The October ลิขิตฟ้า ตามหารัก Season 1

ตอนที่ 28 : ตอนที่ 28 แฟนของน้ำค้าง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    1 มี.ค. 62

ตอนที่ 28 แฟนของน้ำค้าง

 

                 “เออนี่น้ำ ทำไมพี่เมฆถึงได้บอกว่าน้ำเป็นแฟนพี่เขาล่ะ”

                   ฟ้ายังสงสัยเรื่องของพี่เมฆเลยถามน้ำค้าง ในขณะที่ทั้งคู่กำลังยืนรอรถสามล้ออยู่ที่หน้าปากซอย

                   “ก็น้ำเป็นแฟนแกจริงๆนี่คะ ทำไมเหรอคะพี่ฟ้า”

                   น้ำค้างตอบและหันมามองหน้าฟ้าแบบสงสัย ในขณะที่ฟ้าทำท่าตกใจเล็กน้อยและถามต่อไปอีกว่า

                   “เฮ้ย จริงดิ เอาดีๆพี่จริงจัง”

                   ฟ้ารีบหันมามองน้ำค้างและถามด้วยน้ำเสียงดุๆและจริงจัง จนน้ำค้างเห็นอย่างนั้นเลยยอมเล่าออกไปแต่โดยดีว่า

                 “ก็แกน่าสงสารนะพี่ฟ้า พี่เมฆเองเป็นคนใจดีมาก น้ำรู้จักกับแกตั้งแต่มาเช่าห้องอยู่ที่นี่ก็เกือบสามปีแล้ว พายุเคยเล่าให้ฟังว่า เมื่อก่อนพี่เมฆเคยมีแฟนและแกก็รักแฟนของแกมาก ไม่ว่าจะทำอะไรก็จะคิดถึงแฟนแกตลอด แต่ว่าแฟนแกเป็นคนสวยเลยมีหนุ่มๆมารุมจีบเยอะ และสุดท้ายแฟนแกก็มีคนใหม่และหนีพี่เมฆไป พี่เมฆเสียใจมาก แกนั่งเศร้าจนเป็นโรคซึมเศร้าอยู่หลายเดือน แกพยายามไปง้อแฟนแกให้กลับมาคืนดี แต่ก็ทำไม่สำเร็จ

                 จนในที่สุด แก……ก็คิดสั้นผูกคอตายในห้องน้ำที่ออฟฟิศ แต่โชคยังดีที่มีคนมาเห็นเข้าเสียก่อน ก็เลยช่วยชีวิตของพี่เมฆเอาไว้ได้ทัน ไม่งั้นแกคงจะตายไปแล้ว

                 แต่ว่าแกขาดออกซิเจนไปเลี้ยงสมองนานเกินไป แกก็เลยกลายเป็นคนไม่ค่อยปรกติเหมือนชาวบ้านอย่างที่พี่เห็น น้ำก็เลยสงสารแก เลยมักจะทำอะไรไปให้แกกินอยู่บ่อยๆ เหมือนวันนี้ที่น้ำทำไข่ยัดไส้หมูสามกษัตริย์มาให้แก พี่เมฆก็เลยชอบเรียกน้ำว่าเป็นแฟนแกไง เข้าใจแล้วหรือยังคะ”

                   น้ำค้างพูดจบก็หันไปมองหน้าฟ้าแบบแปลกๆก่อนจะหันกลับมาโบกมือเรียกรถสามล้อที่วิ่งผ่านมาพอดี

                   “พี่คะ ไปเจริญนครซอยสิบสามคะ”

                   น้ำค้างบอกคนขับรถสามล้อแล้วขึ้นไปนั่งด้านในทันที ขณะที่ฟ้าก็ขึ้นตามมา แล้วรถสามล้อก็พาทั้งคู่มาถึงที่ร้านภายในไม่ถึงสิบนาที

                   เมื่อรถสามล้อเลี้ยวเข้าซอยมา ฟ้าก็สังเกตเห็นว่าหน้าร้านมีรถกระบะกับรถยนต์สีขาวจอดอยู่ และฟ้ายังจำได้อีกว่านั่นเป็นรถของฝน เขาก็เลยดีใจยิ้มขึ้นมาในทันที

                   เมื่อรถสามล้อจอดสนิทอยู่ที่หน้าร้าน ฟ้าก็ลงจากรถและรีบเดินตรงเข้าไปในร้านทันที โดยลืมน้ำค้างที่นั่งมาด้วยกันและที่สำคัญที่สุด เขาลืมจ่ายตังค์ค่ารถ (ไหนบอกว่าจะจ่ายเองวันนี้เป็นค่าบะหมี่ที่น้ำค้างทำให้กินเมื่อตอนสายๆ โคตรเป็นคนดีมาก)

                   น้ำค้างเห็นฟ้ารีบเดินเข้าไปในร้านโดยที่ไม่ได้สนใจเธอ ก็เลยหันไปมองรถยนต์ที่จอดอยู่ ก็เลยพอที่จะเดาและเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น น้ำค้างเลยลงมาจ่ายเงินค่ารถสามล้อ แล้วเดินก็เข้าไปในร้านเพื่อตอกบัตรเข้าทำงาน

