The October ลิขิตฟ้า ตามหารัก Season 1

ตอนที่ 30 : ตอนที่ 30 วันพิเศษของคนไม่พิเศษ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    1 มี.ค. 62

ตอนที่ 30 วันพิเศษของคนไม่พิเศษ

 

                   ทุกคนกินจิ้มจุ่มกันอย่างเอร็ดอร่อยโดยใช้เวลากินเพียงแค่หนึ่งชั่วโมงเท่านั้นเองก็เริ่มอิ่ม จนทุกอย่างที่สั่งมาหมดเกลี้ยงเป็นอย่างที่น้ำค้างพูดเอาไว้ก่อนหน้านี้จริงๆด้วย โดยเฉพาะรายของพายุที่ไม่ต้องพูดถึง กินอิ่มจนลุกเดินแทบจะไม่ไหว ทั้งๆที่พายุเองรูปร่างก็ผอมแห้ง แต่สามารถกินได้จุเอามากๆจริงๆ เมื่อทุกคนกินกันเสร็จแล้ว น้ำค้างก็หันมองไปทางพนักงานแล้วตะโกนออกไปว่า

                   “พี่คะ เก็บเงินด้วยค่ะ”

                   น้ำค้างเรียกพนักงานมาคิดค่าเสียหายเพราะอยากจะกลับกันแล้ว ไม่นานนักพนักงานที่เป็นผู้ชายวัยกลางคนก็เดินเข้ามาดูโน่นดูนี่ หยิบถ้วยจานแล้วพูดพึมพำเป็นภาษาอีสานแบบรู้เรื่องอยู่คนเดียว ก่อนที่จะพูดเสียงดังออกมาว่า

                   “ทั้งหมด หกร้อยสี่สิบบาท” (สำเนียงอีสาน)

                   “นี่คะพี่”

                   น้ำค้างพูดขณะที่กำลังหยิบเงินและยื่นเงินหนึ่งพันบาทให้กับพี่ที่มาคิดเงิน โดยที่ใต้ฝุ่นที่กำลังดูอยู่ก็พูดขึ้นออกมาว่า

                 “ไม่แพงนะน้ำ กินไปตั้งเยอะแยะแค่หกร้อยกว่าบาทเอง สรุปหารกันคนละเท่าไหร่ล่ะ”

                   ใต้ฝุ่นควักเงินออกมาจากกระเป๋า แล้วก็ถามน้ำค้างที่พูดสวนออกมาทันทีว่า

                 “ไม่เป็นไรจ้า มื้อนี้น้ำเลี้ยงเอง ก็น้ำเป็นคนชวนทุกคนมากินนี่”

                   น้ำค้างพูดแล้วยิ้ม แต่ใต้ฝุ่นไม่ยอมที่จะให้น้ำจ่ายคนเดียวจึงพูดว่า

                 “ไม่เอาอ่ะน้ำ มันเยอะนะ เดี๋ยวเราช่วยออกให้ครึ่งนึงก็แล้วกัน กินด้วยกันตั้งเยอะ”

                 “ไม่เป็นไรจ้าใต้ฝุ่น ถือว่าวันนี้น้ำเลี้ยงในโอกาสพิเศษก็แล้วกันเนอะ แล้ววันหลังค่อยเลี้ยงน้ำคืนก็ได้จ้า”

                 “โอกาสพิเศษอะไรหรือน้ำ”

                 ใต้ฝุ่นติดใจในคำพูดของน้ำค้าง จึงถามออกไปด้วยความสงสัย

                 “สงสัยจะเจอผัวเก่า หรือไม่ก็แย่งผัวชาวบ้านเขาได้สำเร็จ”

                   พายุที่อิ่มอยู่ไม่วายที่จะพูดแทรกขึ้นมาในทันที ทำเอาทุกคนหันไปมองหน้าพายุแบบว่า อยากจะเรียกชื่อจริงของพายุขึ้นมาอีกครั้งจริงๆ

                 “อีบ้า ไม่น่าชวนมันมากินฟรีเลย เก็บตังมันเลยน้ำ ปากหมาจริงๆเลย ไอ้พายุนี่”

