The October ลิขิตฟ้า ตามหารัก Season 1

ตอนที่ 31 : ตอนที่ 31 ของขวัญสองร้อยบาท

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    1 มี.ค. 62

ตอนที่ 31 ของขวัญสองร้อยบาท  

 

                 “เฮ้ย!!!!!!    โห น้ำพี่ตกใจหมดเลย นึกว่าใครมาเคาะประตูตอนดึกๆ หัวใจพี่แทบวาย  เคาะประตูแล้วก็ไม่ให้ซุ้มให้เสียงแถมยังทาแป้งมาขาวโบ๊ะอีก เห้อขวัญมาหน๊อขวัญมา  เออ แต่ว่าน้ำมีอะไรเหรอ”

                   ฟ้าพูดอย่างตกใจเล็กน้อยถึงปานกลาง (จริงๆก็ตกใจมากแหล่ะ) เพราะคนที่มาเคาะห้องในตอนดึกไม่ใช่ใครที่ไหนนั่นก็คือน้ำค้างนี่เอง เธอยังอยู่ในชุดเดิมเพิ่มเติมคือไปทาแป้งให้หน้าขาวมาทำไมก็ไม่รู้ (ฟ้าเลยตกใจยกกำลังสอง) ก่อนที่เธอจะหัวเราะออกมาแล้วก็บอกฟ้าว่า

                 “อ้าว ใครจะไปรู้ว่าผู้ชายแมนๆอย่างพี่จะกลัวผีมากขนาดนี้ อิๆ อึมพี่ฟ้าคะ เอาเสื้อผ้าที่จะซักมา เดี๋ยวน้ำเอาไปใส่ในเครื่องซักให้ค่ะ ที่ห้องน้ำมีเครื่องซักผ้าส่วนตัวด้วยเพราะน้ำไม่ชอบซักผ้าร่วมกับคนอื่น”

                   น้ำค้างพูดแล้วก็ยื่นมือออกไป (แล้วไม่ชอบซักผ้าร่วมกับคนอื่นแล้วเอาผ้าฟ้าไปซักให้ทำไม) พร้อมยังไม่หยุดขำฟ้าที่ยังหน้าซีดเพราะความกลัวอยู่

                   “อุ้ย ไม่เป็นไรหรอกน้ำ พี่ซักเองได้ ไม่เป็นไรจริงๆ พี่เกรงใจ ขอบคุณมากๆ ไม่เอาๆ มันน่าเกลียด”

                   ฟ้าพูดปฏิเสธน้ำค้างไปทันทีเพราะความเกรงใจ แต่มือเจ้าตัวดันไปหยิบผ้ามาทั้งตะกร้าที่วางอยู่ข้างหลังประตูห้องแล้วยื่นให้น้ำไป (สุดยอดของความแมน) พร้อมทั้งทำท่าเขินๆแล้วพูดออกมาว่า

                   “พี่เกรงใจน้ำมากเลยจริงนะเนี้ย อยากจะขัดใจน้ำมาก แต่น้ำคงจะไม่ยอมใช่มั้ย งั้นพี่ขอรบกวนซักทั้งตะกร้าเลยได้ไหม ไหนๆก็จะซักให้แล้ว ขอบคุณนะน้ำค้าง พี่เกรงใจจริงๆนะเนี้ย เดี๋ยวพี่เลี้ยงข้าวเป็นการตอบแทนนะครับ”

                   ยังอีก ฟ้ายังจะสัญญาเลี้ยงข้าวน้ำค้างอีก เพราะที่ผ่านมาไม่เห็นจะทำอะไรตามสัญญาที่ให้ไว้กับน้ำค้างเลยสักครั้ง แถมคราวนี้ยังให้น้ำค้างซักผ้าให้ตั้งตะกร้าด้วย ในขณะที่น้ำค้างรับตะกร้าผ้ามาแล้วก็มองหน้าฟ้าอย่างค้อนๆพร้อมกับพูดขึ้นว่า

                 “ ไม่เป็นไรคะ วันนี้น้ำดื่มน้ำมะนาวผสมน้ำผึ้งจนอิ่มแล้วล่ะคะ (ฟ้าสัญญาว่าจะทำน้ำมะนาวผสมน้ำผึ้งให้ฝนดื่มในวันนี้ แต่แล้วก็ลืมทำเพราะฟ้ามัวแต่สนใจอยู่กับฝน) และอีกอย่างพอพี่ฟ้าเจอคุณฝนเข้า พี่ก็ลืมไอ้น้ำค้างไปทันที ตังค์เติงค่ารถก็ไม่จ่าย ใช่สิ๊ (พูดเสียงสูง) น้ำค้างจะไปสู้น้ำฝนได้ยังไงเนอะ”

