The October ลิขิตฟ้า ตามหารัก Season 1

ตอนที่ 35 : ตอนที่ 35 ความสับสนในความคิด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    1 มี.ค. 62

ตอนที่ 35 ความสับสนในความคิด

 

                   “น้ำรู้มั้ยว่า น้ำค้างเป็นผู้หญิงคนแรกเลยนะที่ตบพี่ ตอนนั้นที่พี่โดนตบรู้สึกได้เลยว่า มันรุนแรงมากและเหมือนมีพลังบางอย่างที่แฝงและซ่อนไว้อยู่ในฝ่ามือของน้ำ มันเลยทำให้พี่ถึงกับหน้าชาทันที และก็หยุดฟุ้งซ่านได้ในตอนนั้นเลย”

                   ฟ้าพูดแล้วยิ้มๆและหันไปมองหน้าน้ำค้าง แต่พายุที่ไม่มีส่วนกับการสนทนาของทั้งคู่ก็พูดแทรกขึ้นมาในทันทีว่า

                 “จะไม่ให้หน้ามันชาได้ยังไงล่ะพี่ฟ้า มือหนักซะขนาดนั้น แต่พี่โชคดีนะที่แค่รู้สึกหน้าชาเฉยๆ นี่ถ้าเป็นพวกหมาแมวนะ ป่านนี้คงจะนอนกลิ้งตายกันไปหมดแล้ว ขนาดควายป่ายังล้มดิ้นชักกะแด่วๆเลย นี่ถ้า……..

 

ผัวะ!!!!!!!

 

                   ไม่ทันที่พายุจะพูดอะไรมากไปกว่านี้ ก็โดนน้ำค้างใช้มือตีไปที่หลังหนึ่งที ทำเอาพายุถึงกับล้มทั้งยืน ลงไปนอนชักดิ้นชักงอ ก่อนที่จะนอนแน่นิ่งทำแกล้งตาย ท่ามกลางเสียงหัวเราะของทุกคนที่เห็น

                   แต่เมื่อเสียงหัวเราะเงียบลงไป ฟ้าก็กลับมานั่งซึมเศร้าคิดถึงเรื่องของฝนขึ้นอีกครั้ง ฟ้าหันไปมองทุกคนที่ตอนนี้กำลังมองมาทางเขาด้วยสายตาที่เป็นห่วง ฟ้ายิ้มเลยเล่าเรื่องที่เขาไม่สบายใจออกมาให้ทุกคนได้ฟังว่า

                   “พี่ไม่เข้าใจเหมือนกันว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับพี่ตลอดเวลาสามปีที่ผ่านมา พี่คิดถึงแค่คนคนเดียว อยู่และทำเพื่อคนเพียงคนเดียวมาตลอด และรอคอยเพียงแค่คนเดียวเท่านั้น เพื่อที่จะได้มาพบกันอีกครั้ง แต่พอได้มาเจอกันจริงๆ ทุกอย่างมันก็ไม่ได้เป็นเหมือนอย่างที่หวังเอาไว้เลยสักนิด

                  แถมสิ่งที่พี่เคยรู้ มันกลับไม่ใช่เข้าไปเรื่อยๆ ตั้งแต่น้ำเต้าหู้ที่เคยแขวนอยู่หน้าห้องพี่ มันคือลายมือของคนคนเดียวกันนั่นก็คือลายมือของฝน แต่ฝนเธอกลับบอกมาว่าไม่เคยซื้อน้ำเต้าหู้ให้กับพี่เลยสักครั้งเดียว แล้วมันจะเป็นไปได้ยังไง ถ้าไม่ใช่ฝนแล้วยังจะมีใครอีกล่ะ”

                   ก็น้ำไงพี่”