                   น้ำค้างได้แต่ยิ้มและไม่มีอาการโกรธพายุเลย หรือว่าท่าจะจริงอย่างที่พายุพูด

                   เมื่อน้ำค้างยังยืนยันที่จะเลี้ยงจิ้มจุ่มในคืนนี้กับทุกคน ใต้ฝุ่นก็เลยยอมแพ้เก็บเงินเข้ากระเป๋าไป ในขณะที่พายุทำตาหวานหยดย้อยมองมาที่น้ำค้างพร้อมทั้งพูดออกมาว่า

                 “โธ่ แม่พระของพายุ ช่างเป็นกุลสัตรีที่งามยิ่งทั้งรูปร่างหน้าตา แถมมีใจอันประเสริฐ ขอบุญนี้จงส่งเจ้าไปเกิด เป็นดาวลูกไก่เจี๊ยบๆด้วยเทอญ”

                    “พร่ำไรนี่พายุ ตลกบริโภคนะเรา เมื่อกี้ยังว่าน้ำเจอผัวเก่าอยู่เลย ปากหมาไม่พอยังเป็นกิ้งก่าเปลี่ยนสีได้เร็วอีกด้วย ครบเซ็ตเลยนะแก”

                   ใต้ฝุ่นหมั่นไส้พายุที่เล่นตลกฝืด ในขณะที่ฟ้าได้แต่ยิ้มไม่ได้พูดอะไร (นี่ก็นิ่งเพราะได้กินฟรีไปอีกคน) ก่อนที่ทุกคนจะพากันเดินออกมาจากร้าน ส่วนน้ำค้างที่ได้รับเงินทอนแล้วก็เดินตามออกมาทีหลัง

                   “แล้วแฟนล่ะใต้ฝุ่น มาแล้วเหรอไม่เห็นมากินด้วยกันเลย แหม ไม่พามาแนะนำให้รู้จักกันบ้างเลยนะ ฮิๆ”

                   น้ำค้างถามใต้ฝุ่นด้วยความเป็นห่วงว่าจะกลับบ้านยังไง และก็พูดแซวเรื่องแฟนของใต้ฝุ่น ทำเอาเจ้าตัวถึงกับเขินก่อนที่จะตอบน้ำค้างกลับไปว่า

                   “มาแล้วน้ำ นอนรออยู่ในรถโน้นแน่ะ เขาอิ่มแล้วเลยไม่ได้ลงมา อีกอย่างไม่อยากให้เจออีพายุมัน เดี๋ยวติดเชื้อโรคบ้าเอาได้ โอเค งั้นเรากลับก่อนนะน้ำ ขอบคุณนะสำหรับจิ้มจุ่ม เดี๋ยวคราวหน้าเราเลี้ยงเอง บายทุกคน”

                   ใต้ฝุ่นลาทุกคนแล้วก็รีบเดินไปขึ้นรถยนต์ที่จอดรออยู่ไม่ไกลจากร้านมากนัก ก่อนที่ทั้งคู่ก็ขับรถออกไป

                   ฟ้าบอกให้พายุขี่มอเตอร์ไซค์กลับห้องไปคนเดียวได้เลย ส่วนเขาจะกลับรถสามล้อนั่งเป็นเพื่อนน้ำค้างเองเพราะว่าตอนนี้มันดึกมากแล้ว (แหม วันก่อนยังให้น้ำค้างเดินตากฝนกลับห้องเองคนเดียวได้เลย ไม่เห็นจะห่วง)  แล้วพายุก็แว้นออกไปอย่างรวดเร็ว

                   ฟ้าและน้ำค้างทั้งคู่ได้เดินออกมายืนรอเรียกรถสามล้อข้างถนนใกล้ๆกับร้านจิ้มจุ่มที่กินกัน แต่อยู่ดีๆฝนก็ได้เทกระหน่ำตกหนักลงมาดื้อๆซะงั้น ทำเอาทั้งสองคนต้องวิ่งหลบฝนเข้าไปอยู่ที่ป้ายรถเมล์ที่อยู่ไม่ไกลจากตรงนั้นมากนัก

                 “โห จะมาตกอะไรกันตอนนี้เนี้ย คนกำลังจะกลับบ้านนอน”

                   ฟ้าบ่นออกมาในขณะที่เอามือกำลังปัดน้ำฝนที่เปียกอยู่ที่ผมและเสื้อผ้าออก ในขณะที่น้ำค้างก็พูดขึ้นมาว่า

                  “แต่ก็ยังดีนะ ที่ไม่ตกตอนที่กำลังกินจิ้มจุ่มกันอยู่นะพี่ฟ้า ไม่งั้นคงต้องวิ่งหนีกันลำบากกว่านี้แน่ๆ งั้นเรากลับรถแท็กซี่เถอะพี่ พรุ่งนี้น้ำต้องตื่นตั้งแต่เช้าตรู่อีก”