                   น้ำค้างพูดประชดใส่ฟ้า แล้วเดินอย่างอารมณ์เสียเล็กน้อยกลับไปที่ห้อง ก่อนที่ปิดประตูดังปังและก็ล็อกประตูห้องอย่างเรียบร้อย ปล่อยให้ฟ้าที่ยืนอยู่หน้าประตูอึ้งกับประโยคที่น้ำค้างพูดเหน็บแนมจนเจ็บจี๊ดเข้าไปถึงหัวใจ

                   แต่ฟ้าเองกลับเดินยิ้มคนเดียวเข้าไปในห้อง แล้วก็หยิบซองจดหมายสีขาวในลิ้นชักหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง และเอาเงินใส่ในซองจดหมายนั้นสองร้อยบาท ปิดผนึกซองอย่างเรียบร้อยด้วยน้ำบ่อน้อย (เอี๊ยะ ทุเรศ) แล้วเขียนบนซองจดหมายว่า

                 “พี่ขอสมทบเงินทำบุญวันเกิดของน้ำด้วยคนนะ ขอให้น้ำค้างมีความสุขมากๆ สมปรารถนากับทุกๆสิ่งที่ตั้งใจไว้ สุขสันต์วันเกิดครับ ปล. ขอโทษนะครับ ไม่มีของขวัญให้นะ ถือว่าเงินทำบุญนี้เป็นของขวัญจากพี่ก็แล้วกัน”

                   แล้วฟ้าก็เดินอมยิ้มออกไปยืนที่หน้าห้องของน้ำค้างที่ยังคงเปิดไฟในห้องอยู่ แล้วค่อยๆสอดซองจดหมายที่ใส่เงินตั้งสองร้อยบาทเข้าไปในช่องใต้ประตูห้องของน้ำค้างอย่างช้าๆ ก่อนที่จะยิ้มคนเดียวแล้วเข้าเดินกลับเข้าห้องไปทำอะไรอยู่สักแป๊บนึงก่อนที่จะก็ปิดไฟเข้านอน

 

                 {อยากรู้ไหมครับว่าฟ้ารู้ได้ยังไงว่าวันพรุ่งนี้เป็นวันเกิดน้ำค้าง ก็เพราะว่าตอนที่แท็กซี่ขับมาส่งที่หอ โชเฟอร์คนขับเขาเปิดไฟเก๋งให้เบาะด้านหลังสว่าง และตอนที่น้ำค้างหยิบเงินขึ้นมาจากกระเป๋าที่จะเพื่อจ่ายเงินค่าแท็กซี่นั้น ฟ้าดันเหลือบไปเห็นบัตรประชาชนที่อยู่ในช่องใส่บัตร (มันใส) ของกระเป๋าสตางค์ ก็เลยเห็นวันเกิดน้ำค้างซึ่งตรงกับวันที่หกตุลาคมก็คือวันพรุ่งนี้นี่เอง ฟ้าก็เลยอมยิ้มออกมาตอนที่นั่งจะล้วงเงินอยู่ในรถ นับว่าฟ้าเป็นคนที่สายตาดีมาก}

 

-----------------------zzzzzzzzzz--------------------------

 

                 “พี่ฟ้าคะ ขอบคุณมากนะคะ ที่พี่ทำเพื่อฝนทุกอย่าง ต่อไปเราคงไม่ได้เจอกันอีกแล้ว รักษาสุขภาพด้วยนะคะ”

                   ภาพของฝนที่ยืนถือร่มสีเหลืองในขณะที่ฝนกำลังตกปรอยๆ ได้เข้ามาในหัวฟ้าอีกแล้ว ฝนยิ้มให้ฟ้าและกล่าวคำลาและฟ้าเองก็พูดขึ้นว่า

                 “พี่จะตามหาฝน แล้วพี่จะทำทุกๆอย่างให้เรากลับมารักกันให้ได้ ฝนรอพี่หน่อยนะฝน”

                 “ค่ะ ลาก่อนค่ะ

                   ฝนยิ้มแบบทำหน้าเศร้าๆเหมือนกำลังมีอะไรอยู่ในใจ แล้วก็หันหลังเดินจากฟ้าไป

                   “ฝน ไม่นะ อย่าจากพี่ไป ฝน ฝน”

