The October ลิขิตฟ้า ตามหารัก Season 1

ตอนที่ 23 : ตอนที่ 23 รวบรวมความกล้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    1 มี.ค. 62

ตอนที่ 23 รวบรวมความกล้า

 

                   เมื่อจบการสนทนาทุกคนก็พากันแยกย้ายกลับไปทำงานต่อ โดยที่ฝนเดินเข้ามาในร้านก็นานแล้ว สงสัยมัวแต่ยุ่งอยู่กับการสร้างเวทีกับช่างจนไม่ได้ทักทายกับฟ้าเลย ในขณะที่ฟ้าก็ได้แต่ชะเง้อมองตามฝนอย่างไม่ละสายตาเพื่อรอให้ฝนหันมาทักทายกับเขาบ้าง แต่จนแล้วจนรอดฝนก็ไม่หันมามองฟ้าเลยสักที จนฟ้าเองเริ่มสงสัยในใจว่าทำไมฝนไม่คิดจะหันมาทางเขาบ้างเลย และก็แอบน้อยใจขึ้นมานิดๆ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรหรือเดินเข้าไปหาฝนแต่อย่างใด ได้แต่มองฝนและทำงานเตรียมของในบาร์ตามหน้าที่ของตัวเองไปจนถึงเวลาทานข้าวเย็น

                   พนักงานทุกคนจึงเดินเข้าไปเตรียมตัวเพื่อที่จะทานข้าวที่หลังครัว โดยมีเพียงฝนกับทีมช่างที่ยังคงทำงานอยู่ที่ในร้าน

                   พายุหันซ้ายหันขวามองหาฟ้าที่ไม่เห็นเดินเข้ามากินข้าวในครัว ก็เลยสงสัยถามลอยๆขึ้นมาว่า

                 “อ้าวไหนพี่ฟ้าล่ะ สงสัยจะอิ่มฝน เฮ้ย อิ่มทิพย์ไม่มากินข้าวเย็นแล้วมั้ง”

                   พายุยังไม่เข็ดสงสัยจะลืมความโหดของฝนไปซะแล้วถึงแซวไปแบบนั้น พอพายุพูดจบก็ลงมือตักข้าวใส่จาน ในขณะที่น้ำค้างหันมองออกไปทางประตูห้องครัวแล้วก็หันกลับมา

                 “สงสัยวันนี้จะยังเตรียมงานในบาร์ไม่เสร็จมั้ง เก็บข้าวให้ฟ้าด้วยแล้วกันนะน้ำ เดี๋ยวพี่เค้าจะอดข้าวเอา”

                   พี่แสงบอกกับน้ำค้าง ในขณะที่ทุกคนกำลังตักข้าวใส่จาน โดยที่ป้าคะนิ้งยกตะกร้าผักสดมาตั้งไว้ให้และพูดขึ้นมาว่า

                 “วันนี้เป็นข้าวผัดน้ำพริกลงเรือกับปีกไก่ทอด ฝีมือน้ำค้างทั้งหมดเลยน้า ดูสิน่ากินทั้งนั้นเลย”

                   ป้าคะนิ้งบอกกับทุกคนก่อนที่จะนั่งลงทานข้าวร่วมกันกับคนอื่นๆ ในขณะที่พายุไม่วายที่จะพูดกัดน้ำค้างขึ้นมาทันทีว่า

                 “มิน่าละน้ำ วันนี้พี่ฟ้าคงรู้มั้งว่าเป็นฝีมือแกทำกับข้าว พี่เค้าจึงไม่มากิน ฮ่ะๆๆ”

                 ป้าคะนิ้งเห็นพายุพูดขึ้นมาแบบนั้นก็เลยหันหน้าไปบอกพายุว่า

                 “พายุเอ้ย ปากมอมแล้วลูก เช็ดปากหน่อย  เออ.. นี่ป้าเพิ่งรู้เมื่อวานเองนะว่า น้ำเป็นถึงรองหัวหน้าเชฟห้องอาหารไทยของโรงแรมห้าดาวเลยนะ แต่ทำไมกลับมาสมัครเป็นผู้ช่วยกุ๊กร้านของอาหารซะงั้น เสียดายโอกาสและฝีมือหมดเลยลูก”

                   ป้าคะนิ้งพูดถึงน้ำค้าง ในขณะที่น้ำค้างกำลังตักข้าวใส่จานเพื่อเก็บไว้ให้ฟ้า โดยที่เธอไม่ได้พูดอะไรกลับไปเลยสักคำ แต่ก็มีเสียงใครบางคนพูดออกมาแทนว่า