                 น้ำค้างพูดจบฟ้าก็หันหน้ามามองแบบสงสัยจึงถามน้ำค้างออกไปว่า

                   “โห ไปไหนแต่เช้าเชียวน้ำ”

                   “อยากไปวัดค่ะไม่ได้ไปทำบุญมานานแล้ว”

                   น้ำค้างพูดแล้วก็ยิ้มแบบมีเลศนัย ในขณะที่ฟ้าได้ทีก็แซวขึ้นมาอย่างทันควันว่า

                   “โห นี่น้ำสามารถเข้าวัดได้ด้วยเหรอ ไม่ร้อนด้วย เก่งจังแฮ่ะ”

                   ฟ้าพูดแซวน้ำค้างพร้อมทำหน้าทำตาแบบสงสัยแกล้งน้ำค้างเล่น ในขณะที่เธอหันมาบอกกับฟ้าว่า

                   “พี่ หนูยังไม่ตายนะ เดี๋ยวเถอะ”

                   น้ำค้างพูดจบก็หันไปจะเอามือไปตีฟ้าที่แซวเธอ แต่ขาน้ำค้างดันลื่นน้ำที่ขังอยู่บนพื้นจนเสียหลักกำลังจะล้ม  ฟ้าเห็นดังนั้นจึงรีบเอามือไปคว้าจับแขนของน้ำค้างเอาไว้ แต่กลับกลายเป็นว่าฟ้าเองก็ดันลื่นล้มลงไปนอนกองกับพื้นด้วยกันทั้งสองคน จนตัวของน้ำค้างทับลงไปที่ตัวของฟ้าและหน้าของน้ำค้างเองก็ลงไปนอนทับบนอกฟ้า โดยที่ผมของน้ำค้างอยู่ที่ปลายจมูกของฟ้าพอดี

                   “อุ้ย ขอโทษนะคะ เจ็บไหมพี่”

                   น้ำค้างรีบยกมือขึ้นไหว้เพื่อขอโทษ และรีบพยุงตัวเองลุกขึ้นจากตัวของฟ้าที่กำลังนอนเล่นหงายท้องอยู่บนฟุตบาท และกำลังหัวเราะอยู่คนเดียว ก่อนที่ฟ้าจะพูดขึ้นมาว่า

                 “ฮ่ะๆๆ เพิ่งรู้นะเนี้ยเห็นตัวเล็กๆอย่างนี้ หนักเอาเรื่องอยู่เหมือนกันนะเรา กระดูกพี่จะหักไหมเนี้ย”

                   “พี่ฟ้าบ้า”

                   น้ำค้างพูดแบบเขินๆ และอายจนแก้มแดง ในขณะที่ฟ้าก็ลุกขึ้นปัดฝุ่นและน้ำที่เลอะอยู่ที่เสื้อผ้าเขา แล้วก็พูดออกมาว่า

                   “ยังไงดีนี่ เสื้อผ้าพี่เลอะหมด ซักให้พี่ด้วยเลยน้ำ โทษฐานทำกระดูกพี่หัก ฮ่ะๆๆ”

                   ฟ้าพูดแซวน้ำค้างก่อนที่แท็กซี่จะแล่นเข้ามาจอด แล้วทั้งคู่ก็ขึ้นรถแท็กซี่กลับห้องไป

                   ขณะที่ทั้งคู่นั่งอยู่บนรถแท็กซี่เพื่อกลับไปที่ห้องนั้น ฟ้าก็นั่งสงสัยคิดถึงกลิ่นหอมจากผมของน้ำค้างที่ได้ดมตอนที่เธอล้มมาทับ ว่ากลิ่นหอมเหมือนกับเคยได้ดมมาก่อนจากที่ไหนไม่รู้ จนกระทั่งน้ำค้างสังเกตเห็นฟ้านั่งนิ่งแปลกไปเลยถามขึ้นมาว่า

                 “มีอะไรหรือป่าวคะพี่ เห็นนั่งนิ่งเชียว”

                 “อ๋อ ป่าว แค่กระดูกซี่โครงหักไปสองสามท่อนจนขยับเขยื้อนตัวไม่ได้เท่านั้นเอง ฮ่ะๆๆ”

