรื่องของพี่ขึ้นมากับฝนว่า พี่ฟ้ายังคงรักฝนและรอที่จะกลับไปเป็นแฟนกับฝนเหมือนเดิมอีกครั้ง ตอนนี้พี่ฟ้ากลุ้มใจมากคิดถึงแต่ฝนเพียงคนเดียว

                  พอฝนได้ฟังแล้วเธอก็พูดกับน้ำมาว่า ตอนนี้เธอไม่สามารถที่จะรักพี่ได้อีกแล้ว ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม และไม่ว่าจะเป็นด้วยคำสัญญาใดๆ หรือเหตุผลอะไรทั้งนั้น เพราะว่าในตอนนี้ ฝน……………………….

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

2 ความคิดเห็น