                   ฟ้าตะโกนเรียกชื่อฝนออกมา แล้วเขาก็พลันลุกขึ้นตื่น เขาถอนหายใจกับฝันร้ายเรื่องเดิมๆ ภาพอดีตที่ย้อนกลับมาทำร้ายเขาตอนนอนอยู่เสมอ ฟ้าหันไปมองดูนาฬิกาที่อยู่บนหัวเตียง ที่บอกเวลาว่าตอนนี้ใกล้จะบ่ายโมงแล้ว เขาค่อยๆเอามือกุมที่ขมับเหมือนจะปวดหัวเล็กน้อย ก่อนที่จะลุกขึ้นไปดื่มน้ำและเดินออกไปยืนเล่นที่ระเบียงหลังห้อง

                   ถึงแม้ว่ามันจะเป็นช่วงเวลาบ่ายๆแล้ว แต่อากาศข้างหลังห้องของฟ้ากลับเย็นสบายเหมือนกับเป็นช่วงเวลาสายๆ ก็คงเพราะว่ามีต้นไม้ของบ้านหลังใหญ่ที่ปลูกไว้เยอะ เลยทำให้บรรยากาศดูร่มรื่นร่มเย็น เขาสูดอากาศบริสุทธิ์อย่างเต็มปอด ฟ้าเหยียดแขนออกไปแล้วบิดขี้เกียจทางซ้ายทีขวาที จนหันไปทางห้องของน้ำค้าง และเขาก็แอบชำเลืองตามองไปที่ระเบียงห้องของน้ำค้างซึ่งอยู่ติดกัน ที่ระเบียงห้องน้ำค้างนั้นมีเสื้อผ้าของฟ้ากำลังตากไว้อยู่ เขาจึงค่อยๆขยับตัวเข้าไปใกล้ๆทีละนิดๆ เพื่อจะดูว่าน้ำค้างทำอะไรอยู่ แต่แล้วฟ้าก็ไม่เห็นใคร เพราะว่าประตูหลังห้องน้ำค้างถูกปิดเอาไว้อยู่ (สงสัยกลัวพวกโรคจิตแอบส่องเข้ามา) ลมพัดโชยพากลิ่นของน้ำยาปรับผ้านุ่มของเสื้อผ้าฟ้าที่ตากไว้โชยมาทางเขา ฟ้าสูดกลิ่นหอมแล้วก็รู้สึกหอมชอบใจและคุ้นๆกับกลิ่นนี้เอามากๆ

                   ทำให้เขาคิดถึงเรื่องที่เมื่อคืนนี้ ที่น้ำค้างลื่นและล้มมาทับตัวเขา และฟ้าเองก็ได้สูดดมกลิ่นของผมและดมกลิ่นน้ำหอมของน้ำค้างโดยที่ไม่ได้ตั้งใจ (เหรอ) มันเป็นกลิ่นที่เขาคุ้นๆมาก แต่จำไม่ได้สักทีว่าเคยได้กลิ่นแบบนี้มาจากที่ไหนมาก่อน ฟ้าพยายามคิดไปคิดมาแล้วก็เลิกคิด (เพราะคิดไม่เคยออก พระเอกของเราความจำใกล้จะเสื่อมแล้ว) แล้วฟ้าก็เดินกลับเข้าห้องไป

                   ฟ้าค่อยๆทำภารกิจต่างๆอยู่ในห้องจนเสร็จทุกอย่างตอนบ่ายสามโมงครึ่ง ฟ้าจึงเดินออกมาจากห้องแล้วก็ไปเคาะประตูห้องของน้ำค้าง แต่แล้วก็ไม่มีใครเปิดประตูออกมา ฟ้ายืนรอน้ำค้างอยู่หน้าประตูสักพัก แล้วจึงตัดสินใจเดินลงบันไดมา

                     ฟ้ามองไปที่ออฟฟิศข้างๆก็เห็นพี่เมฆนอนกรนเสียงดังอยู่ (สงสัยคงคิดว่าน้ำค้างจะลงมาหาพี่เมฆ) จากนั้นฟ้าก็เลยตัดสินใจเดินไปทำงานคนเดียว

                   ฟ้าเดินมาที่หน้าปากซอยเจริญรัถสิบเก้า มองซ้ายมองขวาแล้วกำลังจะตัดสินใจว่าจะไปทำงานยังไงดีระหว่างเดินไปขึ้นรถเมล์ที่หน้าตลาดคลองสาน หรือจะนั่งรถสามล้อไปที่ทำงานเลย แต่แน่นอนก็ต้องจ่ายเงินค่ารถคนเดียว (เคยจ่ายด้วยเหรอ) จนกระทั่งมีเสียงปีบแตรของรถยนต์ที่ขับมาหยุดอยู่ที่ข้างหน้าเขาดังขึ้นมา

                            ปริ้น!!ๆๆ”

                   ฟ้าจึงหันไป……………………..

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

2 ความคิดเห็น