                   ฟ้ายังไม่เลิกกัดน้ำค้าง ทำเอาน้ำค้างงอลแก้มป่องไปเลย จนรถแท็กซี่เลี้ยวเข้ามาในซอยและจอดที่หน้าหอ โชเฟอร์รถแท็กซี่ก็เปิดไฟเก๋งสำหรับให้ผู้โดยสารที่นั่งอยู่ด้านหลังได้มีสว่าง  เพื่อที่จะได้เห็นอะไรชัดๆ เวลาหยิบเงินจ่ายค่าแท็กซี่

                   น้ำค้างดูมิเตอร์แล้วก็หยิบเงินในกระเป๋าตังออกมาเพื่อที่จะจ่ายเงินค่าแท็กซี่ ในขณะที่ฟ้ายังค่อยๆบรรจงล้วงเงินออกจากในกระเป๋ากางเกงอยู่อย่างช้าๆ และก็เหล่ตาหันไปมองดูที่กระเป๋าเงินของน้ำค้าง ก่อนที่ฟ้าจะทำหน้าตกใจอะไรเล็กน้อยและก็อมยิ้มอยู่คนเดียว (แมนมากพี่ ให้ผู้หญิงจ่ายเงินตลอด) แล้วทั้งคู่ก็ลุกออกจากรถแท็กซี่ไป

                 “น้ำ ที่หอเรามีเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญบ้างหรือเปล่า พี่อยากจะซักผ้าสักหน่อยในคืนนี้”

                   ฟ้าพูดกับน้ำค้างในขณะที่กำลังเดินขึ้นบันไดมาถึงที่ชั้นสองแล้ว

                 “อ๋อ อยู่ใต้บันไดชั้นแรกที่พี่เดินขึ้นมานะค่ะ แต่มันเสียอยู่นะพี่ ช่างยังไม่ได้เข้ามาซ่อมให้เลย แถมยังเสียทั้งสองเครื่องด้วย”

                   น้ำค้างตอบและหันไปมองฟ้า ก่อนที่เขาจะพูดขึ้นมาว่า

                 “อ๋อ ไม่เป็นไร งั้นพี่ก็คงต้องซักด้วยมือไปก่อนแล้วกัน โอเค ถึงห้องแล้ว เจอกันพรุ่งนี้น้อง”

                   ฟ้าพูดกับน้ำค้างพร้อมกับไขกุญแจเข้าไปในห้องแล้วปิดประตู เขาจัดแจงเปลี่ยนเสื้อผ้าและอาบน้ำในทันที เพราะวันนี้เลอะเทอะไปหมดทั้งตัว แถมยังโดนฝนมาอีกด้วย

                   เมื่อทำอะไรเสร็จทุกอย่างแล้ว ฟ้าก็เปิดทีวีเพื่อจะนอนดูสักพักก่อนที่จะหลับ แต่แล้วไฟในห้องเขาก็ดับลง ฟ้าค่อยๆกวาดสายตามองไปรอบๆห้อง คิดในใจว่าไฟมันดับเองก็มีใครมาแกล้งอีก (สงสัยกลัวเป็นพี่เมฆ) แต่ก็ไม่น่าจะใช่เพราะตอนนี้มันก็ดึกมากแล้ว

                   ฟ้ากำลังจะเดินไปดูที่หน้าห้องว่ามีใครมาแกล้งหรือเปล่า ทันใดนั้นไฟฟ้าก็มาพอดี ฟ้าจึงเดินกลับมาที่เตียงและกำลังหาอะไรบางอย่างอยู่ในลิ้นชัก แต่แล้วก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นมา

                   “ปัง ปัง ปัง!!!

                    ฟ้ามองดูเวลาที่ปาเข้าไปจะตีสามกว่าแล้ว ใครกันนะที่มาเคาะประตูห้องตอนดึกๆ เขาสงสัยอยู่ในใจแล้วก็ค่อยๆลุกขึ้นเดินไปที่ประตู ก่อนที่จะกลืนน้ำลายตัวเองเพื่อทำใจสักเล็กน้อย เพราะกลัวเปิดประตูแล้วจะเจอกับสิ่งที่เขาไม่อยากเจอ ฟ้าค่อยๆเปิดลูกบิดประตูออกอย่างช้าๆ แล้วเขาสะดุ้งตกใจจนหน้าซีด เพราะว่าเขาเจอ…………

2 ความคิดเห็น