                   ส่วนฟ้าที่เดินเข้ามาก่อนหน้านี้ก็เดินพุ่งตรงเข้าไปหาฝนที่ยืนอยู่ในร้านในทันที

                   “ฝน สวัสดีครับ มาไวจังนะครับวันนี้”

                   ฟ้ารีบทักทายฝนที่กำลังคุมคนงานก่อสร้างเวทีในร้านอยู่

                   “สวัสดีค่ะพี่ฟ้า ฝนมาดูแลให้ช่างสร้างเวทีให้เสร็จเรียบร้อยภายในวันนี้ค่ะ ก็เลยมาร้านตั้งแต่สิบโมงเช้าแล้ว”

                   ฝนทักทายฟ้าที่เดินเข้ามาทักเพียงแค่เท่านั้น แล้วก็หันไปดูช่างทำงานกันต่อ ในขณะที่ฟ้ายิ้มและพูดออกมาลอยๆว่า

                 “ขอบคุณสำหรับน้ำเต้าหู้นะครับ อร่อยมากเลย”

                   ฝนหันกลับมายิ้ม(เหมือนจะได้ยินไม่ค่อยชัด)แล้วก็หันกลับไป ในขณะที่ฟ้าก็เดินกลับมาตอกบัตรเข้าทำงาน และเตรียมงานต่างๆในบาร์ต่อไปอย่างมีความสุข

                   วันนี้ฟ้าดูอารมณ์ดีผิดไปจากเมื่อวานที่หน้าบึ้ง ไม่ยอมพูดจากับใครๆ จนใต้ฝุ่นเห็นเข้าก็เลยแซวขึ้นมาว่า

                 “โอ้โฮ พี่ฟ้าวันนี้ดูอารมณ์ดีขึ้นแล้วนะคะ ไปได้ยาดีที่ไหนมาน้อ ถึงได้ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ไม่ยอมหุบเลย”

                 “จะมียาดีที่ไหนล่ะ สงสัยคงได้กินน้ำเต้าหู้ของหวานใจเมื่อคืนไปไง ผีร้ายที่สิงอยู่ถึงได้หนีออกไปได้ แถมไม่ยอมสนใจน้องนุ่งที่ยังยืนหัวโด่อยู่หน้าห้องด้วยนะ ปิดประตูใส่หน้าเฉยเลย วัยรุ่นเซ็ง เห็นน้ำเต้าหู้หญิงดีกว่าน้อง”

                   พายุที่เพิ่งเดินเข้ามาก็รีบพูดแทรกขึ้นในทันทีแบบประชดเรื่องในเมื่อคืนที่โดนฟ้าปิดประตูใส่หน้าเอา โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่ามีใครที่เดินเข้ามาฟังการสนทนาในครั้งนี้ด้วย

                 “เหรอคะ มีคนมาส่งน้ำเต้าหู้ให้พี่ฟ้าถึงที่ห้องด้วย โอ้โฮ เสน่ห์ยังแรงเหมือนเดิมเลยนะคะพี่ฟ้า น่าอิจฉาจังเลยค่ะ”

                   ฝนที่เดินเข้ามาที่บาร์พูดขึ้น แล้วก็หันไปมองหน้าฟ้าแล้วยิ้มให้ ก่อนที่จะเธอบอกกับฟ้าไปว่า

                 “พี่ฟ้าคะ พอจะทำน้ำมะนาวให้ฝนสักแก้วก่อนได้ไหมคะ พอดีอยากได้อะไรสดชื่นมาดื่มให้ชุ่มคอหน่อยค่ะ ขอสูตรเดิมที่เคยทำให้ฝนทานนะคะ ขอบคุณค่ะ”

                   พอพูดจบฝนก็เดินกลับไปที่หน้าเวทีต่อ ท่ามกลางสายตาของพายุและใต้ฝุ่นที่มองฟ้าแบบมีอะไรน่าสงสัยอยู่ จนพายุพูดขึ้นมาว่า

                   “อ้าวพี่ คุณฝนไม่ได้ซื้อน้ำเต้าหู้มาให้พี่เหรอ แล้วใครที่ไหนซื้อน้ำเต้าหู้มาวะพี่”

                 “ก็พวกแกอยู่กันเยอะไง ฝนก็เลยเขิน ก็เลยพูดไปอย่างนั้นแหล่ะ พี่จำลายมือของฝนได้ แกนี่อย่าทำให้พี่ไขว้เขวสิ คนยิ่งอารมณ์ดีๆอยู่”

                   ฟ้าพยายามที่จะยืนยันว่าฝนเป็นคนซื้อน้ำเต้าหู้มาให้ และอธิบายให้พายุได้เข้าใจ ก่อนที่ทุกคนจะแยกย้ายออกไปทำงานกันต่อ แล้วฟ้าก็เริ่มลงมือทำน้ำมะนาวให้กับฝนจนลืมไปว่า ยังมีอีกคนที่ฟ้าสัญญาว่าจะทำน้ำมะนาวให้เธอดื่มด้วยในวันนี้ (น้ำค้างไงสงสัยเธอคงรอจนเหงือกแห้งไปแล้วมั้ง)