                   พายุพูดแทรกขึ้นมาแล้วหันไปทางน้ำค้างที่ได้แต่นั่งฟังนิ่งๆ (แต่น้ำค้างเองก็สะดุ้งตกใจตอนที่จู่ๆพายุพูดชื่อเธอขึ้นมาก่อนที่จะพยายามรีบทำตัวนิ่งๆ) อยู่เหมือนเดิมก่อนที่ฟ้าจะบอกพายุไปว่า

                 “แล้วน้ำจะเอาน้ำเต้าหู้ไปให้พี่ที่ห้องเมื่อสามปีก่อนได้ไงล่ะพายุ น้ำค้างเพิ่งรู้จักกับพี่ที่นี่เอง อีกอย่างข้อความทั้งสองครั้งมันเป็นลายมือเดียวกันและข้อความเดิมเลย”

                   ฟ้าบอกเหตุผลจนพายุพยักหน้าเป็นอันว่าเห็นด้วยว่าคงไม่ใช่น้ำค้างจึงเงียบไป และฟ้าก็ยังพูดขึ้นมาอีกว่า

                 “ไหนจะกรุ๊ปเลือดอีก ในตอนที่พี่เกิดอุบัติเหตุในครั้งนั้น นางพยาบาลที่ดูแลพี่บอกเองว่า แฟนพี่ที่มาเฝ้าเป็นคนบริจาคเลือดให้กับพี่เอง นั่นก็คือฝนที่คอยอยู่เฝ้าพี่มาตลอดที่อยู่ที่โรงพยาบาล แต่วันนี้พอพี่ไปบริจาคเลือดให้กับฝน ทางโรงพยาบาลกลับบอกพี่ว่าเลือดของเราทั้งสองคนให้และรับกันไม่ได้ เพราะเลือดคนละกรุ๊ปกัน ของพี่กรุ๊ปบีของฝนกรุ๊ปเอ สรุปมันเป็นยังไงกันพี่นี้งงไปหมดแล้ว”

                  “ใช่คะพี่ เลือดกรุ๊ปเอและบีเข้ากันไม่ได้ จะมีก็แค่กรุ๊ปโอที่บริจาคให้กรุ๊ปเอหรือบีได้ แต่กรุ๊ปโอเองไม่สามารถรับเลือดจากใครได้เหมือนกัน”

                 ใต้ฝุ่นพูดขึ้นหลังจากที่นั่งเงียบๆมาซะนาน ก่อนที่พายุจะพูดแซวขึ้นมาว่า

                 “แหม รู้ดีจังเลยนะอีโกลเด้น ซากูระ มีผัวเป็นหมอหรือไง”

                 “ใช่ ว่างๆจะรักษาแกให้ ผ่าหมาออกจากปากสักสองสามตัว เอามั้ย เพราะสามีฉันเป็นหมอสัตว์”

                   ใต้ฝุ่นหันไปตอบพายุ ทำเอาพายุรีบหันไปเปลี่ยนเรื่องคุยกับฟ้าในทันที (สงสัยกลัวจะโดนผ่าตัด)

                 “ผมฟังจากที่พี่เล่าแล้ว ผมก็งงเหมือนกันครับพี่ มันเหมือนกับว่าฝนเองมีสองคน หรือว่าฝนจะมีฝาแฝด เหมือนกับในหนังสยองขวัญ ซับซ้อน ซ่อนเงื่อนยังไงล่ะพี่ ฮ่าๆๆ”

                   พายุพูดแล้วหัวเราะออกมา โดยที่คนอื่นหันมามองและไม่ขำด้วย เลยทำเอาพายุรีบหุบปากและเงียบลงในทันที

                   “แล้วพี่จะทำไงต่อล่ะ”

                   น้ำค้างที่นั่งอยู่เงียบๆลองถามฟ้าขึ้นบ้าง

                 “พี่ต้องการที่จะรู้ความจริงให้ได้ พี่ว่าพรุ่งนี้พี่ไปถามฝนอีกครั้ง ครั้งนี้พี่จะถามถึงสิ่งที่เราเคยสัญญาให้กันและกันในคืนนั้นด้วย”