                 “อ๋อ ป้า น้ำค้างมันออกเพราะหนีเมียหลวงที่เขาตามมารำควานมันที่โรงแรมบ่อยๆน่ะ บอกแล้วว่าอย่าไปเป็นชู้กับผัวชาวบ้าน”

                   พายุมันยังไม่เลิกกัดน้ำค้างอีก ในขณะที่ป้าคะนิ้งก็ลุกขึ้นเดินมาเก็บจานข้าวที่พายุยังกินไปเพียงไม่กี่คำเองพร้อมกับพูดว่า

                   “อิ่มแล้วเหรอพายุ มาเดี๋ยวป้าเก็บจานไปล้างให้นะ”

                   พายุรีบร้องจ๊ากก่อนที่จะแย่งจานข้าวจากป้าคะนิ้งมานั่งกินต่ออย่างเงียบๆ ในขณะที่คนอื่นๆต่างชอบใจวิธีที่ป้าคะนิ้งใช้จัดการพายุให้แทนน้ำค้าง พอดีกับที่ฟ้าก็เปิดประตูห้องครัวเข้ามา

                 “อ้าวมาแล้วเหรอพี่ฟ้า สรุปพี่อิ่มทิพย์หรือไม่อยากกินฝีมือของน้ำค้างมันแน่จึงมากินข้าวช้า”

                   พายุยังไม่ยอมหยุดเงียบ กลับพูดแซวทันทีที่ได้เห็นฟ้าเดินเข้ามาในห้อง พร้อมกับจับจานข้าวของตัวเองไว้แน่นสงสัยกลัวว่าป้ามาดึงเอาจานไปเก็บอีก แต่ฟ้ากลับยิ้มแบบเศร้าๆ และก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา ฟ้าเดินเข้ามานั่งที่โต๊ะและกินข้าวที่น้ำค้างตักเอาไว้ให้เงียบๆ โดยที่ไม่ได้คุยอะไรกับใครเลย

                   เมื่อทุกคนเห็นหน้าฟ้าเป็นแบบนั้นก็ไม่มีใครที่กล้าแซวกันต่อรวมถึงพายุเองที่ตัดใจกินข้าวของตัวเองไปอย่างเอร็ดอร่อย จนเมื่อทุกคนทานข้าวฝีมือน้ำค้างไปจนอิ่มเรียบร้อยแล้ว จึงเตรียมตัวออกไปทำงานกันต่อ

                   ตอนนี้เป็นเวลาหกโมงเย็นแล้ว เช่นเดิมที่พี่แสงจะต้องเดินตรวจเช็คความเรียบร้อยทั้งหมดของร้านตามปรกติ ในขณะที่ฝนให้ช่างที่มาด้วยเลิกทำเวทีและให้เก็บของทุกอย่างกลับก่อนแล้วค่อยมาทำต่อในวันพรุ่งนี้ เพราะว่าถึงเวลาที่จะเปิดร้านให้บริการแล้ว ไม่อยากรบกวนลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ ในขณะที่ฝนเองก็เดินมาทางพี่แสงและบอกกับแกว่า

                 “พี่แสงคะ ฝนหิวแล้ว ขอสลัดผักรวมกับน้ำสลัดงาดำนะคะ ขอบคุณคะ”

                   ฝนสั่งอาหารกับพี่แสงเสร็จก็เดินไปทางบาร์ที่ฟ้าทำงานอยู่ ในขณะที่ฟ้าซึ่งมองฝนอยู่ทุกขณะพอเห็นว่าฝนเดินมาหาก็เริ่มมีรอยยิ้มขึ้นมาในทันที ก่อนที่ฝนจะหยุดที่เคาน์เตอร์บาร์และพูดกับฟ้าว่า

                 “พี่ฟ้าสวัสดีค่ะ วันนี้ฝนยุ่งจนลืมทักทายพี่ฟ้าไปเลย เออ แต่ว่าพี่ ยังจำได้หรือป่าวคะว่าฝนชอบดื่มน้ำอะไร พี่ช่วยทำให้ฝนสักแก้วนะคะ คอแห้งมากเลยตอนนี้ ขอบคุณนะคะพี่”

                   ฝนพูดจบเธอก็ยิ้มให้ฟ้าแล้วก็เดินกลับไปนั่งที่โต๊ะเก่าที่มุมเดิมด้านในสุดของร้าน โดยที่ฟ้ากำลังจัดเตรียมทำเครื่องดื่มที่ฝนชอบด้วยรอยยิ้มและความเต็มใจผิดจากตอนแรกที่ดูเศร้าๆ