                   เมื่อถึงเวลาห้าโมงครึ่งงานสร้างเวทีของช่างก็เสร็จสิ้นลง ฝนบอกให้ช่างเก็บรายละเอียดทุกอย่างให้เรียบร้อยก่อนที่จะกลับ ในขณะที่คุณหมอกก็เดินเข้ามาถึงร้านพอดีและพูดกับฝนว่า

                   “โห สร้างไวดีจังและสวยงามมากเลยฝน เข้าท่าดี เก่งนี่”

                   คุณหมอกเอ่ยปากชมน้องสาวที่ดูแลการสร้างเวทีได้สวยและเสร็จไวตามที่ต้องการ ในขณะที่ฝนก็ยืนยิ้มและบอกกับคุณหมอกพี่ชายตัวเองไปว่า

                 “ขอบคุณค่ะเฮีย เวทีเสร็จแล้ว พรุ่งนี้ฝนจะพาคนงานของพี่อาทิตย์มาติดตั้งเครื่องเสียง และจะได้ลงเครื่องดนตรีให้เลยนะคะ แต่วันนี้ฝนน่าจะขอตัวกลับก่อน เพลียมากเลย มาตั้งแต่เช้าแล้ว”

                   ฝนบอกลาคุณหมอกก่อนที่เธอจะเดินออกมาจากร้านแล้วก็ขึ้นรถขับออกไป โดยที่ไม่ได้บอกลาฟ้าอีกตามเคย ส่วนฟ้าที่คอยชะเง้อมองตามก็มีอาการเศร้าและเกิดความน้อยใจขึ้นมาอีกครั้ง

                   ในใจของฟ้าสงสัยและสับสนกับฝนมาก ว่าทำไมพออยู่ต่อหน้าแล้วกับทำตัวเฉยเมยและชินชา ไม่แสดงอาการอะไรออกมา แต่พอลับหลังก็มาเอาอกเอาใจซื้อของมาให้ถึงที่ห้อง

                   แต่พอคิดไปคิดมา ฟ้าก็คิดได้ว่าอาจจะเป็นอย่างที่เขาเคยพูดเอาไว้นั่นก็คือ ฝนคงอายที่จะแสดงออกต่อหน้าคนเยอะๆ และก็อายที่มีแฟนเป็นเพียงแค่บาร์เทนเดอร์ในร้านของพี่ชายตัวเอง เลยทำให้ฟ้ารู้สึกหนักใจกับตัวเองว่าจะต้องทำยังไงดีถึงจะได้กลับมารักกับฝนจริงๆ คิดไปเขาก็กลุ้มใจขึ้นมาอีก

                   เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ตอนนี้เป็นเวลาห้าทุ่มกว่าแล้ว ในขณะที่ข้างนอกฝนก็ตกหนักลงมาอีกแล้ว ลูกค้าที่ร้านก็เหลือเพียงแค่สองโต๊ะเท่านั้นในตอนนี้

                 “เอ้ยน้ำ พรุ่งนี้แกว่างไหมวะช่วงสายๆ จะให้ไปเป็นเพื่อนดาวหน่อยที่โรงพยาบาล ดาวมันจะไปเยี่ยมเพื่อนที่เพิ่งคลอดลูกอ่ะ ฉันไม่อยากไปวะ”

                   พายุเดินเข้ามาคุยกับน้ำค้างที่ข้างในครัว ขณะที่น้ำค้างกำลังเก็บล้างข้าวของเครื่องใช้ในครัวอยู่ และตอบกลับไปว่า

                   “เออๆ เดี๋ยวนี้ขี้เกียจนะแก แหม พอเวลาจีบกันใหม่ๆดาวไปไหนเห็นแกไปด้วยตลอดเลย ผู้ชายเป็นอย่างนี้ทุกคนหรือป่าวนะ”

                 “อ้าว เป็นเรื่องธรรมดาโว้ย ช่วงนี้หมดโปรโมชั่นแล้ววะ ทางใครทางมัน”

                   พายุรีบพูดแก้ตัว ในขณะที่น้ำค้างได้แต่ส่ายหน้า ก่อนที่จะนึกอะไรขึ้นมาได้ก็เลยถามพายุออกไปว่า

                 “พรุ่งนี้วันที่เท่าไหร่แก”

                 พายุหันหน้ากลับมามองน้ำค้างแบบว่า อยู่ยังไงจำวันที่ไม่ได้ เลยตอบกลับออกไปว่า

                 “วันที่หกตุลาคม ขึ้นหกค่ำเดือนสิบ น้ำลงเมื่อเวลา…….

                 “พอๆๆ แกนี่จริงๆเลยนะ  พรุ่งนี้วันที่หกตุลาคมแล้วเหรอ ไวจังเลยเนอะ”

                   น้ำค้างรีบหยุดความเพ้อเจ้อของพายุ ก่อนที่จะหันกลับมาพูดเบาๆกับตัวเองแล้วก็ยิ้มเบาๆ และเก็บของใช้ในครัวต่อไป

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

2 ความคิดเห็น