                   ฟ้าตอบออกมาแบบไม่รู้เหมือนกันว่า จะหาวิธีไหนที่ดีไปกว่านี้อีกแล้ว

                 “หนูว่ายังไม่เหมาะหรอกพี่ฟ้า เพราะว่าฝนยังป่วยอยู่เลยไม่ใช่เหรอ และพ่อแม่ฝนเองก็คงจะเฝ้าอยู่ไม่ห่าง หากพี่ฟ้าเข้าไปในตอนนี้ พ่อแม่ฝนคงจำพี่ได้แล้วมันจะดีเหรอ”

                   ใต้ฝุ่นเสนอความเห็น และฟ้าก็เห็นด้วยก่อนที่จะหันไปมองน้ำค้างอีกครั้งและบอกกับเธอว่า 

                 “งั้นพรุ่งนี้พี่คงไม่ขึ้นไปเยี่ยมฝนแล้วนะ แต่คงจะฝากน้ำเอาดอกไม้ไปเยี่ยมแทนพี่หน่อยนะครับ ส่วนพี่จะรออยู่ที่ข้างล่างของโรงพยาบาล ถือว่าพี่ขอร้องนะน้ำ”

                   ฟ้าขอให้น้ำค้างช่วยในขณะที่น้ำค้างมองหน้าฟ้าแบบแปลกๆก่อนที่จะถอนหายใจเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป

                   เมื่อฝนหยุดตกทุกคนก็แยกย้ายกันกลับบ้านของแต่ละคน โดยที่ฟ้านั่งรถแท็กซี่ไปกับน้ำค้าง เพราะว่าในคืนนี้ไม่มีรถสามล้อแล่นผ่านมาเลยสักคัน ส่วนพายุเองก็ขี่มอเตอร์ไซค์แว้นซิ่งกลับห้องไป และใต้ฝุ่นก็กลับกับแฟนที่เพิ่งขับรถมารับ ส่วนฟ้าและน้ำค้างที่กลับรถแท็กซี่ด้วยกันระหว่างทางก็ไม่ได้พูดอะไรได้แต่นั่งนิ่งๆ

                   เมื่อมาถึงที่หอทั้งคู่ก็เดินเข้าไปที่ห้องของตัวเองเพื่อที่จะพักผ่อน ฟ้ามองหน้าน้ำค้างหลายครั้งเหมือนว่าอยากจะบอกจะพูดอะไรแต่ก็ไม่กล้าพูด ส่วนน้ำค้างเองเธอก็เหมือนจะมีเรื่องอะไรที่อยากจะบอกกับฟ้าแต่ยังไม่กล้าที่จะบอกในตอนนี้เหมือนกัน เลยทำให้ทั้งสองคนเดินเข้าห้องไปอย่างเงียบๆ

                   โดยที่วันนี้เป็นวันเกิดของน้ำค้างด้วย แต่เธอกลับไม่ได้บอกใคร ก็เลยไม่มีใครรู้ จะมีก็แค่ฟ้าคนเดียวที่รู้เข้าโดยบังเอิญ แต่ก็มีเรื่องของฝนที่เข้ามาแทน จึงทำให้ฟ้าลืมวันเกิดของคนไม่สำคัญอย่างน้ำค้างไปเสียสนิท แต่ก็ยังดีที่เมื่อคืนนี้ฟ้าได้ทำอะไรบางอย่างให้กับน้ำค้างไปแล้ว อย่างว่าหยาดน้ำฝนย่อมใหญ่และสำคัญกว่าหยดน้ำค้าง

                   ฟ้าเข้ามาในห้องก็อาบน้ำแล้วก็มานอนคิดถึงเรื่องของฝน เขาพยายามลำดับเหตุการณ์ต่างๆจนคิดไม่ออกจนเผลอนอนหลับไป

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

2 ความคิดเห็น