                   ฟ้าเอาแก้วผสมมาวางบนบาร์แล้วใส่ผ่าเสารสและเทลงใส่แก้วพร้อมทั้งเมล็ด ก่อนที่จะใส่น้ำเชื่อมแบบเข้มข้นกลิ่นพีช และตามด้วยเบอร์รี่มิกซ์ที่มี บลูเบอร์รี่ ราสเบอร์รี่ และเบล็คเคอเร้นต์ ตามด้วยนมเปรี้ยวและน้ำผึ้งรวงแล้วเขย่าแรงๆ จนทุกอย่างผสมเข้ากันแล้วจึงรินใส่แก้วยาว ตกแต่งด้วยเบอร์รี่สวยๆสดๆจากหัวใจฟ้าสองสามลูกกับยอดใบมิ้นต์สวยๆ เป็นอันว่าเสร็จการทำเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ที่มีชื่อว่า เรนนิ่งฮันนี่เบอร์รี่ หรือแปลว่า เบอร์รี่ฝนสุดที่รัก ซึ่งฟ้าเป็นคนคิดค้นขึ้นมาเองเพื่อทำให้ฝนโดยเฉพาะ และฝนเองก็ชอบดื่มเอามากๆด้วยในสมัยตอนที่เธอยังฝึกงานอยู่กับฟ้าที่โรงแรม ฟ้าทำไปยิ้มไปเพราะคิดว่าที่ฝนไม่ได้ทักทายเขาคงเป็นเพราะฝนยุ่งจริงๆอย่างที่เธอบอก เลยทำให้เขากลับมามีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้ง

                   เมื่อฟ้าทำเครื่องดื่มเสร็จ ฟ้าก็ตั้งใจว่าจะเอาเครื่องดื่มไปเสิร์ฟฝนเองที่โต๊ะ เขาค่อยๆบรรจงหยิบเครื่องดื่มที่ทำเสร็จใส่ถาดและเดินไปเสริฟ์ด้วยรอยยิ้ม พอฝนเห็นฟ้าเอาเครื่องดื่มมาให้ก็ปรบมือและกล่าวขอบคุณฟ้าที่สามารถจำได้ว่าเธอชอบดื่มอะไร และชิมเครื่องดื่มทันทีก่อนที่เธอจะบอกกับฟ้าว่า

                 “อืม รสชาติอร่อยเหมือนเดิมเลยค่ะพี่ ขอบคุณนะคะ ไม่มีพี่ฟ้าทำให้ฝนก็คงจะไม่ได้ดื่มแน่ๆเลย ดีนะที่พี่จำสูตรได้ พี่ฟ้านี่น่ารักที่สุดเลยค่ะ”

                   ฝนชิมแล้วหยอดคำหวานให้ฟ้าในทันที ทำให้บาร์เทนเดอร์หนุ่มมีรอยยิ้มอย่างสุขล้นขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนที่ฟ้าจะบอกกับฝนไปเบาๆว่า

                   “ถ้าฝนชอบพี่ทำให้ดื่มทุกวันก็ได้นะครับ”

                   ฟ้าพูดในขณะที่เขากำลังยิ้มระรื่นผิดกันกับตอนที่ทานข้าวอย่างอย่างสิ้นเชิง ในขณะที่ฝนก็ยังเพลิดเพลินกับเครื่องดื่มแก้วโปรด ฟ้าหันซ้ายหันขวาเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครแอบมองหรือฟังอยู่ จึงรวบรวมความกล้าแล้วพูดกับฝนไปว่า

                   “ฝนครับ เรากลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ไหมครับ”

                   ฝนที่กำลังมีความสุขอยู่กับการดื่มม็อคเทลได้ยินฟ้าพูดอะไรมาแต่ฟังไม่ชัด เธอเลยถามขึ้นอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่า

                   “อะไรนะคะพี่ ฝนไม่ได้ยินค่ะ”

                   พอฝนพูดจบ ฟ้าจึงรวบรวมความกล้าขึ้นมาอีกครั้งแล้วพูดออกไปอย่างช้าๆ และชัดเจนว่า

                 “ฝนครับ เรากลับมาเป็นแฟนกันเหมือนเดิมได้ไหมครับ”

                   ฝนหันมามองหน้าฟ้าแบบจริงจังและยิ้มหวานให้เขา ก่อนที่จะพูดออกมาว่า…..

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

2 ความคิดเห็น